- หน้าแรก
- เกิดใหม่ทั้งที ดันกลายเป็นนายน้อยจอมวายร้ายไปซะได้
- บทที่ 79: ให้ไปเรียน ม.1 เนี่ยนะ?
บทที่ 79: ให้ไปเรียน ม.1 เนี่ยนะ?
บทที่ 79: ให้ไปเรียน ม.1 เนี่ยนะ?
หลังจากสั่งลูกน้องเสร็จ หลิงตวนย่าก็เตรียมตัวกลับไปทำงานต่อ
แต่จู่ๆผู้บังคับบัญชาก็ส่งคนมาแจ้งข่าว
ให้ปล่อยตัวเซียวอี้เฟิง
หลิงตวนย่ารีบไปที่ห้องผู้กำกับเพื่อถามเหตุผล จึงได้รู้ว่าฉินไคส่งทนายความมาประกันตัวเซียวอี้เฟิงออกไปแล้ว
ด้วยความจำใจ หลิงตวนย่าจึงต้องปล่อยคน
"คนสวย ผมไปก่อนนะ ถ้าอยากรักษาเมื่อไหร่ติดต่อผมได้ตลอด 24 ชั่วโมงเลย ยินดีบริการถึงบ้าน"
พอเป็นอิสระ เซียวอี้เฟิงก็รู้สึกโล่งใจเป็นปลิดทิ้ง ก่อนไปก็ยังมิวายพูดจาแทะโลมหลิงตวนย่าอีกรอบ
"ไสหัวไป!" หลิงตวนย่าตวาดไล่ด้วยน้ำเสียงเย็นชา แววตาฉายชัดถึงความรังเกียจขยะแขยง
เซียวอี้เฟิงหน้าแตกยับเยิน รอยยิ้มร่าเริงค่อยๆจางหายไป จำต้องเดินคอตกตามทนายขึ้นรถลีมูซีนคันหรูไปอย่างเสียไม่ได้
บนรถ ฉินไคนั่งรออยู่แล้วด้วยสีหน้าเคร่งเครียด
"เรื่องเข้าเรียนเรียบร้อยแล้วนะ"
"เข้าเรียนได้แล้วเหรอครับ? เยี่ยมไปเลย!" เซียวอี้เฟิงดีใจจนกระเด้งตัวจากเบาะ
ฉินไคมองท่าทางดีใจเกินเหตุของเขาด้วยสีหน้าแปลกประหลาด
"เอ่อ... ผมหมายถึง ผมจะได้ปกป้องคุณหนูได้เต็มที่น่ะครับ ก็เลยดีใจ" เซียวอี้เฟิงรีบแถแก้ตัว
ความจริงคือ เขาดีใจที่จะได้มีโอกาสใกล้ชิดกับคุณหนูแบบเช้าถึงเย็นถึงต่างหาก
พอได้อยู่ใกล้ชิด โอกาส 'ปีนเกลียว' ก็อยู่ไม่ไกลเกินเอื้อม
จะไม่ให้ตื่นเต้นยังไงไหว
"ถึงจะเข้าเรียนได้ แต่มีปัญหาอยู่นิดหน่อย" ฉินไคเอ่ยเสียงเรียบ
"ปัญหาอะไรหรอครับ?"
"คือว่า... เธอไม่ได้อยู่ห้องเดียวกับหยุนหานน่ะสิ"
"คนละห้องเหรอครับ?" เซียวอี้เฟิงผิดหวังเล็กน้อย แต่ก็รีบปรับอารมณ์ "อยู่ชั้นเดียวกันก็ยังดีครับ"
"ก็... ไม่ใช่ชั้นเดียวกันด้วย" ฉินไคเริ่มทำหน้ากระอักกระอ่วน
"หรือว่าเป็น ม.5 ครับ?" เซียวอี้เฟิงถามอย่างงงๆ
"ม.1" ฉินไคกัดฟันตอบออกมาในที่สุด
"ห๊ะ?!" เซียวอี้เฟิงตะโกนลั่นรถ "ให้ผมไปเรียน ม.1 เนี่ยนะ? ล้อเล่นหรือเปล่าครับคุณอา!"
