- หน้าแรก
- เกิดใหม่ทั้งที ดันกลายเป็นนายน้อยจอมวายร้ายไปซะได้
- บทที่ 77: ฉันซื้อภาพนี้เอง
บทที่ 77: ฉันซื้อภาพนี้เอง
บทที่ 77: ฉันซื้อภาพนี้เอง
"แม่ครับ ผมมาแล้ว"
ฟางเหิงเดินเข้ามาในห้องพักผู้ป่วยด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม ในมือหิ้วถุงข้าวของพะรุงพะรัง
แต่เมื่อสายตาปะทะเข้ากับแขกที่ไม่ได้รับเชิญ รอยยิ้มก็หุบลงทันที
"อ้าว! ไอ้ลูกเศรษฐี คุณชายคาบช้อนเงินช้อนทองมาทำอะไรที่นี่มิทราบ?" ฟางเหิงเอ่ยทักด้วยน้ำเสียงประชดประชัน
"อาเหิง! อย่าเสียมารยาท เขาอุตส่าห์มาเยี่ยมแม่นะ" ฟางเสวียนดุน้องชาย
"ทำดีหวังผลทั้งนั้นแหละ ไม่เจ้าเล่ห์ก็หวังจะลักขโมย" ฟางเหิงเบะปาก
ฟางเสวียนไม่พอใจนัก แต่ก็ไม่ได้ดุต่อ ยังไงฟางเหิงก็เป็นน้องชาย เธอจะไปเข้าข้างคนอื่นตำหนิน้องตัวเองได้ยังไง
อีกอย่าง ในสายตาเธอหวังฮ่าวหรานก็ 'ร้าย' จริงๆนั่นแหละ
แต่แปลกที่เธอไม่รู้สึกรังเกียจความร้ายกาจนั้นเลย กลับรู้สึกอยากใกล้ชิดเขาซะงั้น
ความรู้สึกย้อนแย้งในใจนี้ช่างน่าอายจริงๆ
"อาเหิง นี่เพื่อนพี่สาวลูกนะ ห้ามเสียมารยาทกับเขาเด็ดขาด!"
แม่ฟางรู้สึกซาบซึ้งใจที่หวังฮ่าวหรานช่วยจัดการสองแม่ลูกเตียงข้างๆ ให้ จึงไม่อยากให้ลูกชายทำตัวหยาบคายกับผู้มีพระคุณ
"ครับๆ จะสุภาพเดี๋ยวนี้แหละ" ฟางเหิงรับคำส่งเดชอย่างไม่เต็มใจ
เขาหยิบแอปเปิลลูกหนึ่งออกจากถุง แล้วโยนไปให้หวังฮ่าวหราน
"เอ้า! เลี้ยง!"
หวังฮ่าวหรานรับแอปเปิลไว้ได้อย่างแม่นยำ แต่ไม่คิดจะกิน
หนึ่งคือเขาไม่ชอบกินแอปเปิล สองคือมันยังไม่ได้ล้าง
ไอ้ฟางเหิงนี่จงใจกวนประสาทชัดๆ
ถ้าไม่ใช่เพราะต้อง 'ถอนขนแกะ' (รีดไถผลประโยชน์) เขาคงปาแอปเปิลสวนกลับไปอัดหน้ามันแล้ว
แต่เอาเถอะ ปล่อยให้มันได้ใจไปก่อน รอถอนขนจนหมดตัวเมื่อไหร่ค่อยเอาคืนทบต้นทบดอกทีหลัง
"อาเหิง! แอปเปิลยังไม่ล้าง เอาให้แขกกินได้ยังไง!" แม่ฟางเอ็ดลูกชายเสียงเขียว
"โธ่แม่ คุณชายอย่างหมอนี่ไม่กินของพื้นๆอย่างแอปเปิลหรอก ต่อให้ล้างสะอาดเอี่ยมเขาก็ไม่กิน จะล้างให้เมื่อยทำไม" ฟางเหิงพูดเหน็บแนม
แม่ฟางทำหน้าบึ้ง เตรียมจะดุอีกรอบ แต่ฟางเหิงชิงเปลี่ยนเรื่องก่อน
"แล้วสองแม่ลูกปากเสียเตียงข้างๆไปไหนแล้วล่ะครับ?"
