- หน้าแรก
- ฮ่องเต้หรือ?...ให้หมาเป็นเถอะ...ข้าไม่เป็น!
- 8 - ที่นี่คือวังหลวง ข้าใหญ่ที่สุด
8 - ที่นี่คือวังหลวง ข้าใหญ่ที่สุด
8 - ที่นี่คือวังหลวง ข้าใหญ่ที่สุด
8 - ที่นี่คือวังหลวง ข้าใหญ่ที่สุด
"ข้ารู้แล้ว"
เซียวไทเฮากล่าวเสียงเรียบ
"หากไม่มีเรื่องอะไรแล้ว ข้ากับลูกขอตัวก่อน"
จ้าวควงตบหัวลูกชายเบาๆ แล้วเตรียมตัวจะจากไป
"ลูกไปได้ แต่ท่านต้องอยู่เป็นเพื่อนคุยกับข้าก่อน!"
ฝูอ๋องขนลุกซู่ไปทั้งตัว
นั่นคือการอยู่คุยกันหรือ?
เขาเพียงแค่ไม่อยากพูดแทงใจดำนางเท่านั้น
"ท่านแม่ พวกเราแม่ลูกไม่ได้พูดคุยเปิดอกกันมานานแล้ว ให้ลูกอยู่ต่อเถิด......."
เมื่อก่อนมองจ้าวควนอย่างไรก็ดูเจริญตา
อย่างไรเสียก็นางเป็นคนให้กำเนิดเอง
แต่ครั้งนี้ที่เขาแก้ผ้าวิ่งหนี นางก็พลันนึกเสียใจขึ้นมา
หากรู้ว่าเกิดมาเป็นตัวประหลาดเช่นนี้ สู้ยัดเขากลับเข้าไปเสียยังดีกว่า
"ไสหัวกลับไปล้างเครื่องหน้าออกเสีย!"
"พะยะค่ะ" จ้าวควนรีบวิ่งหนีไปโดยไม่เหลียวหลัง
จ้าวควงเห็นเซียวไทเฮาเดินเข้ามาหาทีละก้าว ขาของเขาก็เริ่มสั่น "น้องเซียว ครั้งนี้ช่วยอ่อนโยนกับข้าหน่อยได้หรือไม่?"
"ไม่ได้ หากตอนนั้นท่านไม่ขี้ขลาด ข้าก็คงไม่ต้องแต่งให้ฮ่องเต้ และไม่ต้องถูกข่มเหงในวังถึงเพียงนี้!"
ตั้งแต่แต่งให้ฮ่องเต้องค์ก่อน เซียวไทเฮาไม่เป็นที่โปรดปรานนักเพราะไม่มีบุตร
มารดาสูงส่งเพราะบุตร แต่นางไม่มีบุตร จะสูงส่งได้อย่างไร?
การแก่งแย่งชิงดีและความน้อยเนื้อต่ำใจที่สั่งสมมานานปี ทำให้จิตใจของนางมืดบงลงเรื่อยๆ วิธีเดียวที่จะทำให้นางได้รับความสำราญใจเพียงเล็กน้อยก็คือ การทรมานจ้าวควง!
นางพาจ้าวควงเข้าไปในห้องลับ
นางหยิบแส้ม้าลงมาจากผนัง
จากนั้นก็มัดจ้าวควงไว้อย่างแน่นหนา เอาลูกบอลอุดปากเขาไว้ แล้วหยิบเทียนเล่มหนึ่งขึ้นมา ท่ามกลางสายตาที่หวาดกลัวของจ้าวควง นางหยดน้ำตาเทียนลงบนร่างกายของเขา "พวกเรามาเล่นเกมสนุกๆ กัน การละเล่นนี้มีชื่อว่า 'เพลิงสำราญไทเฮา'!"
......
