- หน้าแรก
- จอมเวทอย่างข้าก็เป็นเช่นนี้แหละ
- บทที่ 1 เรื่องราวของค่าสถานะ
บทที่ 1 เรื่องราวของค่าสถานะ
บทที่ 1 เรื่องราวของค่าสถานะ
บทที่ 1 เรื่องราวของค่าสถานะ
ป่าเกรย์วู้ด
เรือนยอดไม้ที่ซ้อนทับกันเป็นชั้นๆ เปรียบเสมือนร่มคันใหญ่ที่หนาทึบจนแสงจันทร์ไม่อาจเล็ดลอดลงมาได้ ไม่ว่าจะเป็นเสียงลมหวีดหวิวหรือเสียงแมลงกรีดปีกร้อง ยามอยู่ในป่าแห่งนี้กลับฟังดูบาดหูเป็นพิเศษ
ปวดหัวชะมัด...
สติสัมปชัญญะค่อยๆ หวนคืนสู่สมอง สายตาที่เคยพร่ามัวเริ่มกลับมาโฟกัสได้อีกครั้ง
ที่นี่มันที่ไหนกัน...
หวังตงกวาดสายตามองไปรอบๆ ด้วยความงุนงง ภาพเบื้องหน้าเริ่มปรากฏชัดเจนในครรลองสายตา
กองไฟที่กำลังลุกโชน เต็นท์ที่ดูเก่าซอมซ่อ และชายสามคนที่นั่งล้อมวงพักผ่อนอยู่รอบกองไฟ
ช่างเป็นค่ายพักแรมกลางป่าของนักผจญภัยที่ดูเป็นมาตรฐานเสียจริง
แต่ปัญหาก็คือ...ทำไมข้าถึงมาโผล่อยู่ในสถานที่เฮงซวยแบบนี้กลางดึกได้ล่ะเนี่ย?!
หัวใจของหวังตงกระตุกวาบ
เมื่อสติกลับมาแจ่มชัด ความทรงจำมหาศาลก็หลั่งไหลเข้ามาในสมองราวกับเขื่อนแตก
ผ่านไปครู่ใหญ่ เขาจึงทำความเข้าใจสถานการณ์ปัจจุบันของตนเองได้อย่างถ่องแท้
สรุปง่ายๆ ก็คือ เขาข้ามมิติมาแล้ว
เขาไม่ใช่หนุ่มชาวโลกธรรมดาคนเดิมอีกต่อไป แต่กลับกลายมาเป็นนักผจญภัยมือใหม่ในต่างโลกที่มีชื่อว่าเซลเลียร์
“เอ่อ...ข้า...”
เซลเลียร์ยกมือขึ้นลูบใบหน้าโดยไม่รู้ตัว ผิวพรรณที่เนียนนุ่มและยืดหยุ่นนั้นแตกต่างจากชาติก่อนอย่างสิ้นเชิง
ซึ่งก็สมเหตุสมผล เพราะร่างกายปัจจุบันของเขามีอายุเพียงสิบหกปี เป็นเด็กหนุ่มวัยกำลังโตอย่างแท้จริง
“เหม่ออะไรอยู่อีกแล้วล่ะ? เซลเลียร์”
ชายหนุ่มที่นั่งอยู่ข้างกองไฟทิ้งตัวลงนั่งข้างๆ เซลเลียร์ ก่อนจะยื่นมือมาโอบไหล่เขาอย่างเป็นกันเอง
เซลเลียร์พยายามค้นหาข้อมูลในความทรงจำ
คนคนนี้ชื่อเกรย์ เป็นนักดาบประจำปาร์ตี้นักผจญภัยชุดนี้
แต่ถ้าเทียบกับฝีมือดาบแล้ว ดูเหมือนเกรย์จะเชี่ยวชาญเรื่องความรักมากกว่าหลายขุม
เขามีเรือนผมสีทองสว่างไสวระต้นคอ ใบหน้ามักประดับด้วยรอยยิ้มเจ้าสำราญอยู่เสมอ เป็นประเภทที่เก่งเรื่องเอาอกเอาใจผู้หญิงเป็นที่สุด
ในปาร์ตี้ยังมีเรนเจอร์อีกคนชื่อวอลเลซ ได้ยินว่าเป็นลูกครึ่งที่เรียกว่าฮาล์ฟเอลฟ์
ทว่าเซลเลียร์ต้องเพ่งมองอยู่นานกว่าจะสังเกตเห็นใบหูที่แหลมขึ้นมาเล็กน้อย ซึ่งเป็นหลักฐานยืนยันสายเลือด แต่ก็ไม่รู้ว่าผสมข้ามสายพันธุ์มาแล้วกี่รุ่น
ถัดมาคือหัวหน้าปาร์ตี้ มาร์คัส
ชายฉกรรจ์รูปร่างสูงใหญ่กำยำ ตัดผมทรงสกินเฮด สวมเสื้อกั๊กหนังแข็งเผยให้เห็นท่อนแขนที่เต็มไปด้วยมัดกล้าม มือซ้ายถือโล่กลมขนาดเล็ก มือขวากุมดาบศึก ให้ความรู้สึกปลอดภัยและพึ่งพาได้
สุดท้ายก็คือตัวเขาเอง
เซลเลียร์ นักผจญภัยมือใหม่วัยสิบหกปี ผู้อ่อนต่อโลกและไร้เดียงสา ส่วนอาชีพก็คือ...