"โดนไล่ไปแล้ว น่าจะย้ายไปอยู่ห้องอื่น คงไม่กลับมาให้เห็นหน้าแล้วล่ะ" ฟางเสวียนตอบ
"เกิดอะไรขึ้น?" ฟางเหิงถาม
ฟางเสวียนจึงเล่าเหตุการณ์ที่ได้ฟังจากแม่ให้ฟัง
พอฟังจบ แทนที่ฟางเหิงจะขอบคุณ กลับหันมามองขวางใส่หวังฮ่าวหรานด้วยความหงุดหงิด
เขาอุตส่าห์เตรียมแผนจะมาฉีกหน้าสองแม่ลูกนั่นด้วยตัวเองเพื่อระบายความแค้นที่สั่งสมมานาน
ดันโดนหวังฮ่าวหรานตัดหน้าแย่งซีนไปซะก่อน
เซ็งเป็ด!
"อยู่ดีๆก็มาทำดีกับบ้านเราแบบนี้ คิดจะจีบพี่สาวฉันล่ะสิ?" ฟางเหิงจ้องหน้าหวังฮ่าวหราน
"จีบพี่สาวนาย? คิดมากไปแล้ว" หวังฮ่าวหรานยิ้มขำ
จีบเจิบอะไรกัน ได้กันไปสองรอบแล้วต่างหาก
"อย่ามาไขสือ ถ้าไม่จีบแล้วจะมาทำดีด้วยทำไม" ฟางเหิงไม่เชื่อ ทำหน้าดูถูก
"อย่าคิดว่ารวยแล้วจะวิเศษวิโสไปซะทุกเรื่อง เงินน่ะฉันก็มี!"
พูดจบ เขาก็หยิบม้วนกระดาษยาวครึ่งเมตรออกมาโชว์
"เห็นนี่ไหม? มีคนขอซื้อตั้งสี่ล้าน ฉันยังไม่ขายเลย!"
ฟางเสวียนใจเต้นตึกตัก
สี่ล้าน? นี่ต้องเป็นหน้าม้าที่หวังฮ่าวหรานจ้างมาแน่ๆ!
น้องชายฉันนี่โง่จริง ทำไมไม่ขายไปซะนะ?
"นี่คืออะไร?" หวังฮ่าวหรานแกล้งถามด้วยความประหลาดใจ
"ภาพวาด 'ม้าดื่มน้ำ' ของจ้าวเมิ่งฝู แต่คุณชายอย่างนายคงไม่รู้จักหรอก เผลอๆคงไม่รู้ด้วยซ้ำว่าจ้าวเมิ่งฝูเป็นใคร" ฟางเหิงเยาะเย้ย
เหตุผลที่เขาไม่ขายภาพนี้ ก็เพราะกะจะเอามาตบหน้าป้าเตียงข้างๆที่ชอบอวดว่าลูกชายเงินเดือนรวมปีนึงเป็นล้าน
เขาแค่เดินตลาดของเก่าแป๊บเดียว ได้ภาพวาดนี้มามูลค่าเท่ากับเงินเดือนลูกชายป้าหลายปีรวมกัน
กะจะฟาดหน้าให้หงายเงิบกันไปข้าง
น่าเสียดายที่หวังฮ่าวหรานดันไล่แขกไปก่อน
ฟางเสวียนรู้สึกอับอายขายหน้าแทน
เธอรู้นิสัยน้องชายดี ตอนเรียนหนังสือก็ไม่ตั้งใจ ผลการเรียนงั้นๆ เพิ่งจะมาอ่านหนังสือของเก่าไม่กี่เล่มก็หลงตัวเองว่าเป็นเซียนซะแล้ว
ช่างไม่เจียมตัวเอาซะเลย
ถ้าไม่ใช่เพราะหวังฮ่าวหรานจัดฉากให้ ภาพวาดเก่านี่ขายได้ไม่กี่สิบหยวนก็เก่งแล้ว
"จ้าวเมิ่งฝูฉันเคยได้ยินนะ เป็นจิตรกร กวี และนักเขียนพู่กันจีนที่มีชื่อเสียงช่วงปลายราชวงศ์ซ่งใต้ถึงต้นราชวงศ์หยวน ได้รับการยกย่องว่าเป็น 'มงกุฎแห่งราชวงศ์หยวน' ผู้บุกเบิกสไตล์การวาดภาพแบบใหม่ และยังเป็นหนึ่งในสี่ปรมาจารย์อักษรข่ายซูร่วมกับโอวหยาง เหยียน และหลิ่ว" หวังฮ่าวหรานร่ายยาว
ระดับหัวกะทิอย่างเขา ความรู้แค่นี้เรื่องจิ๊บจ๊อย
ฟางเหิงอึ้งไปเลย
เขารู้แค่ว่านี่คือภาพของจ้าวเมิ่งฝูเพราะใช้นิ้วทองคำส่องดู แต่ประวัติลึกซึ้งขนาดนั้นเขาไม่รู้เรื่องเลย
"ไม่นึกว่านายจะรู้ลึกขนาดนี้ ใช้ได้นี่หว่า" ฟางเหิงแกล้งทำเก๊กขรึม ชมเชยแบบผู้ใหญ่สอนเด็ก
"อาเหิง ภาพนี้ขายได้แพงขนาดนั้นจริงเหรอ?!"
