- หน้าแรก
- ฟุตบอล เลี้ยงบอลขั้นเทพ ยิงยังไงก็เข้า
- บทที่ 127 ความฝันแห่งปืนใหญ่
บทที่ 127 ความฝันแห่งปืนใหญ่
บทที่ 127 ความฝันแห่งปืนใหญ่
บทที่ 127 ความฝันแห่งปืนใหญ่
หลังจากที่เล่ย ยูกลับถึงลอนดอน ทีมชาติจีนชุด U23 ลงเตะเกมกระชับมิตรสองนัด พบกับทีมชาติซาอุดีอาระเบีย U23 และทีมชาติเกาหลีเหนือ U23 ผลออกมาเสมอหนึ่ง แพ้หนึ่ง
ผลงานดังกล่าวสร้างความกังวลใจให้กับแฟนบอลเป็นอย่างมาก หลายคนเรียกร้องอย่างหนักให้สมาคมฟุตบอลจีนแก้กฎเพื่อเรียกเล่ย ยูกลับมารับใช้ชาติ
“ไม่มีคนฆ่าหมู ก็ไม่ได้แปลว่าเราต้องกินหมูทั้งขนซะหน่อย!”
“เล่ย ยูจะอยู่หรือไม่อยู่ มันจะต่างกันตรงไหน?”
“การแข่งขันของ U23 ก็ยังดำเนินต่อไปตามกำหนดการนั่นแหละ!” เจ้าหน้าที่สมาคมฯ ให้สัมภาษณ์ด้วยความมั่นใจ
“นี่เป็นแค่เกมอุ่นเครื่องสองนัด นักเตะแค่ซ้อมมือปรับจังหวะให้เข้าที่ล่วงหน้าเท่านั้นเอง”
“เพื่อป้องกันไม่ให้นักเตะตัวหลักบาดเจ็บก่อนแข่งจริง เราเลยไม่ได้จัดทัพเต็มสูบ”
“ดังนั้นเราหวังว่าแฟนบอลจำนวนมหาศาลจะยังคงสนับสนุนทีม U23 ต่อไป ในรอบคัดเลือกที่กำลังจะมาถึง นักกีฬาโอลิมปิกเหล่านี้จะทุ่มเทเกินร้อยเพื่อคว้าชัยชนะมาให้ได้!”
ไม่นานนัก ผลการแข่งขันรอบคัดเลือกนัดแรกก็ออกมา
ณ มหานครเซี่ยงไฮ้ (เมจิกซิตี้) ทีม U23 พ่ายโอมานคาบ้านไป 0–1 ประเดิมสนามด้วยความพ่ายแพ้
ทันทีที่สิ้นเสียงนกหวีด แฟนบอลก็เดือดดาลขึ้นมาทันที
ศึกคัดเลือกโอลิมปิกโซนเอเชียครั้งนี้มีทีมเข้าร่วมทั้งหมด 35 ทีม แบ่งการแข่งขันออกเป็น 4 รอบ
รอบแรกเป็นรอบคัดเลือก ทีมอันดับ 1–13 จะผ่านเข้ารอบต่อไปทันที ส่วนอีก 22 ทีมที่มีอันดับต่ำกว่าต้องเตะเพลย์ออฟเหย้า-เยือน ผู้ชนะ 11 ทีมจะได้ไปต่อ
รอบสอง ทั้ง 24 ทีมจะจับคู่เตะเหย้า-เยือนแบบน็อกเอาต์ ผู้ชนะจะผ่านเข้าสู่รอบแบ่งกลุ่มในรอบสาม
ทีม U23 กำลังลงเตะในรอบสองนี้ และคู่ต่อสู้คือคู่ปรับเก่าอย่างโอมาน
เนื่องจากทีม U23 ติดอันดับ 1 ใน 13 ของรอบแรก จึงได้สิทธิ์ผ่านมารอบสองโดยอัตโนมัติ
ดังนั้น เกมนี้จึงถือเป็นนัดประเดิมสนามในศึกคัดเลือกโอลิมปิกของพวกเขา
ใครจะไปคิดว่าจะประเดิมด้วยการแพ้คาบ้าน 0–1?
