- หน้าแรก
- เกิดใหม่ทั้งที ดันกลายเป็นนายน้อยจอมวายร้ายไปซะได้
- บทที่ 110: ตัวเอกสายราชาทหาร
บทที่ 110: ตัวเอกสายราชาทหาร
บทที่ 110: ตัวเอกสายราชาทหาร
ภัยคุกคามจากเซียวอี้เฟิงหมดไปแล้ว
ส่วนฟางเหิง ตัวเอกอีกคนก็ไม่ใช่เรื่องน่ากังวล
ในสายตาหวังฮ่าวหราน ฟางเหิงก็เป็นแค่ 'กุมารทอง' ที่คอยส่งโชคลาภมาให้
นอกจากจะไม่เป็นภัยแล้วยังขยันหาเงินเข้ากระเป๋าเขาไม่หยุดหย่อน ช่วยให้เขามั่งคั่งขึ้นเรื่อยๆ
ช่วงบ่าย หวังฮ่าวหรานว่างเว้นจากภารกิจ นั่งเอกเขนกอย่างสบายใจ
ในหัวกำลังครุ่นคิดวางแผนจะยื่นกรงเล็บมารไปตะครุบสวี่มู่เหยียนและมู่เจาเจายังไงดี
ส่วนฉินหยุนหาน... เขาเริ่มเฉยๆแล้ว
เปรียบเสมือนอาหารจานเด็ด ที่พอได้ลิ้มรสชาติแล้ว แม้จะยังอร่อยอยู่ อยากกินอีก แต่ความกระหายอยากมันก็ลดน้อยลงกว่าตอนแรก
หวังฮ่าวหรานอยากเปลี่ยนรสชาติบ้าง
เมื่อเทียบกันแล้ว สวี่มู่เหยียนที่มีค่าความชอบ 70 แต้มดูจะจีบง่ายกว่า
ติดอยู่แค่ว่าจะสร้างสถานการณ์ยังไงให้ได้รุกฆาต
ขณะกำลังใช้ความคิด โทรศัพท์ก็ดังขึ้น
หน้าจอโชว์ชื่อ 'ถังปิงหยุน'
หวังฮ่าวหรานกดรับสาย แล้วทักทายด้วยคำพูดแทงใจดำทันที
"สวัสดีครับน้าถัง ลมอะไรหอบมาถึงโทรหาผมได้?"
"ฮ่าวหราน..." เสียงถังปิงหยุนสั่นเครือและแหบพร่า
หวังฮ่าวหรานชะงัก
หรือว่าคำว่า "น้า" จะแรงไปจนเธอร้องไห้เลยเหรอ?
"น้าถัง เป็นอะไรไปครับ? เสียงดูไม่ค่อยดีเลย" หวังฮ่าวหรานถาม
"ปู่... ปู่จะบังคับให้ฉันแต่งงานกับผู้ชายที่ไม่รู้จัก หน้าตาก็ไม่เคยเห็น แถมหมอนั่นยังอายุตั้ง 35 แล้ว ฉันเพิ่งจะ 23 เองนะ ห่างกันเป็นรอบ ไม่เข้าใจเลยว่าปู่คิดอะไรอยู่ ถึงจะจับฉันใส่พานถวายผู้ชายพรรค์นั้น" ถังปิงหยุนระบายความอัดอั้นตันใจออกมาเป็นชุด
หวังฮ่าวหรานหูผึ่ง
อย่าบอกนะว่า... ตัวเอกคนใหม่โผล่มาอีกแล้ว?
"ผู้ชายคนนั้นมีเบื้องหลังยังไงพอรู้ไหมครับ?" หวังฮ่าวหรานรีบถาม
"ไม่ค่อยรู้รายละเอียดหรอก รู้แค่ว่าเคยเป็นทหาร เพิ่งกลับมาจากเมืองนอก" ถังปิงหยุนตอบ
เคยเป็นทหาร... เพิ่งกลับมาจากเมืองนอก...
เชี่ยเอ๊ย! ตัวเอกสายราชาทหารชัวร์ป้าบ!
