- หน้าแรก
- เกิดใหม่ทั้งที ดันกลายเป็นนายน้อยจอมวายร้ายไปซะได้
- บทที่ 84: เรื่องช่วยคนให้เป็นหน้าที่มืออาชีพดีกว่า
บทที่ 84: เรื่องช่วยคนให้เป็นหน้าที่มืออาชีพดีกว่า
บทที่ 84: เรื่องช่วยคนให้เป็นหน้าที่มืออาชีพดีกว่า
พอได้ยินดังนั้น มู่ฉงก็เข้าใจหวังฮ่าวหรานเป็นอย่างดี
ในสายตาเขา หวังฮ่าวหรานเป็นทายาทตระกูลใหญ่ที่ต้องสืบทอดธุรกิจหมื่นล้าน ภารกิจในอนาคตมีมากมายก่ายกอง การไม่เลือกทุ่มเทให้กับการเขียนพู่กันจึงเป็นเรื่องปกติธรรมดา
แต่มู่ฉงก็ยังตัดใจจากการรับหวังฮ่าวหรานเป็นศิษย์ไม่ได้
เขาเคยมีลูกศิษย์คนอื่นๆมาก่อน แต่ไม่มีใครโดดเด่นสักคน
นี่เป็นความเสียใจที่ฝังลึกในใจเขามาตลอด เมื่อได้พบเพชรเม็ดงามอย่างนี้ จะให้ปล่อยมือไปง่ายๆได้ยังไง
มู่ฉงปิ๊งไอเดียขึ้นมาทันที รีบดึงมู่เจาเจาเข้ามาใกล้
"ฮ่าวหราน เจาเจาเองก็สนใจการเขียนพู่กันมาก พวกเธอเป็นคนรุ่นใหม่เหมือนกัน น่าจะมีเรื่องให้คุยกันเยอะ ลองทำความรู้จักแลกเปลี่ยนความรู้กันดูสิ"
"คุณปู่!" มู่เจาเจารู้สึกเหมือนโดนขาย รีบส่งเสียงประท้วงเบาๆ
"ได้ครับ ถ้ามีเวลาผมจะหาโอกาสขอคำแนะนำเรื่องพู่กันจากเจาเจาแน่นอน" หวังฮ่าวหรานแกล้งรับปากไปงั้นๆ
"ฝีมือฉันยังธรรมดามาก ฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะ" มู่เจาเจาเองก็ตกตะลึงกับฝีมือการคัดลอกระดับเทพของเขา จนเริ่มรู้สึกชื่นชมหวังฮ่าวหรานขึ้นมาไม่น้อย จึงเอ่ยปากขอคำแนะนำอย่างนอบน้อม
"แน่นอน" หวังฮ่าวหรานยิ้มตอบ พลางลอบพิจารณามู่เจาเจาอย่างถี่ถ้วน
สอนเขียนพู่กันน่ะไม่ว่างหรอกนะ แต่ถ้าสอนลีลาท่าทาง... ฉันว่างเสมอ
"หวังฮ่าวหราน นายเก่งจริงๆนะเนี่ย ไม่นึกเลยว่าจะเขียนพู่กันได้เทพขนาดนี้" ฉินหยุนหานอดชมไม่ได้
"ยังมีอีกหลายอย่างที่ฉันทำเป็นนะ"
"จริงเหรอ? ไหนบอกมาซิว่านายทำอะไรเป็นอีก?" ฉินหยุนหานซักไซ้
คราวก่อนเขาโชว์ทักษะการต่อสู้ล้มโจร คราวนี้ก็โชว์ฝีมือพู่กันจีนสะท้านโลก
ฉินหยุนหานยิ่งอยากรู้เรื่องราวของหวังฮ่าวหรานมากขึ้นไปอีก
"เรื่องแบบนี้... ต้องอยู่ด้วยกันไปนานๆ แล้วเธอจะค่อยๆรู้เอง"
"ชิ! ไม่บอกก็ช่าง" ฉินหยุนหานสะบัดหน้าอย่างงอนๆ
อีกด้านหนึ่ง
เซียวอี้เฟิงมองดูหวังฮ่าวหรานที่กลายเป็นจุดสนใจด้วยความไม่พอใจสุดขีด
ยิ่งเห็นมู่เจาเจาทำท่าเคารพนับถือหวังฮ่าวหราน แถมฉินหยุนหานยังหยอกล้อกับหมอนั่นอย่างสนิทสนม
เซียวอี้เฟิงยิ่งเกลียดขี้หน้าหวังฮ่าวหรานเข้ากระดูกดำ
