- หน้าแรก
- หมา ไม่ต้องทำโอที แต่ข้าต้องทำ
- บทที่ 2 เงาทะมึน
บทที่ 2 เงาทะมึน
บทที่ 2 เงาทะมึน
บทที่ 2 เงาทะมึน
ฟางเหวินแหวกว่ายไปมาในน้ำอย่างสบายอารมณ์ กุ้งหอยปูปลาตัวเล็กตัวน้อยในบริเวณใกล้เคียงต่างพากันแตกกระเจิงหนีไปทุกทิศทุกทางยามที่เขาผ่าน
ถึงอย่างไร ปลาคาร์ปก็กินปลาและกุ้งเป็นอาหารเหมือนกัน และด้วยขนาดตัวของฟางเหวินในตอนนี้ แม้แต่ปลาตัวเล็กหนักสักหนึ่งหรือสองเหลี่ยงเขาก็กินได้สบาย
เขาว่ายวนอยู่พักใหญ่ สำรวจฝั่งตะวันออกของอ่างเก็บน้ำจนทั่ว ก่อนจะมาถึงใจกลางอ่างเก็บน้ำ ตรงที่มีหินก้อนหนึ่งเอียงจมลงไปในน้ำ
นี่คือฐานทัพของฟางเหวิน เขาจะมาพักผ่อนที่นี่เสมอ เพราะก้อนหินด้านบนช่วยมอบความปลอดภัยให้เขาได้ในระดับหนึ่ง
ฟางเหวินไม่ได้ไร้คู่ต่อกรในอ่างเก็บน้ำแห่งนี้ สองวันก่อน ใกล้ๆ กับฝั่งตะวันตกของอ่างเก็บน้ำ เขาเห็นซากปลาตัวใหญ่ที่ถูกกินไปเกือบหมด
เหลือทิ้งไว้เพียงส่วนหัวและส่วนหางเท่านั้น
แม้จะมองไม่เห็นขนาดที่แท้จริงของปลาตัวนั้น แต่ดูจากหัวและหางที่เหลืออยู่ ฟางเหวินกะประมาณว่ามันน่าจะยาวหลายสิบเซนติเมตร เกือบจะถึงหนึ่งเมตรเลยทีเดียว
มันต้องเป็นปลาที่หนักกว่าสิบหรือยี่สิบจิน หรืออาจจะใหญ่กว่านั้นเสียอีก
ปลาขนาดนี้มักจะไม่ถูกคุกคามในอ่างเก็บน้ำ แต่กลับถูกจับกิน
ดังนั้น ฟางเหวินจึงสงสัยว่ามีตัวอันตรายบางอย่างอยู่ในอ่างเก็บน้ำ และเขาก็ระมัดระวังตัวและทำตัวสงบเสงี่ยมมาโดยตลอด ถึงขนาดมาแอบนอนซ่อนตัวที่นี่
ท้ายที่สุดแล้ว ฟางเหวินมาที่นี่เพื่อเอาชีวิตรอดและหาเงิน ไม่ได้มาเพื่อสู้รบปรบมือกับยักษ์ใหญ่ตัวอื่น
โชคร้ายที่สิ่งที่ฟางเหวินคาดไม่ถึงก็คือ หลังจากพักอยู่ใต้หินก้อนนี้มาสักพัก เมื่อเขารู้สึกหิวและอยากออกไปหาอะไรกิน ทันทีที่กำลังจะผละออกจากก้อนหิน เขาก็ได้กลิ่นคาวเลือด
ฟางเหวินล้มเลิกความคิดที่จะออกไปข้างนอกในทันที และซ่อนตัวเงียบๆ อยู่ใต้ก้อนหินต่อไป
ไม่นานนัก ฟางเหวินก็รู้สึกถึงแรงกระเพื่อมรุนแรงในน้ำที่มาจากที่ไหนสักแห่งไม่ไกล
ฟางเหวินมองไปทางต้นตอของกระแสน้ำ เห็นเพียงเงาดำทะมึนกำลังไล่ล่าเหยื่อไปทั่ว ไล่กวดปลาชนิดต่างๆ
ไม่ว่าจะเป็นปลาจี้ขนาดเท่าฝ่ามือ หรือปลาเฉายาวระสิบถึงสามสิบเซนติเมตร ต่างก็ถูกไล่ต้อนไปทั่ว
ขณะที่ปลาเหล่านี้และเงาดำไล่ล่าและหลบหนีกัน พวกมันก็กวนตะกอนโคลนที่ก้นอ่างเก็บน้ำให้ฟุ้งกระจาย ทำให้น้ำขุ่นมัวและบดบังวิสัยทัศน์ของฟางเหวิน
แม้จะถูกจำกัดด้วยสายตาของปลาคาร์ป ทำให้ฟางเหวินมองเห็นไม่ชัดว่าตัวอะไรกำลังไล่ล่าปลาพวกนี้ แต่จากรูปร่างของเงาดำนั้น
