เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 126 การตรวจร่างกาย

บทที่ 126 การตรวจร่างกาย

บทที่ 126 การตรวจร่างกาย


บทที่ 126 การตรวจร่างกาย

หลังจากแตกหักกับ จู เซี่ย เล่ย ยูก็พาลล่วงเกินญาติพี่น้องไปจนหมดสิ้น จนไม่สามารถกลับไปเหยียบบ้านเกิดได้อีก

เขาจำต้องทำตามคำแนะนำของนาชา...ถ่ายโฆษณาในจีนอีกไม่กี่ตัว ก่อนจะบินลัดฟ้ากลับสู่ลอนดอน

น่าเสียดายที่หม่า ฟานซูไม่ได้เดินทางมาพร้อมกับเล่ย ยู

แม้การไปเที่ยวฮาร์บินจะไม่มีปัญหา แต่พ่อแม่ของเธอก็ยังไม่วางใจที่จะปล่อยลูกสาวเดินทางไปอังกฤษ “เพียงลำพัง”

อย่างไรก็ตาม ยังมีข่าวดีอยู่บ้าง

หม่า ฟานซูสอบติดคณะการกระจายเสียงและการเป็นพิธีกรของมหาวิทยาลัยสื่อสาร โดยทำคะแนนได้เป็นอันดับหนึ่งของฮาร์บิน

ตามแผนที่วางไว้ หลังเรียนจบเธอตั้งใจจะเป็นพิธีกรรายการฟุตบอล เพื่อจะได้ขยับตัวเข้ามาอยู่ใกล้ชิดกับเล่ย ยู มากขึ้น

ทันทีที่ล้อเครื่องบินแตะพื้น ข้อความจากนาชาก็เด้งเข้ามือถือของเล่ย ยู

“ที่รัก ชั้นกับอาร์เซนอลตกลงกันได้แล้วนะ คุณเข้ามาตรวจร่างกายในอีกไม่กี่วันได้เลย จากนั้นก็เซ็นสัญญาอย่างเป็นทางการ ทางสโมสรเตรียมพิธีเปิดตัวสุดยิ่งใหญ่ไว้ให้คุณด้วย... ขอให้สนุกนะจ๊ะ!”

ปฏิกิริยาแรกของเล่ย ยู เมื่อได้ยินข่าวไม่ใช่ความตื่นเต้นกับพิธีการ แต่เขารีบโทรกลับไปถามเรื่องค่าฉีกสัญญาและค่าเหนื่อยทันที

อย่างแรกคือเครื่องยืนยันมูลค่าในตัวเขา ส่วนอย่างหลังคือตัวตัดสินว่าชีวิตในลอนดอนจะสุขสบายแค่ไหน

“50 ล้านยูโร!”

“แค่ 50 ล้านเองเหรอ?” น้ำเสียงของเล่ย ยูเจือความเสียดาย “นึกว่าจะสัก 70 หรือ 80 ล้านซะอีก!”

“ฝันไปเถอะย่ะ! ขนาดฟาเบรกาสยังขายได้แค่ 40 ล้านยูโรเอง! ค่าฉีกสัญญาคุณตั้ง 50 ล้าน ก็ดีใจจนเนื้อเต้นได้แล้ว!”

ความจริงก็เป็นเช่นนั้น หากสโมสรใดคิดจะกระชากตัวเล่ย ยูไปจากอาร์เซนอลในช่วงหน้าหนาวนี้ เงิน 50 ล้านยูโรนับเป็นกำแพงหนาตระหง่าน และมันเป็นหลักประกันชั้นดีว่าเล่ย ยูจะได้ปักหลักอยู่กับอาร์เซนอลต่อไป

ต้องไม่ลืมว่าสถิติการเสริมทัพที่แพงที่สุดของอาร์เซนอลในฤดูร้อนที่ผ่านมา มีมูลค่าเพียง 13.8 ล้านยูโรเท่านั้น...เป็นเด็กหนุ่มจากเซาแธมป์ตัน

จะว่าไปแล้ว ตลอดหลายปีที่ผ่านมาทัพ “นักบุญ” ก็ขยันป้อนซูเปอร์สตาร์เข้าสู่ทีมในลอนดอนไม่ขาดสายจริง ๆ

“งั้นเรื่องค่าเหนื่อยล่ะ? พวกเขาได้ซูเปอร์สตาร์อย่างผมไปฟรี ๆ ค่าแรงคงไม่ขี้ริ้วขี้เหร่ใช่ไหม?”

