เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 23 กำเนิดผู้เล่นสายโล่กระแทก(ฉบับแก้ไข)

บทที่ 23 กำเนิดผู้เล่นสายโล่กระแทก(ฉบับแก้ไข)

บทที่ 23 กำเนิดผู้เล่นสายโล่กระแทก(ฉบับแก้ไข)


บทที่ 23 กำเนิดผู้เล่นสายโล่กระแทก(ฉบับแก้ไข)

สเตอแลนหยิบอาวุธออกมา เป็นกระบองหนามหมาป่ายาวเท่าแขนท่อนล่าง

นางเตรียมกลยุทธ์มาแล้ว สิ่งมีชีวิตอย่างการ์กอยล์นั้น มีความต้านทานต่อการฟัน, การแทง, การสับสูง แต่กลับแพ้ต่อการทุบ หากใช้ค้อนหรืออะไรทำนองนั้น จะสามารถทำลายการป้องกันได้อย่างง่ายดาย

ไม่มีอะไรน่ากลัวอีกแล้ว! ในตอนนั้น นางเห็นกงชีอิงอย่างสบายๆ หยิบโล่ใหญ่และหอกยาว(สำหรับขี่ม้า)ออกมา ดูเหมือนว่าเขาตั้งใจจะใช้เพียงอาวุธสองอย่างนี้เท่านั้น

“เอ่อ” สเตอแลนลังเลเล็กน้อย เอ่ยถามขึ้นว่า: “การ์กอยล์มีความต้านทานต่ออาวุธประเภทหอกไม่ใช่รึ ใช้หอกยาว ความเสียหายจะไม่เพียงพอเอาหรือ?”

“ความเสียหายไม่เพียงพอ แต่ทำไมข้าถึงจำเป็นต้องทำความเสียหายด้วยล่ะ?”

“หากไม่มีความเสียหาย ก็ตีมอนสเตอร์ไม่เข้าสิ”

กงชีอิงยิ้มอย่างลึกลับ “เดี๋ยวเจ้ารอดูข้าแสดงเอง อย่าเข้ามายุ่ง”

เขาช่างทิ้งความลับไว้ให้น่าติดตามเสียจริง และสเตอแลนก็ดันหลงกลเข้าเสียด้วยสิ! เมื่อเดินเข้าไปในป้อมปราการ นางก็เชื่อฟังยืนรออยู่ใกล้ๆ กับประตู ไม่ได้เข้าไปลึกแต่อย่างใด ด้วยวิธีนี้ การ์กอยล์ก็จะถือว่ากงชีอิงเป็นเป้าหมายแรก

“ข้าขอดูหน่อยเถอะว่าเจ้าจะสู้ได้อย่างไร”

สเตอแลนยังคงรู้สึกไม่ยอมรับอยู่เล็กน้อย ตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบันแล้ว สิ่งที่สำคัญที่สุดในการต่อสู้กับมอนสเตอร์คืออะไร? นักผจญภัยทุกคนย่อมตอบว่าเป็นความเสียหาย!

หากไม่มีความเสียหายที่เพียงพอ การโจมตีทุกครั้งที่กระทำต่อมอนสเตอร์ก็เหมือนเกาให้หายคันเท่านั้น!

ในยุคปัจจุบัน นักผจญภัยมีความเห็นพ้องต้องกันอย่างหนึ่ง—เน้นความเสียหายหนัก ให้ความสำคัญน้อยกับเทคนิค ไม่ต้องสนใจการป้องกัน

แม้กระทั่งนักดาบโล่ชูเอิน วิธีการโจมตีที่เขาใช้บ่อยที่สุด จริงๆ แล้วคือการใช้โล่ทุบคน ส่วนการป้องกันนั้น นานๆ ครั้งถึงจะทำเสียที

ดังนั้น เมื่อกงชีอิงหยิบโล่ใหญ่อันหนาหนักออกมา สเตอแลนถึงกับรู้สึกไม่เข้าใจ การถือโล่ใหญ่เช่นนั้นย่อมส่งผลกระทบต่อการต่อสู้อย่างมาก ยิ่งไปกว่านั้นยังส่งผลต่อความคล่องแคล่วอีกด้วย ไม่ว่าจะมองอย่างไรก็ไม่มีความคุ้มค่าเลย

“โฮกกกกก!”

