เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 60 การกลับมาของเจสเตอร์ [3]

บทที่ 60 การกลับมาของเจสเตอร์ [3]

บทที่ 60 การกลับมาของเจสเตอร์ [3]


“ถ้าดูจากสถานการณ์รอบตัวแล้ว...ก็คงใช่แน่”

ฉันเหลือบตามองใบปลิวอีกครั้ง ก่อนจะหันไปสำรวจบรรยากาศรอบ ๆ ยิ่งมองก็ยิ่งมั่นใจในข้อสรุปของตัวเอง

แต่ถึงอย่างนั้น มันก็ยังเร็วเกินไปที่จะฟันธง

ยังมีห้องอื่น ๆ ที่ฉันต้องตรวจสอบอีก อาจจะเป็นเพียงแค่เศษเสี้ยวหนึ่งของสถานการณ์ทั้งหมดก็ได้

ทางเลือกที่เหมาะสมที่สุด คือเดินหน้าสำรวจต่อไป พร้อมทั้งจำแผนผังคฤหาสน์ และมองหาสัญญาณหรือเบาะแสอื่น ๆ ที่อาจช่วยให้ฉันเข้าใจสถานการณ์นี้มากขึ้น

ฉันถอนหายใจพลางเช็กเวลา

เหลือเวลาเพียงยี่สิบนาที ก่อนที่สถานการณ์จะเริ่มต้น

เพื่อให้มั่นใจว่าจะจดจำทุกอย่างได้ ฉันเลิกเสียเวลา แล้วรีบมุ่งหน้าไปยังห้องถัดไปในคฤหาสน์

"ห้องนี้...ดูไม่เห็นจะมีอะไรพิเศษ"

ห้องถัดจากบอลรูมเป็นเพียงห้องอาหารธรรมดา

ฉันกวาดตามองรอบ ๆ ก่อนจะหยุดสายตาลงที่ภาพวาดหนึ่ง ภาพนั้นเป็นครอบครัวสี่คน ผู้ชาย ผู้หญิง และเด็กผู้ชายสองคน พวกเขายืนอยู่หน้าคฤหาสน์ ยิ้มกันอย่างสดใส...ไม่ต่างอะไรจากครอบครัวธรรมดาทั่วไป

"ฮึม..."

ฉันเพ่งมองภาพวาดนั้นอย่างละเอียด

นอกจากเสื้อผ้าที่ดูหรูหราฟุ่มเฟือยแล้ว ก็ไม่เห็นมีอะไรผิดปกติ

แต่ถึงอย่างนั้น มันกลับทำให้ฉันตั้งคำถามขึ้นมาในใจ

“แล้วเด็กผู้หญิงล่ะ?”

ในความทรงจำครั้งสุดท้ายของฉัน...เด็กผู้หญิงคนนั้นก็เป็นส่วนหนึ่งของครอบครัวนี้ด้วย

แล้วภาพนี้ถูกวาดก่อนที่เธอจะตาย หรือหลังจากนั้นกันแน่...?

ฉันเลียริมฝีปาก บังคับให้ภาพนั้นฝังลงไปในความทรงจำ ก่อนจะก้าวออกไปยังห้องถัดไป ฉันทำเช่นนี้เรื่อย ๆ จนในที่สุดก็มาถึงชั้นสอง

ชั้นสองดูเหมือนจะเป็นพื้นที่พักอาศัย ห้องต่าง ๆ เรียงรายไปทั่ว นอกจากห้องอาหารใหญ่ที่เชื่อมกับห้องครัวแล้ว ที่นี่มีห้องนอนทั้งหมดเจ็ดห้อง พร้อมห้องน้ำหลายจุดทั่วทั้งชั้น คฤหาสน์แห่งนี้หรูหราเกินกว่าที่จะเป็นเพียงบ้านพักอาศัยธรรมดา

และเมื่อสายตาของฉันหยุดที่บานประตูสุดท้าย ฉันเอื้อมมือไปจับลูกบิดเพื่อเปิดมันออก

แต่….

คลิก! คลิก!

"หือ?"

ประตูไม่ขยับ

มันถูกล็อก

"อะไรกัน..."

นี่แตกต่างจากห้องอื่น ๆ ภายในคฤหาสน์ ที่ผ่านมาฉันเข้าออกได้ทุกห้อง ยกเว้น...ห้องนี้

มันหมายความว่ายังไงกันแน่?

หัวใจฉันเต้นถี่แรงขณะจ้องไปที่ประตู

นี่จะเป็นจุดสำคัญของสถานการณ์งั้นหรือ...?

ฉันกลั้นหายใจ ปลายนิ้วสัมผัสความเย็นเรียบของลูกบิดโลหะ กำลังจะหมุนมันอีกครั้ง แต่แล้ว...

ติง!

หน้าจอแจ้งเตือนก็ปรากฏขึ้นตรงหน้าอีกครั้ง

[สถานการณ์กำลังเริ่มต้น...]

โลกทั้งใบพลันสั่นไหว ก่อนที่ร่างฉันจะร่วงลงไปกับพื้น

"อึก..."