ถังปิงหยุนเองก็มีคุณสมบัตินางเอกสายประธานสาวผู้เย็นชาครบถ้วน
ถ้าลองไปดูนิยายแนวนี้ ชื่อเรื่องมักจะเป็น "ภรรยาประธานภูเขาน้ำแข็งของผม", "ภรรยาผมเป็นประธานบริษัท", หรือ "ยอดภรรยาประธานสาว" อะไรเทือกนี้ ซึ่งตัวเอกก็มักจะเป็นราชาทหารสุดเทพ
พล็อตเปิดเรื่องมักเริ่มที่นางเอกโดนคลุมถุงชน
สถานการณ์ของถังปิงหยุนตอนนี้... ตรงเป๊ะตามตำรา
"นี่มันศตวรรษที่ 21 แล้วนะครับ ยังมีเรื่องล้าหลังแบบนี้อยู่อีกเหรอ น้าปฏิเสธไปเลยสิครับ" หวังฮ่าวหรานยุ
"ฉันก็ปฏิเสธไปแล้ว ทะเลาะกับปู่จนบ้านแทบแตก ปู่โกรธจัดจนกระอักเลือด พอหมอมาตรวจ... ตรวจเจอว่าปู่... ปู่เป็น..." เสียงถังปิงหยุนขาดห้วง พูดต่อไม่ได้
"เป็นโรคร้ายแรงเหรอครับ?" หวังฮ่าวหรานคาดเดา
"อื้อ... หมอบอกว่า... ปู่เป็นมะเร็งปอดระยะสุดท้าย" พูดจบ ถังปิงหยุนก็ปล่อยโฮออกมา
หวังฮ่าวหรานสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายของพล็อตนิยายน้ำเน่าลอยมาแต่ไกล
ไอ้คนเขียนเรื่องนี้มันจะบ้าเกินไปแล้ว!
นางเอกไม่ยอมแต่งงาน ก็ยัดบทป่วยใกล้ตายให้ปู่เพื่อบีบบังคับนางเอก ขับเคลื่อนเนื้อเรื่องแบบกำปั้นทุบดินชัดๆ!
บัดซบ!
"มะเร็งปอดระยะสุดท้าย... เรื่องใหญ่เลยนะครับ เดี๋ยวผมจะบอกแม่ แล้วชวนแม่ไปเยี่ยมผู้เฒ่าถังด้วยกัน" หวังฮ่าวหรานตัดสินใจจะไปดูด้วยตาตัวเอง
จริงๆเรื่องเยี่ยมไข้เป็นข้ออ้าง หลักๆคืออยากไปเห็นหน้าค่าตา 'ตัวเอกราชาทหาร' คนใหม่สักหน่อย จะได้รู้เขารู้เรา
วางสายเสร็จ หวังฮ่าวหรานก็โทรหาเจิ้นหลี่ทันที
บริษัทกั๋วเสี้ยเทียนเซียงของเจิ้นหลี่ทำธุรกิจกับตระกูลถังอยู่แล้ว และเธอก็รู้จักมักคุ้นกับผู้เฒ่าถังดี พอรู้ข่าวร้าย เธอก็รีบเคลียร์งานเตรียมตัวไปเยี่ยมทันที
หวังฮ่าวหรานเรียกคนขับรถให้ไปส่งที่คฤหาสน์ตระกูลถัง
ทั้งสองไปเจอกันที่หน้าประตู
ถังปิงหยุนมารอรับอยู่แล้ว
ใบหน้าที่เคยเย็นชาและหยิ่งทระนง วันนี้ดูซูบผอมและอิดโรย ขอบตาแดงช้ำจากการร้องไห้อย่างหนัก
"น้าเจิ้น" ถังปิงหยุนเผลอเรียกสรรพนามที่ทำร้ายจิตใจเจิ้นหลี่
เจิ้นหลี่ขมวดคิ้วด้วยความไม่พอใจ เธอเกลียดคำว่า 'น้า' ที่สุด
เพราะมันทำให้รู้สึกแก่
แต่เห็นสภาพของถังปิงหยุนแล้ว เธอก็ไม่อยากถือสาหาความ
"ปิงหยุน ทำใจดีๆไว้ บางทีอาจจะมีทางรักษาก็ได้ เธอเองก็ต้องดูแลตัวเองด้วย อย่าเพิ่งหมดหวัง" เจิ้นหลี่ปลอบใจ
"ขอบคุณค่ะน้าเจิน เชิญด้านในก่อนค่ะ" ถังปิงหยุนผายมือเชิญ
เพราะเจิ้นหลี่อยู่ด้วย ถังปิงหยุนเลยรู้สึกประหม่า ไม่กล้าคุยกับหวังฮ่าวหรานมากนัก ทำได้แค่ส่งสายตาอ้อนวอนไปให้เขาเงียบๆ
จากนั้น เธอก็นำทางเจิ้นหลี่และหวังฮ่าวหรานเข้าไปในคฤหาสน์
เดินผ่านสวนหย่อมร่มรื่น เข้าสู่ห้องพักที่ตกแต่งอย่างเรียบหรูและเงียบสงบ
กลิ่นหอมของไม้จันทน์ชั้นดีลอยอบอวลอยู่ในอากาศ
ผู้เฒ่าถังนอนอยู่บนเตียง ใบหน้าซีดเซียวไร้สีเลือด ดูอ่อนแรงเต็มที
ที่เก้าอี้ข้างเตียง ชายหนุ่มคนหนึ่งนั่งตัวตรง แผ่นหลังเหยียดตึง สายตาคมกริบกวาดมองไปรอบๆด้วยท่าทีอหังการราวกับราชาผู้มองดูไพร่ฟ้า
หวังฮ่าวหรานเห็นปุ๊บก็ฟันธงปั๊บ
แค่นั่งเฉยๆยังเก๊กได้ขนาดนี้ ตัวเอกชัวร์!