ขณะที่ได้ยินเสียงคำรามของการ์กอยล์ กงชีอิงก็โยนมีดบินใส่มอนสเตอร์ที่อยู่บนเพดาน ดึงแอ็กโกรได้สำเร็จ การ์กอยล์กางปีกออกเตรียมพุ่งเข้าใส่!

“หลบสิ” สเตอแลนพึมพำกับตัวเองเบาๆ

แต่ กงชีอิงกลับไม่หลบ

เขายืนนิ่งอยู่กับที่ เพียงแค่ยกโล่ใหญ่ขึ้นมา ราวกับตกใจจนทำอะไรไม่ถูก ยืนรอรับแรงกระแทกจากการ์กอยล์อย่างนั้น!

“ปัง—”

กรงเล็บยักษ์ของการ์กอยล์ฟาดเข้าใส่โล่ใหญ่ ร่างของกงชีอิงสั่นสะท้านไปเล็กน้อย แต่ท่วงท่ากลับไม่พังทลาย! โล่ใหญ่สามารถรับการโจมตีครั้งนี้ไว้ได้อย่างสมบูรณ์แบบ! ทีนี้คงจะต้องหลบแล้วใช่ไหม? สเตอแลนเบิกตากว้างจ้องมอง ตอนนี้หากหลบหลีกก็จะสามารถเปิดโอกาสให้สวนกลับการ์กอยล์ได้ เป็นวิธีการที่ให้ผลประโยชน์สูงมาก

ทว่า—

“ข้ากระแทก”

กงชีอิงผู้หลบอยู่หลังโล่ใหญ่ แทงหอกยาวใส่การ์กอยล์ทีหนึ่ง

“???”

สเตอแลนมีเครื่องหมายตกใจผุดขึ้นเหนือศีรษะ การโจมตีเมื่อครู่นั้นอ่อนปวกเปียกไร้เรี่ยวแรง แค่ขูดผิวของการ์กอยล์จนถลอกไปเพียงเล็กน้อยเท่านั้น! ไม่น่าแปลกใจเลยที่กงชีอิงเลือกที่จะเดินเลี่ยงมอนสเตอร์มาตลอดทาง ที่แท้เป็นเพราะความสามารถที่แท้จริงของเขาไม่อนุญาตให้เปิดโหมดบ้าคลั่งได้!

“ให้ข้าลุยเองเถอะ!” สเตอแลนตะโกนบอก

“ไม่จำเป็น เจ้าอยู่ที่นั่นแหละ”

กงชีอิงแทงหอกใส่การ์กอยล์ทีละน้อย ทีละน้อย อีกฝ่ายถึงกับชะงักไปครู่หนึ่ง บางทีตั้งแต่เกิดมา นี่อาจจะเป็นครั้งแรกที่มันเคยเจอการโจมตีที่เบาหวิวถึงเพียงนี้

แต่หลังจากนั้น มอนสเตอร์ก็ถูกยั่วโมโห โจมตีราวกับพายุฝนกระหน่ำ สาบานว่าจะต้องทุบเจ้ามนุษย์ไก่อ่อนคนนี้ให้แหลกเป็นผุยผง! เรื่องน่าอัศจรรย์ก็บังเกิดขึ้น

ถึงแม้การโจมตีจะรุนแรง แต่โล่ใหญ่กลับเหนือกว่าขั้นหนึ่ง สามารถรับการโจมตีของการ์กอยล์ไว้ได้ทั้งหมด! “โฮก—”

การ์กอยล์คำรามลั่น กางแขนทั้งสองข้างออกหมายจะเหวี่ยงโล่ให้กระเด็น แต่กงชีอิงดูเหมือนจะมองการเคลื่อนไหวของมันออกนานแล้ว เขาก้มตัวลงกลิ้งหลบเบาๆ อย่างง่ายดาย