เซลเลียร์รู้สึกตื่นเต้นขึ้นมาทันที เมื่อนึกถึงคำสองคำที่น่าสนใจที่สุด—นักเวท!
ใช่แล้ว ตัวเขาดันกลายเป็นนักเวทเสียด้วย
เมื่อเห็นเซลเลียร์เงียบไปนาน เกรย์จึงเข้าใจว่าเขายังปรับตัวให้เข้ากับสภาพแวดล้อมไม่ได้ จึงออกแรงบีบไหล่เบาๆ
“เอาน่า ไม่ต้องเกร็งขนาดนั้น รอจบภารกิจนี้เมื่อไหร่ ข้าจะพาเจ้าไปผ่อนคลายที่โรงเหล้าในเมือง เผลอๆ อาจจะช่วยให้เจ้าเปลี่ยนจากเด็กชายกลายเป็นลูกผู้ชายเต็มตัวก็ได้นะ”
“เชอะ ในหัวมีแต่เรื่องพรรค์นั้น”
เสียงแค่นหัวเราะด้วยความดูแคลนดังมาจากฝั่งตรงข้ามของกองไฟ
สายตาของวอลเลซ ผู้เป็นเรนเจอร์ฉายแววเหยียดหยาม “เอาเวลาและเงินพวกนั้น ไปขัดเกลาฝีมือตัวเองให้ดีขึ้นจะดีกว่าไหม”
ไม่รู้ว่าเป็นเพราะสายเลือดเอลฟ์อันเจือจางในตัวหรือเปล่า ใบหน้าของวอลเลซจึงมักจะมีสีหน้าประเภท “คนแปลกหน้าห้ามเข้าใกล้” แปะอยู่ตลอดเวลา
เซลเลียร์มองไปทางอีกฝ่าย ในหัวพลันผุดประโยคหนึ่งขึ้นมา
พวกเผ่าพันธุ์อายุสั้น บังอาจมาเทียบชั้นกับเอลฟ์อย่างเราเชียวรึ?
“วอลเลซ พวกเผ่าเอลฟ์ของเจ้าไม่สนใจเรื่องการสืบพันธุ์กันเลยหรือไง?”
เกรย์ยิ้มอย่างกะล่อน “แต่ข้าได้ยินมาว่าพ่อของเจ้าเป็นคนเจ้าชู้พอดูเลยนี่นา ป่านนี้เจ้าคงมีพี่น้องฮาล์ฟเอลฟ์ต่างมารดาเพียบเลยมั้ง?”
