- หน้าแรก
- เกิดใหม่ทั้งที ดันกลายเป็นนายน้อยจอมวายร้ายไปซะได้
- บทที่ 163 เลือกชุดแต่งงาน
บทที่ 163 เลือกชุดแต่งงาน
บทที่ 163 เลือกชุดแต่งงาน
"ยะ...อย่าร้องเลย ผมไม่เป็นไรจริงๆ"
หวังฮ่าวหรานเห็นหยางจิงว่านร้องไห้จนหน้าตาเลอะเทอะเหมือนดอกสาลี่ต้องสายฝน ก็รีบปลอบโยนทันที
"ยะ... ยังจะบอกว่าไม่เป็นไรอีก... คะ... คุณดู... ดูตามตัวสิคะ... ช้ำ...ไปหมดแล้ว... จะ... จะบอกว่าไม่เป็นไรได้ยังไง..." หยางจิงว่านสะอื้นไห้จนตัวโยน พูดจาตะกุกตะกักแทบฟังไม่รู้เรื่อง
"ร่างกายผมแข็งแรงจะตาย แค่นี้จิ๊บจ๊อยมาก เรารีบไปจากที่นี่กันดีกว่า เดี๋ยวพวกมันย้อนกลับมาจะยุ่งเอา" หวังฮ่าวหรานแกล้งขู่
หยางจิงว่านได้ยินดังนั้นก็รีบกลั้นสะอื้น "คะ... คุณยังขับรถไหวไหมคะ?"
"สบายมาก" หวังฮ่าวหรานพยักหน้า
หยางจิงว่านรีบเข้าไปประคองเขาขึ้นรถ แล้วตัวเองก็รีบขึ้นไปนั่งฝั่งผู้โดยสาร
รถสตาร์ทออกตัวอย่างรวดเร็ว มุ่งหน้าออกจากเขตชานเมือง
"ไม่ต้องไปร้านเวดดิ้งแล้วค่ะ ไปโรงพยาบาลดีกว่า ฉันไม่สบายใจ" หยางจิงว่านยืนกราน
"แค่แผลภายนอกเอง ไม่ต้องถึงมือหมอหรอก กลับไปทายาเดี๋ยวก็หาย" หวังฮ่าวหรานปฏิเสธ
รอยช้ำพวกนี้เขาใช้ลมปราณบังคับเลือดให้คั่งขึ้นมาเองเพื่อสร้างภาพให้น่าสงสาร ความจริงแล้วไม่ได้บาดเจ็บอะไรเลยแม้แต่นิดเดียว
เล่นละครก็ส่วนเล่นละคร เรื่องอะไรจะยอมเจ็บตัวจริงๆ
"ถ้าปวดมากต้องรีบไปหาหมอนะคะ เดี๋ยวจะเป็นอะไรไป" หยางจิงว่านยังคงกังวล ย้ำแล้วย้ำอีก
"วางใจเถอะ ผมรู้ลิมิตตัวเองดี ไปลองชุดแต่งงานกันเถอะ" หวังฮ่าวหรานยืนยันคำเดิม
ตอนนี้ค่าความชอบของหยางจิงว่านพุ่งไปถึง 90 แต้มแล้ว ต่อให้เขาขออะไรที่มันเกินเลยไปหน่อย เธอก็น่าจะยอม
มาถึงขั้นนี้แล้ว จะไม่ทำอะไรเลยก็เสียของแย่
ถึงจะยังไม่มอบ 'หมวกเขียว' ใบใหญ่ให้ซูหลางแบบเต็มใบ แต่อย่างน้อยขอฝากไว้สัก 'ครึ่งใบ' ก็ยังดี
พอเห็นหวังฮ่าวหรานยืนกราน หยางจิงว่านก็เริ่มใจชื้นขึ้นมาบ้าง แต่พอนึกถึงเหตุการณ์เมื่อครู่ ก็ยังอดหวาดผวาไม่ได้
"ไม่รู้ว่าพวกนั้นเป็นใคร ทำไมถึงจ้องจะจับตัวฉัน"
"ผมว่าน่าจะเป็นฝีมือของ 'อวี๋เยี่ยน' ที่แค้นเรื่องโดนไล่ออก เลยจ้างคนมาเล่นงานคุณมากกว่า" หวังฮ่าวหรานแต่งเรื่องหลอกเธอหน้าตาย เขาไม่อยากให้เธอรู้ความจริงเรื่องซูหลางตอนนี้
พวกที่มาเล่นงานหยางจิงว่านคือศัตรูของซูหลาง
ถ้าเขาฆ่าพวกมันทิ้ง ก็เท่ากับช่วยลดภาระให้ซูหลาง
นี่เป็นเหตุผลหนึ่งที่เขาแค่ไล่พวกมันไป ไม่ได้ลงมือสังหาร
"อวี๋เยี่ยนนี่เลวจริงๆ!"
