เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 9 ระดับน้ำที่สูงขึ้น

บทที่ 9 ระดับน้ำที่สูงขึ้น

บทที่ 9 ระดับน้ำที่สูงขึ้น


บทที่ 9 ระดับน้ำที่สูงขึ้น

ฟางเหวินรีบว่ายไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนืออย่างรวดเร็ว ส่วนเรื่องที่ว่าจะเจอปลาอัลลิเกเตอร์การ์ทางนั้นหรือไม่ ฟางเหวินไม่สนอีกต่อไปแล้ว

เพราะทันทีที่ประตูระบายน้ำเปิดออก แรงดูดมหาศาลขนาดนั้น ลำพังร่างกายเล็กจ้อยของฟางเหวินไม่มีทางต้านทานไหวแน่ หากถูกกระแสน้ำพัดออกไป มีโอกาสถึงเก้าสิบเปอร์เซ็นต์ที่เขาจะตายสนิท

สำหรับเจ้าปลาอัลลิเกเตอร์การ์ แม้มันจะไล่ล่าเขามาหลายครั้ง แต่ก็ไม่เคยทำอะไรฟางเหวินได้จริงๆ สักที และเขาก็เอาตัวรอดมาได้ตลอด เมื่อเทียบกับสถานการณ์ตอนนี้แล้ว ฟางเหวินยอมเผชิญหน้ากับปลาอัลลิเกเตอร์การ์ดีกว่าต้องถูกกระแสน้ำอันเชี่ยวกรากดูดกลืนไป

แม้จะเป็นช่วงเวลากลางวัน แต่เนื่องจากฝนที่ตกลงมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่เมื่อคืน ทำให้ไม่มีนักตกปลามาที่นี่เลย อ่างเก็บน้ำทั้งแห่งร้างผู้คน มีเพียงปลาชนิดต่างๆ ที่ลอยขึ้นมาเหนือผิวน้ำเพราะฝนตก

ฟางเหวินว่ายน้ำด้วยความเร็วสูง เพียงครู่เดียวเขาก็ผ่านอาณาเขตหลักของตัวเองมาถึงโซนตะวันตกเฉียงเหนือ

เมื่อมาถึงที่นี่ ฟางเหวินก็ชะลอความเร็วลง บริเวณนี้น่าจะปลอดภัยกว่ามาก ต่อให้ประตูระบายน้ำเปิด แรงดูดก็น่าจะส่งผลมาไม่ถึง หรือต่อให้มาถึง แรงดูดก็คงไม่รุนแรงนัก ด้วยขนาดและพละกำลังของฟางเหวิน เขาน่าจะต้านทานได้สบาย

นี่เป็นครั้งแรกที่ฟางเหวินมาเยือนแถบนี้ ก่อนหน้านี้เพราะมีเจ้าปลาอัลลิเกเตอร์การ์คุมอยู่ เขาจึงแทบไม่เคยย่างกรายเข้ามาเลย ในเวลานี้ ฟางเหวินมองทิวทัศน์รอบตัวด้วยความอยากรู้อยากเห็น

เมื่อเทียบกับทางทิศตะวันออกและทิศใต้ จำนวนปลาที่นี่ลดฮวบลงไปอย่างเห็นได้ชัด

ฟางเหวินคาดเดาว่าคงเป็นเพราะถูกเจ้าปลาอัลลิเกเตอร์การ์จับกินไปเกือบหมด เจ้าปลาการ์ตัวใหญ่ขนาดนั้นต้องอาศัยอยู่ที่นี่มานานพอสมควรแน่ๆ

มันคงกินปลาแถวนี้จนเกลี้ยง เหลือแค่ลูกปลาตัวเล็กๆ มันถึงได้เริ่มออกไปล่าในอาณาเขตของฟางเหวินและเจ้าเต่าเฒ่า

เมื่อมองเห็นปลาเล็กและกุ้งฝอยพวกนี้ ฟางเหวินก็เริ่มรู้สึกหิวขึ้นมา ตั้งแต่เมื่อคืนเขายังไม่ได้กินอะไรเลย

เขาไม่ได้แวะดูด้วยซ้ำว่ามีเมล็ดข้าวโพดที่นักตกปลาทิ้งไว้บ้างหรือเปล่าเมื่อเช้านี้

เมื่อจ้องมองเหยื่อตัวเล็กๆ รอบตัว ฟางเหวินไม่รอช้า เริ่มลงมือจัดการพวกมันทันที

ฟางเหวินในร่างปลาคาร์ปมีปากที่ค่อนข้างใหญ่ แม้จะเป็นปลาคาร์ป แต่เขาก็สามารถงับเจ้าปลาเล็กกุ้งน้อยพวกนี้ได้ทีละคำ

ธรรมชาติของปลาคาร์ปเป็นปลากินพืชและสัตว์ สามารถกินได้ทั้งตะไคร่น้ำ เมล็ดข้าวโพด รวมถึงปลาเล็ก กุ้ง และหอยขม ในเมื่อไม่มีข้าวโพดให้กิน เขาก็กินปลาเล็กกุ้งน้อยแทน ซึ่งช่วยเสริมโปรตีนได้เป็นอย่างดี

