เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 1 เกิดใหม่ปี 1984

บทที่ 1 เกิดใหม่ปี 1984

บทที่ 1 เกิดใหม่ปี 1984


“ได้ยินว่าสาวที่เจ้าหนุ่มโจวเยี่ยนช่วยไว้เมื่อเช้า คือหลานสาวของผู้ช่วยผู้จัดการโรงงานหลินที่มาเยี่ยมญาติ เป็นสาวในเมือง หน้าตาสะสวยน่าดูเลยล่ะ”

“ไร้สาระน่า! เจ้าโจวเอ้อร์หวาที่ว่ายน้ำไม่เป็นนั่นน่ะนะจะช่วยคนได้? คางคกกระโดดหน้าผา อยากเป็นอินทรีเทพจอมยุทธ์หรือไง?”

“โจวเยี่ยนเป็นเด็กฝึกงานในโรงอาหารของโรงงานทอผ้าอยู่ดี ๆ ไหงถึงออกมาเปิดร้านอาหารเองได้ล่ะ? ฝีมือทำครัวครึ่ง ๆ กลาง ๆ ของเขา อาหารที่ทำออกมาไม่ไฟอ่อนไปก็เค็มไปจืดไป ขนาดข้าวผัดไข่ยังทำออกมาได้แย่ วันหนึ่งมีลูกค้าแทบไม่ถึงสามคน คาดว่าอีกสามเดือนคงเจ๊ง”

“คนหนุ่มสาวก็แบบนี้แหละ ทะเยอทะยานแต่ฝีมือไม่ถึง ไม่รู้ไปโดนใครเป่าหูมา เป็นหนี้ท่วมหัวเพื่อเปิดร้านอาหารร้านนี้ พาคนทั้งครอบครัวลงเหวไปด้วย ถ้าเจ๊งขึ้นมาจริงๆ ก็คงต้องไปขายตัวแล้วล่ะ”

“ข่าวจริงแน่นะ? โจวเยี่ยนน่ะเป็นหนุ่มรูปหล่อที่มีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วเลยนะ!”

“พี่สะใภ้รองหลิน เธอนี่มันจริง ๆ เลย...”

หัวสะพานหินแห่งนี้เปรียบเสมือนศูนย์กลางข่าวกรองของเมืองเล็กๆ เหล่าหญิงวัยกลางคนหลายคนกำลังซักผ้าและพูดคุยเรื่องสัพเพเหระกันไปพลาง ไม่เว้นแม้แต่เรื่องตลกสองแง่สองง่าม

ริมถนนใกล้กับหัวสะพานมีร้านอาหารตามสั่งร้านหนึ่ง บนประตูแขวนป้าย ‘ร้านอาหารโจวเอ้อร์หวา’ ทว่าประตูบานใหญ่กลับปิดสนิท มีเพียงควันจาง ๆ ลอยออกมาจากปล่องควันเท่านั้น

ในครัวหลังร้าน โจวเยี่ยนกำลังโยนกระดาษเข้าเตาไฟ คำว่า ‘จดหมายลาตาย’ โดดเด่นเป็นพิเศษท่ามกลางเปลวเพลิง สาดส่องใบหน้าที่หล่อเหลาคมคายของเขา

เสียงหัวเราะของเหล่าป้า ๆ ปากร้ายดังแว่วเข้ามาเป็นระยะจากหน้าต่างที่เปิดแง้มไว้ มุกตลกทะลึ่งตึงตังทำเอาคนฟังรู้สึกร้อนหู

แต่เหล่าป้า ๆ ก็ดูคนแม่นจริง ๆ โจวเยี่ยนเป็นอินทรีเทพจอมยุทธ์ไม่ได้แน่ ทว่าเขาไม่ได้กระโดดหน้าผา แต่กระโดดแม่น้ำชิงอีเจียง

คนว่ายน้ำไม่เป็นคนนั้นกระโดดลงไปในห้วงน้ำขี้ผึ้งขาว ถีบขาได้ไม่กี่ทีวิญญาณก็กลับสู่สายน้ำใหญ่ไป

โจวเยี่ยน หนุ่มอนาคตไกลแห่งยุค Gen Z พอลืมตาก็เห็นแขนขาวผ่องราวรากบัวคู่หนึ่งลอยผลุบ ๆ โผล่ ๆ อยู่ตรงหน้า ส่วนตัวเองก็สำลักน้ำไปหลายอึกจนแทบหายใจไม่ออก