นอกวัง ข่าวลือแพร่สะพัดไปทั่ว
บางคนว่า ไทเฮาลุ่มหลงในอำนาจ ไม่ยอมคืนการปกครอง จึงทำให้ฮ่องเต้กริ้วจนแกล้งตาย
บางคนว่า ฝูอ๋องเป็นคนใส่ร้ายฮ่องเต้
คนที่ซวยที่สุดย่อมเป็นจ้าวควน ซึ่งได้รับฉายาเพิ่มมามากมาย
บัณฑิตก้นชีเปลือย ซื่อจื่อแกว่งนก.......
ทว่าเรื่องเหล่านี้ จ้าวมู่หาได้ทราบไม่
ภายในตำหนักเหยียนคัง
ในอ่างอาบน้ำกว้างขวางมีเสียงเพลงแห่งความสุขดังออกมา "ลูลาลา ลูลาลา ลูลาลูลาเล...... ถูข้างบน ถูข้างล่าง เกาซ้าย แหย่ขวา อ่างน้ำบ้านข้า นั่งสบายจริงเอย......."
จ้าวมู่ใช้สบู่ชำระล้างร่างกายทุกตารางนิ้วจนสะอาดหมดจด
พอนึกถึงว่าคืนนี้จะได้ร่วมเตียงกับนางกำนัลผู้งดงามที่มีหน้าอกใหญ่ เขาก็ถึงกับสั่นสะท้านด้วยความตื่นเต้น
คนอื่นเพียงแค่อยากขึ้นเตียงกับสาวงาม
แต่จ้าวมู่ต่างออกไป ในอ่างน้ำ ฉากกั้น โต๊ะหนังสือ หรือแม้แต่กลางแจ้งก็ย่อมได้!
เพียงแต่ จ้าวมู่ยังไม่ทันได้นางกำนัลที่ยัยแก่เหอส่งมา แต่กลับรอจนฮองเฮาเสด็จมาแทน
"จ้าวมู่ เจ้าออกมาหาข้าเดี๋ยวนี้!"
"เชวียเต๋อ ใครมันมาเห่าเป็นสุนัขอยู่ข้างนอก?"
"บ้าเอ๊ย ในวังหลวงเช่นนี้ ใครบังอาจเรียกชื่อข้าตรงๆ?"
จ้าวมู่มีโทสะแรงกล้า
หวังโหย่วเต๋อทูลว่า "คือฮองเฮาพะยะค่ะ!"
"เหอะ! อัปมงคล!"
เดิมทีจ้าวมู่อารมณ์ไม่ดีอยู่แล้ว พอรู้ว่านังแพศยานี่มา อารมณ์ก็ยิ่งแย่ลงไปอีก
นังแพศยานี่ทำตัวสูงส่งก็ช่างเถิด
ยังไม่ยอมให้เขาคนก่อนแตะต้องตัวด้วย
ที่สำคัญที่สุดคือ นังแพศยานี่มีชู้รอนอกวัง และแอบเข้าวังมาบ่อยครั้ง
มีเพียงเขาคนก่อนที่ในหัวมีแต่เรื่องฟื้นฟูต้าชิง ล้างแค้นให้บิดา ไม่ประสีประสาเรื่องบุรุษสตรีเท่านั้นที่ทนได้
"ให้นางไสหัวไป ข้าไม่อยากพบนาง!"
หวังโหย่วเต๋อแสดงสีหน้าประหลาด นึกว่าตนเองหูฝาด "อะไรนะพะยะค่ะ?"
"ให้นางไสหัวไป ข้าไม่อยากพูดซ้ำเป็นครั้งที่สาม!"
หวังโหย่วเต๋องงงวยไปหมดแล้ว
จะเป็นไปได้อย่างไร?
ในวังหลวง ใครบ้างไม่รู้ว่าฮ่องเต้น้อยคือสุนัขรับใช้ของฮองเฮา?
ฮองเฮาสั่งให้ไปตะวันออก เขาไม่มีทางไปตะวันตก
สั่งให้นั่ง เขาไม่มีทางยืน
ตามใจถึงระดับไหนน่ะหรือ?