“แน่นอน ข้อนี้อาร์เซนอลใจป้ำสุด ๆ!”

การที่อาร์เซนอลดึงตัวเล่ย ยูกลับมา และเล่ย ยูยอมจรดปากกาเซ็นสัญญาใหม่ ช่วยให้สโมสรประหยัดงบก้อนโตไปได้มหาศาล ตามราคาตลาดบุนเดสลีกาตอนนี้ มูลค่าของเล่ย ยูอย่างต่ำต้องแตะหลัก 20 ล้าน

“คุณเซ็นสัญญา 4 ปี รับค่าเหนื่อยสัปดาห์ละ 100,000 ปอนด์ ตามสัญญาจะมีการปรับขึ้น 13.5% ทุกฤดูกาล แถมยังมีโบนัสค่าเซ็นสัญญาให้อีก 300,000 ยูโร... การดูแลระดับนี้ถือว่าเป็นตัวท็อปในอาร์เซนอลแล้ว ไม่มีใครได้ข้อเสนอดีกว่าคุณหรอก”

นาชาพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบ แต่แฝงความภาคภูมิใจไว้ในทุกถ้อยคำ

ค่าเหนื่อยสัปดาห์ละ 1 แสนปอนด์ เมื่อคำนวณเป็นรายปีจะตกอยู่ที่ราว 5.8 ล้านยูโร...มากกว่าสมัยอยู่ปอร์โต้ไม่รู้กี่เท่าตัว!

ต่อให้ลอนดอนจะมีอัตราภาษีโหดหินแค่ไหน แต่เล่ย ยูก็ก้าวขึ้นสู่ทำเนียบนักเตะรายได้สูงสุดของลอนดอนไปเรียบร้อยแล้ว

ดูท่าการขายฟาเบรกาสจะทำให้อาร์เซนอลฟันกำไรเนื้อ ๆ จนสโมสรที่ขึ้นชื่อเรื่องความ “ถังแตก” ยอมทุ่มไม่อั้นได้ขนาดนี้

ส่วนเรื่องการปรับขึ้นเงินเดือนรายปี หากมีการต่อสัญญาฉบับใหม่ ตัวเลขย่อมพุ่งสูงกว่า 13.5% แน่นอน

ตราบใดที่เล่ย ยูยังระเบิดฟอร์มเก่ง เขาก็ไม่ต้องกังวลเรื่องเงินในกระเป๋า

ส่วนค่าเซ็นสัญญา 3 แสนยูโรนั้น เหมือนถูกหวยรางวัลใหญ่ ทันทีที่เงินเข้าบัญชี เล่ย ยูตั้งใจจะโอนกลับไปให้ที่บ้านทันที แม้พ่อแม่จะไม่ขัดสนเรื่องเงินทองก็ตาม

ไม่ว่าจะมองมุมไหน หลังจากได้ฟังข้อเสนอ เล่ย ยูไม่รู้สึกถึงความ “ขี้เหนียว” ของสโมสรเก่าเลยแม้แต่น้อย

ตรงกันข้าม นอกจากไม่ได้ทุ่มเงินซื้อตัวเขาในตลาดซื้อขายแล้ว ในด้านอื่น ๆ อาร์เซนอลถือว่าใส่ใจเล่ย ยูอย่างดีเยี่ยม

“แล้วเสื้อแข่งล่ะ? ผมจะได้ใส่เบอร์อะไร?” เล่ย ยูยิงคำถามสำคัญ

“ทางอาร์เซนอลเขาอยากให้คุณใส่เบอร์ 4 น่ะ!”

“เบอร์ 4? เลขสำคัญขนาดนั้นเลยเหรอ?”

