- หน้าแรก
- เกิดใหม่ทั้งที ดันกลายเป็นนายน้อยจอมวายร้ายไปซะได้
- บทที่ 81: ของขวัญนี้รับไว้ไม่ได้
บทที่ 81: ของขวัญนี้รับไว้ไม่ได้
บทที่ 81: ของขวัญนี้รับไว้ไม่ได้
เซียวอี้เฟิงไม่ได้รู้สึกยินดีเลยสักนิดที่ไม่มีใครขวางทางเขา กลับรู้สึกหงุดหงิดเสียด้วยซ้ำ
พนักงานต้อนรับคนเมื่อกี้มันพวกตาต่ำ ดูถูกคนจน
เขาอุตส่าห์วางแผนไว้ว่าจะรอให้มู่ฉงออกมา แล้วค่อยสั่งสอนมันให้หลาบจำ จะได้ระบายความแค้นให้สะใจ
แต่จู่ๆก็มีไอ้หน้าแปลกมาสาระแนตัดบท แส่ไม่เข้าเรื่อง น่ารำคาญชะมัด
เซียวอี้เฟิงปรายตามองหวังฮ่าวหรานแวบหนึ่ง ไร้ซึ่งความซาบซึ้งใจที่อีกฝ่ายยื่นมือเข้าช่วย
หวังฮ่าวหรานจับสัมผัสความรู้สึกจากสายตานั้นได้ ก็แค่นหัวเราะในใจ
สมเป็นตัวเอกจริงๆ ขนาดตัวร้ายอย่างฉันช่วยไว้ มันยังหาเรื่องเหม็นขี้หน้าได้
เกิดมาเป็นศัตรูกันชัดๆ
แต่เขาไม่ถือสาหรอก
เพราะเจตนาของเขาไม่ได้จะช่วยเซียวอี้เฟิง แต่จะขัดขวางไม่ให้หมอนั่นได้โชว์พาวต่างหาก
หวังฮ่าวหรานไม่สนใจเซียวอี้เฟิง หันหลังเดินตรงเข้าห้องจัดเลี้ยง
กวาดสายตาไปรอบๆก็เจอหวังเซียงยืนหน้าบูดบึ้งอยู่มุมหนึ่ง
"เป็นอะไรไปพ่อ? หน้าไม่จอยเลย"
"พ่อเป็นถึงประธานบริษัทมหาชน มีสินทรัพย์เป็นหมื่นล้าน แต่ตาแก่มู่นั่นดันไม่ให้เกียรติ ไม่เชิญพ่อไปนั่งโต๊ะประธานน่ะสิ!" หวังเซียงบ่นอุบ
"ก็พ่อโผล่มาปุบปับ โต๊ะประธานอาจจะเต็มแล้วก็ได้ เขาเลยจัดที่นั่งอื่นให้แทน" หวังฮ่าวหรานปลอบ
"เต็มแล้วไง? ก็ไล่คนอื่นออกไปสิ! เพื่อนตาแก่นั่นมีใครใหญ่กว่าพ่อบ้าง?" หวังเซียงยังไม่หายเคือง
"แล้วพ่อจะเอายังไง?" หวังฮ่าวหรานถามอย่างอ่อนใจ
"ไม่อยู่มันแล้ว กลับบ้านดีกว่า!"
"ใจเย็นน่าพ่อ รอจบงานเลี้ยงก่อน เดี๋ยวผมหาทางเอาคืนให้" หวังฮ่าวหรานไม่อยากกลับตอนนี้
"ลูกรัก ลูกมีวิธีเอาคืนยังไง?"
"ตาแก่มู่นั่นมีหลานสาวสวยไม่ใช่เหรอ? เดี๋ยวผมจับทำเมีย เล่นจนเบื่อแล้วค่อยทิ้ง" หวังฮ่าวหรานเพ้อเจ้อไปเรื่อยเพื่อรั้งพ่อไว้
"เยี่ยม!" หวังเซียงตบฉาดเข้าที่ต้นขา "ความคิดเข้าท่ามากลูกรัก! พ่อสนับสนุนเต็มที่! เอาให้ท้องป่องแล้วค่อยทิ้งนะ ให้ตาแก่มู่มันกระอักเลือดตายไปเลย!"