ไม่เพียงแต่ปล่อยให้นางนั่งบนบัลลังก์มังกรตามใจชอบ แต่ยังเรียกชื่อฮ่องเต้น้อยตรงๆ ได้ จะแสดงสีหน้าแง่งอนอย่างไรก็ได้ ไร้ซึ่งขอบเขตโดยสิ้นเชิง
เมื่อก่อนมีแต่เขาที่ต้องไปหาฮองเฮาที่ตำหนักบรรทม แต่ตอนนี้ฮองเฮามาหาเขาด้วยตนเอง เขากลับสั่งให้อีกฝ่ายไสหัวไป!
"ฝ่าบาท ทรงแน่พระทัยหรือพะยะค่ะ?"
"แน่ใจ แน่นอน และมั่นใจที่สุด" จ้าวมู่เริ่มหมดความอดทน "รีบไป!"
"พะยะค่ะ!"
หลังจากหวังโหย่วเต๋อโดนปั่นหัวมาเขาก็คิดได้ว่า อำนาจของเขามาจากอำนาจกษัตริย์ หากอยากมีอำนาจ ก็ต้องทำให้ฮ่องเต้น้อยพอพระทัย
เมื่อก่อนเขาตามคนพวกนั้นข่มเหงฮ่องเต้น้อย ดูเหมือนจะได้ขี่คอถ่ายรดหัวฮ่องเต้ แต่แท้จริงแล้วคือการยกหินทับเท้าตนเอง
เขารีบเดินออกไปนอกตำหนัก มองดูสตรีในชุดไว้ทุกข์ที่มีหน้าตาสะสวยเบื้องหน้า "ฮองเฮา โปรดเสด็จกลับเถิดพะยะค่ะ!"
"จ้าวมู่ไม่อยู่หรือ?"
"อยู่พะยะค่ะ!"
"แล้วเหตุใดเขาไม่มาพบข้า?" กู่ชิงอวิ๋นกล่าวเสียงขุ่น "บอกให้เขาไสหัวออกมา!"
หวังโหย่วเต๋อสีหน้าเปลี่ยนเป็นเคร่งขรึม ตวาดเสียงดัง "บังอาจ! บังอาจหมิ่นพระเกียรติฝ่าบาท ต่อให้ท่านเป็นฮองเฮา ก็ไม่มีสิทธิ์!"
"หวังโหย่วเต๋อ เจ้ากล้าพูดกับเปิ่นกงเช่นนี้หรือ?" กู่ชิงอวิ๋นแทบไม่เชื่อหูตนเอง "เจ้าลืมไปแล้วหรือว่าเจ้าเป็นคนของใคร?"
"ชีวิตนี้ของบ่าวจงรักภักดีต่อฝ่าบาทเพียงผู้เดียว ไม่ได้เป็นคนของใครทั้งสิ้น" นี่คือโอกาสดีที่จะแสดงความจงรักภักดี หวังโหย่วเต๋อจึงตะโกนเสียงดังลั่นเพราะกลัวจ้าวมู่จะไม่ได้ยิน
"ถอยไปให้พ้นเปิ่นกง"
เมื่อเห็นหวังโหย่วเต๋อไม่ยอมถอย เว่ยจงที่อยู่ข้างกายกู่ชิงอวิ๋นก็ตวาดเช่นกัน "ไอ้สุนัขชั้นต่ำ ยังไม่รีบถอยไปอีกหรือ?"
"ไอ้สุนัข เจ้าคอยดูจ้าวกรมผู้นี้ให้ดี สักวันข้าจะจัดการเจ้า!" แววตาของหวังโหย่วเต๋อฉายประกายอำมหิต
เว่ยจงหัวเราะเยาะ "ข้ามีฮองเฮาคุ้มครอง เจ้ามันตัวอะไรกัน!"