เมื่อข่าวแพร่สะพัด สายด่วนของสมาคมฟุตบอลจีนก็แทบไหม้อีกครั้ง จนพนักงานรับสายอยากจะตัดสายทิ้งให้รู้แล้วรู้รอด
หลังจากเหล่าผู้บริหารปลอบขวัญนักเตะเสร็จ ก็ต้องวิ่งเต้นใช้เส้นสายสารพัดเพื่อดับไฟโกรธของมวลชน
แฟนบอลเองก็ยังมีเหตุผลพอสมควร
ถ้าจะโวยวาย ก็รอให้ผลนัดหน้าออกมาก่อนดีกว่า
หากพลิกนรกกลับมาเข้ารอบได้ ความพ่ายแพ้เล็กน้อยในนัดแรกก็คงไม่มีใครจำ
สองสัปดาห์ต่อมา ณ กรุงมัสกัต ข่าวร้ายที่กรีดแทงหัวใจก็ส่งตรงมาถึงจีน
ทีม U23 บุกไปพ่ายโอมานอีกครั้ง 1–3 ตกรอบสองอย่างสมบูรณ์แบบ แม้แต่รอบแบ่งกลุ่มก็ยังไปไม่ถึง
ทันทีที่ข่าวถึงหูแฟนบอลในประเทศ เว็บไซต์ทางการของสมาคมฟุตบอลจีนก็ล่มอีกครั้งด้วยฝีมือชาวเน็ตที่โกรธแค้น คำด่าทอปลิวว่อนเต็มโลกออนไลน์
“เล่นบอลไม่เอาอ่าว แต่ขยันออกกฎใหม่ชิบหาย!”, “นักเตะระดับท็อปรักษาไว้ไม่ได้ เสือกเอาแต่พวกกาก ๆ ลงสนาม!”, “โค้ชไม่มีอำนาจ ในทีมเสียงแตกเละเทะ” ฯลฯ
ในช่วงที่สมาคมฯ โดนถล่มยับเยิน ปาปารัสซี่มือดีก็แอบปล่อยคลิปวิดีโอสั้น ๆ ลงบนโลกออนไลน์
ในคลิป เล่ย ยูกำลังวิจารณ์การทำงานที่ล้มเหลวของสมาคมฟุตบอลจีนอย่างเผ็ดร้อนกลางที่สาธารณะ
คลิปนี้จุดระเบิดความโกรธแค้นบนโลกออนไลน์ขึ้นอีกครั้ง
แฟนบอลเพิ่งตาสว่างว่าทำไมเล่ย ยูกับสมาคมฯ ถึงแตกหักกัน... ก็เล่นมาฉีกหน้าเปิดแผลกันขนาดนี้ ใครมันจะไปทนไหว!
แต่ถึงจะไม่ไว้หน้ากัน สิ่งที่เล่ย ยูพูดก็เป็นความจริงทุกประการ!
แค่รอบคัดเลือกรอบสองยังไม่ผ่าน จะเอาปัญญาที่ไหนไปคุยเรื่อง “ฝ่าด่านเอเชียก้าวไกลสู่ระดับโลก”?
กับทีมที่แม้แต่รอบสุดท้ายยังไปไม่ถึง จะให้เล่ย ยูกลับมาเล่นเพื่ออะไร?
อยากให้เขาขาหักเหมือน ตง ฟางจวัว ในอดีตถึงจะพอใจหรือไง?
ชั่วข้ามคืน แฟนบอลบนโลกออนไลน์ต่างพากันยกย่องเล่ย ยู ยอดผู้ติดตามในเว่ยป๋อของเขาพุ่งทะลุล้าน
“เล่ย ยู ชั้นเชียร์นาย ทีมเน่าหนอนพรรค์นี้ไม่ต้องกลับมาหรอก! ตั้งใจเล่นในยุโรปเถอะ ชั้นจะเป็นแฟนคลับนายตลอดไป!”
“พูดได้ดีมากเล่ย ยู! สมาคมเฮงซวยนี่ต้องสังคายนาใหม่สักที! นายโฟกัสกับอนาคตที่นู่นไปเถอะ รอทีมชาติเข้าที่เข้าทางเมื่อไหร่ค่อยกลับมากู้หน้าให้ประเทศ!”
“ด่าได้สะใจมาก! รำคาญพวกเหลือบไรพวกนี้มานานแล้ว! ห่าเอ๊ย แค่รอบแบ่งกลุ่มยังไปไม่ถึง มีหน้ามาพล่ามอะไรอีก? ยุบทีมไปซะ!”
หากทีมตกรอบสุดท้ายโอลิมปิกเพราะเล่ย ยูปฏิเสธการเรียกตัว แฟนบอลอาจมองว่าเขาแล้งน้ำใจต่อชาติ แต่ในเมื่อตกรอบแรก ๆ แบบนี้ ก็ไม่มีความจำเป็นต้องเถียงกันอีกต่อไป
แฟนบอลชายเดือดดาลด้วยความแค้นเคือง แต่แฟนบอลหญิงกลับเริ่มเปลี่ยนประเด็นไปอีกทาง
“เล่ย ยู ผู้หญิงที่ยืนข้าง ๆ วันนั้นเป็นใคร? น้องสาวเหรอ?”
