- หน้าแรก
- เกิดใหม่ทั้งที ดันกลายเป็นนายน้อยจอมวายร้ายไปซะได้
- บทที่ 93: นางเอกสายเจ้าแม่
บทที่ 93: นางเอกสายเจ้าแม่
บทที่ 93: นางเอกสายเจ้าแม่
โบตั๋นทมิฬ อายุ 29 ปีแล้ว
ชื่อจริงของเธอคือจัวชิวเฉินอวี้
ตอนเธออายุหกขวบ พ่อแม่ถูกฆ่าตายจากความขัดแย้งในวงการนักเลง
ตั้งแต่นั้นมาเธอก็เติบโตมากับปู่ที่เป็นเจ้าพ่อผู้ทรงอิทธิพล
การตายของพ่อแม่เป็นบาดแผลใหญ่ในใจของจัวชิวเฉินอวี้ สร้างปมแค้นและหล่อหลอมให้เธอกลายเป็นคนจิตใจอำมหิต
เมื่อปู่เสียชีวิต จัวชิวเฉินอวี้ในวัย 18 ปี ก็รับช่วงต่ออาณาจักรของปู่ ก้าวขึ้นเป็นเจ้าแม่ผู้กุมอำนาจ
ภายในเวลา 5 ปี ชื่อเสียงของจัวชิวเฉินอวี้ก็โด่งดังเป็นพลุแตก จนได้รับฉายาว่า "โบตั๋นทมิฬ"
"โบตั๋น" เปรียบเปรยถึงความงามอันสูงศักดิ์และเย้ายวนของเธอ
ส่วน "ทมิฬ" ย่อมหมายถึงความโหดเหี้ยมอำมหิตในจิตใจ
นั่นคือที่มาของฉายาโบตั๋นทมิฬ
ในยุคที่เธอรุ่งเรืองถึงขีดสุด บรรดานักธุรกิจใหญ่ในเมืองชิงหลิงต่างต้องตัวสั่นงันงกเมื่อเจอหน้าเธอ
แต่เมื่อยุคสมัยเปลี่ยนไป สังคมเข้าสู่ความสงบเรียบร้อย อิทธิพลของจัวชิวเฉินอวี้ก็เริ่มถดถอย ทำอะไรตามใจชอบไม่ได้เหมือนก่อน
ธุรกิจสีเทาที่เคยทำเงินมหาศาลก็ทำต่อไม่ได้
เธอจึงจำใจต้องหันมาทำธุรกิจถูกกฎหมาย
แต่ด้วยความรู้น้อยและไร้ประสบการณ์ด้านธุรกิจ การลงทุนของเธอจึงขาดทุนย่อยยับ สิบครั้งเจ๊งเก้าครั้ง
บาร์แห่งนี้เป็นเพียงธุรกิจเดียวที่รอดมาได้และทำกำไร
แต่ถึงอย่างนั้น กำไรสุทธิเดือนละไม่กี่แสนหยวนก็แค่พอเลี้ยงปากท้องลูกน้องไปวันๆเท่านั้น
จัวชิวเฉินอวี้เคยคิดจะยุบแก๊ง ปล่อยให้ลูกน้องแยกย้ายไปทำมาหากิน
แต่คำสั่งเสียก่อนตายของปู่ที่ย้ำนักย้ำหนาให้รักษาอาณาจักรไว้ค้ำคอเธออยู่
เธอไม่อยากให้ปู่นอนตายตาไม่หลับ
อีกอย่าง ถ้าจะยุบแก๊งจริงๆ พวกลูกน้องก็คงไม่ยอม
ไอ้พวกนี้ไม่มีความรู้อะไร มีแต่เรี่ยวแรง ถ้าไปหางานทำก็คงไม่พ้นแบกหามก่อสร้าง
แล้วคนเคยสบายจะไปทนลำบากแบบนั้นได้ยังไง?
เพื่อรักษา "อาณาจักร" ของปู่ไว้ จัวชิวเฉินอวี้ต้องกลุ้มใจจนกินไม่ได้นอนไม่หลับ ฝันอยากจะรวยทางลัดอยู่ทุกค่ำคืน
จากเจ้าแม่ผู้ยิ่งใหญ่ กลายเป็นเจ๊เจ้าของบาร์ที่เครียดเรื่องเงิน
ถ้าเป็นเมื่อเจ็ดปีก่อน มีคนมาขอให้เธอไปนั่งดริ๊งก์
เธอคงสั่งลูกน้องไปสับมันเป็นชิ้นๆโดยไม่พูดพร่ำทำเพลง
แต่วันนี้... จัวชิวเฉินอวี้ต้องก้มหัวให้ความเป็นจริง
ดื่มเหล้าขวดเดียวได้หนึ่งล้าน! นี่มันลาภลอยชัดๆ
คอเธอแข็งจะตาย ดื่มสักห้าขวดสบายๆ
ห้าขวดก็ห้าล้าน!