ในตอนนั้นเอง เงาร่างหนึ่งก็พุ่งพรวดออกมาจากข้างใน เว่ยจงยังไม่ทันมองชัดว่าเป็นใคร
ฝ่ามือหนึ่งก็ฟาดลงบนใบหน้าของเขา
เพียะ!
เว่ยจงถูกตบจนเซถลาล้มลงกับพื้น
เขารู้สึกมึนงงไปหมด พอเขามองชัดว่าคนที่ลงมือคือใคร รูม่านตาก็หดเกร็งด้วยความตกใจ "ฝ่าบาท?"
"มารดามันเถอะ ข้าอาบน้ำอยู่ดีๆ ก็ไม่เป็นสุข ต้องมาพล่ามบ้าบออยู่ข้างนอกเหมือนแมลงวัน น่ารำคาญสิ้นดี!"
จ้าวมู่พันผ้าเช็ดตัวออกมาด้วยความโกรธจัด "ไอ้สุนัขชั้นต่ำ เจ้าคิดว่ามีนังแพศยานี่คุ้มครองแล้วเจ้าจะแน่หรือ? เจ้าเชวียเต๋อ(ขาดคุณธรรม)ยังมีข้าคุ้มครองนะ!"
"ท่าน... ท่านเรียกฮองเฮาว่าอะไรนะ?"
เว่ยจงมองจ้าวมู่ด้วยความไม่อยากเชื่อ
"นังแพศยา มีปัญหาอะไรไหม?"
กู่ชิงอวิ๋นโกรธจนตัวสั่น "จ้าวมู่ ใครอนุญาตให้เจ้าลงมือตบเว่ยจง? และใครให้เจ้าเรียกข้าเช่นนั้น?"
นังแพศยา
คำเรียกที่แย่เช่นนี้ หลุดออกมาจากปากของสุนัขรับใช้ตัวนี้จริงๆ หรือ?
"เจ้าเชื่อไหมว่าข้าจะลงโทษเจ้า ด้วยการไม่คุยกับเจ้าเป็นเวลาหนึ่งเดือน?"
"ที่นี่คือวังหลวง ข้าใหญ่ที่สุด ข้าอยากตบใครก็ตบ"
"เจ้าจะไม่คุยกับข้าหรือ? เช่นนั้นก็ดีเหลือเกิน ข้าขอบใจไปถึงบรรพบุรุษสิบแปดชั่วโคตรของเจ้าเลย เจ้าอย่ามาคุยกับข้าเด็ดขาดนะ หากเจ้าคุยกับข้า เจ้าคือนังแพศยาลูกเต่า!"
"เจ้า... เจ้า... หยาบคาย!"
"ปากน้อยๆ ไม่ต้องพูด ใครพูดคนนั้นเป็น ถ้าเจ้าพูด เจ้าก็นังแพศยาลูกเต่า!"
กู่ชิงอวิ๋นโกรธจนแทบระเบิด
ทว่าสิ่งที่นางสงสัยคือ จ้าวมู่ในความทรงจำนั้น นอกจากจะพูดจาไม่เก่งแล้ว ยังทึ่มทื่อไร้รสชาติ เต็มไปด้วยคำสอนของปราชญ์ เป็นเพียงหนอนหนังสือเท่านั้น
ถึงกระนั้น เขาก็ดีกับนางมาก และคอยตามใจอย่างที่สุด
ไม่ว่านางจะทำผิดอะไร เขาก็ไม่เคยตำหนิ
แต่ตอนนี้ เขากลับอ้าปากก็นังแพศยา ปิดปากก็นังแพศยาลูกเต่า
ราวกับเปลี่ยนเป็นคนละคน
หรือว่าเป็นเพราะเขาตื่นมาแล้วไม่เห็นนางอยู่ข้างกาย จึงโกรธเอา?
"จ้าวมู่ ที่เจ้าโกรธข้า เป็นเพราะข้าไม่ได้อยู่เฝ้าเจ้าใช่หรือไม่?"
"แท้จริงแล้วข้ามีเหตุผลนะ!"
---