จากนั้นก็กลับไปหลบอยู่หลังโล่ใหญ่แล้วแทงๆๆ ต่อไป

หากการ์กอยล์พูดได้ ตอนนี้คงจะเริ่มด่ากราดออกมาแล้ว

แทงๆๆ กลิ้งหลบทีนึง แล้วก็แทงๆๆ อีก กลิ้งหลบอีกที… ไม่รู้ตั้งแต่เมื่อไหร่ สเตอแลนก็ยืนตะลึงอ้าปากค้างไปเสียแล้ว นางไม่เคยเห็นสไตล์การต่อสู้ที่ขี้ขลาดเยี่ยงนี้มาก่อนเลย

แม้กระทั่งตอนที่การ์กอยล์อีกตัวพุ่งเข้ามาสมทบ ทั้งสองตัวต่างระดมโจมตีอย่างบ้าคลั่ง โล่ใหญ่ก็ยังคงไม่สั่นคลอน

มีคำกล่าวว่า ปริมาณเปลี่ยน คุณภาพเปลี่ยน ในเวลาไม่นาน ร่างกายของการ์กอยล์ก็ยับเยินไปหมด กงชีอิงยื่นหอกยาวไปข้างหน้า แทงทะลุศีรษะของมัน

ใช้วิธีเดียวกัน การ์กอยล์อีกตัวก็ตายตามไป

“เป็นอย่างไรบ้าง” กงชีอิงปักหอกยาวลงบนพื้น กล่าวอย่างภาคภูมิใจ: “ช่างเป็นการต่อสู้ที่สะใจจริงๆ”

ท่านสู้ตรงไหนกัน… “ช่างเปิดหูเปิดตาเสียจริง” สเตอแลนไม่รู้จะพูดอะไร สีหน้าก็ดูน่าสนใจ(พิลึก)เป็นอย่างยิ่ง นางอั้นอยู่นานหลังจากนั้นจึงเอ่ยถาม: “ขอประทานโทษ นี่คือสายอะไรหรือ?”

“สายโล่กระแทก! สายที่ไร้เทียมทาน!”

สเตอแลนอ้าปากค้าง ครึ่งค่อนวันก็ยังคงไม่ได้พูดอะไรออกมา

หลังจากจัดการการ์กอยล์เสร็จ กงชีอิงก็ไม่ได้หายตัวไป แต่ยังคงนำนางสำรวจเมืองโรคระบาดต่อไป

เมื่อเจอกับมอนสเตอร์สัตว์คล้ายสุนัขที่มีความคล่องตัวสูง ก็ใช้โล่กระแทกจัดการ

เมื่อเจอกับมอนสเตอร์สัตว์คล้ายลิงที่ขว้างอาวุธได้ ก็ใช้โล่กระแทกจัดการ

เมื่อเจอหัวมุมที่ไม่รู้ว่ามีมอนสเตอร์ซุ่มโจมตีอยู่หรือไม่ ก็ยังคงใช้โล่กระแทกจัดการ

สเตอแลนดูจนมึนไปหมดแล้ว

เมื่อเห็นกงชีอิงใช้โล่กระแทกจัดการกับมอนสเตอร์กองหนึ่งที่นางมองแล้วยังคิดว่ารับมือยากได้ นางก็มองไปยังกระบองหนามหมาป่าในมือของตนเอง แล้วเอ่ยถามอย่างระมัดระวังว่า:

“ท่านยังรับศิษย์อยู่หรือไม่ขอรับ?”

ภายใต้หมวกเกราะ กงชีอิงเผยรอยยิ้มสดใส: “อยากเรียนรึ ข้าสอนให้”

“มา เอาโล่กับอาวุธของข้าไป แล้วเจ้าเดินนำหน้า ใช่ ถือโล่แบบนั้นแหละ เห็นมอนสเตอร์ข้างหน้าไหม พุ่งเข้าไปจัดการมัน!”

