เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 85: นายนี่มันตัวซวยชัดๆ

บทที่ 85: นายนี่มันตัวซวยชัดๆ

บทที่ 85: นายนี่มันตัวซวยชัดๆ


"คุณปู่เป็นลมไปตอนก้มลงเก็บของค่ะ" มู่เจาเจาตอบอย่างโล่งใจ

"คนสูงอายุการไหลเวียนเลือดไม่ค่อยดี หลอดเลือดเริ่มเสื่อมสภาพ จังหวะที่ก้มลงไป เลือดจำนวนมากไหลไปเลี้ยงสมองไม่ทัน ทำให้เกิดภาวะช็อกเฉียบพลัน ถ้าช่วยเหลือไม่ทันอาจถึงขั้นเส้นเลือดในสมองแตกหรือเป็นอัมพฤกษ์อัมพาตได้ โชคดีที่ได้รับการปฐมพยาบาลทันเวลา แต่เพื่อความปลอดภัย ผมแนะนำให้ไปตรวจร่างกายอย่างละเอียดที่โรงพยาบาลจะดีกว่าครับ"

หัวหน้าทีมแพทย์ฉุกเฉินวิเคราะห์อาการของมู่ฉงอย่างแม่นยำหลังจากฟังมู่เจาเจาเล่า

"ขอบคุณพวกคุณมากนะคะที่ช่วยชีวิตคุณปู่" มู่เจาเจาเอ่ยด้วยความซาบซึ้ง

"พวกผมแค่ทำตามหน้าที่ครับ ถ้าจะขอบคุณ ต้องขอบคุณท่านประธานหวังดีกว่า" หัวหน้าทีมแพทย์ตอบ

มู่เจาเจาหันไปมองหวังเซียงทันที

"คุณลุงหวัง ขอบคุณมากนะคะ"

"ไม่ต้องเกรงใจหรอกหนู ปกติลุงไม่ค่อยพกทีมแพทย์ไปไหนมาไหนหรอก วันนี้ลูกชายตัวดีของลุงบอกให้พามาด้วย ถ้าจะขอบคุณก็ขอบคุณลูกชายลุงเถอะ" หวังเซียงโยนลูกต่อให้หวังฮ่าวหรานอย่างรู้งาน

มู่เจาเจาไม่ได้พูดอะไร แต่สายตาที่มองหวังฮ่าวหรานเต็มไปด้วยความซาบซึ้งใจอย่างยิ่ง

ต่อให้อยู่ไกลแค่ไหน หวังฮ่าวหรานก็สัมผัสได้ถึงความรู้สึกนั้น

[ติ๊ง! นางเอก 'มู่เจาเจา' ค่าความประทับใจที่มีต่อโฮสต์เพิ่มขึ้น +10 ปัจจุบันค่าความประทับใจรวมคือ 40 (สนิทสนมมาก)]

[ติ๊ง! โฮสต์เปลี่ยนแปลงทิศทางของเนื้อเรื่อง ได้รับแต้มวายร้าย 300 แต้ม!]

เมื่อมีทีมแพทย์คอยดูแล มู่ฉงจึงคลายกังวลและยืนกรานว่าจะรอให้งานเลี้ยงจบก่อนค่อยไปโรงพยาบาล

มู่เจาเจาพยายามเกลี้ยกล่อม แต่เมื่อเห็นปู่ยืนกรานหนักแน่น ก็ต้องยอมตามใจ

งานเลี้ยงดำเนินต่อไปตามปกติ

โต๊ะประธานมีสิบที่นั่ง

มู่ฉงดื่มเหล้าไม่ได้ จึงใช้ชาต่างเหล้า ยกขึ้นคารวะหวังเซียงหลายแก้ว

แขกวีไอพีคนอื่นๆที่นั่งร่วมโต๊ะต่างก็รู้กิตติศัพท์ของหวังเซียงดี จึงพากันประจบสอพลอกันยกใหญ่

ฉินไคที่นั่งร่วมโต๊ะด้วย ในฐานะนักธุรกิจระดับเดียวกัน จึงพูดคุยกับหวังเซียงอย่างเป็นกันเองในฐานะเพื่อน

แต่สิ่งที่ทำให้ฉินไคประทับใจคือเรื่องการเขียนพู่กันของหวังฮ่าวหราน เขาจึงชวนคุยและให้ความสนใจเด็กหนุ่มเป็นพิเศษ

ส่วนเซียวอี้เฟิงก็นั่งอยู่ที่โต๊ะประธานเหมือนกัน แต่กลับไม่มีใครสนใจไยดี

รู้สึกเหมือนตัวเองเป็นแค่อากาศธาตุ

เขาได้แต่นั่งดื่มเหล้าย้อมใจคนเดียวอย่างเงียบเหงา

ทันใดนั้น

ปัง!