หยางจิงว่านเชื่อสนิทใจ เพราะในชีวิตเธอตอนนี้มีศัตรูแค่คนเดียวคืออวี๋เยี่ยน
"เรื่องนี้คุณอย่าเพิ่งเอะอะไปนะ เดี๋ยวซูหลางรู้เข้าจะเรื่องใหญ่ แล้วจะพาลรู้เรื่องที่เราแอบมาเจอกันด้วย เดี๋ยวผมจัดการเรื่องนี้ให้เอง" หวังฮ่าวหรานกำชับ
"ค่ะ" หยางจิงว่านพยักหน้าอย่างเชื่อฟังเหมือนลูกแมวเชื่องๆ
ยี่สิบนาทีต่อมา รถแม็คลาเรนก็มาถึงบริเวณร้าน 'หมิงเหมินเวดดิ้ง' สำนักงานใหญ่
เพื่อป้องกันคนเห็น หวังฮ่าวหรานจอดรถส่งเธอในจุดลับตาคน แล้วให้เธอเดินไปที่ร้านก่อน
หยางจิงว่านเดินเท้าต่อไม่กี่นาทีก็มาถึงหน้าร้านที่ตกแต่งอย่างหรูหรา
ชุดเจ้าสาวสวยงามตระการตาที่โชว์อยู่ในตู้กระจกทำเอาเธอตาค้าง
ก่อนหน้านี้เธอเคยเห็นแต่ในรูป พอมาเห็นของจริงความรู้สึกมันต่างกันลิบลับ
ผู้หญิงทุกคนย่อมมีความฝันเกี่ยวกับชุดเจ้าสาว
เธอกำลังจินตนาการภาพตัวเองสวมชุดสีขาวบริสุทธิ์ เดินจูงมือเข้าสู่ประตูวิวาห์กับหวังฮ่าวหรานอย่างมีความสุข...
"ภรรยา!"
เสียงเรียกที่คุ้นเคยทำลายภวังค์ฝันหวานจนพังทลาย
ซูหลางที่มารออยู่ก่อนแล้ว รีบเดินหน้าบานเข้ามาหาทันทีที่เห็นเธอ
หยางจิงว่านชักสีหน้าด้วยความหงุดหงิดที่โดนขัดจังหวะจินตนาการอันแสนหวาน
"ร้านนี้คุณเลือกได้เต็มที่เลยนะ ชอบชุดไหนหยิบได้เลย" ซูหลางทำตัวป๋าเต็มที่
"นายมีเงินสักกี่ตังค์เชียว ฮึ! ทำมาคุยโวว่าจะซื้อชุดไหนก็ได้ ระวังเถอะลมจะพัดลิ้นขาด" หยางจิงว่านเบ้ปากมองเหยียด
"เรื่องเงินไม่ต้องห่วง ผมมีจ่ายแน่นอน" ซูหลางยืดอกมั่นใจ
หยางจิงว่านแค่นเสียง 'เฮอะ' ใส่ ไม่สนใจจะต่อล้อต่อเถียง เดินสะบัดก้นเข้าร้านไป
ซูหลางแอบยิ้มกริ่มในใจ
ปากบอกไม่ชอบ แต่ขาก้าวฉับๆเข้าร้านแทบไม่ทัน... อยากลองชุดให้เราดูล่ะสิ
ตลอดหนึ่งปีที่ผ่านมาที่เราทุ่มเททำอาหารและดูแลเธออย่างดี ในที่สุดก็เห็นผล
ถึงภายนอกจะทำตัวเย็นชา แต่ข้างในคงรักเราน่าดู
คิดได้ดังนั้น ซูหลางก็เดินตามเข้าไปในร้านด้วยหัวใจพองโต
ภายในร้านเต็มไปด้วยชุดเจ้าสาวหลากหลายดีไซน์ละลานตาจนหยางจิงว่านเลือกไม่ถูก
ซูหลางเดินตามต้อยๆเหมือนเงาตามตัว รออยู่นานก็ยังไม่เห็นเธอเลือกได้สักที
"ภรรยา ผมว่าชุดนั้นสวยนะ ลองใส่ดูไหม?" ซูหลางชี้ไปที่ชุดหนึ่ง
"รสนิยมห่วยแตก ฉันไม่เอาชุดนั้นหรอก" หยางจิงว่านมองตามนิ้วแล้วเบ้ปากทันที