เงินหาง่ายขนาดนี้จะปล่อยให้หลุดมือไปได้ไง
ส่วนเรื่องจะโดนลวนลาม? เธอไม่กลัวสักนิด
โตมาป่านนี้ ยังไม่เคยมีผู้ชายหน้าไหนกล้าแตะต้องตัวเธอเลย
"นำทางไป!"
จัวชิวเฉินอวี้สั่งพนักงานเสิร์ฟ
"คุณหนูครับ มาเที่ยวที่อโคจรแบบนี้ได้ยังไง มันเสื่อมเสียเกินไปแล้ว ถ้าคุณท่านรู้เข้า ท่านคงเสียใจแย่!"
เซียวอี้เฟิงเทศนาฉินหยุนหาน
"ฉันมาบาร์แล้วมันเสื่อมเสียตรงไหนมิทราบ?" ฉินหยุนหานขำกลิ้ง ก่อนจะเปลี่ยนเป็นหน้าบึ้งตวาดใส่
"ฉันขอเตือนนายไว้เลยนะ อย่าสะเออะเอาเรื่องนี้ไปฟ้องพ่อฉันเด็ดขาด ไม่งั้นนายเจอดีแน่!"
"จะให้ผมปิดปากก็ได้ แต่คุณหนูต้องสัญญาก่อนว่าต่อไปนี้จะถอยห่างจากหวังฮ่าวหราน" เซียวอี้เฟิงยื่นเงื่อนไข
"ตลกตายล่ะ ฉันจะคบกับใครมันกงการอะไรของนาย?" ฉินหยุนหานเบะปาก
"หมอนั่นดูยังไงก็ไม่ใช่คนดี พาคุณหนูมาที่แบบนี้ต้องมีแผนชั่วแน่ๆ อาจจะมอมเหล้าแล้วรังแกคุณหนูก็ได้!"
"นายคิดมากไปแล้ว ฉันเป็นคนขอมาเองต่างหาก" ฉินหยุนหานแค่นเสียงหัวเราะ เริ่มรำคาญเต็มทน "เลิกพล่ามได้แล้ว แล้วก็ไสหัวไปไกลๆด้วย เห็นหน้านายทีไรซวยทุกที"
สิ้นเสียงคำด่า ชายฉกรรจ์นับสิบคนก็กรูกันเข้ามาล้อมกรอบหวังฮ่าวหรานและฉินหยุนหาน
ในกลุ่มนั้นมีไอ้หนุ่มขี้เมาสองคนที่โดนหวังฮ่าวหรานถีบกระเด็นเมื่อครูรวมอยู่ด้วย
ชัดเจนว่ามาล้างแค้น
"เห็นไหมล่ะ! ฉันบอกแล้วว่านายน่ะตัวซวย!" ฉินหยุนหานทั้งกลัวทั้งโมโห หันไปถลึงตาใส่เซียวอี้เฟิง
"คุณหนูวางใจได้ ผมจะปกป้องคุณเอง"
เซียวอี้เฟิงยืดอกอย่างมั่นใจ อันธพาลกระจอกสิบกว่าคนแค่นี้ไม่คณามือเขาหรอก
"ลูกพี่! ไอ้หมอนั่นแหละ!" สองหนุ่มขี้เมาชี้หน้าหวังฮ่าวหรานด้วยความเคียดแค้น
"นายเก่งนักไม่ใช่เหรอ? รีบไปจัดการพวกมันสิ" ฉินหยุนหานสั่งเซียวอี้เฟิง
"คุณหนูครับ ผมมีหน้าที่ปกป้องคุณหนูคนเดียว เรื่องอื่นไม่เกี่ยวกับผม" เซียวอี้เฟิงปฏิเสธหน้าตาเฉย
พวกมันมาหาเรื่องหวังฮ่าวหราน เขาแช่งให้หวังฮ่าวหรานโดนกระทืบตายคาตีนอยู่แล้ว เรื่องอะไรจะยื่นมือไปช่วย
"เซียวอี้เฟิง! ฉันสั่งให้นายไปจัดการเดี๋ยวนี้ ไม่งั้นฉันจะให้พ่อไล่นายออก!" ฉินหยุนหานโวยวาย
"คุณหนูครับ ฝ่ายตรงข้ามคนเยอะเกินไป ผมต้องคำนึงถึงความปลอดภัยของคุณหนูเป็นอันดับแรก ผมเชื่อว่าคุณอาฉินต้องเข้าใจผมแน่" เซียวอี้เฟิงทำทองไม่รู้ร้อน
"ไอ้บ้านี่!" ฉินหยุนหานกระทืบเท้าด้วยความเจ็บใจ
"ไม่ต้องให้เขาช่วยหรอก ฉันจัดการเองได้" หวังฮ่าวหรานตบไหล่ฉินหยุนหานเบาๆ ปลอบประโลมให้เธอใจเย็น
ด้วยค่าพลังต่อสู้ระดับเขาตอนนี้ ต่อให้เซียวอี้เฟิงมาเองเขายังไม่กลัว นับประสาอะไรกับจิ๊กโก๋สิบกว่าคน
"เกิดเรื่องอะไรขึ้น?!"
