เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 171 เทพสงครามผู้ลำพองใจ

บทที่ 171 เทพสงครามผู้ลำพองใจ

บทที่ 171 เทพสงครามผู้ลำพองใจ


ณ สถานที่จัดงานแต่ง

ซูหลางในชุดเจ้าบ่าวสุดเท่ ยืนกวาดสายตามองไปรอบๆด้วยแววตาคมกริบดุจพญาอินทรีและหมาป่าที่กำลังล่าเหยื่อ

มาดเขยขยะผู้ไร้ราศีได้อันตรธานหายไปจนหมดสิ้น

แม้รูปร่างหน้าตาจะยังคงดูธรรมดา แต่กลับแผ่ซ่านเสน่ห์อันน่าดึงดูดและแรงกดดันมหาศาลออกมา

ทำให้ผู้คนรอบข้างที่พบเห็นต่างพากันมองด้วยความยำเกรง

"นายท่าน มีปลาบางตัวหลุดรอดเข้ามาได้ จะให้พวกเราลงมือเลยไหมครับ?"

เทียนอิ่งที่ปลอมตัวเป็นพนักงานเสิร์ฟ เดินเข้ามาใกล้ซูหลางแล้วกระซิบรายงาน

"ไม่ต้อง พวกนายคอยคุ้มกันภรรยาของฉันก็พอ เรื่องอื่นเดี๋ยวฉันจัดการเอง" ซูหลางสั่งเสียงเรียบ

"รับทราบครับ ตอนนี้มีหน่วยเงา 10 นายเฝ้าหน้าห้องคุณผู้หญิงอย่างแน่นหนา รับรองว่าปลอดภัยหายห่วง!" เทียนอิ่งรับคำสั่งแล้วถอยฉากออกไป

ซูหลางมี 'หน่วยเงา' ทั้งหมด 18 นาย แต่ละคนล้วนเป็นยอดฝีมือระดับพระกาฬ

แต่ถ้าจะพูดให้ถูก ตอนนี้เหลือแค่ 17 นาย

เพราะ 'อันอิ่ง' กลายเป็นคนปัญญาอ่อนไปแล้ว จึงถูกปลดออกจากหน่วยเงาโดยอัตโนมัติ

เทียนอิ่งคือหัวหน้าหน่วยเงาทั้งหมด

หน่วยเงาทั้ง 17 นายแฝงตัวเป็นพนักงานโรงแรม กระจายกำลังคอยจับตาดูความเคลื่อนไหวภายในงาน

ส่วนใหญ่ทำหน้าที่คุ้มกันหยางจิงว่านอย่างลับๆ ที่เหลือคอยสอดส่องสถานการณ์ในงานแต่ง

ที่จุดลงทะเบียน แขกเหรื่อทยอยเดินทางมาถึงอย่างต่อเนื่อง

ล้วนเป็นบุคคลระดับบิ๊กเนมจากหลากหลายวงการที่มารวมตัวกันเพื่อร่วมแสดงความยินดีในวันนี้

หยางไท่และหลี่ม่านลี่เดินสำรวจงานด้วยความตื่นตาตื่นใจ

พวกเขาเห็นคนใหญ่คนโตที่ปกติเห็นแต่ในทีวีเดินกันขวักไขว่เต็มงานไปหมด

คนระดับนี้ ปกติจะหาโอกาสเจอหน้าสักครั้งยังยากยิ่งกว่างมเข็มในมหาสมุทร

แต่วันนี้... พวกเขาเหล่านี้กลับมาร่วมงานแต่งลูกสาวของตัวเอง!

ทั้งสองเดินตัวแข็งทื่อเข้าไปหาซูหลาง

"ไอ้ขยะ... เอ้ย... ซูหลาง คนพวกนี้นายเป็นคนเชิญมาหมดเลยเหรอ?" หลี่ม่านลี่ถามเสียงสั่นด้วยความเหลือเชื่อ

"ใช่" ซูหลางพยักหน้า ท่าทีอ่อนน้อมถ่อมตนแบบเขยขยะหายไป แทนที่ด้วยความหยิ่งผยอง

"คุณพอใจกับความยิ่งใหญ่ของงานแต่งนี้ไหม?"

"พอใจสิ! พอใจมาก! พอใจสุดๆเลยลูก!" หลี่ม่านลี่พยักหน้ารัวๆเหมือนไก่จิกข้าว ก่อนจะพูดเสียงสั่นเครือ

"ลูกเขยจ๋า... ลูกเก่งขนาดนี้ทำไมไม่บอกแม่แต่แรกล่ะ ที่ผ่านมาแม่... แม่เผลอทำตัวไม่ดีกับลูกไปบ้าง ก็เพราะแม่อยากกระตุ้นให้ลูกได้ดีไง ลูกคงไม่ถือสาคนแก่ปากเสียอย่างแม่ใช่ไหม?"