“ทำไมนังนั่นถึงจับมือเล่ย ยูได้? เป็นอะไรกัน?”
“พี่เล่ย นังแพศยาที่ไหนกัน! คุณยังเด็กนะ ต้องตั้งใจเตะบอล ห้ามมีความรักหรือออกเดตเด็ดขาด! ถ้าอยากจริง ๆ เดี๋ยวเจ๊จัดให้เอง!”
“ล่าตัวนังชะนีมารหัวใจด่วน!!!”
เมื่อเห็นคอมเมนต์ที่เริ่มออกทะเล หม่า ฟานซูกลัวจนหัวหด เก็บตัวเงียบอยู่แต่ในบ้านไม่กล้าโผล่หัวออกไปไหน
แต่ถึงอย่างนั้น ทุกคืนก่อนนอน เธอก็ยังคงจ้องมองกำไลข้อมือที่เล่ย ยูให้มา พลางยิ้มเขินด้วยความหลงใหลอย่างโงหัวไม่ขึ้น
“ฮึ! กล้าด่าชั้นว่าชะนีเหรอ? ดูซะ พี่หยูให้สิ่งนี้กับชั้น อิจฉาล่ะสิ!”
ตลอดเดือนกรกฎาคม แฟนบอลชายรุมสวดยับสมาคมฟุตบอลจีน ส่วนแฟนบอลหญิงก็รุมสาปส่งหม่า ฟานซูจนคอแห้งผาก
ในขณะที่ “ซิลเวอร์ โธรต” ฟันกำไรเละจากประโยคเด็ดของเล่ย ยู “รักษาเสียงของคุณ ใช้ยาอมซิลเวอร์ โธรต”... พอเข้าสู่เดือนสิงหาคม สัญญาฉบับใหม่ของเล่ย ยูกับอาร์เซนอลก็ใกล้เสร็จสมบูรณ์ เหลือเพียงรอประกาศอย่างเป็นทางการบนเว็บไซต์สโมสร
ในช่วงนี้ เล่ย ยูได้เช่าบ้านในลอนดอนและย้ายออกจากบ้านพ่อแม่ถาวร
กลางเดือนสิงหาคม เมื่อทุกอย่างลงตัว อาร์เซนอลก็จัดงานแถลงข่าวขึ้น
เล่ย ยูชูเสื้อหมายเลข 4 ยืนยิ้มเคียงข้างกับศาสตราจารย์ เวนเกอร์
“แชะ!”
“แชะ!”
แสงแฟลชสว่างวาบจนแทบตาบอด
หลังจรดปากกาเซ็นสัญญา นับจากวินาทีนั้น เล่ย ยูได้กลายเป็นนักเตะทีมชุดใหญ่ของอาร์เซนอลอย่างเป็นทางการ
นั่นหมายความว่า หากไม่มีเหตุสุดวิสัย เล่ย ยูจะสวมยูนิฟอร์ม “ปืนใหญ่” ลงวาดลวดลายในเอมิเรตส์ สเตเดียมไปอีก 4 ฤดูกาล!
นักข่าวไม่ได้แปลกใจนัก และอันที่จริงก็เตรียมตัวมาเป็นอย่างดี
เล่ย ยูมีสัญญากับอาร์เซนอลอยู่แล้ว และด้วยฟอร์มอันร้อนแรงที่ปอร์โต้ ถ้าปืนใหญ่ไม่เรียกตัวกลับมาสิถึงจะแปลก!