ไอ้ลูกเศรษฐีเฮงซวย! กล้าดียังไงมาแย่งสาวของพ่อ รนหาที่ตายชัดๆ
เซียวอี้เฟิงวางแผนในใจว่าจะหาโอกาสสั่งสอนหวังฮ่าวหรานให้หลาบจำ ต้องทำให้หมอนั่นไม่กล้ามายุ่งกับฉินหยุนหานและมู่เจาเจาอีก
ทันใดนั้น ผู้จัดการโรงแรมก็เดินเข้ามากระซิบอะไรบางอย่างกับมู่ฉง
มู่ฉงฟังแล้วจึงประกาศเสียงดัง "งานเลี้ยงใกล้จะเริ่มแล้ว เชิญทุกท่านประจำที่ได้เลยครับ"
แขกเหรื่อต่างทยอยเดินไปนั่งที่โต๊ะของตน
มู่ฉงกลัวว่าผลงานคัดลอกลายมืออันล้ำค่าที่วางอยู่บนพื้นจะโดนเหยียบเสียหาย จึงก้มลงไปเก็บกระดาษเหล่านั้นด้วยตัวเอง
แต่พอเก็บไปได้แค่สามแผ่น จู่ๆเขาก็เกิดอาการหน้ามืด ร่างกายโอนเอน แล้วล้มตึงลงไปกองกับพื้น
"คุณปู่?!"
มู่เจาเจาหน้าซีดเผือด รีบถลาเข้าไปหา
แขกคนอื่นๆเห็นเหตุการณ์ก็รีบกรูเข้ามาดูอาการ
มู่ฉงหมดสติไปแล้ว ปลุกยังไงก็ไม่ตื่น
มู่เจาเจาร้อนรนจนน้ำตาไหลพราก
มีคนรีบโทรเรียกรถพยาบาล แต่กว่าจะมาถึงคงต้องใช้เวลา
เหตุการณ์กะทันหันนี้ทำให้ทุกคนทำอะไรไม่ถูก
หวังฮ่าวหรานอึ้งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะสบถในใจ
บัดซบเอ๊ย! เซียวอี้เฟิงเพิ่งจะโดนกลบรัศมีไปหมาดๆ จู่ๆสวรรค์ก็ประทานโอกาสให้มันกลับมาพลิกเกมเฉยเลย
มู่ฉงป่วยกะทันหันแบบนี้ มันเวทีของเซียวอี้เฟิงชัดๆ!
"หลบไป! ขอผมดูอาการหน่อย!"
ยังไม่ทันขาดคำ เซียวอี้เฟิงก็ตะโกนลั่น แหวกฝูงชนเข้าไปหามู่ฉง
"มู่เจาเจา ไม่ต้องห่วงนะ ผมช่วยปู่คุณได้" เซียวอี้เฟิงพูดปลอบ
"นาย... รักษาคนเป็นเหรอ?" มู่เจาเจาเงยหน้าที่เปื้อนน้ำตามองเขาอย่างงุนงง
"ใช่" เซียวอี้เฟิงพยักหน้า ยืนยันหนักแน่น
"มีผมอยู่ ปู่คุณไม่เป็นอะไรแน่นอน"
มู่เจาเจาที่กำลังสติแตกได้ยินดังนั้นก็พยักหน้าหงึกหงัก กำลังจะขยับตัวเปิดทางให้เซียวอี้เฟิงเข้ามารักษา
"นายบอกว่ารักษาเป็น แล้วนายมีใบประกอบโรคศิลป์หรือเปล่า?" หวังฮ่าวหรานแทรกเข้ามาขวางลำทันที
"ไม่มี และไม่จำเป็นต้องมีด้วย" เซียวอี้เฟิงขมวดคิ้วตอบ
เมื่อได้ยินคำตอบ หวังฮ่าวหรานก็หันไปพูดกับมู่เจาเจาทันที
"ได้ยินไหมเจาเจา เขาไม่มีใบอนุญาต เธอจะกล้าเสี่ยงให้เขารักษาเหรอ? อายุรุ่นราวคราวเดียวกับเรา จู่ๆมาบอกว่ารักษาคนได้ เธอก็เชื่อเหรอ? อาการผู้เฒ่ามู่อาจจะไม่ได้หนักหนาอะไร แต่ถ้าให้มั่วซั่วรักษา เกิดเป็นอะไรขึ้นมาเธอจะเสียใจไปตลอดชีวิตนะ"
คำพูดของหวังฮ่าวหรานดึงสติมู่เจาเจากลับมา
"ไม่ได้... ฉันให้นายรักษาไม่ได้ ถ้าปู่เป็นอะไรไปนายรับผิดชอบไหวเหรอ?"
