- หน้าแรก
- เกิดใหม่ทั้งที ดันกลายเป็นนายน้อยจอมวายร้ายไปซะได้
- บทที่ 105: จับกุมตัวเอก
บทที่ 105: จับกุมตัวเอก
บทที่ 105: จับกุมตัวเอก
"ฉินหยุนหานนี่สกิลการแถใช้ได้เลยแฮะ ส่วนมู่เจาเจานี่พูดจริงหรือเปล่านะ? ถ้าจริง ฉันก็ไม่ขัดข้องหรอกนะ"
หวังฮ่าวหรานที่ได้ยินบทสนทนาของสองสาวผ่านไวรัสดักฟังอดยิ้มปนขำไม่ได้
เวลาเรียนในหนึ่งวันผ่านไปอย่างรวดเร็ว
เมื่อเสียงออดเลิกเรียนภาคค่ำดังขึ้น หวังฮ่าวหรานก็ค่อยๆเดินออกจากห้องเรียน เตรียมตัวย่องไปหาฉินหยุนหานที่หอพักครู
อีกด้านหนึ่ง
ฉินหยุนหานเตรียมตัวกลับหอพักด้วยความตื่นเต้นระคนประหม่า
แต่เดินไปได้ครึ่งทาง จู่ๆโทรศัพท์ก็ดังขึ้น พ่อของเธอโทรมา
"พ่อคะ ถ้าจะโทรมากล่อมให้หนูกลับบ้าน หนูกดวางนะ" ฉินหยุนหานรับสายเสียงแข็ง
"หยุนหาน พ่อจ้างอี้เฟิงมาก็เพื่อปกป้องลูกนะ ยังโกรธพ่ออยู่อีกเหรอ?" ฉินไคถามอย่างอ่อนโยน
"อย่าพูดถึงชื่อเซียวอี้เฟิงให้หนูได้ยิน หนูเกลียดมัน! อยากให้มันตายๆไปซะ!" ฉินหยุนหานระเบิดอารมณ์
เซียวอี้เฟิงทำร้ายคนที่เธอรัก ทำลายความสุขชั่วชีวิตของเธอ จะไม่ให้เธอโกรธได้ยังไง
"เกิดอะไรขึ้น? เขาไปทำอะไรให้ลูกโกรธ?" ฉินไคจับน้ำเสียงผิดปกติของลูกสาวได้ จึงรีบซักไซ้
"มัน... มัน..." ฉินหยุนหานอยากจะแฉวีรกรรมชั่วร้ายของเซียวอี้เฟิงให้พ่อฟังใจจะขาด แต่กลัวว่าเรื่องจะแพร่งพรายออกไปจนหวังฮ่าวหรานไม่มีที่ยืนในสังคม จึงต้องกล้ำกลืนฝืนทน
"มันทำอะไร?" ฉินไคถามย้ำ
"ไม่มีอะไรค่ะ หนูแค่เกลียดขี้หน้ามันเฉยๆ" ฉินหยุนหานตอบเลี่ยงๆ
"เอาเถอะ พักเรื่องนี้ไว้ก่อน" ฉินไคเปลี่ยนเรื่อง
"มีคนอยากเจอลูก มาหาพ่อที่หน้าโรงเรียนหน่อย พ่อรออยู่"
"หนูไม่อยากเจอใครทั้งนั้น ไม่ไปค่ะ" ฉินหยุนหานปฏิเสธทันควัน
"คนนี้เกี่ยวข้องกับแม่ของลูกนะ จะเรียกว่าเป็นน้าของลูกก็ได้" ฉินไคยอมแง้มข้อมูล
"แม่?" ฉินหยุนหานชะงัก
พ่อเคยบอกว่าแม่จากไปตั้งแต่เธอเพิ่งลืมตาดูโลก ไปอยู่ในที่ที่ไกลแสนไกล
ในชีวิตของฉินหยุนหาน คำว่า 'แม่' ช่างห่างไกลและเลือนราง แต่ในใจลึกๆ เธอก็ยังมีภาพเงาอันอบอุ่นของแม่ซ่อนอยู่เสมอ
"รอก่อนค่ะ เดี๋ยวหนูออกไป" ฉินหยุนหานเปลี่ยนใจทันที
วางสายเสร็จ เธอก็รีบพิมพ์ข้อความส่งหาหวานใจ
"ฮ่าวหราน พ่อฉันมาหา มีธุระด่วนให้ไปเจอที่หน้าโรงเรียน เดี๋ยวฉันกลับไปช้านิดนึงนะ"
"ได้เลย" หวังฮ่าวหรานตอบกลับแทบจะทันที