แม่ฟางถามด้วยความไม่อยากเชื่อ
"จริงแท้แน่นอนครับแม่!" ฟางเหิงยืนยันหนักแน่น
"คราวก่อนผมขายของเก่าไปได้ห้าล้าน ยังไม่ทันได้บอกแม่เลย นี่เป็นสมบัติชิ้นที่สองที่ผมหาได้ มีคนขอซื้อตั้งสี่ล้าน ลูกชายแม่คนนี้มีพรสวรรค์ด้านการดูของเก่าจริงๆนะ ต่อไปบ้านเราจะรวยแล้ว!"
"แถมผมยังจ้างคนไปตามหาไตที่เข้ากับแม่ได้แล้วด้วย อีกไม่นานแม่ก็จะหายป่วย"
"แม่เตรียมตัวหายป่วยแล้วเสวยสุขได้เลย!"
"อาเสวียน จริงเหรอลูก?" นางฟางหันไปถามลูกสาวเพื่อความแน่ใจ
"จริงค่ะแม่ ตอนนี้บ้านเรามีเงินแล้ว มีเยอะมากด้วย ต่อไปแม่ไม่ต้องห่วงเรื่องเงินอีกแล้วนะคะ" ฟางเสวียนยืนยันเสียงหนักแน่น
ก็จริงนี่นา บ้านเราไม่ขาดเงินแล้ว เงินสิบล้านที่หวังฮ่าวหรานสัญญาไว้ ครึ่งหนึ่งก็ถึงมือฟางเหิงแล้ว
"ดีเหลือเกิน... ดีจริงๆ... ลูกแม่ได้ดีแล้ว" แม่ฟางน้ำตาไหลพรากด้วยความปลาบปลื้มใจ
ฟางเหิงยืดอกด้วยความภาคภูมิใจสุดขีด
หวังฮ่าวหรานยืนดูเงียบๆอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะเอ่ยขึ้น
"ฉันสนใจสะสมงานศิลปะพอดี นายจะขายภาพ 'ม้าดื่มน้ำ' นี่ไหม?"
"คนอื่นให้สี่ล้านฉันยังไม่ขาย นายจะให้เท่าไหร่ล่ะ?" ฟางเหิงถามหยั่งเชิง
"ห้าล้าน ถ้าตกลงฉันโอนให้เดี๋ยวนี้เลย" หวังฮ่าวหรานเสนอราคาอย่างใจป้ำ
"โอเค! ดีล!" ฟางเหิงตอบตกลงทันทีโดยไม่ลังเล
เขาสืบมาแล้วว่าภาพนี้ในตลาดขายได้เต็มที่ก็ราวๆ 4.5 ถึง 4.8 ล้าน
หวังฮ่าวหรานให้ตั้ง 5 ล้าน ถือว่าราคางามมาก
ถึงจะเหม็นขี้หน้าหวังฮ่าวหราน แต่เขาไม่โง่พอที่จะปฏิเสธเงิน
หวังฮ่าวหรานจัดการโอนเงินผ่านแอปธนาคาร ไม่นานเจ้าหน้าที่ธนาคารส่วนตัวก็โทรมายืนยันยอดโอน
ไม่ถึงสิบนาที เงินห้าล้านก็เข้าบัญชีฟางเหิงเรียบร้อย
ฟางเสวียนมองดูเหตุการณ์ด้วยความโล่งใจ
หวังฮ่าวหรานรักษาสัญญาจริงๆ สิบล้านที่รับปากไว้ ไม่ขาดแม้แต่หยวนเดียว
[ติ๊ง! โฮสต์ชักใยเบื้องหลัง ทำให้การอวดรวยรอบสองของตัวเอก 'ฟางเหิง' ต่อนางเอก 'ฟางเสวียน' ล้มเหลว ได้รับแต้มวายร้าย 200 แต้ม!]
"เอ้า ของนาย" ฟางเหิงยื่นม้วนภาพให้
หวังฮ่าวหรานไม่รับเอง แต่พยักหน้าให้คนขับรถรับแทน
เขาไม่ได้เปิดดูภาพวาดเลยแม้แต่แวบเดียว
ฟางเหิงประหลาดใจมากที่เขาไม่เช็กของ
แต่ฟางเสวียนไม่แปลกใจเลยสักนิด
ก็เขาแค่หาเรื่องให้เงินเฉยๆ ภาพวาดนั่นจะจริงหรือปลอมก็ไม่สำคัญหรอก
ไม่จำเป็นต้องดูด้วยซ้ำ
*****