"คุณคิดว่าไงล่ะ?" ซูหลางถามกลับพร้อมรอยยิ้มเย็นยะเยือก

หลี่ม่านลี่ได้ยินแบบนั้น ขาก็สั่นพั่บๆจนแทบยืนไม่อยู่

เมื่อก่อนนางโขกสับซูหลางสารพัด ทั้งด่าทอ ทั้งกลั่นแกล้ง

พอมาเจอซูหลางเวอร์ชั่นโหดแบบนี้ จะไม่ให้กลัวจนหัวหดได้ยังไง

"ลูกเขย... ต่อไปนี้แม่จะไม่ใช้ให้ลูกทำกับข้าวถูบ้านอีกแล้ว แม่ผิดไปแล้ว ยกโทษให้แม่เถอะนะ" หลี่ม่านลี่ทิ้งมาดนางมารร้าย กลายเป็นหญิงแก่น่าสงสารทันที

"ใช่ๆ ลูกเขย เราคนกันเองทั้งนั้น ครอบครัวเดียวกัน ลิ้นกับฟันมันก็ต้องมีกระทบกระทั่งกันบ้าง เนอะๆ" หยางไท่รีบผสมโรงด้วยความหวาดกลัว

เห็นสองผัวเมียตัวแสบกลัวลนลานแบบนี้ ซูหลางก็สะใจจนแทบจะหัวเราะออกมาดังๆ ความอัดอั้นตันใจที่โดนกดขี่มาตลอดหายเป็นปลิดทิ้ง

ซูหลางไม่ตอบรับหรือปฏิเสธ เพียงแค่ทิ้งรอยยิ้มปริศนาไว้ให้ แล้วเดินจากไป

ทิ้งให้หยางไท่และหลี่ม่านลี่หน้าซีดเผือด คิดไปเองว่าซูหลางแค้นฝังหุ่น และคงจะกลับมาเช็คบิลย้อนหลังแน่ๆ

ซูหลางหันกลับไปมองแวบหนึ่ง แล้วยิ้มมุมปาก

ถึงสองผัวเมียนี่จะน่ารังเกียจ แต่เห็นแก่หน้าหยางจิงว่าน เขาจะไม่เอาความหรอก

ที่แกล้งเงียบเมื่อกี้ ก็แค่ขู่ให้กลัวเล่นๆเท่านั้นแหละ

"ป่านนี้ภรรยาคงแต่งหน้าเสร็จแล้วมั้ง อยากรู้จังว่าพอเธอออกมาเห็นงานแต่งสุดอลังการนี้แล้วจะทำหน้ายังไง..."

ซูหลางเฝ้ารอด้วยใจจดจ่อ

การพลิกบทบาทจาก 'เขยขยะ' สู่ 'เทพสงคราม' ในงานแต่ง คือไคลแมกซ์ที่เขาเตรียมไว้เพื่อพิชิตใจหยางจิงว่าน

เขาลงทุนลงแรงไปตั้งมากมายก็เพื่อวินาทีนี้แหละ

เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว ใกล้ถึงฤกษ์พิธีการแล้ว

เพื่อความสะดวก ห้องแต่งตัวของหยางจิงว่านจึงอยู่ที่โรงแรมเซ็นจูรี่นี้เลย

ซูหลางเห็นว่าได้เวลาแล้ว จึงพาขบวนเพื่อนเจ้าบ่าวแห่ไปรับตัวเจ้าสาวที่ห้องพัก

ตามธรรมเนียม เขาต้องไปรับตัวหยางจิงว่านจากห้อง แล้วพาเดินเข้าสู่พิธีวิวาห์

ที่หน้าห้องพักของเจ้าสาว เพื่อนเจ้าสาวในชุดสวยงามยืนดักรออยู่เต็มโถงทางเดิน

ตลอดทางเดินยาวเหยียด มีเก้าอี้วางเรียงรายกันถี่ยิบ

บนเก้าอี้ทุกตัว... มีแก้วเหล้าวางอยู่

ความหมายชัดเจน: ถ้าอยากผ่านทางนี้ไปรับเจ้าสาว ต้องดื่มเหล้าพวกนี้ให้หมด!

