- หน้าแรก
- เกิดใหม่ทั้งที ดันกลายเป็นนายน้อยจอมวายร้ายไปซะได้
- บทที่ 97: ร่องรอยของนกอินทรี
บทที่ 97: ร่องรอยของนกอินทรี
บทที่ 97: ร่องรอยของนกอินทรี
หลังจากให้เวลาจัวชิวเฉินอวี้สามวันเพื่อสืบข่าวของอิง(นกอินทรี)
ระหว่างรอข่าว ฟางเหิงก็ใช้นิ้วทองคำหาของเก่าชิ้นเล็กชิ้นน้อยมาขายให้อีกหลายชิ้น รวมมูลค่ากว่า 12 ล้านหยวน
หวังฮ่าวหรานก็ใช้วิธีเดิม คือโอนเงินเข้าบัญชีของฟางเสวียน
เพียงไม่กี่วัน ต้นเงินต้นทองอย่างฟางเหิงก็ทำเงินให้เขาเกือบ 20 ล้านหยวน
ถ้าเป็นแบบนี้ต่อไป หวังฮ่าวหรานประเมินว่าเดือนนึงเขาคงทำกำไรได้สักร้อยสองร้อยล้านสบายๆ
เงินทองไหลมาเทมาดั่งสายน้ำหลาก
ตอนนี้ต่อให้ไม่ต้องขอเงินที่บ้าน เขาก็ใช้ชีวิตหรูหราฟู่ฟ่าได้สบาย
ทำเงินได้ตั้งเยอะขนาดนี้ หวังฮ่าวหรานก็อยากจะฉลองสักหน่อย ลองใช้ชีวิตเสเพลแบบคุณชายเจ้าสำราญดูบ้าง
หลังเลิกเรียนภาคค่ำ เขาจึงส่งข้อความหาเหวินจิง บอกเธอว่าคืนนี้ไม่ต้องกลับบ้าน
เหวินจิงตอบตกลงทันทีด้วยความดีใจโดยไม่ถามเหตุผลสักคำ
จากนั้นเขาก็โทรนัดฟางเสวียนให้ออกมาด้วย
เหวินจิงหัวอ่อนว่าง่าย ถ้าจะทำอะไร 'เกินเลย' หน่อย เธอก็คงยอมรับได้
แต่ฟางเสวียน ด้วยนิสัยของเธอคงจะยอมรับยากสักหน่อย
แต่หวังฮ่าวหรานไม่ได้แคร์ความรู้สึกเธออยู่แล้ว และไม่ได้ต้องการหัวใจของเธอด้วย
อย่างไรก็ตาม เขาก็ยังมีความเป็นสุภาพบุรุษอยู่บ้าง คือใช้ไม้อ่อนก่อนไม้แข็ง
เพื่อให้พวกเธอได้เตรียมใจ เขาจึงเปิดห้องเพรสซิเดนเชียลสวีทไว้สองห้อง ให้เหวินจิงและฟางเสวียนพักคนละห้อง
หวังฮ่าวหรานเตรียมตัวจะไป 'ปรับทัศนคติ' ฟางเสวียนก่อน แต่ยังไม่ทันจะเปิดประตู โทรศัพท์ก็ดังขึ้น
เขาชักสีหน้าหงุดหงิดทันที
ดึกดื่นป่านนี้ใครมันโทรมาขัดจังหวะความสุขวะ?
กะจะกดตัดสายทิ้ง แต่พอเห็นชื่อคนโทรเข้าก็ต้องชะงัก เพราะเป็นจัวชิวเฉินอวี้
เขาจำใจต้องพับเก็บเรื่องสนุกไว้ก่อน แล้วกดรับสาย
"ลูกน้องฉันเจอเบาะแสของอิงแถวหมู่บ้านเทียนซิน" จัวชิวเฉินอวี้รายงานเข้าประเด็น
"ข่าวชัวร์ไหม?"