"ปู่คุณอาการวิกฤตมากนะ ถ้าไม่รีบรักษาอาจถึงตายได้ ผมสาบานเลย ถ้าผมรักษาไม่หาย ผมยอมแลกด้วยชีวิต!" เซียวอี้เฟิงทุ่มหมดหน้าตักเพื่อโน้มน้าวใจ
มู่เจาเจาเริ่มลังเลอีกครั้ง
"เจาเจา ที่นี่มีหมอมืออาชีพอยู่ ให้พวกเขาจัดการดีกว่า" หวังฮ่าวหรานรีบเสนอทางเลือก
จริงๆเขาก็รักษาได้ แต่วิธีรักษาด้วยพิษมันดูพิสดารเกินไป
เขาไม่อยากใช้วิธีนั้นต่อหน้าคนจำนวนมาก
อีกอย่าง วิชาพิษคือไพ่ตายที่เขาจะเก็บไว้เล่นงานเซียวอี้เฟิงในอนาคต
ตอนนี้เซียวอี้เฟิงยังไม่รู้เรื่องนี้ เก็บความลับไว้เล่นงานทีเผลอย่อมได้เปรียบกว่า
"หมออยู่ที่ไหน?" มู่เจาเจารีบถาม
หวังฮ่าวหรานไม่ตอบ แต่หันไปทางหวังเซียง
"พ่อครับ ทีมแพทย์ของพ่อล่ะ?"
"รออยู่ข้างนอก พ่อจะเรียกเข้ามาเดี๋ยวนี้แหละ!" หวังเซียงรีบโทรศัพท์สั่งการ
ไม่ถึงสิบวินาที กลุ่มคนใส่เสื้อกาวน์พร้อมอุปกรณ์ช่วยชีวิตครบมือก็วิ่งเข้ามาในงาน
ดูปราดเดียวก็รู้ว่าเป็นทีมงานมืออาชีพ
และบนเสื้อกาวน์มีปักคำว่า "เทียนฮุย"
บรรดาเศรษฐีตาถึงต่างจำได้ทันที นี่คือทีมแพทย์ฉุกเฉินจากคลินิกเทียนฮุย
ชื่อเทียนฮุยการันตีคุณภาพระดับท็อปของวงการแพทย์
ฝูงชนแหวกทางให้ทีมแพทย์เข้ามาอย่างรวดเร็ว
เมื่อเห็นหมอมืออาชีพมาถึง มู่เจาเจาย่อมไม่ขัดขวาง รีบหลีกทางให้ทันที
เซียวอี้เฟิงยืนเอ๋อทำตัวไม่ถูก ก่อนจะโดนแขกในงานลากตัวออกมาให้พ้นทาง
[ติ๊ง! โฮสต์ขัดขวางฉากโชว์เทพของตัวเอก 'เซียวอี้เฟิง' สำเร็จ ได้รับแต้มวายร้าย 300 แต้ม, ออร่าตัวเอกของเซียวอี้เฟิง -15, ออร่าตัวร้ายของโฮสต์ +15!]
หวังฮ่าวหรานยิ้มกริ่มเมื่อได้รับรางวัลตามเป้า
เซียวอี้เฟิงมีทั้งวรยุทธ์และวิชาแพทย์ ตามสูตรนิยายสำเร็จรูป ตัวเอกมักจะใช้สองสิ่งนี้ในการโชว์เทพ
เขาถึงได้เตรียมการให้หวังเซียงพกทั้งทีมแพทย์และบอดี้การ์ดมาด้วย
และตอนนี้... มันก็ได้ใช้ประโยชน์จริงๆ
ทีมแพทย์ทำงานอย่างรวดเร็วและเป็นระบบ ทั้งฟังเสียงหัวใจ ส่องม่านตา และตรวจเช็กอาการเบื้องต้น
ไม่ถึงนาทีหมอก็วินิจฉัยโรคได้
เริ่มทำการปฐมพยาบาลทันที เพียงครู่เดียวมู่ฉงก็ค่อยๆรู้สึกตัว
"ฉัน... ฉันเป็นอะไรไป?" มู่ฉงมองไปรอบๆด้วยความงุนงง
*****