สมัยก่อน วิเอร่าคือเจ้าของเสื้อหมายเลข 4 แห่งอาร์เซนอล

ส่วนฟาเบรกาส ตอนย้ายมาใหม่ ๆ ใส่เบอร์ 57 และ 15 ก่อนจะเปลี่ยนมาสวมเบอร์ 4 หลังจากทีมย้ายเข้าสู่เอมิเรตส์ สเตเดียม

ทว่าเจ้าหนูเชสไม่ได้เลือกเบอร์นี้เพราะวิเอร่า แต่เป็นเพราะ “เป๊ป กวาร์ดิโอล่า” ไอดอลของเขาต่างหาก

แต่ไม่ว่าจะมีที่มาอย่างไร เบอร์ 4 ได้กลายเป็นสัญลักษณ์ของ “หัวใจสำคัญ” แห่งอาร์เซนอลไปแล้ว ยังไม่นับรวมว่าอองรีผู้ยิ่งใหญ่เองก็เคยแบกเลข “4” ไว้ที่กลางหลังในสมัยอดีต

“ใช่ค่ะ แต่พวกเขาก็เคารพการตัดสินใจของคุณนะ ถ้ามีเบอร์ที่ชอบในใจ ทางนั้นก็พร้อมจะล็อคให้คุณเป็นกรณีพิเศษ!”

ได้ยินคำตอบที่ใส่ใจขนาดนี้ เล่ย ยูถึงกับซาบซึ้งเป็นครั้งแรกว่าการมีเอเยนต์เก่ง ๆ มันดียังไง

“งั้นตกลง เอาเบอร์ 4 นี่แหละ ภาระสำคัญแบบนี้ผมแบกไหว!”

“ไม่มีปัญหา เดี๋ยวชั้นแจ้งกลับไปเลย... ชั้นก็คิดไว้แล้วเหมือนกัน ผู้ชายที่ชั้นเล็งไว้ ไม่มีทางถอดใจกับเรื่องแค่นี้หรอก” นาชาตอบกลับอย่างอารมณ์ดี...

ลอนดอนขึ้นชื่อเรื่องภูมิอากาศแบบอบอุ่นชื้นภาคพื้นสมุทร แม้จะไม่หนาวจัด แต่ตลอดทั้งปีแทบไม่เห็นแสงตะวัน และมักมีฝนปรอยอยู่เสมอ

ดังนั้นวันไหนที่แดดจ้า ชาวเมืองจึงมักพาลูกหลานและสัตว์เลี้ยงออกมานอนเกลือกกลิ้งบนผืนหญ้า อาบรับแสงแดดอันงดงามที่หาได้ยากยิ่ง

ทว่าในวันตรวจร่างกาย เล่ย ยูกลับไม่มีโชคได้เจอวันฟ้าใส

เจ้าหน้าที่ซึ่งมารอรับเล่ย ยู เงยหน้ามองเมฆทะมึนแล้วบ่นอุบ “บ้าเอ๊ย ฝนจะตกหรือไม่ตกวะเนี่ย? ทำไมมันเหมือนต่อมลูกหมากพ่อชั้นจังวะ? กะปริดกะปรอยอยู่ได้!”

ได้ยินคำบ่นของเจ้าหน้าที่ เล่ย ยูถึงกับขนลุกซู่

ใครเขาเปรียบเทียบสภาพอากาศบ้านเกิดตัวเองแบบนั้นกัน?

พอคิดตาม จู่ ๆ เล่ย ยูก็รู้สึกปวดฉี่ขึ้นมาตะหงิด ๆ

“ถอดชุดออกซะ แล้วไปนอนบนเตียง!” แพทย์หญิงร่างท้วมสวมแว่นหนาเตอะออกคำสั่งโดยไม่เงยหน้ามอง

เล่ย ยูเบ้ปาก

ถ้าจะมีข้อเสียอะไรสักอย่างในอาร์เซนอล ก็คงเป็นเรื่องแพทย์หญิงที่นี่... คุณภาพสู้ที่ปอร์โต้ไม่ได้เลยสักนิด!

ขณะที่เล่ย ยูกำลังตั้งหน้าตั้งตาถอดเสื้อผ้า แฟ้มเอกสารปึกหนึ่งก็ฟาดลงบนไหล่เขาเต็มแรง...ปึ้ก!

“นี่! ใครสั่งให้นายถอดหมดฮะ!?”

