- หน้าแรก
- จอมเวทอย่างข้าก็เป็นเช่นนี้แหละ
- บทที่ 23 ลองดูสักตั้ง
บทที่ 23 ลองดูสักตั้ง
บทที่ 23 ลองดูสักตั้ง
บทที่ 23 ลองดูสักตั้ง
สารานุกรมสัตว์อสูรฉบับสมาคมนักผจญภัย
【ลำดับ 27】: สไลม์ยักษ์
ระดับความอันตราย: 【ยาก】
ลักษณะภายนอก: เหมือนกับสไลม์ปกติ แต่มีขนาดร่างกายที่ใหญ่โตผิดปกติ เส้นผ่านศูนย์กลางอาจกว้างได้หลายเมตร ใหญ่กว่าตัวปกติมาก
พฤติกรรม: เหมือนกับสไลม์
ความสามารถพิเศษ: สไลม์ที่ผ่านการกลายพันธุ์จนมีขนาดใหญ่นี้ จะมีความสามารถในการพ่นกรด หากผิวหนังสัมผัสโดนจะทำให้เกิดความเจ็บปวดอย่างรุนแรงและกัดกร่อนเนื้อเยื่อ ทั้งยังสามารถกัดกร่อนโล่ไม้และเหล็กได้ในระดับหนึ่ง นอกจากนี้ ความสามารถในการกระโดดของสไลม์ยักษ์ก็ไม่เลวเลยทีเดียว มันสามารถรวบรวมพลังเพื่อกระโดดสูง แล้วใช้น้ำหนักตัวอันมหาศาลทับคู่ต่อสู้ หากถูกมันห่อหุ้มร่างกายไว้ได้ แทบจะเป็นไปไม่ได้เลยที่จะหนีรอด
จุดอ่อนสำคัญ: เหมือนกับสไลม์
หมายเหตุจากสมาคม: แกนกลางของสไลม์ยักษ์ได้รับการปกป้องอย่างดีเยี่ยม ร่างกายที่ใหญ่โตทำให้ยากที่อาวุธธรรมดาจะแทงทะลุได้ในครั้งเดียว หากต้องการสังหาร จำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือของทีม ค่อยๆ เฉือนเนื้อของมันออกทีละน้อย เพื่อเปิดทางเข้าไปยังแกนกลาง
“ถอยเถอะ พวกเรามีกันแค่สามคน การจะสู้กับสไลม์ยักษ์มันเสี่ยงเกินไป”
วอลเลซกล่าว “ในใบคำร้องไม่ได้ระบุว่าจะมีสไลม์ยักษ์ปรากฏตัว นี่ไม่ใช่ความผิดของเรา”
การทำภารกิจล้มเหลวจะส่งผลกระทบต่อระดับของนักผจญภัย และอาจถูกสมาคมลงโทษได้
แต่สถานการณ์ตรงหน้านี้ชัดเจนว่าเกินขอบเขตของภารกิจที่รับมา ความรับผิดชอบจึงไม่ได้อยู่ที่ตัวนักผจญภัย
สัตว์อสูรระดับ 【ยาก】 หมายความว่าปาร์ตี้ระดับล่างต้องยอมจ่ายค่าตอบแทนบางอย่างเพื่อแลกกับชัยชนะ คู่ต่อสู้ระดับนี้มีความสามารถในการโจมตีถึงตายได้ จึงต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ
“อืม... ถอยกันเถอะ แค่แจ้งเรื่องนี้ให้สมาคมนักผจญภัยทราบก็พอ” มาร์คัสเห็นด้วย
เขาเคยฆ่าหนอนยักษ์ศิลาที่มีระดับความอันตราย 【ยาก】 มาก่อน แต่นั่นก็ต้องอาศัยความร่วมแรงร่วมใจของปาร์ตี้ห้าคน แถมเรนเจอร์คนหนึ่งยังต้องพิการตลอดชีวิตจากเหตุการณ์นั้น
ส่วนมิสต์วอล์คเกอร์ระดับ 【ท้าทาย】 นั่นก็ได้เปรียบเพราะมันยังเป็นแค่ตัวอ่อน
สไลม์ยักษ์อาจจะไม่ตึงมือเท่าสัตว์อสูรสองตัวที่กล่าวมา แต่ตอนนี้ปาร์ตี้มีกันแค่สามคน ถ้าคนครบทีม มาร์คัสอาจจะลองพิจารณาดูสักหน่อย