เขาจ่าย 100 แต้มวายร้ายเพื่อตรวจสอบทันที
[ตัวเอก: เหยียนกุยซาน]
[พลังต่อสู้: 539]
[เสน่ห์: 148]
[ออร่าตัวเอก: 421]
[ทักษะ: ทักษะการรบเดี่ยวระดับปรมาจารย์, วิชาลอบสังหารระดับปรมาจารย์, ความเชี่ยวชาญอาวุธปืนระดับปรมาจารย์, ทักษะสไนเปอร์ระดับปรมาจารย์, ศิลปะการต่อสู้แบบผสมผสานระดับปรมาจารย์, ทักษะการลาดตระเวนระดับปรมาจารย์]
สเตตัสและสกิลแบบนี้... นี่มันราชาทหารชัดๆ
ถ้าวัดกันที่ค่าพลังต่อสู้เพียวๆ หวังฮ่าวหรานกระทืบหมอนี่จมดินได้สบาย
แต่ไอ้หมอนี่มีสกิลสไนเปอร์ ถ้ามันไปซุ่มยิงจากตึกสูงห่างไปหลายร้อยเมตร หวังฮ่าวหรานก็อาจจะเจ็บตัวได้
ใช่... แค่ 'อาจจะ' เจ็บตัว
เพราะออร่าตัวเอกของเหยียนกุยซานมีแค่ 421 ในขณะที่ออร่าตัวร้ายของหวังฮ่าวหรานปาเข้าไปพันกว่า
แต้มออร่าคือตัวบ่งชี้ความโชคดี
ดวงของเหยียนกุยซานเทียบกับหวังฮ่าวหรานแล้ว คนละชั้นกันเลย
โอกาสที่เหยียนกุยซานจะยิงหวังฮ่าวหรานตายแทบจะเป็นศูนย์
สรุปสั้นๆคือตัวเอกราชาทหารคนนี้... ไม่น่ากลัวเลย
ในใจหวังฮ่าวหรานแปะป้าย 'หมูในอวย' ให้เหยียนกุยซานเรียบร้อย เตรียมตัวรีดไถผลประโยชน์เต็มที่
อาจารย์ลึกลับของเซียวอี้เฟิงยังเป็นตัวแปรที่น่ากังวล
แถมเขายังรู้มาจากฉินไคอีกว่าโลกนี้ยังมีสำนักยุทธ์ลึกลับซ่อนอยู่อีก
ลำพังกำลังภายใน 20 ปีของเขาตอนนี้คงสู้พวกยอดฝีมือระดับหัวกะทิของสำนักพวกนั้นไม่ได้แน่
ทางลัดที่จะก้าวขึ้นไปยืนบนจุดสูงสุดของห่วงโซ่อาหารคือการปั๊มแต้มวายร้ายมาแลกกำลังภายในเพิ่ม
ถ้าอัดกำลังภายในสักร้อยสองร้อยปีก็ไม่ต้องกลัวหน้าอินทร์หน้าพรหมที่ไหนแล้ว เจอตัวเอกคนไหนก็ตบคว่ำได้หมด
แน่นอน นั่นคือกรณีที่โลกนี้มีแต่วรยุทธ์นะ
ถ้ามีพลังเหนือธรรมชาติอย่างอื่นโผล่มาอีก... ก็คงต้องคิดหนักหน่อย
*****