หลังจากกินจนอิ่มหนำ ฟางเหวินก็หาที่ซ่อนตัวเพื่อพักผ่อน ที่นี่เขายังคงต้องระมัดระวังตัวอยู่บ้าง เพราะถ้าเป็นไปได้ การไม่เจอเจ้าปลาอัลลิเกเตอร์การ์ย่อมดีที่สุด

เวลาผ่านไป เมื่อฟางเหวินตื่นขึ้นมาอีกครั้ง เขาก็พบว่าดวงอาทิตย์สาดแสงและท้องฟ้าแจ่มใสแล้ว!

ฟางเหวินดีใจมากกับเรื่องนี้ เพราะการไม่มีฝนคือทางเลือกที่ดีที่สุดสำหรับเขา ถ้าฝนตกหนัก นักตกปลาจะไม่มา และเขาก็ต้องว่ายร่อนเร่หาอาหารไปทั่วทุกวัน

ทว่า โบราณว่าไว้ 'สุขเกินไปมักกลายเป็นทุกข์'

ในขณะที่ฟางเหวินกำลังดีใจ จู่ๆ เขาก็เห็นเงาดำทะมึนสายหนึ่งกำลังว่ายพุ่งตรงมาทางเขาด้วยความเร็วสูง

ดูจากลักษณะเงาดำนั้นแล้ว จะเป็นตัวอื่นไปไม่ได้นอกจากปลาอัลลิเกเตอร์การ์

ในหมู่ปลาด้วยกัน ปลากินเนื้อมักจะมีสายตาใต้น้ำที่ดีกว่าปลากินพืช และเจ้าปลาอัลลิเกเตอร์การ์ก็เป็นหนึ่งในนั้น

ดังนั้นมันจึงมองเห็นเจ้าปลาอ้วนที่สร้างปัญหาให้มันซ้ำแล้วซ้ำเล่าได้แต่ไกล

ทันทีที่เห็นปลาอัลลิเกเตอร์การ์ ฟางเหวินก็รีบหันหลังกลับและระเบิดพลังว่ายหนีด้วยความเร็วสูงสุด มุ่งหน้าตรงไปยังดงสาหร่ายทันที

ท้องฟ้าเพิ่งจะแจ่มใส นักตกปลาส่วนใหญ่น่าจะยังมาไม่ถึง ดังนั้นแผนที่จะล่อปลาอัลลิเกเตอร์การ์ไปสู้กับนักตกปลาเหมือนเมื่อวานจึงเป็นไปไม่ได้อย่างแน่นอน

การหนีเข้าดงสาหร่ายคือทางรอดที่ดีที่สุดในตอนนี้ หากเจ้าเต่าเฒ่าอยู่ในดงสาหร่าย เขาอาจจะเบี่ยงเบนความสนใจให้เจ้าเต่ากับปลาการ์มาเจอกันได้

ตราบใดที่เขาไม่โผล่หัวออกไป หากเจ้าเต่าเฒ่ากับปลาอัลลิเกเตอร์การ์เจอกันโดยไม่มีเขา เรื่องคงไม่จบลงด้วยดีแน่ๆ เห็นได้จากรอยเขี้ยวบนกระดองเจ้าเต่าเฒ่าที่ฝีมือเจ้าปลาการ์ฝากไว้ก่อนหน้านี้

อย่างไรก็ตาม ความเร็วของปลาอัลลิเกเตอร์การ์นั้นเหนือกว่าฟางเหวินเล็กน้อย และบริเวณนี้คือทิศตะวันตกเฉียงเหนือของอ่างเก็บน้ำ ในขณะที่ดงสาหร่ายอยู่ทางทิศใต้ ใกล้กับถิ่นของเจ้าเต่าเฒ่า ซึ่งระยะทางระหว่างสองจุดนี้ถือว่าไกลมาก

ดังนั้น ฟางเหวินจึงเตรียมใจไว้แล้วว่าปลาอัลลิเกเตอร์การ์จะต้องตามทัน และเขาพร้อมที่จะฟาดหางใส่หัวมันทุกเมื่อเพื่อให้มันมึนงงและซื้อเวลาหนีต่อไป

ฟางเหวินว่ายน้ำอย่างรวดเร็วโดยแบ่งสมาธิส่วนใหญ่ไปที่ด้านหลัง เมื่อเห็นว่าปลาอัลลิเกเตอร์การ์จวนเจียนจะถึงตัว ฟางเหวินก็สะบัดหางฟาดสวนไปทางหัวของมันทันที

แต่สิ่งที่ฟางเหวินคาดไม่ถึงคือ เจ้าปลาอัลลิเกเตอร์การ์ตัวนี้เรียนรู้จากประสบการณ์ครั้งก่อนๆ เมื่อเผชิญกับการฟาดหางของฟางเหวิน มันกลับเบี่ยงตัวหลบ ทำให้การโจมตีของฟางเหวินพลาดเป้า มิหนำซ้ำมันยังงับเข้าที่ขอบหางของฟางเหวิน กัดเอาครีบหางแหว่งไปชิ้นเล็กๆ