ฉันครางในลำคออย่างเจ็บแปลบ พลางกวาดตามองรอบ ๆ แล้วช็อกทันที ฉันกลับมายังจุดเริ่มต้นอีกครั้ง

"อะไรกัน..."

แต่ราวกับเรื่องนั้นยังเลวร้ายไม่พอ วงวนสีดำก็ค่อย ๆ ปรากฏขึ้นไม่ไกลจากที่ฉันยืนอยู่ จิตใจฉันสั่นระรัว

แล้ว…

เท้าข้างหนึ่งก้าวออกมาจากวงวนสีดำนั้น...

[ปฏิบัติการ: คำเชิญของเจ้าภาพ]

ระดับ : ■■■

คฤหาสน์วิกตอเรียนที่มีชีวิต เป็นเจ้าภาพงานเลี้ยงอันหรูหราแต่สังหารโหด ภายใต้การควบคุมของ “เจ้าภาพ” แขกทุกคนต้องปฏิบัติตามคำพูดของเจ้าภาพอย่างสมบูรณ์แบบแต่ไม่เกินเลย หากคุณทำให้เจ้าภาพพอใจ สิ่งดี ๆ จะตามมา! หากฝ่าฝืน...ผลลัพธ์คือความตายอันน่าสยดสยอง ทันที.

ไม่กี่นาทีก่อนหน้านั้น  พิพิธภัณฑ์ศิลปะเวลอร่า

รถเอสยูวีสีดำหลายคันแล่นมาจอดหน้าประตูพิพิธภัณฑ์ที่เต็มไปด้วยฝูงชน

ประตูรถคันหนึ่งเปิดออก เด็กสาวคนหนึ่งก้าวลงมา ความงดงามของเธอมากพอจะดึงดูดสายตาของใครก็ตามที่เหลียวมอง เส้นผมสีบลอนด์ถูกปัดไปด้านหลัง ขณะที่ดวงตาสีเขียวสอดส่องไปรอบ ๆ

"โธ่เวรเอ๊ย..."

สีหน้าของเธอตกลงทันตา เมื่อเหลือบไปเห็นกลุ่มคนหลายกลุ่มในระยะไกล

เพียงแค่เห็นชุดยูนิฟอร์มกับเสื้อผ้าที่พวกนั้นใส่ เธอก็รู้ทันทีว่าพวกนั้นคือใคร เธอหันกลับไปข้างหลัง ที่ซึ่งเหล่าผู้ฝึกหัดอีกสี่คนเพิ่งก้าวออกมา

พวกนั้นคือเหล่าผู้ฝึกหัดที่เธอเลือกมาสำหรับภารกิจที่กำลังจะมาถึง

"ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น ห้ามเผลอตกหลุมไปกับการยั่วยวนไร้ค่า พวกสารเลวนั่นก็แค่พยายามเขย่าใจพวกเธอก่อนเข้าสู่เกท พวกเธอก็รู้กันดีอยู่แล้วใช่ไหม ว่าสติที่มั่นคงสำคัญแค่ไหนเมื่ออยู่ในเกท"

"ครับ!"

"เข้าใจแล้ว!"

เหล่าผู้ฝึกหัดพยักหน้าด้วยสีหน้าจริงจัง แววตาเต็มไปด้วยความเชื่อฟัง

โซอี้มีชื่อเสียงที่ดีมากในหมู่ผู้ฝึกหัด ไม่เพียงเพราะเธอสวยสะดุดตา แต่ยังเก่งกาจอย่างหาตัวจับยาก

ด้วยเหตุนี้ จึงไม่มีใครเอ่ยค้านคำสั่งของเธอแม้แต่คนเดียว

"ดี"

โซอี้ยิ้มบาง ๆ อย่างพอใจ ก่อนเบนความสนใจออกจากผู้ฝึกหัด แล้วหันหน้าไปทางคฤหาสน์ที่ตระหง่านอยู่ไกลออกไป

แต่เพียงแค่ก้าวแรก เสียงหนึ่งก็ดังแทรกขึ้นมา

"อ๋อ...ถ้าไม่ใช่คนคุ้นหน้า"

เปลือกตาของโซอี้ปิดลง เธอถอนหายใจในใจอย่างหงุดหงิด

เจ้านี่อีกแล้ว...

เมื่อหันกลับไปก็เห็นหนุ่มผมบลอนด์ ดวงตาสีฟ้าเดินเข้ามา เขาหล่อเหลาในระดับหนึ่ง เสื้อผ้าขาวสะอาดช่วยขับภาพลักษณ์ให้เด่นขึ้น ที่กระเป๋าเสื้อมีตรารูปเขี้ยวติดไว้อย่างโดดเด่น

เขาคือ ทอม ทักเกอร์

หนึ่งใน ห้าดวงดาว ของ ไอวอรีโดมิเนียน ระดับ คิง

"นานแล้วนะ โซอี้"

เขาโบกมือพร้อมรอยยิ้ม ดวงตาหยีเป็นเส้น รอยยิ้มดูอบอุ่น แต่สำหรับโซอี้แล้ว เธอรู้ดีว่าเขาคือคนที่ห่างไกลจากคำว่าเป็นมิตรที่สุด

เธอเคยเห็นมากับตาว่าเขายอมสังเวยลูกทีมบางส่วน เพื่อแลกกับแต้มเกียรติและผ่านสถานการณ์ให้ได้ ผู้ชายคนนี้คือคนทรยศที่สุดที่เธอเคยพบในเส้นทางการทำงาน

ในบรรดาทุกคน...ต้องเป็นหมอนี่จริง ๆ เหรอ?