โจวเยี่ยนที่เติบโตมาแถบชายทะเล ได้รับฉายาว่าพยูนขาวท่องคลื่น พอได้สติก็รีบคว้าแขนนั้นดึงคนขึ้นสู่ผิวน้ำทันที จากนั้นก็ประคองศีรษะของเธอจากด้านหลัง ลอยตามน้ำไปจนถึงฝั่ง แล้วดึงคนขึ้นฝั่ง

หลังจากนั้นกลุ่มคนก็กรูเข้ามาล้อม และรีบหามหญิงสาวคนนั้นออกไปอย่างตื่นตระหนก

วินาทีก่อน โจวเยี่ยนยังคงกังวลว่าสงครามภาษีการค้าระหว่างจีน-อเมริกาจะส่งผลกระทบต่อเงินฝากสามหลักของตัวเองอย่างไร วินาทีต่อมาก็โชคดีเป็นบ้า ทะลุมิติมายังปี 1984 เสียแล้ว

ในหัวสับสนอลหม่านไปหมด เขาไม่ทันได้มองชัด ๆ ด้วยซ้ำว่าหญิงสาวคนนั้นหน้าตาสะสวยเพียงใด จำได้แค่ว่าขาวและนุ่มนิ่มมาก แม้แต่เสียงกรีดร้องก็ยังแผ่วเบา

แน่นอนว่า เรื่องเหล่านี้ไม่ได้สำคัญอะไร

โจวเยี่ยนกลับมายังร้านอาหารตามความทรงจำ เขาใช้เวลาครึ่งวันในการซึมซับความทรงจำทั้งหมดของ ‘โจวเยี่ยน’ อีกคนในหัว และยอมรับความจริงที่ว่าตัวเองทะลุมิติมายังโลกคู่ขนาน ในร่างของชายหนุ่มที่ชื่อแซ่เดียวกับเขา

เจ้าของร่างเดิมปีนี้อายุยี่สิบ เป็นเด็กฝึกงานในโรงอาหารของโรงงานทอผ้าเจียโจวที่อยู่ฝั่งตรงข้ามมาสองปีครึ่ง เมื่อสองเดือนก่อนถูกไล่ออกเพราะมีเรื่องขัดแย้งกับหัวหน้าหวังในโรงอาหาร

เจ้าหมอนี่ลากพ่อของเขาไปกู้หนี้ยืมสินรวบรวมเงินมาได้ 868.52 หยวน บวกกับเงินเก็บของพ่ออีก 500 หยวน มาเซ้งร้านตรงหน้าโรงงานแห่งนี้ เปิดเป็นร้านอาหาร และลั่นวาจาไว้ว่าจะโค่นโรงอาหารของโรงงานให้ร่วง

แต่เขาก็ประเมินฝีมือทำครัวของตัวเองสูงเกินไปจริง ๆ การบริหารร้านก็เละเทะไม่เป็นท่า โรงอาหารของโรงงานยังไม่เจ๊ง แต่ร้านอาหารของเขากลับทำท่าว่าจะเจ๊งจริง ๆ เสียแล้ว

เงินที่ยืมมาก็ใช้จนหมด คำพูดโอ้อวดที่เคยลั่นไว้กลายเป็นเรื่องตลก เมื่อวานยังถูกหัวหน้าหวังคนนั้นมาเยาะเย้ยถึงที่ อีกสองวันก็ต้องจ่ายค่าเช่าร้าน เสี่ยวโจวคนนี้ซึ่งมีความสามารถในการทนต่อแรงกดดันต่ำจึงดื่มเหล้าทั้งคืน เขียนจดหมายลาตาย และกระโดดแม่น้ำชิงอีเจียงในตอนเช้าตรู่

โจวเยี่ยนมองปึกตั๋วสัญญาใช้เงินในมือ อดทนสะกดกลั้นความอยากที่จะโยนมันเข้าเตาเผาทิ้งไปด้วยกัน นี่มันเรื่องบ้าบออะไรกันวะเนี่ย?