เขาอายุ 19 แล้วนะ ให้ไปเรียนรวมกับเด็ก 11-12 ขวบ คนคงนึกว่าเขาปัญญาอ่อนแน่ๆ อายเขาตายชัก
"ทางผู้เฒ่าถังถึงจะยอมให้เข้าเรียนแต่ก็ยื่นคำขาดว่าต้องเป็นไปตามขั้นตอนปกติ เธอไม่ได้เรียนหนังสือในระบบมา ความรู้ไม่ถึงเกณฑ์ ม.6 หรอก อย่างมากก็เข้าได้แค่ ม.1" ฉินไคอธิบายอย่างใจเย็น
ใจจริงเขาก็อยากยัดเซียวอี้เฟิงเข้าห้องเดียวกับลูกสาวเหมือนกัน แต่ทางฝั่งตระกูลถังไม่ยอมท่าเดียว
ช่วยไม่ได้จริงๆ
แต่อย่างน้อย ม.ต้น กับ ม.ปลาย ก็อยู่ในรั้วโรงเรียนเดียวกัน ให้เซียวอี้เฟิงแฝงตัวเข้าไปดูแลได้ก็ยังดีกว่ารอเก้ออยู่นอกรั้ว
"อาฉินครับ อาดูหน้าผมสิ อายุขนาดนี้ให้ไปใส่ชุดนักเรียน ม.1 มันจะดีเหรอครับ?" เซียวอี้เฟิงทำหน้าเหมือนจะร้องไห้
"มันก็ดูไม่ค่อยเหมาะหรอก แต่เธอไม่ได้ไปเรียนจริงๆสักหน่อย แค่ไปคุ้มกันหยุนหาน จะอยู่ชั้นไหนมันสำคัญด้วยเหรอ?"
"แต่ว่า..."
"ไม่ต้องแต่แล้ว ถ้าเธอดูแลหยุนหานได้ดี อาจะตบรางวัลให้อย่างงาม ชดเชยความลำบากใจนี้ให้เอง" ฉินไคยื่นข้อเสนอ
"งั้น... ก็ได้ครับ" เซียวอี้เฟิงรับปากอย่างจำใจ
ถึงจะเสี่ยงโดนล้อว่าเป็นควายแก่ แต่ถ้าแลกกับการได้โชว์เทพช่วยคุณหนูสักสองสามครั้งจนคุณหนูประทับใจ มันก็น่าจะคุ้มค่าอยู่หรอก
ในขณะเดียวกัน
[ติ๊ง! โฮสต์ชักใยอยู่เบื้องหลัง ส่งตัวเอก 'เซียวอี้เฟิง' ไปเรียนชั้น ม.1 ส่งผลต่อทิศทางเนื้อเรื่อง ได้รับแต้มวายร้าย 200 แต้ม!]