ฟางเหวินคาดว่าเงาดำก็น่าจะเป็นปลาเช่นกัน ไม่ใช่สัตว์จำพวกเต่าหรือตะพาบ
เงาดำนั้นดูเล็กกว่าฟางเหวินเล็กน้อย แต่ก็ไม่ได้ต่างกันมากนัก
ฟางเหวินรู้สึกระแวงเจ้านั่นนิดหน่อย แม้ว่าฟางเหวินจะตัวใหญ่กว่าเงาดำนั่น แต่เห็นได้ชัดว่าเจ้านั่นเป็นปลากินเนื้อ
ทว่า ปลาคาร์ปอย่างฟางเหวินเป็นพวกกินพืชและสัตว์ (Omnivorous) ในอาณาจักรสัตว์ เงาดำนั้นคือนักล่า ส่วนฟางเหวินไม่ใช่
ถึงแม้ฟางเหวินจะกินปลากินกุ้งตัวเล็กๆ ได้ แต่เขากินได้เฉพาะพวกที่เขากลืนลงท้องได้ทั้งตัวเท่านั้น ถ้าเป็นปลาใหญ่หนักกว่าสิบจิน ฟางเหวินกินมันไม่ได้แน่ๆ
ดังนั้น ในแง่ของพลังการต่อสู้ ต่อให้ฟางเหวินตัวใหญ่กว่านิดหน่อย เขาก็ไม่ใช่คู่ต่อสู้ของปลากินเนื้อบางชนิดอยู่ดี ยกเว้นว่าขนาดตัวจะต่างกันหลายเท่าตัวจริงๆ
ไม่นานนัก ฟางเหวินก็ไม่รู้สึกถึงกระแสน้ำอีก และความขุ่นมัวที่ก้นน้ำก็ค่อยๆ เริ่มจางลง
ดูเหมือนว่าปลากินเนื้อขนาดยักษ์ตัวนั้นจะจากไปแล้ว
เมื่อรู้สึกถึงความหิวโหยในร่างกาย ฟางเหวินก็ค่อยๆ ออกจากพื้นที่ใต้ก้อนหินอย่างระมัดระวัง และว่ายตรงเข้าหาฝั่ง
ผ่านไปครู่หนึ่ง ฟางเหวินก็มาถึงบริเวณใกล้ฝั่ง แต่สิ่งที่ฟางเหวินคาดไม่ถึงคือ เขาเห็นคันเบ็ดหลายคันปักอยู่
"บ้าน่า! นี่มันกี่โมงกี่ยามแล้ว? นักตกปลาพวกนั้นยังอยู่อีกเหรอ? ไม่กลับไปกินข้าวเย็นกันรึไง?"
ฟางเหวินเต็มไปด้วยคำถาม หลังจากเป็นปลามาหลายวัน เขาเคยเจอนักตกปลามาบ้าง แต่ส่วนใหญ่จะมาเช้าตรู่และกลับไปตอนพระอาทิตย์เกือบตรงหัว
แต่ตอนนี้ ฟางเหวินโผล่ขึ้นมาเหนือน้ำและกวาดตามอง พระอาทิตย์เริ่มคล้อยต่ำไปทางทิศตะวันตกแล้ว ซึ่งหมายความว่ามันเป็นเวลาบ่ายแก่ๆ แล้ว
นักตกปลาพวกนี้ยังอยู่ ซึ่งทำให้ฟางเหวินรู้สึกเหลือเชื่อเล็กน้อย พวกนี้ว่างงานเกินไปแล้ว
"มาแล้ว! ดูสิ! เจ้ายักษ์นั่นมาแล้ว!"
ในจังหวะนี้เอง จางอู่ที่อยู่บนฝั่งเห็นฟางเหวินโผล่ขึ้นมาก็ตะโกนด้วยความประหลาดใจทันที
คนอื่นๆ ตื่นตัวขึ้นมาทันที จ้องมองเงาดำใต้น้ำเขม็ง
ความจริงที่ว่านักตกปลาเหล่านี้อยู่โยงที่นี่ได้นานขนาดนี้ จริงๆ แล้วเป็นความผิดของฟางเหวินล้วนๆ
ถ้าฟางเหวินไม่โผล่หัวออกมาให้เห็นก่อนหน้านี้ และไม่ถูกนักตกปลาพวกนี้เห็นเข้า
หลังจากผ่านไปหลายชั่วโมงโดยไม่มีปลาตอดและตกไม่ได้เลยสักตัว นักตกปลาพวกนี้คงกลับไปนานแล้ว
แต่หลังจากเห็นฟางเหวิน สถานการณ์ก็เปลี่ยนไป
เพราะพวกเขารู้ว่ามีปลาใหญ่ยาวกว่าหนึ่งเมตรอยู่ที่นี่ มีปลาตัวเบ้อเริ่มเป็นเหยื่อล่อใจขนาดนี้ พวกเขาจะตัดใจกลับได้ลงคอเหรอ?