โจวเยี่ยนที่เติบโตมาจากบ้านเด็กกำพร้ารักเงินเป็นอย่างยิ่ง มีเพียงเงินเท่านั้นที่ทำให้เขารู้สึกปลอดภัยได้

และเขาก็เป็นคนที่ขาดความรู้สึกปลอดภัยมาโดยตลอด

เขาทำงานพิเศษมานับไม่ถ้วนตั้งแต่เด็ก พอเข้ามหาวิทยาลัยก็บุกเบิกวงการสื่อโซเชียล ด้วยสไตล์การวิจารณ์ที่ตลกสามส่วน ปากจัดเจ็ดส่วน บวกกับความหล่ออีกเก้าสิบคะแนน ทำให้เขากลายเป็นบล็อกเกอร์สายอาหารชื่อดังที่มีผู้ติดตามหลักล้าน เก็บเงินได้ก้อนหนึ่งและกำลังวางแผนเปิดร้านอาหารร้านแรกของตัวเอง

อุตส่าห์ลืมตาอ้าปากได้แล้วแท้ ๆ กลับทะลุมิติมาปี 1984 กลายเป็นยาจกอีกรอบ!

โจวเยี่ยน: (□′)︵┻━┻

ข่าวดีคือ มีร้านอาหารแล้ว

ข่าวร้ายคือ ไม่เพียงแต่ได้รับสืบทอดร้านอาหารที่ใกล้จะเจ๊งร้านหนึ่ง แต่ยังติดหนี้ก้อนโตอีกด้วย

เงินก้อนนี้หากเป็นตอนก่อนที่เขาจะทะลุมิติ ก็คงเป็นแค่ค่าใช้จ่ายในการถ่ายทำมื้ออาหารมื้อเดียวเท่านั้น

แต่นี่คือปี 1984 บนเมนูเขียนด้วยลายมือที่แขวนอยู่บนผนัง: หมูสามชั้นราดซอสกระเทียม 3 เจี่ยว 5 เฟิน หมูสามชั้นนึ่งผักกาดดองเค็ม 4 เจี่ยว 5 เฟิน หมูผัดพริกเสฉวน 6 เจี่ยว ขาหมูตงพัว 1 หยวน 2 เจี่ยว...

พนักงานประจำของโรงงานทอผ้าเจียโจวที่อยู่ข้าง ๆ เงินเดือนเพียง 38.5 หยวนต่อเดือนเท่านั้น

ที่วางอยู่ด้วยกันกับตั๋วสัญญาใช้เงิน ยังมีเงิน 3 หยวน 8 เจี่ยว 7 เฟิน ตั๋วแลกเนื้อ 2 ใบ และตั๋วแลกอาหาร 3 ใบ

บล็อกเกอร์สายอาหารแบ่งออกเป็นสองประเภท:

ประเภทแรกคือ ร่างทรงเทพนักปรุงโดยกำเนิด เก่งกาจในการแบ่งปันเคล็ดลับการทำอาหาร ซึ่งจะได้รับความรักและความชื่นชมจากแฟน ๆ

อีกประเภทคือ ร่างทรงเทพนักกินโดยกำเนิด เชี่ยวชาญในการกินและจับผิด สามารถแบ่งปันรสชาติอาหารด้วยการวิจารณ์ที่แม่นยำและสีหน้าที่ดูโอเวอร์ ล่อลวงให้แฟน ๆ เปิดแอปพลิเคชันสีเหลืองอันชั่วร้ายในยามค่ำคืน

โชคร้ายมากที่โจวเยี่ยนจัดอยู่ในประเภทหลัง

เขาไม่ได้มีความสามารถขนาดที่ว่าแค่พับแขนเสื้อขึ้นแล้วโชว์ฝีมือเพียงเล็กน้อย ก็จะสามารถชุบชีวิตร้านอาหารในเมืองเล็กๆ ทางตอนใต้ของเสฉวนแห่งนี้ให้กลับมามีธุรกิจที่เฟื่องฟูได้

แต่สถานการณ์ก็ยังไม่ถือว่าเลวร้ายเกินไป เขาละสายตาจากเตาไฟ เพียงแค่คิดในใจ ในสายตาของเขาก็ปรากฏหน้าต่างสถานะขึ้นมา:

[ผู้เล่น: โจวเยี่ยน]

[อาชีพ: พ่อครัว]

[ค่าความมั่งคั่ง: -858.52]

[ทักษะอาชีพ]:

ทักษะการใช้มีด (ระดับกลาง): 8604/10000 (ทักษะการใช้มีดของคุณเพียงพอที่จะรับมือกับความต้องการของอาหารส่วนใหญ่ได้)

การควบคุมไฟ (ระดับต้น): 668/1000 (ห่วย ยังต้องฝึกฝนอีก)

การปรุงรส (ระดับต้น): 695/1000 (ราชาเกลือ เบามือหน่อย)

วาทศิลป์ (ระดับสูง): 88888/100000 (หมูเขี่ยม่านประตู——อาศัยปากล้วน ๆ)

[เมนูที่เชี่ยวชาญ]:

หมูสามชั้นนึ่งผักกาดดองเค็ม (ระดับต้น): 26/1000 (น้องชายออกไปเดินเล่น เดินเอานะพี่)

หมูผัดพริกเสฉวน (ระดับต้น): 55/1000 (ถนนลาดยางใหม่มันเรียบดีจริง ๆ ไม่มีกรวดหินเลย)

ขาหมูตงพัว (ระดับต้น): 12/1000 (ความขยันสามารถชดเชยความบกพร่องได้)

แตงกวาทุบ (ระดับกลาง): 1871/10000 (ปรมาจารย์แตงกวา ช่างเก่งกาจจริง ๆ)

...

[ภารกิจหลัก: จงเป็นเทพกระทะเหล็ก! สร้างชื่อเสียงให้ลือลั่นไปทั่วโลก!]

[ภารกิจมือใหม่: กรุณาผูกพันธะกับร้านอาหาร 1 แห่ง รางวัลภารกิจ: แพ็กเกจเริ่มต้น]

[ห้างสรรพสินค้าความมั่งคั่ง]: เปิดใช้งานเมื่อค่าความมั่งคั่งถึง 1000

นี่คือหน้าต่างสถานะผู้เล่นในเกมโฆษณาแนวฝึกฝนเชฟเทพกระทะเหล็กที่โจวเยี่ยนเพิ่งรับงานมา ด้วยความทุ่มเทในการทำงาน เขายังอุตส่าห์ลองเล่นเกมนี้อยู่สองวัน ไม่นึกเลยว่ามันจะทะลุมิติตามเขามาด้วย

แถบข้อมูลนี้คือระดับความสามารถที่แท้จริงของเขาในปัจจุบัน ซึ่งอธิบายได้อย่างรอบด้านว่าเหตุใดร้านอาหารโจวเอ้อร์หวาถึงกำลังเผชิญหน้ากับการปิดกิจการ

ทักษะการใช้มีดที่ยอดเยี่ยม แต่ความสามารถในการควบคุมไฟและการปรุงรสที่ย่ำแย่ บ่งบอกว่าเสี่ยวโจวคนนี้เป็นได้แค่ลูกมือเตรียมวัตถุดิบ ยังไม่สามารถเรียกได้ว่าเป็นพ่อครัว

เมนูที่แปะอยู่เต็มผนัง มีเพียงเมนูแตงกวาทุบเท่านั้นที่ผ่านมาตรฐาน

ฝีมือทำครัวช่างเลวร้ายจนไม่กล้ามองจริง ๆ

แต่สไตล์การประเมินของระบบนี่มันช่างประชดประชันเสียจริง หรือว่ามันปรับตามลักษณะนิสัยของแต่ละคนด้วย?

โจวเยี่ยนก็เหมือนกับเหล่าผู้มีเกียรติที่กำลังอ่านอยู่นี้ ปกติก็ชอบอ่านนิยายออนไลน์เช่นกัน คุ้นเคยกับการทะลุมิติและระบบเป็นอย่างดี และยอมรับมันได้อย่างรวดเร็ว

ตอนที่อ่านก็ด่าอย่างหัวเสีย: ระบบอีกแล้ว!

พอมาเจอกับตัวเอง: หอมหวานจริง ๆ!