เล่ย ยูที่กำลังจะถอดกางเกงชั้นในชะงักกึก หน้าแดงก่ำด้วยความเขินอาย ทั้งที่อุตส่าห์รวบรวมความกล้าตั้งนานสองนาน

หลังผ่านการตรวจร่างกายตามขั้นตอนปกติ เล่ย ยูก็ถูกชายวัยกลางคนหัวล้านพาไปยังสนามฝึกซ้อมในร่มเพื่อทดสอบสมรรถภาพทางกาย

การทดสอบทั้งหมดเสร็จสิ้นในช่วงเช้า และผลตรวจก็ไปวางอยู่บนโต๊ะของ เวนเกอร์ ในช่วงบ่ายวันนั้น

“ร่างกายแข็งแรง ไม่มีโรคแฝง ไม่มีอาการบาดเจ็บ และไม่มีโรคทางพันธุกรรม”

“ลำตัวช่วงบนยาว 76 เซนติเมตร ช่วงล่างยาว 104 เซนติเมตร... ขาสั้นไปหน่อย”

“เป็นฮ่องกงฟุตขั้นรุนแรง เล็บเท้าติดเชื้อรา 8 เล็บ อาจเกิดจากการสวมใส่รองเท้าและพฤติกรรมการฝึกซ้อม”

“หนังหุ้มปลายยาวเกินไป แนะนำให้ขลิบ”

...ไล่สายตามองคำแนะนำของแพทย์ที่ยาวเป็นหางว่าว มุมปากของศาสตราจารย์กระตุกยิก ๆ

นี่มันตรวจร่างกายนักเตะ หรือตรวจแผนกศัลยกรรมทางเดินปัสสาวะกันแน่?

ถือใบรายงานไว้ในมือ ท่าทางเขาไม่ได้ดูเหมือนโค้ช แต่เหมือนเจ้าสาวหมาด ๆ ที่กำลังรอใบทะเบียนสมรสไม่มีผิด

ทำไมทีมแพทย์ของอาร์เซนอลถึงชอบขุดคุ้ยเรื่องใต้สะดือของนักเตะนักนะ?

มิน่าล่ะ หลายปีมานี้ถึงมีนักเตะเจ็บระนาว ก็เล่นไม่สนใจจุดสำคัญกันเลยนี่หว่า!

แต่ก็ยังมีข่าวดีอยู่บ้าง

เมื่อเทียบกับรายงานแพทย์เมื่อปีก่อนตอนที่ยังไม่ได้ปล่อยยืมตัว เล่ย ยูไม่เพียงสูงขึ้นไม่กี่เซนติเมตร แต่ร่างกายยังบึกบึนขึ้นอย่างเห็นได้ชัด เปอร์เซ็นต์ไขมันในร่างกายก็เพิ่มขึ้นเล็กน้อย

ไม่เพียงแค่นั้น จากข้อมูลการทดสอบความอ่อนตัว  กล้ามเนื้อของเล่ย ยูไม่ใช่ “กล้ามเนื้อตาย” แบบพวกนักเพาะกาย ความยืดหยุ่นของเขายังดีเยี่ยมพอที่จะรองรับการบิดหมุนตัวในท่ายาก ๆ ได้

ข้อนี้ทำให้เวนเกอร์พอใจอย่างมาก

ยิ่งไปกว่านั้น หลังจากไล่ดูไฮไลต์การเล่นตลอดปีที่ผ่านมา ศาสตราจารย์ยังสังเกตเห็นอย่างเฉียบคมว่า เล่ย ยูทุ่มเทอย่างหนักเพื่อพัฒนาทักษะการจ่ายบอลและการยิงประตู ซึ่งเดิมทีไม่ใช่จุดเด่นของเขา

นักเตะที่มีวินัยสูงและขยันขันแข็งเพื่อลบจุดอ่อนของตัวเองแบบนี้แหละ คือสิ่งที่เวนเกอร์ตามหามาตลอด!

หลังอ่านจบหน้าสุดท้าย ศาสตราจารย์ก็พยักหน้าพลางถอนหายใจยาว

“หวังว่าคราวนี้... อาร์เซนอลจะปั้น ‘แกนหลัก’ ของตัวเองได้สำเร็จเสียที!”

จบบทที่ บทที่ 126 การตรวจร่างกาย

คัดลอกลิงก์แล้ว