ยังไม่ทันที่หวังฮ่าวหรานจะลงมือ เสียงตวาดอันทรงอำนาจของหญิงสาวก็ดังแทรกขึ้นมา
ฝูงชนแหวกทางออกโดยอัตโนมัติ เผยให้เห็นร่างระหงของหญิงสาวสุดเซ็กซี่เดินย่างสามขุมเข้ามา
"อาเจ๊"
"เจ๊ใหญ่"
...
บรรดาอันธพาลต่างก้มหัวทำความเคารพอย่างนอบน้อม
เห็นฉากนี้ หวังฮ่าวหรานก็อดไม่ได้ที่จะพิจารณาหญิงสาวผู้มาใหม่
ชุดราตรีเกาะอกลายดอกไม้สีดำแดงขับเน้นส่วนเว้าส่วนโค้งอันสมบูรณ์แบบออกมาได้อย่างชัดเจน
ผมลอนใหญ่สีไวน์แดงทิ้งตัวสยายเคลียไหล่
ใบหน้าขาวเนียนไร้ที่ติ แม้จะเรียบเฉยไร้อารมณ์ แต่กลับแฝงไว้ด้วยเสน่ห์เย้ายวนใจอย่างประหลาด
เรียวขาขาวยาวก้าวเดินอย่างมั่นคง ทุกท่วงท่าเปี่ยมไปด้วยความเซ็กซี่ที่เปล่งประกายออกมาโดยธรรมชาติ
แค่หวังฮ่าวหรานมองแวบเดียว หัวใจก็เต้นแรง เลือดลมสูบฉีดพลุ่งพล่าน
เขาอดใจไม่ไหว แอบใช้ตาทิพย์ส่องดู
หุ่นแบบนี้... แม่เจ้าโว้ย... จะฆ่ากันให้ตายหรือไง...
หวังฮ่าวหรานรีบปิดตาทิพย์ทันที กลัวจะเก็บอาการไม่อยู่
ดูจากปฏิกิริยาของพวกลูกน้อง ผู้หญิงคนนี้ต้องเป็น 'โบตั๋นทมิฬ' แน่นอน
สวยขนาดนี้ แถมภูมิหลังยังไม่ธรรมดา
ตามพล็อตนิยายแนวตัวเอกเทพซ่า นางเอกสายเจ้าแม่มาเฟียก็เป็นของคู่กัน
จัวชิวเฉินอวี้คนนี้เข้าข่ายเป๊ะ
หวังฮ่าวหรานยอมจ่าย 100 แต้มวายร้ายเพื่อตรวจสอบทันที
[นางเอก: จัวชิวเฉินอวี้(โบตั๋นทมิฬ)]
[พลังต่อสู้: 191]
[เสน่ห์: 279]
[ออร่านางเอก: 453]
[ทักษะ: กระดูกเสน่ห์พิฆาตบุรุษ(ร่างโดยกำเนิด), วิชาลอบสังหารขั้นสูง]
[ความประทับใจที่มีต่อโฮสต์: 0 (คนแปลกหน้า)]
เป็นนางเอกจริงๆ ด้วย...
*****