ปี 1984 สำหรับโจวเยี่ยนแล้วมันช่างห่างไกลเหลือเกิน ไม่มีฟิลเตอร์ฟรุ้งฟริ้งสวยงาม และไม่มีความทรงจำใด ๆ

แต่เขาเคยถ่ายทำร้านอาหารเก่าแก่มามากมาย สัมภาษณ์เจ้าของร้านอาหารที่สร้างตัวขึ้นมาด้วยมือเปล่าก็ไม่น้อย การนำเสนอเรื่องราวเบื้องหลังอาหารเลิศรสมาเป็นจุดขายของวิดีโอก็เป็นหนึ่งในเอกลักษณ์ของเขาเช่นกัน

การเปิดร้านอาหารในยุค 80 ถือเป็นคนกลุ่มแรก ๆ ที่กล้าลองหลังจากเศรษฐกิจภาคเอกชนได้รับการปลดล็อก ดีกว่าการไปขุดหาอาหารในดินเป็นไหน ๆ

โจวเยี่ยนเคยทำงานพิเศษเป็นพนักงานเสิร์ฟในร้านอาหาร ทั้งยังเป็นบล็อกเกอร์สายอาหารมาสี่ปี และยังเตรียมตัวเปิดร้านมาครึ่งปี นอกจากฝีมือทำครัวที่ยังไม่เอาไหนแล้ว เขาก็มีความสามารถในการเปิดร้านครบถ้วน

และระบบนี้ ก็สามารถมาเติมเต็มจุดอ่อนตรงนี้ของเขาได้พอดี

โจวเยี่ยนยืนขึ้น และเลือกผูกพันธะ

[ติ๊ง! ผูกพันธะร้านอาหารโจวเอ้อร์หวาสำเร็จ มอบแพ็กเกจเริ่มต้น กรุณารับ!]

โจวเยี่ยนใช้ความคิดเปิดแพ็กเกจ:

[บะหมี่แห้งเนื้อสับผัดพริก] [บะหมี่น้ำเนื้อตุ๋น] [บะหมี่ซี่โครงหมู] [ผักดอง]

รายการอาหารที่สามารถเรียนรู้ได้สี่รายการเด้งขึ้นมาในคราวเดียว

ดวงตาของโจวเยี่ยนเป็นประกาย เมนูบะหมี่สามอย่าง เสิร์ฟคู่กับผักดองหนึ่งอย่าง นี่คือจะให้เขาเปลี่ยนไปเปิดร้านบะหมี่งั้นหรือ?

ความอลังการของแพ็กเกจเริ่มต้นนี้ช่างเหนือความคาดหมายของเขาไปหน่อย

เขาใช้ความคิดคลิกทีเดียว สูตรอาหารทั้งสี่ก็ถูกเปิดออกพร้อมกัน ในหัวของเขาก็ดังหึ่งขึ้น รู้สึกเหมือนถูกยัดอะไรมากมายเข้ามา จนรู้สึกมึนงงไปชั่วขณะ

ในไม่ช้า สีหน้าของโจวเยี่ยนก็ปรากฏร่องรอยของความยินดี

มันไม่ใช่สูตรอาหารแห้ง ๆ สี่แผ่น ไม่ใช่วิดีโอสอนออนไลน์ในหัว แต่เป็นความรู้ที่เข้ามาอยู่ในสมองของเขาโดยตรง!

ตั้งแต่การหมักแป้งไปจนถึงการดึงเส้นบะหมี่ ตั้งแต่การจัดการเนื้อวัวไปจนถึงการตุ๋นเนื้อ ตั้งแต่การเคี่ยวน้ำซุปกระดูกไปจนถึงการปรุงรสบะหมี่ มันเป็นประสบการณ์ที่ครบถ้วนสมบูรณ์ทั้งชุด เหมือนกับความทรงจำที่เขารับสืบทอดมาจากเสี่ยวโจว มันชัดเจนและไม่มีความรู้สึกขัดแย้งแม้แต่น้อย

โจวเยี่ยนเป็นบล็อกเกอร์สายอาหารที่มีคุณภาพคนหนึ่ง แถมยังได้รับพื้นฐานการทำอาหารมาจากเสี่ยวโจว เขาสามารถตัดสินจากสูตรอาหารในหัวได้ว่าบะหมี่สามอย่างนี้รสชาติไม่เลวแน่นอน

เขาเรียนรู้วิธีทำบะหมี่สามชนิด และไม่ใช่เพียงเท่านั้น

หากลองมองในมุมกลับกัน เนื้อสับผัดพริกสองชนิดก็เป็นสุดยอดเมนูกินกับข้าว เนื้อตุ๋นหน่อไม้ก็ถือเป็นอาหารเสฉวนคลาสสิกจานหนึ่ง ซี่โครงหมูตุ๋นจนเปื่อยนุ่มหลุดออกจากกระดูกใครเล่าจะปฏิเสธได้ลง?