โซอี้ครางต่ำ ๆ ในใจ ขณะที่ทอมเหลียวไปรอบ ๆ

"ไม่เห็นไคล์เลย เขาไม่มาด้วยเหรอ?"

"...ไม่ เขามีงานอย่างอื่นต้องทำ"

"อ้อ เหรอ...น่าเสียดายแฮะ ฉันก็อยากคุยกับเขาสักหน่อย ตั้งแต่ไม่ได้เจอกันนาน ได้ยินมาว่าช่วงนี้เขากำลังไปได้สวยทีเดียว"

ประกายในดวงตาเขาแฝงบางอย่างชัดเจน ก่อนหันไปมองเหล่าผู้ฝึกหัดของเธอ แล้วค่อย ๆ เดินผละออกไป

แม้การสนทนาจะสั้นนัก แต่เหล่าผู้ฝึกหัดของโซอี้กลับหวั่นไหวไปหมดแล้ว

โซอี้สบถในใจทันทีที่เห็นภาพนั้น

ไอ้สารเลวนี่...มันไม่เคยคิดดีเลยสักครั้ง

หัวใจเธอตกวูบ การที่เขาอยู่ตรงนี้ ทำให้ทุกอย่างเปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง ตอนนี้เธอไม่เพียงต้องกังวลกับตัวสถานการณ์เท่านั้น แต่ยังต้องจับตาเขาและสิ่งที่เขาอาจทำเพื่อตัดขาเธอและทีมอีกด้วย

อย่างน้อยก็ยังดีที่ฝั่งคราวน์ฟอลล์ไม่ได้ส่งตัวปัญหามาในภารกิจนี้

ในระยะไกล สายตาของโซอี้หยุดที่ร่างชายร่างใหญ่ ไหล่กว้าง หลังหนา ผมดำบางที่เริ่มร่วงจนเห็นหนังศีรษะ ชุดที่สวมแทบจะปริเพราะร่างกายมหึมา

โซอี้คุ้นหน้าเขาอยู่บ้าง

ถ้าฉันจำไม่ผิด...เขาน่าจะชื่อไรอัน?

เขามีชื่อเสียงในระดับหนึ่ง แต่ไม่มีทางเทียบชั้นกับทอมได้ เรื่องนี้เองทำให้โซอี้แอบสงสัย

ทำไมคราวน์ฟอลล์ถึงต้องส่งผู้ชายแบบนี้มาในเกทด้วย...?

"ช่างเถอะ เดี๋ยวก็รู้เอง"

เมื่อเห็นแต่ละกลุ่มเริ่มทยอยเข้าไปในพิพิธภัณฑ์ เธอจึงก้าวตามไปยังชั้นใต้ดินสถานที่ซึ่งเกทถูกค้นพบ ในที่สุดเมื่อมาถึง เธอก็เห็นทุกกลุ่มมารวมตัวกันแล้ว ยืนรออยู่ตรงหน้าเกท ดวงตาทุกคู่จับจ้องไปยังชายในชุดสูทดำและแว่นกันแดด

เขายืนอยู่ข้างเกทด้วยสีหน้าเคร่งเครียดจริงจัง

ทันทีที่โซอี้และทีมของเธอมาถึง เขาก็อ้าปากเริ่มจะพูด... แต่ยังไม่ทันเอ่ยได้กี่คำ เสียงบางอย่างก็ดังขึ้น ขัดจังหวะคำพูดของเขา

"ขอต้อนรับเข้าสู่…"

"คะ..."

ทุกสายตาหันขวับไปยังต้นเสียงทันที ใบหน้าของโซอี้แข็งค้าง มือของเธอรีบยกขึ้นปิดปากตัวเอง

นี่มันเกิดอะไรขึ้น...?

โซอี้มองมือของตัวเองด้วยความงุนงง เธอไม่ได้ตั้งใจจะทำแบบนั้นเลย

เธอไม่รู้ด้วยซ้ำว่าอะไรดลใจให้เธอเผลอทำไป

"....."

ท่ามกลางสายตานับไม่ถ้วนที่จับจ้องมา โซอี้พูดอะไรไม่ออก

แต่เมื่อสายตาเธอเลื่อนไปตกที่ชายในชุดสูทอีกครั้ง...หรือจะว่าให้ชัดคือ แว่นกันแดดของเขา ภาพบางอย่างก็ผุดวาบขึ้นมาในหัวจนริมฝีปากเธอสั่นระริก

กลั้นไว้ กลั้นไว้...กลั้นเอาไว้!

"อย่างที่ผมกำลังจะบอก.."

ปึ่ดดด!!

จบบทที่ บทที่ 60 การกลับมาของเจสเตอร์ [3]

คัดลอกลิงก์แล้ว