- หน้าแรก
- ฮ่องเต้หรือ?...ให้หมาเป็นเถอะ...ข้าไม่เป็น!
- 25 - ข้าไม่เชื่อ
25 - ข้าไม่เชื่อ
25 - ข้าไม่เชื่อ
25 - ข้าไม่เชื่อ
ยามที่กระบี่เล่มงามชี้ตรงมายังจ้าวมู่
จ้าวมู่ก็หลบไปอยู่ด้านหลังของหวังโหย่วเต๋อทันที "อายุจะสั้นแล้ว เยี่ยเซี่ยงตงจะปลงพระชนม์ฮ่องเต้แล้ว!"
ในพริบตานั้น ดวงตานับไม่ถ้วนต่างจับจ้องไปที่เยี่ยเซี่ยงตง
ดวงตาของกู่ว่านลี่ทอประกายคมปราบ พลางตวาดด้วยความโกรธ "เยี่ยเซี่ยงตง เจ้าบังอาจหันกระบี่เข้าหาองค์เหนือหัว นั่นเป็นโทษประหารเจ็ดชั่วโคตร!"
เว่ยจ้าวหยวนกล่าวว่า "ฮ่องเต้องค์ก่อนปฏิบัติต่อเจ้าอย่างไม่เลว เจ้ากล้าดีอย่างไรถึงจะปลงพระชนม์ หรือเจ้าไม่กลัวว่าจะถูกตราหน้าด่าทอไปชั่วกัลปาวสานหรือ?"
หยางฉีและคนอื่นๆ ต่างใช้ถ้อยคำที่รุนแรงยิ่งกว่า
เซียวไทเฮาก็ตกใจเช่นกัน แม้นางจะอยากกำจัดจ้าวมู่เพียงใด แต่เขาก็ยังตายตอนนี้ไม่ได้ "ช่วยด้วย เร็วเข้า คุ้มครองโอรสของข้า!"
ท้องพระโรงที่วุ่นวายอยู่แล้ว ในยามนี้กลับยิ่งโกลาหลจนกลายเป็นหม้อข้าวต้มที่เดือดพล่าน!
"เจ้าบ้าไปแล้วหรือ!" เฉินควงเห็นเยี่ยเซี่ยงตงถือกระบี่ ก็ซัดหมัดเข้าที่ใบหน้าของเขาอย่างแรง จนเยี่ยเซี่ยงตงถอยหลังไปสองก้าว "ตื่นสักที!"
หลังจากถูกชกไปหนึ่งหมัด แววตาของเยี่ยเซี่ยงตงก็ดูแจ่มใสขึ้นมาก
เขาเร่งรีบหันหัวกระบี่กลับ "ฝ่าบาท กระหม่อมต้องการจะสังหารเว่ยจ้าวหยวนต่างหาก!"
ขุนนางฝ่ายบุ๋นที่กุมอำนาจทหารมีไม่มากนัก เว่ยจ้าวหยวนนับเป็นหนามยงในใจ หากกำจัดเขาได้ กู่ว่านลี่และคนอื่นๆ ที่ไม่มีอำนาจทหารก็หาใช่เรื่องน่ากังวลไม่
"มารดามันเถอะ สังหารพระมาตุลาหรือ?"
"เจ้าถามข้าหรือยัง?"
จ้าวมู่ตะโกนด่าจากหลังหวังโหย่วเต๋อว่า "ข้าพิสูจน์แล้วว่าเว่ยอิ้งสยงกับนางแพศยาน้อยนั่นมีความสัมพันธ์ระหว่างคนกับสัตว์ที่บริสุทธิ์ เจ้ามีสิทธิ์อะไรมาสังหารพระมาตุลา?"
"แล้วเหตุใดฝ่าบาทถึงเรียกฮองเฮาว่านางแพศยาน้อยเล่า?"
"ข้าไม่ได้เรียกเช่นนั้น เจ้าหูฝาดไปเอง!"
เยี่ยเซี่ยงตงไม่ยอมเลิกราในเรื่องนี้ แล้วกล่าวต่อว่า "บาดแผลที่คอของฝ่าบาท ไม่ใช่เพราะสุนัขตัวนี้บีบคั้นมาหรือ?"