"พ่อ! เบาๆหน่อยสิ!" หวังฮ่าวหรานรีบปราม ใบหน้ากระตุกไม่หยุด
"เอ่อ... โทษทีๆ" หวังเซียงอารมณ์ดีขึ้นทันตา
"แล้วทีมแพทย์กับบอดี้การ์ดเตรียมล่ะครับ?"
"เรียบร้อย ทีมแพทย์จ้างมาจากคลินิกเทียนฮุย มี 8 คน เชี่ยวชาญการปฐมพยาบาล บอดี้การ์ดมืออาชีพ 10 คน พกอาวุธครบมือ รอแสตนบายอยู่หน้าห้องจัดเลี้ยงแล้ว"
อีกด้านหนึ่ง
เซียวอี้เฟิงเดินวางมาดเข้ามาในห้องจัดเลี้ยง สอดส่ายสายตาไปทั่ว
แขกเหรื่อในงานต่างมองมาที่เขาด้วยความแปลกใจ เพราะชุดนักเรียนที่ใส่ดูไม่เข้ากับบรรยากาศหรูหราเอาซะเลย
แต่เซียวอี้เฟิงไม่แคร์สายตาชาวบ้าน
ไม่นานเขาก็เห็นเป้าหมาย
มู่ฉงกำลังยืนคุยกับแขกวีไอพีอยู่
เซียวอี้เฟิงเดินตรงดิ่งเข้าไปหาทันที
"ท่านผู้เฒ่ามู่"
มู่ฉงหันมาตามเสียง พอเห็นว่าเป็นใคร ก็รีบผละจากวงสนทนา เดินเข้ามาหาเซียวอี้เฟิงทันที
เห็นได้ชัดว่ามู่ฉงให้ความสำคัญกับเซียวอี้เฟิงมาก
"พ่อหนุ่ม มาแล้วเหรอ" มู่ฉงผายมือเชื้อเชิญ
"ฉันเตรียมที่นั่งพิเศษไว้ให้ที่โต๊ะประธานแล้ว เชิญทางนี้เลย"
มู่ฉงตั้งใจว่าหลังจบงานเลี้ยง จะขอให้เซียวอี้เฟิงช่วยสอนวิชา 'จิ่วต้วนจิ่น' ต่อ
แขกในงานต่างฮือฮาเมื่อเห็นท่าทีนอบน้อมที่มู่ฉงมีต่อเด็กหนุ่มแปลกหน้า สงสัยกันยกใหญ่ว่าไอ้หนุ่มนี่เป็นใครมาจากไหน
เซียวอี้เฟิงกลายเป็นจุดสนใจของคนทั้งงานในพริบตา
"ขอบคุณครับท่านผู้เฒ่า" เซียวอี้เฟิงยืดอกอย่างภาคภูมิใจพลางยิ้มร่า
จังหวะนั้นเอง หวังฮ่าวหรานพาหวังเซียงเดินเข้ามาสมทบ
"ท่านผู้เฒ่ามู่ สุขสันต์วันเกิดครับ ขอให้อายุมั่นขวัญยืนดั่งขุนเขาไท่ซานนะครับ"
หวังเซียงยังเคืองอยู่ เลยยืนเงียบกริบ
"พ่อหนุ่ม! เธอเองเหรอ?!" มู่ฉงประหลาดใจมาก "ทำไมถึงมาอยู่ที่นี่ได้ล่ะ?"
"ผมมากับพ่อน่ะครับ"
"พ่อเธอคือ..."
"หวังเซียงครับ" หวังฮ่าวหรานผายมือไปทางพ่อ
"โอ้! ที่แท้คุณหวังเซียงแห่งหวังกรุ๊ปก็เป็นพ่อของเธอนี่เอง" มู่ฉงตกใจเล็กน้อย
ด้วยความที่เป็นปัญญาชนผู้หยิ่งในศักดิ์ศรี มู่ฉงไม่เคยคิดจะประจบสอพลอพวกนายทุน จึงจัดที่นั่งให้แขกไม่ได้รับเชิญอย่างหวังเซียงไว้ท้ายแถว
แต่ไม่นึกเลยว่านายทุนคนนี้จะเป็นพ่อของเด็กหนุ่มผู้กล้าหาญที่ช่วยชีวิตหลานสาวเขาไว้
คนเป็นพ่อที่อบรมลูกให้มีจิตใจเสียสละได้ขนาดนี้ย่อมไม่ใช่นายทุนหน้าเลือดไร้คุณธรรมแน่นอน
คิดได้ดังนั้นมู่ฉงก็รีบเปลี่ยนท่าที หันไปพูดกับหวังเซียงว่า
"คุณหวังครับ ต้องขออภัยที่ดูแลไม่ทั่วถึง อย่าถือสากันเลยนะครับ เดี๋ยวผมจะเปิดโต๊ะพิเศษเพิ่มให้ แล้วจะขอคารวะสักสองสามจอกเป็นการไถ่โทษ"
สีหน้าหวังเซียงดีขึ้นทันตา กำลังจะสวนกลับว่า 'เพิ่งจะสำนึกได้หรือไงไอ้แก่!'