หวังฮ่าวหรานที่เพิ่งเดินมาถึงหน้าห้องเรียนได้รับข้อความแจ้งเตือนจากระบบ
"เดี๋ยวอาให้คนไปส่งที่โรงเรียนนะ" ฉินไคเสนอ
"ไม่เป็นไรครับ โรงเรียนอยู่ใกล้แค่นี้เอง ผมเดินไปก็ได้" เซียวอี้เฟิงอารมณ์บ่จอย อยากเดินสงบสติอารมณ์สักหน่อย
"ตามใจแล้วกัน" ฉินไคพยักหน้า
เซียวอี้เฟิงลงจากรถ เดินทอดน่องไปตามทางเท้า มุ่งหน้าสู่โรงเรียน
ระหว่างทาง เขาเดินผ่านสวนสาธารณะแห่งหนึ่ง
ยามเช้าอากาศสดชื่น
เซียวอี้เฟิงแวะเข้าไปนั่งพักที่ม้านั่งในสวน สูดอากาศบริสุทธิ์เพื่อปรับอารมณ์ให้แจ่มใสขึ้น
ไม่นานนัก ชายชราคนหนึ่งที่วิ่งออกกำลังกายผ่านมาก็มานั่งพักเหนื่อยที่ม้านั่งตัวเดียวกัน
ชายชราหน้าซีดเผือด หายใจหอบถี่ผิดปกติ
เซียวอี้เฟิงเห็นท่าไม่ดี รีบลุกขึ้นเข้าไปช่วยนวดกดจุดให้
ไม่ถึงสองนาที สีหน้าของชายชราก็กลับมามีเลือดฝาด ลมหายใจกลับมาเป็นปกติ
"ขอบใจมากนะพ่อหนุ่ม" ชายชรากล่าวขอบคุณ
"เรื่องเล็กน้อยครับ" เซียวอี้เฟิงโบกมือ "คุณปู่ครับ อายุขนาดนี้แล้ว อย่าหักโหมวิ่งตอนเช้าเลยครับ มันอันตราย"
"ก็เพราะแก่นี่แหละถึงต้องพยายามออกกำลังกาย ไม่งั้นกระดูกกระเดี้ยวมันจะขึ้นสนิมเอา" ชายชราถอนหายใจ
"พูดก็ถูกครับ แต่วิธีออกกำลังกายของคุณปู่มันผิดหลักไปหน่อย"
"พ่อหนุ่ม เมื่อกี้เห็นนวดกดจุดคล่องแคล่วเชียว มีความรู้เรื่องแพทย์แผนจีนด้วยเหรอ?" ชายชราถามด้วยความทึ่ง
"ผมเรียนหมอมาตั้งแต่เด็กครับ ฝีมือผมไม่กล้าอวดว่าเป็นที่หนึ่งในใต้หล้า แต่ถ้าบอกว่าเป็นที่สอง รับรองไม่มีใครกล้าเถียง" เซียวอี้เฟิงคุยโวโอ้อวด
เขาไม่ได้โม้ ในใจเขายกให้ "ตาแก่" อาจารย์ของเขาเป็นที่หนึ่ง ส่วนเขาที่ได้รับการถ่ายทอดวิชามาเกือบหมดย่อมต้องเป็นที่สองอย่างแน่นอน
"งั้นฉันขอถามหน่อยเถอะ ฉันควรออกกำลังกายยังไงถึงจะถูก?" ชายชราเห็นเด็กหนุ่มมั่นใจขนาดนี้จึงลองขอคำแนะนำดู
"ผมจะสอน 'จิ่วต้วนจิ่น(ผ้าแพรเก้าท่อน)' ให้แล้วกัน เหมาะกับคุณปู่ที่สุดครับ" เซียวอี้เฟิงคิดครู่หนึ่งก่อนตอบ
"เคยได้ยินแต่ 'ปาต้วนจิ่น(ผ้าแพรแปดท่อน)' ไอ้อันที่เก้านี่ไม่เคยได้ยินเลยแฮะ" ชายชราแปลกใจ
"อันนี้ดัดแปลงมาจากแปดกระบวนท่านั่นแหละครับ แต่ประสิทธิภาพดีกว่าห้าเท่า ดูให้ดีนะครับ เดี๋ยวผมจะสาธิตให้ดูรอบนึง!"
พูดจบ เซียวอี้เฟิงก็ลุกขึ้น ร่ายรำกระบวนท่าให้ดูทันที
ท่าทางดูเชื่องช้าเหมือนรำไทเก็กทั่วไป แต่เมื่อเซียวอี้เฟิงผู้มีกำลังภายในเป็นคนรำ ทุกลีลาจึงดูทรงพลัง แฝงไว้ด้วยความหนักแน่นพลิ้วไหวราวกับจอมยุทธ์ในหนังกำลังภายใน
ชายชรามองตาค้าง
ตอนแรกก็ยังกังขาในตัวเด็กหนุ่มอยู่บ้าง แต่ตอนนี้เชื่อสนิทใจ
เด็กคนนี้ไม่ธรรมดา!