ความเจ็บปวดที่แล่นขึ้นมาจากหางทำให้ฟางเหวินเร่งความเร็วขึ้นโดยอัตโนมัติ ช่วยสร้างระยะห่างขึ้นมาได้ชั่วคราว

จังหวะที่ปลาอัลลิเกเตอร์การ์กำลังจะตั้งลำไล่ล่าต่อ ฟางเหวินก็มองเห็นดงสาหร่ายในที่สุด

เขารีบพุ่งตัวมุดเข้าไปทันที

เมื่อเห็นเจ้าปลาอ้วนหนีเข้าไปซ่อนในดงสาหร่าย ปลาอัลลิเกเตอร์การ์กลับไม่ได้ตามเข้าไป แต่มันว่ายวนเวียนเฝ้าอยู่รอบนอก ไม่ยอมจากไปไหน

ปลาอัลลิเกเตอร์การ์เคยเข้าไปในดงสาหร่ายนี้มาก่อนและได้ปะทะกับเจ้าเต่าเฒ่าตัวนั้น จนทิ้งรอยเขี้ยวไว้มากมายบนกระดองของมัน

แต่ก็เพราะเคยสู้กับเจ้าเต่าเฒ่านั่นแหละ มันถึงรู้ถึงความน่ากลัวของอีกฝ่าย แม้มันจะดูได้เปรียบ แต่ก็ทำอันตรายร้ายแรงอะไรให้เต่าไม่ได้เลย และมันก็ไม่กล้าเสี่ยงโดนเจ้าเต่าเฒ่ากัดแม้แต่ครั้งเดียว

ไม่อย่างนั้น บริเวณที่โดนกัดอาจจะเนื้อหลุดออกมาเป็นก้อนใหญ่ๆ เลยก็ได้

และตอนนี้เจ้าปลาอ้วนก็เข้าไปในนั้นด้วย พละกำลังของเจ้าปลาอ้วนตัวนั้นใช่ย่อยเสียที่ไหน ลูกฟาดหางนั่นเล่นเอามันเกือบมึนมาแล้ว ถ้าสองตัวนี้มารวมพลังกัน ปลาอัลลิเกเตอร์การ์ก็เริ่มรู้สึกหวั่นใจขึ้นมาจริงๆ

ภายในดงสาหร่าย ฟางเหวินสัมผัสได้ถึงความเจ็บปวดที่หางและกลิ่นคาวเลือดที่ลอยมาเป็นระยะ รู้ตัวว่าหางได้รับบาดเจ็บ ทำให้ฟางเหวินขบกรามแน่นด้วยความเจ็บใจ

ฟางเหวินนึกเสียใจอย่างสุดซึ้งที่คราวนี้ดันวิวัฒนาการมาเป็นปลาคาร์ปแทนที่จะเป็นฉลามน้ำจืด ไม่อย่างนั้น มีหรือที่เขาจะถูกปลากินเนื้อไล่ต้อนไปทั่วและโดนกัดแบบนี้?

ถ้าเขาเป็นฉลามน้ำจืด เขาคงไล่ล่าเจ้าปลาอัลลิเกเตอร์การ์จนหัวซุกหัวซุนไปแล้ว!

แม้จะคิดแบบนั้น แต่น่าเศร้าที่ความจริงก็คือ ตอนนี้เขาเป็นเพียงปลาคาร์ปตัวหนึ่ง และในอ่างเก็บน้ำแห่งนี้ สิ่งมีชีวิตที่จะเป็นภัยคุกคามต่อปลาอัลลิเกเตอร์การ์ได้นั้นแทบจะไม่มีอยู่เลย ดังนั้น ฟางเหวินจึงทำได้เพียงซ่อนตัวเงียบๆ ในดงสาหร่าย ไม่กล้าโผล่ออกไป

เมื่อมองดูปลาอัลลิเกเตอร์การ์ที่ว่ายวนเวียนอยู่ด้านนอก ฟางเหวินก็นึกย้อนไปว่านี่ดูเหมือนจะเป็นครั้งที่สามหรือสี่แล้วที่เขาถูกมันไล่ล่า

“บัดซบเอ๊ย โบราณว่า 'เรื่องร้ายไม่เกิดซ้ำสาม' แต่นี่มันเกินสามครั้งแล้วนะโว้ย! คราวหน้าถ้าแกมาหาเรื่องอีก พ่อจะสู้กับแกให้ตายกันไปข้างหนึ่งเลย!”

ฟางเหวินที่กำลังเดือดดาลเริ่มพักผ่อนร่างกายในดงสาหร่าย เฝ้ารออย่างเงียบเชียบให้เจ้าปลาอัลลิเกเตอร์การ์จากไป

จบบทที่ บทที่ 9 ระดับน้ำที่สูงขึ้น

คัดลอกลิงก์แล้ว