สเตอแลนนึกถึงวิธีการโล่กระแทกของกงชีอิงในสมอง เลียนแบบท่าทางนั้น แล้วเริ่มเปิดฉากโจมตีมอนสเตอร์ที่อยู่ตรงหน้า

โล่ใหญ่นั้นหนักมาก แต่ถึงอย่างไรนางก็เป็นนักผจญภัยระดับอีลิท ถึงแม้จะต้องเผชิญหน้ากับแรงกระแทกของมอนสเตอร์ตัวใหญ่ นางก็ยังสามารถยืนหยัดต้านทานไว้ได้โดยไม่ปล่อยมือ

ในช่วงแรกก็ยังเป็นไปด้วยดี แต่เมื่อสถานการณ์การต่อสู้เริ่มตึงเครียดขึ้นเรื่อยๆ มือที่ถือโล่อยู่ก็เริ่มสั่นเทา

มอนสเตอร์ฉวยโอกาสนี้ พุ่งเข้าใส่สุดแรง! การป้องกันของนางแตก! “ย๊าาา”

สเตอแลนรีบหยิบกระบองหนามหมาป่าออกมา ทุบหัวของมอนสเตอร์จนแหลกละเอียด

“ทะ ทำไมท่านถึงไม่โดนการป้องกันแตกล่ะ?” ตอนนี้นางเต็มไปด้วยคำถาม

กงชีอิงโบกมืออย่างร่าเริง กล่าวว่า: “เจ้าไม่ทันสังเกตหรือว่าตอนที่ข้าทนไม่ไหวแล้ว จะเลือกลดโล่ลงเพื่อฟื้นฟูพลังงาน(สตามิน่า)?”

“ตูม—”

ราวกับมีสายฟ้าฟาดลงกลางศีรษะ สเตอแลนตาสว่างทันที! ที่แท้โล่กระแทกไม่ใช่การตั้งรับอย่างเดียว ต้องใช้เทคนิคด้วย! เมื่อศัตรูโจมตีก็ยกโล่ขึ้นป้องกัน พอศัตรูหยุดพักก็ลดโล่ลงเพื่อฟื้นฟูพลังงาน เมื่อศัตรูแสดงท่าทีว่าจะพังโล่ก็ต้องกลิ้งหลบ… ในช่วงเวลาสั้นๆ เพียงหนึ่งถึงสองชั่วโมง นางรู้สึกว่าตนเองได้เรียนรู้สิ่งใหม่ๆ ที่สิบกว่าปีที่ผ่านมาไม่เคยได้เรียนรู้มาก่อน

และที่สำคัญที่สุดคือ ความรู้นี้มีประโยชน์ใช้สอยจริงๆ! ข้อเสียเพียงอย่างเดียวคือความเสียหายไม่เพียงพอ

แต่ว่า!

นางกระแทกคนเดียวอาจจะดูเหมือนความเสียหายไม่พอ หากเป็นสองคน สามคน หรือกระทั่งสิบคนช่วยกันล่ะ?

ในสมองของสเตอแลนปรากฏภาพนางและเพื่อนร่วมทีมอีกสิบคนกำลังถือโล่ใหญ่ล้อมมอนสเตอร์ไว้ตรงกลาง ในมือถือของยาวๆ แข็งๆทิ่มแทงใส่มอนสเตอร์ไปมา ส่วนมอนสเตอร์นั้นการโจมตีทั้งหมดก็เป็นเพียงความโกรธเกรี้ยวที่ทำอะไรไม่ได้ ได้แต่มองดูตนเองถูกแทงจนตาย… ร่างกายของนางสั่นสะท้านด้วยความตื่นเต้น เพียงแค่คิดถึงภาพนั้นก็แทบจะฟินสุดๆ แล้ว!

เมื่อเห็นท่าทางตื่นเต้นของสเตอแลนเช่นนี้ รอยยิ้มของกงชีอิงก็ยิ่งกว้างขึ้น

จงเฉลิมฉลอง ผู้เล่นสายโล่กระแทกผู้ยิ่งใหญ่ได้ถือกำเนิดขึ้นแล้ว ณ บัดนี้!

สเตอแลนกำลังสนุกสนานกับการถือโล่สังหารศัตรูอยู่ด้านหน้า กำลังดื่มด่ำอยู่ในสไตล์การเล่นที่เกือบจะขี้โกงนี้

แล้วกงชีอิงล่ะ? เขาหยิบเคียวเล็กเล่มหนึ่งออกมาเงียบๆ

(จบบท)

จบบทที่ บทที่ 23 กำเนิดผู้เล่นสายโล่กระแทก(ฉบับแก้ไข)

คัดลอกลิงก์แล้ว