เมื่อรำจบ เซียวอี้เฟิงก็กลับมายืนสำรวมท่าที ก่อนเอ่ยถาม
"จำได้ไหมครับ?"
"ฉันมันหัวช้า จำได้แค่ครึ่งเดียวเอง" ชายชราตอบอย่างละอายใจ
"จำได้ครึ่งเดียวก็เก่งแล้วครับ แต่ผมต้องรีบไปรายงานตัวที่โรงเรียน คงสอนต่อไม่ได้แล้ว"
"โรงเรียนแถวนี้ก็มีแต่มัธยมสุ่ยเจ๋อ เธอจะไปที่นั่นเหรอ?"
"ใช่ครับ"
"หลานสาวฉันก็เรียนอยู่ที่นั่น อายุรุ่นราวคราวเดียวกับเธอนี่แหละ" ชายชรายิ้ม
"หลานสาวคุณปู่ชื่ออะไรเหรอครับ?" เซียวอี้เฟิงถามไปงั้นๆ
"แซ่มู่ ชื่อมู่เจาเจา ส่วนฉันชื่อมู่ฉง"
"มู่เจาเจา?!" เซียวอี้เฟิงตาโต
นั่นมันเพื่อนสนิทของคุณหนูนี่นา!
ที่แท้ตาแก่นี่ก็เป็นปู่ของมู่เจาเจา
"คุณปู่มู่ครับ ผมว่าเราคงมีวาสนาต่อกัน เอาอย่างนี้ ตอนบ่ายถ้าผมว่างผมจะมาสอนเก้ากระบวนท่าให้ที่สวนนี้อีก คุณปู่ว่างไหมครับ?"
พอรู้ว่าเป็นปู่ของมู่เจาเจา ท่าทีของเซียวอี้เฟิงก็กระตือรือร้นขึ้นทันตาเห็น
"ฉันอายุเจ็ดสิบแล้ว พอดีวันนี้มีงานวันเกิดฉัน คงไม่สะดวกมาที่สวนหรอก..." มู่ฉงทำหน้าลำบากใจ
"งั้นเอาอย่างนี้ เดี๋ยวผมไปหาคุณปู่ที่บ้านเอง!" เซียวอี้เฟิงรีบเสนอตัว
"เยี่ยมเลย! ถ้าอย่างนั้นก็รบกวนด้วยนะ" มู่ฉงยิ้มกว้างด้วยความยินดี
เซียวอี้เฟิงเองก็ยิ้มแก้มปริ ดีใจยิ่งกว่าเจ้าของวันเกิดเสียอีก
งานวันเกิดปู่ หลานสาวอย่างมู่เจาเจาต้องอยู่แน่
และจากที่ฉินไคเคยบอก ตระกูลฉินกับตระกูลมู่สนิทกัน ฉินหยุนหานก็ต้องมาร่วมงานด้วยชัวร์
มู่ฉงต้องการความช่วยเหลือจากเขา ถ้าเขาโชว์เทพรักษาอาการป่วยหรือสอนวิชาให้ปู่
รับรองว่าทั้งคุณหนูและมู่เจาเจาต้องมองเขาด้วยสายตาชื่นชมบูชาแน่นอน!
*****
[1] ปาต้วนจิ่น (八段锦) คือ ชุดท่ากายบริหารแบบชี่กงของจีนโบราณ แปลตรงตัวว่า “ผ้าแพรแปดท่อน” ซึ่งสื่อถึงท่าทางที่อ่อนช้อย งดงาม และมีคุณค่าเหมือนผ้าแพร