ใบหน้าของวอลเลซเขียวคล้ำขึ้นมาทันที
เขาเกลียดชังพวกที่ไข่ทิ้งไว้เรี่ยราด เหมือนที่เขาเกลียดพ่อแท้ๆ ของตัวเอง
“พอได้แล้ว เก็บแรงกันไว้บ้างเถอะ”
เสียงทุ้มต่ำดังขัดจังหวะการปะทะคารม มาร์คัสผู้เป็นหัวหน้าเดินเข้ามาไกล่เกลี่ย
“เราวนเวียนอยู่รอบป่าเกรย์วู้ดมาห้าวันแล้ว เสบียงเหลือไม่มาก สมควรแก่เวลากลับได้แล้ว เซลเลียร์เจ้าเฝ้ายามครึ่งแรก เกรย์เฝ้าครึ่งหลัง พรุ่งนี้เช้าเราจะออกเดินทางกัน”
ค่ำคืนค่อยๆ เงียบสงบลง หมู่ดาวระยิบระยับเริ่มทอแสงบนท้องฟ้า
หลังจากเรียบเรียงความทรงจำของร่างเดิม เซลเลียร์ก็เริ่มเข้าใจระบบเวทมนตร์ของโลกใบนี้ในเบื้องต้น
ในสมองส่วนห้วงจิตของนักเวททุกคนจะมีเมล็ดพันธุ์เวทฝังอยู่ ซึ่งพลังเวทจะถือกำเนิดขึ้นจากเมล็ดพันธุ์นี้
หากต้องการร่ายเวท จะต้องชักนำพลังเวทให้ไหลเวียนไปตามโครงสร้างเวทจนครบวงจร
ไอ้สิ่งที่เรียกว่าโครงสร้างเวท ก็เปรียบเสมือนแผนผังวงจรไฟฟ้านั่นเอง
เวทมนตร์แต่ละบทจะมีโครงสร้างเวทเฉพาะตัว พลังเวทจะต้องถูกวาดไปตามเส้นทางที่กำหนดไว้อย่างแม่นยำ ถึงจะแสดงผลสำเร็จ
และเวทมนตร์บทเดียวที่เซลเลียร์เชี่ยวชาญในตอนนี้ก็คือ ไฟบอล
เขาค่อยๆ ผ่อนลมหายใจ หลับตาลงรวบรวมสมาธิ
พลังเวทไหลรินออกจากห้วงจิตราวกับสายน้ำ ก่อนจะโคจรไปตามโครงสร้างในสมองจนสมบูรณ์
ทันใดนั้น เปลวไฟเล็กๆ ก็ลุกโชนขึ้นที่ปลายนิ้ว
เวทมนตร์มีอยู่จริงสินะ
เซลเลียร์จ้องมองเปลวไฟพลางพึมพำในใจ
สำหรับคนจากโลกเดิมอย่างเขา ภาพตรงหน้านับว่าน่าตื่นตาตื่นใจมาก
นี่ไม่ใช่มายากลปาหี่ตามข้างถนน แต่เป็นการเสกไฟด้วยมือเปล่าแบบ “เวทมนตร์” ของจริง
แต่ด้วยความสามารถของเซลเลียร์ ก็ทำได้แค่นี้แหละ
จะไปคาดหวังอะไรกับเด็กหนุ่มวัยสิบหกปีที่ยากจนและต้องเรียนรู้เวทมนตร์ด้วยตัวเอง
ร่างเดิมไม่มีทั้งพรสวรรค์โดดเด่นให้เหล่าจอมเวทแย่งตัวกันรับเป็นศิษย์ และไม่มีทรัพย์สินเงินทองไปว่าจ้างอาจารย์สอนเวทมนตร์มืออาชีพ
หลังจากพ่อแม่เสียชีวิตไปทั้งคู่ เขาคิดไปคิดมาก็เห็นมีแต่ต้องสมัครเข้าสมาคมนักผจญภัยเพื่อรับภารกิจหาเงิน แล้วค่อยวางแผนชีวิตต่อไป
ภารกิจครั้งนี้ไม่ได้ซับซ้อน เป้าหมายคือการล่าหมาป่าในป่าเกรย์วู้ดเพื่อลดจำนวนสัตว์ร้าย
ฟังดูเหมือนอันตราย แต่หมาป่าพวกนี้ยังไม่นับเป็นสัตว์อสูรด้วยซ้ำ แถมเพื่อนร่วมทีมอีกสามคนนอกจากเซลเลียร์ก็ถือว่ามีประสบการณ์พอตัว จนถึงตอนนี้เลยยังไม่มีเหตุร้ายอะไรเกิดขึ้น
จากนั้น เซลเลียร์เพ่งสมาธิเล็กน้อย หน้าต่างโปร่งใสที่มีเพียงเขาเท่านั้นที่มองเห็นก็ค่อยๆ ก่อตัวขึ้น
เซลเลียร์: เลเวล 1
อัปเกรดจะได้รับ 4 แต้มสถานะ
ค่าสถานะพื้นฐาน: การเพิ่มแต่ละครั้งใช้ 1 แต้ม