ความจริงเขารู้เรื่องหมดแล้วจากการแอบฟังบทสนทนาของสองพ่อลูก
ตอบข้อความเสร็จ หวังฮ่าวหรานก็รีบเดินไปทางหน้าโรงเรียนเหมือนกัน
เพราะเขาได้ยินว่า 'น้า' ของฉินหยุนหานมาหา
ทำให้เขานึกถึงข้อมูลที่เค้นมาจากอิง
ผู้หญิงวัยกลางคน ตาหงส์ มีไฝแดงที่หว่างคิ้ว
เขาไม่เคยเห็นหน้าน้าของฉินหยุนหาน แต่คำบรรยาย 'ผู้หญิงวัยกลางคน' มันตรงเป๊ะ
กันไว้ดีกว่าแก้
ยิ่งฉินไคมา เซียวอี้เฟิงก็น่าจะอยู่ด้วย
ตามกฎเหล็กของนิยาย ที่ไหนมีตัวเอก ที่นั่นต้องมีเรื่อง
หวังฮ่าวหรานต้องไปดูให้เห็นกับตา
ไม่นานเขาก็มาถึงบริเวณหน้าโรงเรียน
ใช้ตาทิพย์ส่องจากระยะไกล เห็นรถตู้หรูจอดอยู่
คนขับคือลุงหลี่ ในรถมีฉินไค เซียวอี้เฟิง และผู้หญิงวัยกลางคน
ผู้หญิงคนนั้นมีตาเรียวรีดุจหงส์ และมีไฝแดงเด่นหราอยู่กลางหว่างคิ้ว
หวังฮ่าวหรานฟันธงทันที ผู้หญิงแปลกหน้าคนนี้คือคนบงการที่อิงพูดถึง!
หน้าโรงเรียน
เมื่อฉินหยุนหานเดินมาถึง
ฉินไค เซียวอี้เฟิง และเฟิ่งหรงก็ทยอยลงมาจากรถ
"พ่อคะ หนูไม่อยากเห็นหน้าหมอนี่ ไล่มันไปไกลๆเลย!" ฉินหยุนหานชี้หน้าเซียวอี้เฟิง แล้วหันไปฟ้องพ่อด้วยความโกรธจัด
พอเห็นหน้าเซียวอี้เฟิง เธอก็นึกถึงสิ่งที่มันทำกับหวังฮ่าวหราน ไฟแค้นมันสุมอกจนระงับไม่อยู่
เซียวอี้เฟิงอึ้งไปเล็กน้อย
หรือคุณหนูจะรู้เรื่องที่เขาไปฟ้องพ่อ?
แต่ไม่น่าจะโกรธขนาดนี้นี่นา
เขาก็ทำตามสัญญา ไม่ได้หลุดปากเรื่องบาร์สักคำ บอกแค่ว่าจับมือกันเฉยๆ
"คุณหนู เราตกลงกันแล้วไม่ใช่เหรอครับ ว่าคุณหนูจะไม่ดุผม และจะสุภาพ..." เซียวอี้เฟิงพยายามทวงสัญญา หวังจะเอาเรื่องบาร์มาขู่กลายๆ
"ไสหัวไป!" ฉินหยุนหานสติแตก ตวาดแทรกขึ้นมาเสียงดังลั่น
เซียวอี้เฟิงหน้าเสีย ไปไม่เป็นเลยทีเดียว
"หยุนหาน ใจเย็นๆก่อนลูก มีแขกอยู่ด้วย รักษามารยาทหน่อย"
ฉินไคเองก็รู้สึกว่าลูกสาวอารมณ์รุนแรงผิดปกติ แต่ตอนนี้ไม่ใช่เวลามาซักไซ้ เลยพยายามไกล่เกลี่ย
"หนูไม่สน! ถ้ามันไม่ไป หนูก็จะกลับ!" ฉินหยุนหานยื่นคำขาดเสียงแข็ง
ฉินไคเห็นว่าลูกสาวเอาจริง จึงหันไปพูดกับเซียวอี้เฟิงอย่างเกรงใจ
"อี้เฟิง วันนี้เธอคงเหนื่อยแล้ว กลับไปพักผ่อนก่อนเถอะ"
"ครับคุณอา"
เซียวอี้เฟิงเห็นทางลงก็รีบรับคำ แล้วเดินหายไปจากสายตาของฉินหยุนหาน
แต่ก่อนไป ฉินไคแอบส่งสัญญาณทางสายตาให้เขา
เซียวอี้เฟิงรู้ความหมายดี เขาไม่ได้กลับไปจริงๆ แต่แอบซุ่มดูอยู่ห่างๆ