"คุณหยาง ผมว่าชุดทรงหางปลานั่นน่าจะเหมาะกับหุ่นของคุณนะ"
จู่ๆหวังฮ่าวหรานที่ทำทีเดินดูชุดอยู่ในร้านก็เดินเข้ามาทัก
"เราไปสนิทกันตั้งแต่เมื่อไหร่?" ซูหลางขมวดคิ้วมองหวังฮ่าวหรานด้วยสายตาไม่เป็นมิตร จำได้แม่นว่าไอ้หมอนี่เคยเจอกันที่งานเลี้ยงและเขาไม่ชอบขี้หน้ามันสุดๆ
"ซูหลาง! คราวที่แล้วเราก็เคยเจอคุณชายหวังที่งานเลี้ยง ถือว่ารู้จักกันแล้ว ทำไมนายเสียมารยาทแบบนี้!" หยางจิงว่านรีบออกโรงปกป้องทันควัน
"คุณชายหวังบ้าบออะไร คนพรรค์นี้ไม่มีค่าพอให้ฉันรู้จักหรอก" ซูหลางเชิดหน้าใส่อย่างถือดี ไม่แม้แต่จะปรายตามองหวังฮ่าวหราน
"ซูหลาง! นายนี่มันไร้มารยาทจริงๆ รีบขอโทษเขาเดี๋ยวนี้!" หยางจิงว่านหน้าตึง
"ภรรยา ไม่จำเป็นต้องไปให้ค่าเศรษฐีรุ่นสองพวกนี้หรอก" ซูหลางเข้าใจผิด คิดว่าที่หยางจิงว่านปกป้องเพราะเกรงกลัวอำนาจเงินของหวังฮ่าวหราน
"นายนี่มันพูดไม่รู้เรื่องจริงๆ!" หยางจิงว่านโมโหจนไม่อยากจะเสวนาด้วย หันไปขอโทษหวังฮ่าวหรานเสียงอ่อน
"ขอโทษด้วยนะคะคุณชายหวัง เขาเป็นคนไร้มารยาทแบบนี้แหละค่ะ อย่าถือสาเลยนะคะ"
"ฮึ!" ซูหลางสะบัดหน้าหนีไปทางอื่น ทำหูทวนลม
"ซูหลาง ไปเรียกพนักงานมาหน่อย ฉันจะลองชุดทรงหางปลาชุดนี้" หยางจิงว่านสั่ง
"ชุดหางปลาไม่เห็นสวยเลย เอาชุดอื่นเถอะ" ซูหลางคัดค้านหัวชนฝา เพราะเป็นชุดที่หวังฮ่าวหรานแนะนำ
"ถ้าเรื่องมากนัก ฉันไม่ลองแล้วนะ!" หยางจิงว่านยื่นคำขาด
"โอเคๆ ยอมแล้วๆ ไปเรียกเดี๋ยวนี้แหละ" ซูหลางรีบยอมจำนน เดินไปตามพนักงานทันที
พอซูหลางเดินลับตาไป หยางจิงว่านก็หันมามองหวังฮ่าวหรานด้วยสายตาหวานเชื่อม
"ถ้าตรงนี้มีแค่เราสองคนก็คงดี..."
"ตอนนี้ก็มีแค่คุณกับผมไม่ใช่เหรอ?" หวังฮ่าวหรานยิ้มเจ้าเล่ห์ มองซ้ายมองขวาแล้วขยับเข้าไปใกล้เธออีกนิด
หัวใจหยางจิงว่านเต้นระรัว ก้มหน้าหลบสายตาด้วยความขัดเขิน
......
ซูหลางพาพนักงานกลับมาที่จุดเดิม
"ภรรยา... ทำไมหน้าแดงจังล่ะ?" ซูหลางถามด้วยความแปลกใจ
"ข้างในนี้ร้อนจะตาย" หยางจิงว่านแก้ตัว
"เขาก็เปิดแอร์นี่นา ผมว่าไม่เห็นร้อนเลย" ซูหลางสับสน
"ก็ฉันร้อนนี่! ไม่ได้หรือไง!" หยางจิงว่านเหวี่ยงใส่
"งั้นเดี๋ยวผมไปบอกให้เขาเร่งแอร์" ซูหลางเอาใจ
"ไม่ต้อง!" หยางจิงว่านตวาดกลับ
*****