เสียงระเบิดกึกก้องดังสนั่นมาจากด้านนอกห้องจัดเลี้ยง

บรรยากาศครึกครื้นในงานเปลี่ยนเป็นความหวาดผวาในพริบตา

เสียงปืน!

แขกที่นั่งอยู่ใกล้ประตูสะดุ้งสุดตัว กระโดดหนีตายถอยห่างจากประตูห้องจัดเลี้ยงทันที

ภายในห้องโกลาหล เก้าอี้ล้มระเนระนาด เสียงกรีดร้องด้วยความตกใจดังระงม

หวังฮ่าวหรานอึ้งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะนึกอยากด่ากราดออกมาดังๆ

เชี่ยเอ๊ย!

มู่ฉงป่วยกะทันหันยังไม่พอ ยังจะมีเรื่องบ้าๆนี่อีกเหรอ?!

คนเขียนนิยายเรื่องนี้มันจะปัญญาอ่อนเกินไปแล้ว!

เพื่อจะหาซีนให้เซียวอี้เฟิงโชว์เทพ ถึงกับต้องเล่นใหญ่ขนาดนี้เลยเหรอ ไร้เหตุผลสิ้นดี!

นี่มันโรงแรมห้าดาวนะ ระบบรักษาความปลอดภัยก็ไม่ได้ไก่กา

เสียงปืนนั่นมันอะไร?

โจรปล้นโรงแรมเหรอไง?

ปัง! ปัง! ปัง!

เสียงปืนดังถี่ขึ้นเรื่อยๆ ฟังจากเสียงน่าจะเป็นการยิงปะทะกันของคนสองกลุ่ม

หวังฮ่าวหรานรีบใช้ตาทิพย์ส่องดูสถานการณ์

เขาเห็นคนสองกลุ่มกำลังยิงใส่กัน กลุ่มหนึ่งคือบอดี้การ์ดของหวังเซียง อีกกลุ่มคือพวกโจร

ในกลุ่มโจร มีสามคนที่หวังฮ่าวหรานจำหน้าได้แม่น

ไอ้สามหน่อที่เคยพยายามลักพาตัวฉินหยุนหานที่ย่านการค้านั่นเอง

สงสัยคราวที่แล้วพลาด คราวนี้เลยเล่นใหญ่ ขนอาวุธหนักมาเลย

มืออาชีพชิบหาย!

แต่โชคดีที่ทีมบอดี้การ์ด 10 คนของหวังเซียงก็พกของหนักมาเหมือนกัน เลยต้านทานไว้ได้สบาย

ทั้งสองฝ่ายต่างหลบหลังที่กำบังยิงใส่กัน แต่ฝีมือห่วยแตกพอกัน ยิงกันไปมาเหมือนวาดรูปคนเล่น ไม่มีใครได้รับบาดเจ็บเลย

แต่การที่มีบอดี้การ์ดขวางอยู่ทำให้พวกโจรไม่มีโอกาสบุกเข้ามาในห้องจัดเลี้ยงได้

หวังฮ่าวหรานโล่งใจไปเปราะหนึ่ง

ถ้าโจรเข้ามาไม่ได้ เซียวอี้เฟิงก็หมดสิทธิ์โชว์

หวังฮ่าวหรานรู้ว่าสถานการณ์ไม่เลวร้าย แต่คนอื่นไม่รู้

เสียงปืนสนั่นหวั่นไหวข้างนอกสร้างความตื่นตระหนกให้ทุกคนในห้อง

ไม่มีใครกล้าออกไปดู ได้แต่ขดตัวสั่นงันงกอยู่ในห้องด้วยความหวาดกลัว

"เจาเจา ช่วงนี้ดวงเราตกหรือเปล่าเนี่ย? เพิ่งรอดตายจากไฟไหม้มาหยกๆก็มาเจอเรื่องซวยๆแบบนี้อีกแล้ว" ฉินหยุนหานหน้าซีดเผือด แต่ปากยังไม่วายบ่น