"ข้าล้มเอง!"
"กระหม่อมไม่เชื่อ!" เยี่ยเซี่ยงตงตะโกนด้วยโทสะ
"ตกลง หากจะสังหารพระมาตุลา เช่นนั้นเจ้าก็สังหารข้าก่อนเถิด" จ้าวมู่ตะโกนเสียงดัง "ฆ่าข้าเสีย แล้วเจ้าจะได้เป็นฮ่องเต้ อย่างไรเสียเยี่ยเซี่ยงตงเจ้าก็กุมอำนาจทหารนับล้าน ถึงตอนนั้นจะโค่นล้มต้าชิงแล้วตั้งตนเป็นฮ่องเต้ก็เป็นเรื่องง่ายดาย"
"หากเจ้าเกรงว่าจะได้ตำแหน่งมาอย่างไม่ชอบธรรม กลัวใต้หล้าจะก่นด่า ไม่เป็นไร ข้าจะเขียนราชโองการสละราชสมบัติให้เจ้าเดี๋ยวนี้ เพื่อให้เจ้าเป็นฮ่องเต้อย่างถูกต้องดีหรือไม่?"
เยี่ยเซี่ยงตงนั้นอยากทำเช่นนั้นมานานแล้ว
ทว่าหากทำในตอนนี้ ก็เท่ากับทำลายกำแพงเมืองของตนเอง
คนสุดท้ายที่ทำเช่นนี้คือคนจากตระกูลซือหม่า(สุมาอี้) แล้วพวกท่านลองเดาดูสิว่าตอนจบเป็นอย่างไร
แม้แต่ชื่อแซ่ก็เหม็นโฉ่ไปเป็นพันปี
เชื้อพระวงศ์ถูกสังหารจนสิ้นซาก
อีกทั้ง เขาจะไปมีอำนาจทหารนับล้านมาจากไหน?
เขากุมกำลังทหารเพียงแสนกว่านายเท่านั้น
ด้านข้างยังมีเฉินควงคอยเหนี่ยวรั้งอยู่
เรื่องราวหาได้ง่ายดายเพียงนั้นไม่
"กระหม่อมไม่กล้า!"
"อย่าบอกว่าไม่กล้าเลย ข้าเตรียมราชโองการสละราชสมบัติไว้ให้เจ้านานแล้ว!"
พูดจบ จ้าวมู่ก็หยิบราชโองการที่ประทับตราลัญจกรแผ่นดินออกมาจากอกเสื้อ "มา เอาไป!"
เมื่อเช้าเขาแอบเขียนไว้หลายฉบับ ใส่ตัวไว้เพื่อพร้อมใช้งานตลอดเวลา
"เจ้าไม่ต้องกลัว รับราชโองการไปแล้วเจ้าก็คือฮ่องเต้!"
"กระหม่อมขอนอบน้อมต่อฝ่าบาท!"
จ้าวมู่ทำท่าจะกราบลงจริงๆ!
เคร้ง!
เยี่ยเซี่ยงตงตกใจจนมือสั่น กระบี่หล่นลงพื้น
ตุ้บ!
เขารีบคุกเข่าลงบนพื้นทันที "ฝ่าบาท กระหม่อมมีความจงรักภักดีต่อราชวงศ์และฝ่าบาทอย่างหาที่สุดไม่ได้ ไม่ได้มีใจเป็นอื่น ขอฝ่าบาทโปรดตรวจสอบด้วย!"
เฉินควงเห็นท่าทางของจ้าวมู่ก็รู้ว่าวันนี้ไม่มีโอกาสจัดการเว่ยจ้าวหยวนและกู่ว่านลี่แล้ว ในใจรู้สึกแค้นยิ่งนัก "ฝ่าบาท ในเมื่อพิสูจน์แล้วว่าเว่ยอิ้งสยงเป็นสุนัขไม่ใช่คน ย่อมไม่มีทางมีความสัมพันธ์ชู้สาวกับฮองเฮาได้ ทว่าสุนัขดุร้ายตัวนี้เป็นสุนัขตัวผู้ ในวังหลวงนอกจากฝ่าบาทแล้ว ไม่อาจมีชายอื่นได้ กระหม่อมเห็นว่าควรตอนเขาเสียจะมั่นคงกว่า!"