"ตรงนี้คนเยอะ ไปคุยกันที่ริมแม่น้ำดีกว่า" ฉินไคเสนอ
ทั้งสามคนขึ้นรถตู้ มุ่งหน้าไปยังริมแม่น้ำที่อยู่ไม่ไกล
เมื่อถึงที่หมาย บริเวณนั้นเงียบสงบ ไร้ผู้คน
เซียวอี้เฟิงแอบตามมาอย่างเงียบเชียบ ซ่อนตัวอยู่ในพุ่มไม้ที่แสงไฟส่องไม่ถึง
ในฐานะบอดี้การ์ด เขาต้องคุ้มกันความปลอดภัยของฉินหยุนหาน
คนร้ายที่จ้องจะลักพาตัวเธอยังลอยนวล การที่เธอออกมาข้างนอกย่อมมีความเสี่ยง
ถ้าโชคดีเจอคนร้ายแล้วเขาออกไปช่วยไว้ได้ทันท่วงที คุณหนูต้องมองเขาในแง่ดีขึ้นแน่
เซียวอี้เฟิงจ้องมองไปทางกลุ่มของฉินหยุนหานเขม็ง โดยไม่รู้ตัวเลยว่า... มีเงามืดสายหนึ่งกำลังคืบคลานเข้าหาเขาจากด้านหลัง
แกร๊ก
เสียงกิ่งไม้แห้งหักดังขึ้นแผ่วเบา
เสียงนั้นเบามาก แต่ไม่อาจรอดพ้นหูเทพของเซียวอี้เฟิง
เขาหันขวับกลับไปมอง แต่ในพุ่มไม้มืดสนิท มองไม่เห็นอะไรเลย รู้สึกเพียงเสียงฝีเท้าที่พุ่งเข้ามาอย่างรวดเร็ว
เซียวอี้เฟิงตกใจ เตรียมจะกระโดดหนีออกจากพุ่มไม้มืดๆไปยังที่ที่มีแสงสว่าง
แต่เสียงฝ่ามือก็แหวกอากาศเข้ามาถึงตัวแล้ว
"ยอดฝีมือผู้ใช้กำลังภายใน?!"
เซียวอี้เฟิงประหลาดใจ แต่ก็ยิ้มเยาะในใจ
เรื่องประลองกำลังภายใน เขาไม่กลัวใครหน้าไหนทั้งนั้น
เขารวบรวมสมาธิ ฟังเสียงแยกแยะตำแหน่ง จับทิศทางการโจมตี แล้วเกร็งลมปราณไว้ที่ฝ่ามือจนเต็มเปี่ยม
ซัดฝ่ามือสวนกลับไปเต็มแรง!
ตูม!
เซียวอี้เฟิงตัวสั่นสะท้าน เลือดลมในกายปั่นป่วนจนแทบจะกระอักออกมา
เขาตกตะลึง
กำลังภายในของคนคนนี้... เหนือกว่าเขา?!
ด้วยความตกใจ เซียวอี้เฟิงรีบผนึกลมปราณลงสู่สองขา เตรียมใช้วิชาตัวเบาดีดตัวหนีออกจากความมืด
แต่ทันใดนั้น ความเจ็บปวดรวดร้าวเหมือนถูกฉีกทึ้งก็แล่นพล่านไปทั่วจุดตันเถียน ทำให้เขารวบรวมลมปราณไม่ได้
ฝ่ามือเมื่อกี้มีพิษ!
เซียวอี้เฟิงผู้มีวิชาแพทย์ระดับปรมาจารย์รู้ตัวทันที
เขารีบใช้นิ้วจี้จุดตัวเองเพื่อสกัดพิษไม่ให้ลุกลาม
แต่เงามืดนั้นพุ่งประชิดตัว แล้วฟาดสันมือเข้าที่ท้ายทอยเขาอย่างจัง
สติของเซียวอี้เฟิงเริ่มเลือนราง
"รอบข้างมืดขนาดนี้... ทำไมมันถึงมองเห็นตำแหน่งของฉันได้ชัดเจนขนาดนั้น?"
ก่อนที่สติจะดับวูบ คำถามนี้ยังคงค้างคาในใจเซียวอี้เฟิง
แล้วเขาก็ล้มคว่ำหน้ากระแทกพื้นดินในพุ่มไม้อย่างหมดสภาพ
[ติ๊ง! โฮสต์จับกุมตัวเอก 'เซียวอี้เฟิง' สำเร็จ ได้รับแต้มวายร้าย 1,000 แต้ม, ออร่าตัวเอกของเซียวอี้เฟิง -50, ออร่าตัวร้ายของโฮสต์ +50!]
*****