"นายคิดว่าฉันกล้าหลอกนายเหรอ?" จัวชิวเฉินอวี้แค่นหัวเราะเยาะตัวเอง
ชีวิตเธออยู่ในกำมือเขา เพราะพิษที่เขาวางไว้ จะกล้าตุกติกได้ยังไง
"ส่งรูปอิงมาที่มือถือฉัน"
"ได้"
หลังจากวางสายแล้ว หวังฮ่าวหรานก็ครุ่นคิด
ตอนนี้ใครต่อใครก็พลิกแผ่นดินหาตัวอิง เป็นไปได้สูงที่มันจะกบดานอยู่ในหมู่บ้านเทียนซินจริงๆ
แต่หมู่บ้านหนึ่งมีคนอาศัยอยู่ตั้งเยอะ จะลากคอคนคนเดียวออกมาไม่ใช่เรื่องง่าย
หมู่บ้านเทียนซิน?
หวังฮ่าวหรานรู้สึกคุ้นชื่อนี้ จึงเปิดแผนที่ดู พบว่าอยู่ใกล้โรงเรียนมัธยมสุ่ยเจ๋อนี่เอง
และเขาเคยไปที่นั่นตอนไปส่งซ่งเจินอวี่ที่ห้องพัก
ซ่งเจินอวี่พักอยู่ที่หมู่บ้านเทียนซิน!
ตามกฎของนิยายแนวนี้ นางเอกมักจะมีแรงดึงดูดอันตรายเข้าหาตัว
เป็นไปได้ไหมที่เธอจะเจอแจ็กพอตเจอกับอิง?
หวังฮ่าวหรานสันนิษฐาน
เมืองชิงหลิงกว้างใหญ่ไพศาล แต่อิงดันเลือกมาซ่อนตัวในหมู่บ้านเดียวกับนางเอก
และฉินไคเองก็คงกำลังตามล่าตัวอิงอยู่เหมือนกัน
ด้วยอำนาจเงินของฉินไค การจะหาเบาะแสคงไม่ยากเกินความสามารถ
ถ้าฉินไครู้ เซียวอี้เฟิงก็ต้องรู้
ดังนั้นเซียวอี้เฟิงก็น่าจะโผล่ไปที่หมู่บ้านเทียนซินด้วย
เมื่อเอาข้อมูลมารวมกัน ความเป็นไปได้ที่จะเกิดฉากตามพล็อตเดิมที่หมู่บ้านเทียนซินก็สูงลิ่ว
เห็นทีต้องรีบไปดูด้วยตาตัวเองซะแล้ว
หวังฮ่าวหรานตัดสินใจแน่วแน่ เขาผลักประตูเข้าไปในห้องพักของฟางเสวียน
ฟางเสวียนในชุดนอนผ้าไหมลื่นนุ่มนั่งอยู่ริมเตียง ผมยังเปียกหมาดๆเหมือนเพิ่งอาบน้ำเสร็จ
แววตาของเธอเหม่อลอย ดูว่างเปล่า รอคอยชะตากรรมที่กำลังจะเกิดขึ้นอย่างจำยอม
"ค่าห้องฉันจ่ายให้แล้ว เธอพักผ่อนเถอะ พรุ่งนี้ถ้าต้องไปทำงานก็กลับเองได้เลย" หวังฮ่าวหรานทิ้งคำพูดไว้แค่นั้น
คืนนี้ไม่รู้จะต้องยุ่งอีกนานแค่ไหน เขาไม่แน่ใจว่าจะได้กลับมาหรือเปล่า
ฟางเสวียนมองตามหลังเขาไปอย่างงุนงง ผ่านไปครู่ใหญ่ถึงจะตั้งสติได้
เขาหมายความว่ายังไง?
เรียกเธอออกมา แต่ไม่ทำอะไรเลย แล้วก็จากไปเฉยๆ
หรือว่า... เขาเบื่อเธอแล้ว?
ความคิดน้อยเนื้อต่ำใจผุดขึ้นมาในอก ฟางเสวียนรู้สึกเศร้าสร้อยและว่างเปล่าอย่างบอกไม่ถูก
หวังฮ่าวหรานเรียกแท็กซี่บึ่งไปที่หมู่บ้านเทียนซิน
เมื่อไปถึง เขาไม่รีบร้อนลงรถ แต่ใช้เนตรทิพย์สแกนดูรอบๆก่อน
ไม่นานเขาก็เจอเป้าหมาย
เซียวอี้เฟิงยืนแอบอยู่ที่ป้อมยามหน้าหมู่บ้านจริงๆ
ตัวเอกมาตามนัด!