"ประการแรก เพื่อรักษาเกียรติของราชวงศ์ ประการที่สอง จะได้ไม่ต้องกังวลว่าสุนัขตอนตัวนี้จะก่อความวุ่นวายในวังหลวงอีก"
พูดเสร็จ เขาก็ไม่สนว่าจ้าวมู่จะเห็นชอบหรือไม่ ก้าวเท้าอย่างรวดเร็วไปหาเว่ยอิ้งสยงที่แกล้งสลบอยู่ แล้วใช้กระบี่ฟันเข้าที่ 'หางน้อย' ของเขา!
พริบตานั้น หางน้อยพร้อมด้วยลูกบอลสีดำลูกเล็กๆ ก็กระเด็นลงพื้น
ไม่เหลือแม้แต่ลูกเดียว!
"อ๊าก!"
ความเจ็บปวดอย่างรุนแรงทำให้เว่ยอิ้งสยงดิ้นพล่านไปกับพื้น เลือดไหลนองเต็มพื้น!
หลังจากดิ้นไปได้ไม่กี่รอบ เขาก็เจ็บจนสลบไปจริงๆ
จ้าวมู่เองก็รู้สึกเย็นวาบที่เบื้องล่าง
คนสองคนนี้ป่าเถื่อนเกินไปแล้ว
เขาไม่มีความรู้สึกมั่นคงปลอดภัยเลยแม้แต่นิดเดียว
สิ่งนี้ยิ่งทำให้เขาแน่วแน่ที่จะสละราชสมบัติและหนีไปจากวังหลวง
เมื่อเก็บกระบี่เข้าฝัก
เฉินควงกล่าวต่อเซียวไทเฮาและเหอไทเฮาว่า "ไทเฮาทั้งสอง วันนี้กระหม่อมวู่วามไป ทว่ากระหม่อมยังยืนยันคำเดิม ไม่ว่าใครก็ตามที่บังอาจทำร้ายฝ่าบาทก่อนที่ฝ่าบาทจะถึงวัยประกอบพระราชพิธีสวมมงกุฎและว่าราชการเอง กระหม่อมจะไม่มีวันปล่อยมันไป!"
"ใครที่กล้าขึ้นไปถ่ายหนักบนเศียรของฝ่าบาท ก็เท่ากับเป็นศัตรูกับกระหม่อม!"
"ทหารองครักษ์ในวังที่ควรเปลี่ยนก็ต้องเปลี่ยน ถึงเวลาแล้วกระหม่อมกับแม่ทัพเยี่ยจะร่างรายชื่อให้ไทเฮาทั้งสองคัดเลือก!"
"พอแล้วๆ พวกเจ้าก็มีความจงรักภักดี แต่ห้ามมีครั้งหน้าอีก พวกเจ้าจงไปอาบน้ำชำระล้างเถิด!" เซียวไทเฮาถอนหายใจยาว ในที่สุดก็ผ่านพ้นไปได้เสียที
นางย่อมไม่เอาความ เพียงแต่อยากให้เจ้าสองคนนี้รีบออกไปให้พ้น แล้วเปลี่ยนคนรอบข้างเสียใหม่
"กระหม่อมขอทูลลา!" เฉินควงประสานมือแล้วก้าวเดินจากไปอย่างผ่าเผย
เยี่ยเซี่ยงตงแม้จะไม่ยินยอม แต่ก็รู้ว่าโอกาสหลุดลอยไปแล้ว หากโวยวายต่อไปก็มีแต่จะกลายเป็นเรื่องขบขัน "กระหม่อมขอทูลลา!"
เมื่อคนทั้งสองจากไป บรรดาขุนนางฝ่ายบู๊ก็จากไปกว่าครึ่ง
เว่ยจ้าวหยวนอุ้มบุตรชาย "เร็วเข้า ไปตามหมอหลวงมา!"