“ข้าว่า... เราน่าจะลองดูนะ” เซลเลียร์พูดแทรกขึ้นมา
“ลองอะไร ท้าสู้กับสไลม์ยักษ์ตัวนี้น่ะรึ?” มาร์คัสหันไปมองเซลเลียร์
“ใช่” เซลเลียร์พยักหน้า
“เจ้าเอาจริงหรือ?” มาร์คัสขมวดคิ้ว
“สไลม์แพ้ไฟไม่ใช่หรือ? เราน่าจะใช้ประโยชน์จากจุดอ่อนนี้ได้นะ” เซลเลียร์กล่าว
“แพ้ก็จริง แต่ต้องเป็นไฟที่มีความรุนแรงระดับหนึ่ง ไฟบอลของเจ้าคงสร้างความเสียหายให้สไลม์ยักษ์ตัวนี้ได้ไม่มากพอหรอก” วอลเลซส่ายหน้า
“ไม่ ข้ามีเวทบทใหม่ เฟลมเบรธ”
เซลเลียร์อธิบาย “มันสามารถพ่นไฟออกมาได้อย่างต่อเนื่อง รุนแรงกว่าไฟบอลมาก... แต่เวลาในการร่ายอาจจะนานสักหน่อย และมีข้อจำกัดเรื่องระยะทาง ดังนั้นข้าต้องการให้พวกเจ้าช่วยถ่วงเวลามันไว้ให้”
เวทใหม่มาอีกแล้ว?
คราวนี้มาร์คัสกับวอลเลซถึงกับมองเซลเลียร์ไม่ออกจริงๆ
ห่างจากภารกิจครั้งก่อนแค่ห้าวัน เซลเลียร์ไปทำอีท่าไหนถึงเรียนรู้เวทใหม่ได้ถึงสามบท?
แถมยังมีเฟลมเบรธที่เป็นเวทสายโจมตีขั้นสูงอีก
เงินสี่เหรียญทองซื้อคัมภีร์เวทได้เยอะขนาดนี้เลยหรือ?
“เจ้า... มั่นใจนะว่าทำได้?” มาร์คัสยังคงลังเลเล็กน้อย
เซลเลียร์นึกย้อนไปถึงอานุภาพของเฟลมเบรธเมื่อวาน แล้วตอบกลับอย่างมั่นใจ
“ได้แน่”
มาร์คัสกับวอลเลซหันมองหน้ากัน ก่อนจะหันกลับมาหาเซลเลียร์ แล้วพยักหน้าเบาๆ
ของที่ดรอปจากสไลม์ยักษ์มีมูลค่าสูงกว่าสไลม์ธรรมดามาก ลำพังแค่แกนอสูรที่มีความเข้มข้นสูงกว่าก็ขายได้สี่ห้าเหรียญทองแล้ว
แถมตัวมันยังให้ก้อนวุ้นเข้มข้น ซึ่งเป็นวัสดุที่ใช้ทำชั้นบุนุ่มในเกราะระดับสูงได้อีกด้วย ราคาของสิ่งนี้ก็ไม่เบาเช่นกัน
มาร์คัสยังคำนึงถึงอีกจุดหนึ่ง
แม้ร่างกายอันใหญ่โตของสไลม์ยักษ์จะรับมือยาก แต่มันมีจุดอ่อนร้ายแรงคือเคลื่อนที่ช้า
ต่อให้ปาร์ตี้สังหารมันไม่สำเร็จ โอกาสที่จะถอยหนีออกมาได้อย่างปลอดภัยก็มีสูงมาก ความเสี่ยงจึงลดลงไปเยอะ
“ถ้าเป็นอย่างนั้นจริง ก็ลองดูสักตั้ง”
ความกระหายในผลตอบแทนและโอกาสเอาชนะความระมัดระวัง มาร์คัสตัดสินใจเด็ดขาด
“เหมือนเดิม ข้าจะล่อมันไว้ข้างหน้า วอลเลซคอยสนับสนุน เซลเลียร์ เตรียมเวทของเจ้าให้พร้อม เราไปทักทายมันกันหน่อย!”
สไลม์ยักษ์ยังคงเพลิดเพลินกับการแช่น้ำในแม่น้ำใต้ดิน ไม่รู้เลยว่ามีคนหมายหัวมันเข้าให้แล้ว
ทั้งสามคนค่อยๆ ย่องเข้าไป จนกระทั่งห่างจากสไลม์ยักษ์ประมาณหกเจ็ดเมตร มาร์คัสก็ใช้สันดาบเคาะโล่ เกิดเสียงดัง “เคร้งๆ”!