แสดงว่าโอกาสเกิดอีเวนต์ตามพล็อตเดิมแทบจะร้อยเปอร์เซ็นต์
หวังฮ่าวหรานลงรถในมุมอับสายตา หลบเลี่ยงการมองเห็นของเซียวอี้เฟิง แล้วลอบเข้าไปในหมู่บ้าน
เขาเคยมาที่นี่หลายครั้งจึงคุ้นเคยทางเป็นอย่างดี ไม่นานก็มาถึงตึกที่พักของซ่งเจินอวี่
ตอนนี้ดึกมากแล้ว ขืนไปเคาะห้องซ่งเจินอวี่ดื้อๆคงอธิบายลำบาก
ห้องพักของซ่งเจินอวี่อยู่ชั้นสาม ไม่สูงมากนัก
หวังฮ่าวหรานปีนท่อระบายน้ำด้านนอกตึกขึ้นไปอย่างคล่องแคล่ว จนไปถึงขอบหน้าต่างห้องนอนของเธอ
ไฟในห้องยังเปิดอยู่ แสดงว่าเธอยังไม่นอน
เขาใช้ตาทิพย์ส่องดูสถานการณ์ภายใน
แล้วก็ต้องลอบกลืนน้ำลาย... มาได้จังหวะเป๊ะจริงๆ
ซ่งเจินอวี่ไม่อยู่ในห้องนอน แต่อยู่ในห้องน้ำ
รอบๆห้องยังดูปกติดี
ดูเหมือนเขาจะมาทันเวลา ซ่งเจินอวี่ยังปลอดภัย
หน้าต่างห้องนอนเปิดแง้มอยู่ แต่มีเหล็กดัดกั้น
หวังฮ่าวหรานใช้กำลังมหาศาลง้างเหล็กดัดออก แล้วมุดตัวเข้าไปในห้อง
จากนั้นก็ดัดเหล็กกลับเหมือนเดิม
ห้องพักของซ่งเจินอวี่ไม่ใหญ่มาก ที่ซ่อนตัวมีจำกัด
เขามองหาที่เหมาะๆ สุดท้ายก็มุดเข้าไปซ่อนใต้เตียง
สักพักซ่งเจินอวี่ก็อาบน้ำเสร็จ ออกมาปิดไฟเข้านอน
หวังฮ่าวหรานนอนแนบพื้นเย็นเฉียบใต้เตียงที่เต็มไปด้วยฝุ่น รู้สึกอึดอัดไม่น้อย
หวังว่าคืนนี้จะได้เรื่องได้ราวนะ ไม่งั้นพรุ่งนี้คงต้องพลิกแผ่นดินหาตัวไอ้อิงนั่นให้เจอ
เวลาผ่านไปอย่างเชื่องช้า จนกระทั่งตีสาม
เสียงลมหายใจสม่ำเสมอของซ่งเจินอวี่ดังแว่วมาให้ได้ยิน
เธอหลับสนิทไปแล้ว
แต่หวังฮ่าวหรานต้องฝืนตื่นตาค้าง
ตีสามครึ่ง
แกร๊ก
เสียงสะเดาะกลอนเบาๆดังมาจากหน้าประตูห้อง
หวังฮ่าวหรานสะดุ้งตื่นตัวเต็มที่ รีบใช้ตาทิพย์มองทะลุประตูออกไป
ชายท่าทางลับๆล่อๆคนหนึ่งกำลังใช้ลวดเกี่ยวสะเดาะแม่กุญแจ ไม่กี่วินาทีต่อมา ประตูก็เปิดออก
ชายคนนั้นย่องเบาเข้ามาในห้อง แล้วตรงดิ่งมาที่ห้องนอน
แต่เขายังไม่เข้าไปหาซ่งเจินอวี่ทันที เขาหยิบหน้ากากกันแก๊สพิษขึ้นมาสวม แล้วจุดธูปดอกหนึ่งวางไว้กลางห้อง
ดูจากพฤติกรรมแล้ว ธูปนั่นต้องเป็นยาสลบแน่ๆ
หวังฮ่าวหรานยังไม่ลงมือขัดขวาง แต่กลั้นหายใจไว้เพื่อป้องกันการสูดดมควันพิษ
เขาเองก็เป็นผู้บุกรุกเหมือนกัน ขืนโผล่ออกไปตอนนี้ จะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน จะอธิบายกับซ่งเจินอวี่ยังไง?
*****