เขาพาบุตรชายไปหาหมอหลวง
ทิ้งไว้เพียงกองเลือดกองหนึ่ง
กู่ว่านลี่ก้าวออกมาจัดการสถานการณ์ เขาก้าวไปหาจ้าวมู่แล้วโค้งคำนับ "ขอบพระทัยฝ่าบาทที่ทรงไว้วางใจกระหม่อม และช่วยคลี่คลายวิกฤตของกระหม่อม!"
ครั้งนี้หากจ้าวมู่ไม่ก้าวออกมา ต่อให้เขาไม่ตายก็ต้องเสียเนื้อเสียหนังอย่างหนัก
จ้าวมู่ดูเหมือนจะทำตัวเหลวไหล ทว่าทุกกระบวนท่ากลับฟาดเข้าที่จุดอ่อนของฝ่ายตรงข้าม
คนทั้งสองมาอย่างดุดันและไร้เหตุผล
การกระทำที่ไร้เหตุผลของจ้าวมู่กลับกลายเป็นการตีงูถูกจุด และคลี่คลายวิกฤตได้สำเร็จ
"ข้าไม่ได้เห็นแก่หน้าเจ้า และไม่ได้เห็นแก่นางแพศยาน้อยนั่นด้วย!" จ้าวมู่กล่าว
กู่ว่านลี่ยิ้มอย่างมีความหมายแฝง "กระหม่อมเข้าใจ"
"เดี๋ยวก่อน เจ้าเข้าใจอะไรอีกแล้ว?" จ้าวมู่ถูกมองจนรู้สึกขนลุก
"ก่อนหน้านี้เมื่อยามที่กระหม่อมถวายพระอักษร เคยตำหนิฝ่าบาท ดังนั้นการที่ฝ่าบาททรงพิโรธแล้วกล่าววาจาประชดประชันจึงเป็นเรื่องปกติ" กู่ว่านลี่ทำราวกับมองทะลุใจของจ้าวมู่"ทว่ากระหม่อมทราบดีว่า ในพระทัยของฝ่าบาทนั้นยังคงระลึกถึงความปรารถนาดีของกระหม่อมเสมอ!"
อย่างไรเสีย ในบรรดาขุนนางทั้งหมด เขากับจ้าวมู่ก็ใกล้ชิดกันที่สุด
และเขาก็เป็นอาจารย์ที่จ้าวมู่เคารพที่สุดด้วย
"ไม่ใช่จริงๆ!"
"ฝ่าบาทตรัสว่าไม่ใช่ก็ไม่ใช่!" กู่ว่านลี่ลูบเครา พลางยิ้มอย่างอ่อนโยน
"ก็ได้ ใช่!"
ช่างเถิด พินาศไปให้หมดเสีย
เหตุใดเมื่อเขาพูดความจริง ถึงไม่มีใครเชื่อเขาเลย?
ยังมีนางแก่เจ้ากี้เจ้าการสองคนข้างบนนั่นอีก
เกือบจะทำเรื่องพังพินาศไปแล้ว
หากเขาไม่วิ่งมาช่วยกู้สถานการณ์ วันนี้คงจบไม่ลง
เมื่อนึกถึงว่าตนเองเป็นผู้กู้สถานการณ์ ก็อดไม่ได้ที่จะชื่นชมตนเองในใจ
"เดี๋ยวพอกลับไป จะต้องลงโทษตัวเองด้วยการกินขาหมูเพิ่มอีกสักขา!"
ขณะที่กำลังคิดอยู่นั้น กู่ชิงอวิ๋นก็เดินมาตรงหน้าเขา นางกัดริมฝีปากแล้วกล่าวว่า "ฝ่าบาท ขอบพระทัยที่พระองค์ทรงตั้งใจมาช่วยหม่อมฉัน!"
จ้าวมู่กลอกตา "เจ้าอย่ามโนไปเอง ข้าไม่ได้มาเพื่อเจ้าหรอก"
กู่ชิงอวิ๋น "ข้าไม่เชื่อ!"
---