พละกำลัง: 65 ตัวเลือกอันดับแรกของนักรบสายกายภาพ ช่วยเพิ่มกำลังกายได้อย่างชัดเจนที่สุด อยากต่อยแผ่นเหล็กให้ทะลุไหมล่ะ? ถ้าอยากก็เลือกพละกำลังซะ! มีความเกี่ยวข้องกับความอึดเล็กน้อย พละกำลัง 6 แต้ม จะเพิ่มความอึด 1 แต้ม
ความว่องไว: 60 แยกไม่ออกจากการประสานงานของร่างกายและความเร็ว ช่วยให้ควบคุมร่างกายได้ถึงขีดสุด อยากเป็นนักฆ่าแต่ร่างกายไม่พริ้วก็คงไม่ได้เรื่อง ไม่มีใครจ้างนักฆ่าที่ปีนกำแพงไม่ไหวหรอกนะ แถมเวลาภารกิจล้มเหลวก็ยังหนีได้เร็วกว่าด้วย มีความเกี่ยวข้องกับพละกำลัง ความว่องไว 4 แต้ม จะเพิ่มพละกำลัง 1 แต้ม
ความอึด: 68 เพื่อนซี้ของแนวหน้า เป็นตัวบ่งบอกขีดความอดทนของร่างกาย สรุปง่ายๆ ยิ่งความอึดเยอะ ก็ยิ่งโดนอัดได้หนักขึ้น มีความเกี่ยวข้องกับพละกำลัง ความอึด 4 แต้ม สามารถเพิ่มพละกำลัง 1 แต้ม
จิต: 67 กล่องดวงใจของนักเวท ช่วยเพิ่มขีดจำกัดการกักเก็บพลังเวทในห้วงจิต ทำให้นักเวทยิงไฟบอลได้มากขึ้น ยังช่วยยกระดับคุณภาพพลังเวทที่ผลิตจากเมล็ดพันธุ์เวท ทำให้ผลลัพธ์ของพลังเวทแต่ละหน่วยรุนแรงขึ้น
สติปัญญา: 66 อย่าเข้าใจผิด สติปัญญาไม่ใช่ไอคิว คนโง่ก็ยังเป็นคนโง่อยู่วันยังค่ำ แต่การเพิ่มสติปัญญาจะช่วยเสริมความสามารถในการทำความเข้าใจ เช่น นักรบสามารถเรียนรู้ทักษะการต่อสู้ได้รวดเร็ว นักเวทสามารถอ่านโครงสร้างเวทที่ซับซ้อนได้ ส่วนพวกแนวหน้า... แนวหน้าแค่เข้าไปรับตีนก็พอแล้ว ไม่ต้องใช้สติปัญญาหรอก มีความเกี่ยวข้องกับเสน่ห์อย่างมาก สติปัญญา 4 แต้ม จะเพิ่มเสน่ห์ 1 แต้ม
ค่าสถานะขั้นสูง: การเพิ่มแต่ละครั้งใช้ 2 แต้ม
การรับรู้: 30 เพิ่มขอบเขตการลาดตระเวน เมื่อค่าการรับรู้สูงถึงระดับหนึ่ง อาจถึงขั้นมองเห็นจุดอ่อนของศัตรูระหว่างการต่อสู้ได้ เป็นทักษะจำเป็นสำหรับนักฆ่าในการฆ่าคนชิงทรัพย์ แน่นอนว่านั่นคือสถานการณ์ในอุดมคติ อย่างน้อยถ้าอัปค่านี้ โอกาสรอดชีวิตตอนโดนลอบโจมตีขณะนอนหลับก็น่าจะเพิ่มขึ้นหน่อย
เสน่ห์: 45 โอ้โห นี่มันค่าสถานะสารพัดประโยชน์ชัดๆ ถึงจะไม่ได้ช่วยให้ได้เปรียบในการต่อสู้ แต่ถ้าเป็นเรื่องการใช้ชีวิตล่ะก็ มีข้อดีเพียบ เช่น ทำให้น้องสาวข้างห้องแวะเอาของขวัญมาให้บ่อยๆ หรือระหว่างผจญภัยอาจไปเตะตาเศรษฐีนีในเมืองหลวง จนได้ใช้ชีวิตเป็นแมงดาเกาะผู้หญิงกินอย่างสุขสบาย
ค่าสถานะสูงสุด: การเพิ่มแต่ละครั้งใช้ 4 แต้ม
โชค: 41 ถ้าไม่อัปข้า ขอให้ครั้งหน้าที่เจ้ากินน้ำสำลักตายซะ ล้อเล่นน่า จริงๆ แล้วโชคเป็นอะไรที่อธิบายยากมาก เกี่ยวข้องกับเรื่องของความน่าจะเป็นทั้งหมด ในแง่หนึ่ง ถ้าเจ้าโชคดีพอ โชค 99 แต้ม กับโชค 1 แต้มก็ไม่มีอะไรต่างกัน ถ้าคิดว่าตัวเองเป็นลูกรักของพระเจ้า ก็เอาแต้มไปลงที่อื่นเถอะ
จบบทที่ 1