ปัญหาคือ... ทางเดินมันยาวมาก และแก้วเหล้าก็เยอะมหาศาล

"พวกนายจัดการซะ"

ซูหลางหันไปสั่งเพื่อนเจ้าบ่าว

เพื่อนเจ้าบ่าวทั้ง 9 คนล้วนเป็นระดับหัวกะทิในแวดวงต่างๆ

พวกเขาพุ่งเข้าไปดวลเหล้าอย่างห้าวหาญ แต่พอดื่มไปได้แค่คนละ 2-3 แก้ว ก็เริ่มออกอาการเซ

เพื่อนเจ้าบ่าว 9 คน... น็อคยกทีม! ยืนแทบไม่อยู่

"ไม่ได้เรื่องจริงๆ" ซูหลางบ่นอุบ

"เหล้านี่แรงชะมัด... ไม่ไหวแล้ว..."

"นี่มันเหล้าบ้าอะไรเนี่ย แรงกว่าวอดก้าอีก"

......

เพื่อนเจ้าบ่าวโอดครวญ

ซูหลางเห็นท่าไม่ดี ตัดสินใจลุยเดี่ยว

เขาคอแข็งระดับคอทองแดง ดื่มพันแก้วไม่เมา เรื่องแค่นี้จิ๊บจ๊อย

แต่พอดื่มไปได้สัก 10 แก้ว ขาของเขาก็เริ่มเซ

เหล้านี่... แรงจริงแฮะ

ซูหลางหยุดดื่มทันที

เขายังมีภารกิจต้องจัดการพวก 'ปลา' ที่หลุดเข้ามาในงาน ต้องรักษาสติให้ครบถ้วนสมบูรณ์

คิดได้ดังนั้น ซูหลางจึงเรียกหน่วยเงา 10 นายที่เฝ้าหน้าห้องหยางจิงว่านมาช่วยดื่ม

ด้วยความร่วมมือของยอดฝีมือ 10 คน แก้วเหล้าบนทางเดินพร่องไปเยอะ

แต่พวกหน่วยเงาก็มีภารกิจคุ้มกัน ดื่มมากไปเดี๋ยวเสียงาน จึงต้องหยุดแค่นั้น

พอมองดูทางข้างหน้า... ยังเหลือระยะทางอีกครึ่งหนึ่งกว่าจะถึงหน้าห้องเจ้าสาว

จะให้ดื่มหมดคงเป็นไปไม่ได้

"พวกเราไม่ไหวแล้ว เอาแค่เป็นพิธีเถอะ รีบเคลียร์ทางที่เหลือเร็วเข้า" ซูหลางเจรจากับเพื่อนเจ้าสาว

"ดื่มไม่หมดอดรับเจ้าสาว!"

"ใช่ๆ กฎต้องเป็นกฎ!"

"เป็นผู้ชายห้ามบอกว่าไม่ไหวสิคะ ดื่มต่อ!"

......

เพื่อนเจ้าสาวโห่ร้องไม่ยินยอม

ซูหลางเริ่มหงุดหงิด โทษเฉิงรุ่ยในใจที่จัดการไม่เรียบร้อย

เพื่อนเจ้าสาวพวกนี้เฉิงรุ่ยเป็นคนหามา

ตอนนี้พวกหล่อนจงใจกลั่นแกล้งชัดๆ นี่มันหมายความว่ายังไง?

ซูหลางอยากจะเตะแก้วเหล้าพวกนี้ให้กระจุย แล้วพังประตูเข้าไปอุ้มหยางจิงว่านออกมาให้รู้แล้วรู้รอด

แต่ก็ได้แค่คิด...

วันนี้วันมงคล เขาไม่อยากทำลายบรรยากาศหรือฉีกหน้าใคร

ซูหลางตัดสินใจโทรหาหยางจิงว่าน

เขาเข้าไปรับไม่ได้ แต่ให้เธอเดินออกมาหาเองก็ได้นี่นา

ไม่นานปลายสายก็กดรับ

"ที่รัก เพื่อนเจ้าสาวพวกนี้เป็นอะไรไม่รู้ พวกผมเข้าไปไม่ได้ คุณรีบออกมาเถอะ พิธีจะเริ่มแล้ว!"

"ถ้า... ถ้าพวกนาย... ดื่ม... ดื่มไม่หมด... ก็... ก็อย่าหวัง... อย่าหวัง... จะได้เข้ามา... ฉัน... ฉันไม่ออก... ไม่ออกไปหรอก..."

เสียงของหยางจิงว่านฟังดูแปลกๆ อู้อี้ ขาดห้วง และหอบกระเส่า...

*****

จบบทที่ บทที่ 171 เทพสงครามผู้ลำพองใจ

คัดลอกลิงก์แล้ว