“เข้ามาสิ! เจ้าตัวโง่!”
เสียงนั้นเรียกความสนใจจากสไลม์ยักษ์ได้ทันที ดูเหมือนมันจะโกรธจัด สไลม์ตัวเล็กๆ ที่เกาะอยู่ตามผิวหนังมุดหายเข้าไปในตัวมันจนหมด
ทันใดนั้น ภายในร่างกายของมันก็เริ่มปั่นป่วน ก่อนจะพ่นเมือกสีเหลืองเขียวออกมาอย่างรุนแรง
มาร์คัสไม่กล้าประมาท เขารีบหดหัวซ่อนตัวอยู่หลังโล่ทันที
เมือกปะทะเข้ากับโล่ ชั้นไม้ที่เป็นเกราะป้องกันเกิดควันขาวฟุ้งพร้อมเสียงดัง “ซู่ซ่า”
ผิวหน้าของโล่เริ่มเกิดรูพรุน โครงสร้างส่วนอื่นก็เริ่มเปราะบางลง
แม่น้ำกระเพื่อมแรง เมื่อสไลม์ยักษ์หดตัวลงจนสะสมแรงได้ที่แล้ว มันก็ดีดตัวขึ้นมาอย่างแรง กระโดดสูงได้ถึงสองสามเมตร!
“ระวัง!” วอลเลซตะโกนลั่น
เงาทะมึนทาบทับลงมาจากด้านบน แล้วทิ้งดิ่งลงมาอย่างรวดเร็ว มาร์คัสกลิ้งตัวหลบอย่างทุลักทุเล รอดพ้นจากการถูกทับแบนเป็นกล้วยปิ้งไปได้อย่างหวุดหวิด
“ตู้ม!!!”
เสียงกระแทกหนักหน่วงดังสนั่นหวั่นไหว ฝุ่นควันฟุ้งกระจายไปทั่ว
มันขึ้นมาจากน้ำแล้ว!
เซลเลียร์สายตาแน่วแน่
การล่อศัตรูสำเร็จแล้ว ถึงเวลาที่เขาต้องออกโรงบ้าง
โครงสร้างของวงเวทปรากฏขึ้นในห้วงความคิด พลังเวทไหลเวียนไปตามลวดลาย เฟลมเบรธกำลังเริ่มชาร์จพลัง!
มาร์คัสหอบหายใจถี่ หัวใจยังเต้นรัวด้วยความหวาดเสียว
ถ้าเมื่อกี้โดนทับเข้าไปเต็มๆ กระดูกในร่างคงหักไปกว่าครึ่ง แล้วคงถูกดูดเข้าไปย่อยในตัวสไลม์ยักษ์อย่างช้าๆ ไม่เหลือแม้แต่ซาก
อาศัยจังหวะที่สไลม์ยักษ์เพิ่งลงถึงพื้น วอลเลซง้างธนูยิงรัวเร็วห้าดอกรวด!
เป้าหมายตัวใหญ่ขนาดนี้ไม่มีทางพลาดเป้า แต่ความเสียหายที่วอลเลซทำได้นั้นน้อยนิดเหลือเกิน
ลูกธนูปักเข้าไปในตัวสไลม์ยักษ์ได้ไม่ถึงสิบเซนติเมตร แรงส่งก็หมดลงเสียดื้อๆ
“พรวด!”
สไลม์ยักษ์พ่นกรดออกมาอีกระลอก มาร์คัสยกโล่ขึ้นรับ
จากการรับการโจมตีด้วยกรดต่อเนื่อง โครงสร้างไม้ของโล่เริ่มเป็นโพรง ผิวด้านหน้าถูกกัดกร่อนเสียหายอย่างหนัก
คาดว่ารับได้อีกสักครั้งสองครั้ง โล่อันนี้คงพังยับเยินแน่นอน
มาร์คัสไม่กล้าปะทะตรงๆ เขาเริ่มวิ่งวนรอบตัวสไลม์ยักษ์ ส่งเสียงดังล่อความสนใจมันไปพลาง วิ่งวนไปพลาง
ถ้าล่อไปไกลเกิน ก็จะหลุดระยะโจมตีของเซลเลียร์ แต่ถ้าใกล้เกิน ก็อาจไปรบกวนการร่ายเวทของเขาได้
จบบทที่ 23