ทว่าสิ่งที่ทำให้นักข่าวแปลกใจคือ ทำไมเล่ย ยูถึงไม่เลือกทีมที่ดีกว่านี้ อย่างเรอัล มาดริด, บาร์ซ่า หรือยักษ์ใหญ่แห่งแมนเชสเตอร์
ตอนนี้อาร์เซนอลคว้าตัวเล่ย ยูมาร่วมทีมโดยไม่ต้องควักกระเป๋าสักแดงเดียวในตลาดซื้อขาย ถือว่าคุ้มยิ่งกว่าคุ้ม
บรรดานักข่าวต่างพากันเดาว่า ทั้งสองฝ่ายมีข้อตกลงอะไรกันแน่ ที่ทำให้ว่าที่ซูเปอร์สตาร์แห่งเอเชียรายนี้เลือกปักหลักกับอาร์เซนอล
แต่เมื่อสายตาเหลือบไปเห็นเบอร์บนเสื้อแข่งของเล่ย ยู คำตอบก็ชัดเจนในตัวมันเอง
“เป็นเกียรติอย่างยิ่งครับที่ได้ขึ้นสู่ทีมชุดใหญ่ของอาร์เซนอล”
“อันที่จริงผมเติบโตมากับศูนย์ฝึกโคลนีย์ตั้งแต่เด็ก การได้เล่นให้อาร์เซนอลคือความฝันของผมมาตลอด”
“ตอนนี้ฝันเป็นจริงแล้ว ผมมีความสุขมาก”
“และนี่คือสิ่งที่ผมต่างจากคนอื่น ผมคือผลผลิตจากอะคาเดมี่ปืนใหญ่ ที่นี่คือบ้านของผม และผมจะไม่เป็นเหมือนคนอื่นที่เห็นแก่เงินจนลืมความจงรักภักดี”
สิ้นเสียงของเขา เสียงฮือฮาก็ดังระงมจากด้านล่างเวที
ทุกคนรู้ดีว่าเล่ย ยูกำลังเหน็บแนมใครบางคน
“หลังจากออกไปขัดเกลาฝีเท้ามาหนึ่งฤดูกาล ตอนนี้ผมกลับมาแล้วครับ”
“เป้าหมายในการกลับมาของผม คือการพาอาร์เซนอลทวงคืนความยิ่งใหญ่!”
“แชมป์พรีเมียร์ลีก คือที่ที่อาร์เซนอลควรอยู่!”
“แน่นอน ผมยังอยากช่วยทีมคว้าเกียรติยศที่สูงกว่านั้น อย่างถ้วยแชมเปียนส์ลีก”
“ผมเชื่อมั่นว่าภายใต้การนำของมิสเตอร์อาร์แซน พวกเราอาร์เซนอล... ไร้เทียมทาน!”
แปะ แปะ แปะ แปะ แปะ~~~~
เสียงปรบมือดังกึกก้องไปทั่วห้องแถลงข่าว
สุนทรพจน์ในพิธีเซ็นสัญญาของเล่ย ยูนั้นไร้ที่ติ
เขาคือสายเลือดแท้จากอะคาเดมี่อาร์เซนอล การรับใช้สโมสรเก่าจึงเป็นเรื่องที่สมเหตุสมผลที่สุด
ยิ่งการได้รับมอบเสื้อหมายเลข 4 ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของหัวใจสำคัญของทีม ยิ่งทำให้สาวก “กูนเนอร์ส” ตั้งตารอชมฟอร์มของเล่ย ยู ในเอมิเรตส์ สเตเดียมใจจะขาด
“ขอแค่เล่นได้สักครึ่งของตอนอยู่ปอร์โต้ เสื้อตัวนี้ก็ไม่เสียของแล้ว!” แฟนบอลคนหนึ่งกระซิบ
“ใช่ ถ้าเขายิงได้สักครึ่งของที่ยิงให้ปอร์โต้ เขาจะเป็นวีรบุรุษของอาร์เซนอลเลยล่ะ!”
มองดูเสื้อหมายเลข 4 บนตัวเล่ย ยู แฟนบอลปืนใหญ่หลายคนเริ่มวาดฝันถึงภาพกองกลางชาวเอเชียผู้นี้ พาทีมก้าวไปสู่ชัยชนะ
หลังตอบคำถามสั้น ๆ เล่ย ยูก็เดินลงสู่สนามเอมิเรตส์ สเตเดียม ท่ามกลางเสียงต้อนรับเซ็งแซ่
ต่อหน้ากองทัพนักข่าว เล่ย ยูโชว์ทักษะเดาะบอลด้วยส้นเท้า
ใคร ๆ ก็เดาะบอลด้วยหลังเท้าได้ แต่จะมีสักกี่คนที่เดาะด้วยส้นเท้าได้อย่างมั่นคง?
หรือจะพูดให้ถูกคือ คงมีนักเตะไม่กี่คนที่ว่างจัดจนมานั่งฝึกใช้ส้นเท้าแบบนี้
ไม่นานข่าวการเข้าร่วมทัพอาร์เซนอลของเล่ย ยูก็แพร่สะพัดกลับไปยังประเทศจีน แฟนบอลต่างส่งเสียงเชียร์อย่างกึกก้อง
ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น อย่างน้อยแฟน ๆ ก็จะได้เห็นนักเตะจีนโลดแล่นในพรีเมียร์ลีกอีกครั้ง!