ถ้าพวกเขากลับไป แล้วนักตกปลาข้างๆ ที่ยังไม่กลับตกเจ้าปลาใหญ่ตัวนั้นได้ พวกเขาคงนอนไม่หลับจนอยากจะลุกขึ้นมาทุบอกชกหัวตัวเองในโลงศพด้วยความเสียดายว่าทำไมตอนนั้นถึงรีบกลับ
ตอนนี้พอเห็นฟางเหวินอีกครั้ง ก็ยิ่งเป็นไปไม่ได้ที่พวกเขาจะกลับ พวกเขาอาจจะอยากเฝ้าอยู่ที่นี่ทั้งวันทั้งคืนเลยด้วยซ้ำ
เมื่อมองดูเหล่านักตกปลา ฟางเหวินก็หดหู่อย่างมาก เมื่อก่อนตอนเขามาขโมยกิน เขาจะกินอาหารจากจุดที่นักตกปลาอ่อยเหยื่อไว้ ตอนนั้นนักตกปลาไม่อยู่ เขาเลยกินได้อย่างสบายใจไร้กังวล
แต่ตอนนี้นักตกปลายังอยู่ เขาต้องระวังตัวเป็นพิเศษเวลากิน
แม้ว่าด้วยขนาดตัวของเขา นักตกปลาธรรมดาอาจจะตกเขาไม่ขึ้นจริงๆ แต่เขาก็ไม่อยากให้ปากฉีกเพราะตะขอเบ็ดหรอกนะ มันเจ็บจะตาย
ฟางเหวินทำได้เพียงแฝงตัวอย่างระมัดระวังที่ก้นน้ำ คอยเก็บกินเมล็ดข้าวโพดที่จมลงสู่ก้นบึ้ง
เมื่อฟางเหวินลงไปถึงก้นน้ำ ยังมีปลาเล็กปลาน้อยอยู่บ้าง แต่พอฟางเหวินมาถึง ปลาเล็กพวกนี้ก็แตกตื่นหนีไปทันที ทิ้งอาหารทั้งหมดที่ก้นน้ำไว้ให้ฟางเหวิน
เวลานี้มีเมล็ดข้าวโพดอยู่ที่ก้นน้ำเยอะมาก ปริมาณไม่น้อยเลย ต่อให้ปลาเล็กก่อนหน้านี้จะกินไปบ้างแล้ว แต่ก็ยังเหลืออีกเพียบ คงเป็นเพราะนักตกปลาพวกนี้อ่อยเหยื่อไว้อย่างหนักมือ
แต่น่าเสียดาย ตอนนี้เกือบทั้งหมดกลายเป็นลาภปากของฟางเหวิน
เหล่านักตกปลากำลังจดจ่ออยู่กับคันเบ็ดของตัวเอง กลัวว่าจะไม่ทันสังเกตถ้ามีปลากินเบ็ด
ในไม่ช้า หลายชั่วโมงก็ผ่านไป และพระอาทิตย์ก็เริ่มลับขอบฟ้าแล้ว แต่น่าเสียดายที่พวกเขาไม่เจอแรงตอดเลยแม้แต่นิดเดียว อย่าว่าแต่จะได้ปลาเลย
เมื่อมองดูพระอาทิตย์ตกดิน จางอู่ก็นั่งไม่ติดแล้ว "ไม่ไหวแล้ว อยู่มาทั้งวัน ได้แค่ปลาตะเพียนสองตัว ฉันเก็บของกลับล่ะ"
จ้าวหยวนถอนหายใจเช่นกัน "ฉันก็เก็บเหมือนกัน ปลาตะเพียนสักตัวยังไม่ได้เลย วันนี้ก็แห้วอีกตามเคย ปลาใหญ่นั่นคงไม่โผล่ออกมาแล้วมั้ง"
คนอื่นๆ ไม่ได้พูดอะไร แต่ก็เริ่มเก็บอุปกรณ์ของตัวเอง ก่อนกลับ พวกเขายังเทเหยื่อที่เหลือและเมล็ดข้าวโพดลงไปในน้ำด้วย
ไม่ต้องบอกก็รู้ พวกเขาวางแผนจะมาต่อพรุ่งนี้ นี่คือการอ่อยเหยื่อล่วงหน้า
ส่วนฟางเหวินน่ะเหรอ... เขาไปจากที่นี่ตั้งนานแล้ว