โจวเยี่ยนเรียนมหาวิทยาลัยที่เฉิงตูสี่ปี เป็นบล็อกเกอร์สายอาหารที่สร้างช่องจากการถ่ายทำอาหารเสฉวน เขาเข้าใจอาหารเสฉวนดีเกินไปแล้ว

ร้านบะหมี่ที่อร่อย ในครัวมักจะมีเชฟอาหารเสฉวนฝีมือฉกาจอยู่เสมอ

หากพูดถึงระดับความชื่นชอบในเส้นบะหมี่ คนเสฉวนไม่แพ้คนภาคเหนือเลยแม้แต่น้อย

ที่นี่ ทุกสิ่งสามารถนำมาทำเป็นหน้าบะหมี่ได้ เขาเคยกินบะหมี่เป็ดผัดขิง บะหมี่ไส้หมู บะหมี่ปลาไหล บะหมี่เครื่องในไก่ บะหมี่ตับหมู บะหมี่เนื้อกระต่าย... รวมถึงบะหมี่เต้าฮวยที่แสนประหลาด

ปัญหาใหญ่อย่างหนึ่งของร้านอาหารโจวเอ้อร์หวาก็คือ ก้าวใหญ่เกินไป แต่เสี่ยวโจวกลับไม่มีความสามารถที่สอดคล้องกัน ผลลัพธ์ก็เลยเจ็บตัว

ลูกมือเตรียมวัตถุดิบที่ทำเป็นแค่แตงกวาทุบ กลับทำเมนูอาหารสามสิบสี่สิบรายการให้ตัวเอง แค่ต้นทุนวัตถุดิบที่ต้องเตรียมในแต่ละวันก็เพียงพอที่จะลากร้านอาหารที่แทบไม่มีลูกค้าร้านนี้ให้ล้มละลายได้แล้ว

แน่นอนว่า เมนูแตงกวาทุบเพียงอย่างเดียวก็ไม่สามารถพยุงร้านอาหารทั้งร้านไว้ได้เช่นกัน

ค่าเช่าร้านอาหารเดือนละ 15 หยวน ยังมีค่าบริหารจัดการที่ต้องจ่ายและค่าใช้จ่ายจิปาถะต่าง ๆ ต้นทุนเหล่านี้รวมกันแล้วสูงถึง 20 หยวน

ร้านอาหารนี้ไม่ใช่ของหอมหวานอะไรเลย หากตกอยู่ในมือคนทั่วไป มันก็คือเผือกร้อนดี ๆ นี่เอง

ตอนนี้โจวเยี่ยนเรียนรู้เมนูบะหมี่สามอย่าง และผักดองรสชาติสดชื่นแก้เลี่ยนอีกหนึ่งอย่าง ก็นับว่าพอมีหนทางแก้ไขสถานการณ์แล้ว

เขาเดินออกจากห้องครัว แล้วกระชากเมนูที่เขียนด้วยลายมือซึ่งแปะอยู่บนผนังลงมาขยำเป็นก้อน

ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ทุกเมนูใหม่ในรายการอาหารของร้านอาหารโจวเอ้อร์หวาจะต้องผ่านด่านของเขาก่อน จะไม่มีการประนีประนอมใด ๆ ทั้งสิ้น

พรุ่งนี้ เริ่มขายบะหมี่!

อีกสามวันต้องจ่ายค่าเช่าร้าน หาเงินค่าเช่าให้ได้ก่อนค่อยว่ากัน

……….……….……….……….

เกร็ดความรู้: สกุลเงินของประเทศจีนคือเงินสกุลเหรินหมินปี้[¥RMB] หน่วยเงินต่าง ๆ แบ่งออกเป็น 元 (yuán) หยวน 角 (jiǎo) เจี่ยวหรือกั๊ก และ 分 (fēn) เฟินหรือสตางค์ โดยมีลำดับการเรียงดังนี้ 元 หยวน (¥1) 角 เจี่ยว (¥0.1) 分 เฟิน (¥0.01)

จบบทที่ บทที่ 1 เกิดใหม่ปี 1984

คัดลอกลิงก์แล้ว