แต่นึกถึงคำพูดลูกชายได้ ก็เลยโบกมือยิ้มๆ
"ไม่เป็นไรครับๆ กันเองทั้งนั้น"
ทันใดนั้น สองสาวงามก็เดินควงแขนกันเข้ามา
ฉินหยุนหานและมู่เจาเจากล่าวอวยพรวันเกิด
"คุณปู่คะ นี่ของขวัญจากหนูค่ะ" มู่เจาเจายื่นม้วนกระดาษให้มู่ฉง
มู่ฉงรับมาเปิดดู ยิ้มกว้างพยักหน้าด้วยความพอใจ
ลายเส้นของมู่เจาเจาได้รับการถ่ายทอดจากเขาโดยตรง ผลงานชิ้นนี้มีกลิ่นอายของเขาอยู่ถึงสองสามส่วน
เทียบกับฝีมือปกติของหลานสาวถือว่าพัฒนาขึ้นมาก
มู่ฉงดูออกว่าหลานสาวทุ่มเทตั้งใจแค่ไหน
ทั้งที่ยุ่งกับการเตรียมสอบเข้ามหาวิทยาลัย แต่ก็ยังอุตส่าห์เจียดเวลามาฝึกเขียนเพื่อเขา
มู่ฉงยิ้มจนแก้มแทบปริ
"ดีมาก เจาเจาหลานรัก ปู่ชอบมาก"
"คุณปู่ชอบหนูก็ดีใจค่ะ" มู่เจาเจายิ้มหวาน
เซียวอี้เฟิงมองตาค้าง
"ท่านผู้เฒ่ามู่ เมื่อกี้ผมลืมไปเลย ผมก็เตรียมของขวัญมาให้เหมือนกัน" เซียวอี้เฟิงรีบเสนอหน้า
ความจริงไม่ได้ลืมหรอก แต่กะจะรอจังหวะคนเยอะๆค่อยงัดออกมาโชว์
ของขวัญชิ้นนี้คือยาอายุวัฒนะสูตรพิเศษที่เขาปรุงเอง
สรรพคุณช่วยยืดอายุขัย เหมาะกับคนแก่เป็นที่สุด หาซื้อที่ไหนไม่ได้
ถ้ามอบให้ต่อหน้าธารกำนัลรับรองว่าเขาต้องได้หน้าไปเต็มๆ
ยิ่งตอนนี้มีคุณหนูกับมู่เจาเจาอยู่ด้วย จังหวะนี้แหละเหมาะที่สุด
เซียวอี้เฟิงอดใจรอไม่ไหวแล้ว
"พ่อหนุ่ม ของขวัญนี่ฉันรับไว้ไม่ได้หรอก" มู่ฉงปฏิเสธอย่างเกรงใจ
แค่วิชาจิ่วต้วนจิ่นก็ล้ำค่ามากพอแล้ว จะให้มารับของขวัญอีกมันจะดูน่าเกลียดเกินไป
"ท่านผู้เฒ่า รับไว้เถอะครับ ของชิ้นนี้..." เซียวอี้เฟิงคะยั้นคะยอ
"นี่เพื่อน ฉันว่าของขวัญชิ้นนั้นน่ะ นายเก็บกลับไปเถอะ" หวังฮ่าวหรานพูดแทรกขึ้นมาดื้อๆ
ตามพล็อตนิยาย ของในมือตัวเอกต้องไม่ใช่ของธรรมดาแน่
ขืนปล่อยให้งัดออกมาโชว์ รับรองว่าทุกคนต้องตะลึงอ้าปากค้าง แล้วตัวเอกก็ได้ซีนหล่อไปเต็มๆ
ไม่มีทางซะหรอก!
*****