"สงสัยจะดวงตกจริงๆแหละ" มู่เจาเจาเห็นด้วย

มู่ฉงเองก็พยักหน้าเห็นด้วยอย่างยิ่ง

ช่วงนี้มีแต่เรื่องวุ่นวายไม่เว้นแต่ละวัน

ฉินไคผู้ผ่านร้อนผ่านหนาวมาเยอะยังพอคุมสติได้ รีบเข้าไปหาลูกสาวเพื่อปลอบใจให้คลายกังวล

"คุณหนู คุณอาฉิน ไม่ต้องกลัวนะครับ มีผมอยู่ทั้งคน ปลอดภัยหายห่วง!"

เซียวอี้เฟิงเห็นโอกาสทองมาถึง รีบเสนอหน้าเข้าไปปกป้องสองพ่อลูกทันที

ฉินไคพยักหน้าให้เซียวอี้เฟิงด้วยความเชื่อใจ

เขาไว้ใจในฝีมือของเซียวอี้เฟิงมาก

"คราวก่อนนายไปโรงเรียน ก็เกิดไฟไหม้ คราวนี้ตามมางานเลี้ยง ก็มีโจรบุก นายนี่มันตัวซวยชัดๆ!"

ฉินหยุนหานที่เหม็นขี้หน้าเซียวอี้เฟิงเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว พอตกใจก็เลยพาลใส่ซะเลย

"อ้าว... จะมาโทษผมได้ไงครับเนี่ย" เซียวอี้เฟิงทำหน้าเหวอ

หวังฮ่าวหรานที่แอบฟังอยู่แทบจะลุกขึ้นปรบมือให้

ใช่เลย! ด่าได้ถูกใจมาก! ก็เพราะเอ็งเป็นตัวเอกนั่นแหละ ไปที่ไหนก็มีแต่เรื่องฉิบหายวายป่วง!

"ฉันเจอหน้านายทีไรมีแต่เรื่องซวยๆ ออกไปให้ห่างๆเลยนะ เห็นหน้าแล้วหงุดหงิด" ฉินหยุนหานไล่ตะเพิด

"ไม่ได้ครับ ผมต้องอยู่ใกล้ๆเพื่อปกป้องคุณหนู"

"โจรมันอยู่ข้างนอก นายมายืนเสนอหน้าตรงนี้จะมีประโยชน์อะไร ถ้าอยากปกป้องฉันจริงก็ไปเฝ้าที่ประตูโน่น" ฉินหยุนหานไล่ส่ง

"งั้นผมไปเฝ้าหน้าประตูให้ก็ได้" เซียวอี้เฟิงเห็นคุณหนูอารมณ์ไม่ดี เลยยอมตามใจ

ห้องจัดเลี้ยงมีทางเข้าทางเดียว แค่เขาเฝ้าจุดนี้ไว้ ก็ไม่มีใครผ่านเข้ามาได้แน่

คิดได้ดังนั้นเซียวอี้เฟิงก็คว้าตะเกียบมากำมือหนึ่ง เตรียมใช้เป็นอาวุธลับ แล้วเดินไปเฝ้าที่หน้าประตู

พอเซียวอี้เฟิงไปพ้นหน้า หวังฮ่าวหรานก็รู้สึกสบายหูสบายตาขึ้นเยอะ

แต่เสียงปืนข้างนอกยังคงดังต่อเนื่อง

เรื่องนี้ทำให้หวังฮ่าวหรานเริ่มสงสัย

พวกโจรมันโง่หรือเปล่า? เห็นอยู่ว่าบุกเข้ามาไม่ได้ ทำไมยังไม่หนีไปอีก?

รอให้ตำรวจมาจับหรือไง?

คงไม่มีใครโง่ขนาดนั้นหรอกมั้ง

ถ้าพวกมันไม่โง่ และยังไม่ยอมถอย แสดงว่าพวกมันมั่นใจว่าจะลักพาตัวฉินหยุนหานได้?

แต่พวกมันเข้ามาไม่ได้ จะลักพาตัวยังไง?

หรือว่า...

หวังฮ่าวหรานฉุกคิดถึงความเป็นไปได้บางอย่าง

*****

จบบทที่ บทที่ 85: นายนี่มันตัวซวยชัดๆ

คัดลอกลิงก์แล้ว