เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 51: ถ้าชอบก็สารภาพไปเลย

บทที่ 51: ถ้าชอบก็สารภาพไปเลย

บทที่ 51: ถ้าชอบก็สารภาพไปเลย


เช้าวันต่อมา

ทันทีที่ฉู่ไป๋มาถึงโรงเรียน เขาก็รี่เข้าไปซักไซ้สวี่มู่เหยียนเรื่องพ่อของเธอ และเร่งเร้าให้เธอพาพ่อไปตรวจที่โรงพยาบาลให้ได้

สวี่มู่เหยียนไม่อยากจะเสวนากับฉู่ไป๋นัก แต่หมอนี่กลับตามตื๊อไม่เลิกเหมือนแมลงวัน น่ารำคาญสุดๆ

เธอจึงข่มความรังเกียจในใจไว้ แล้วตอบกลับไปสั้นๆว่าพ่อของเธอได้รับการผ่าตัดเรียบร้อยแล้วเมื่อคืนนี้ โดยได้รับความช่วยเหลือจากหวังฮ่าวหราน

ฉู่ไป๋ได้ยินดังนั้นถึงกับยืนแข็งทื่อไปเลย

เดิมทีเขาหวังจะใช้วิกฤตครั้งนี้ทำคะแนนความประทับใจจากสวี่มู่เหยียน แต่ตอนนี้โอกาสนั้นหลุดลอยไปแล้ว

ฉู่ไป๋โกรธจนควันออกหู ได้แต่สบถด่าหวังฮ่าวหรานอยู่ในใจ

ช่วงอ่านหนังสือคาบเช้า

เสียงท่องตำราดังระงมไปทั่วห้องเรียน

ฉู่ไป๋นั่งจมอยู่กับความหดหู่อยู่พักหนึ่ง ก่อนจะพยายามปรับอารมณ์ให้กลับมาเป็นปกติ

ดูจากสถานการณ์ตอนนี้ การจะเข้าไปแทรกแซงความสัมพันธ์ระหว่างหวังฮ่าวหรานกับสวี่มู่เหยียนคงเป็นเรื่องยาก

สู้เอาเวลาไปทุ่มเทให้กับการสอบเรียงความดีกว่า ผสมกับการโกงข้อสอบนิดหน่อย ก็น่าจะทำคะแนนได้สูงลิ่ว

ถึงตอนนั้น เขาจะได้สอบเข้ามหาวิทยาลัยเดียวกับสวี่มู่เหยียนได้

และในช่วงปิดเทอม เขาก็จะใช้พลังวิเศษ 'ตาทิพย์' หาเงินก้อนโต

พอมีทั้งเงิน ทั้งโอกาสใกล้ชิด 'น้ำซึมบ่อทราย' ไปเรื่อยๆ

ฉู่ไป๋เชื่อมั่นว่าเขายังมีโอกาสจีบสวี่มู่เหยียนติด

ส่วนเรื่องที่สวี่มู่เหยียนสนิทสนมกับหวังฮ่าวหรานช่วงก่อนสอบนี้

ฉู่ไป๋ไม่กังวลเท่าไหร่

เพราะเพื่อนในห้องต่างรู้ดีว่า สวี่มู่เหยียนไม่มีทางมีแฟนก่อนสอบเข้ามหาวิทยาลัยแน่นอน

ตราบใดที่ทั้งคู่ยังไม่ตกลงปลงใจคบหากันเป็นแฟน เขาก็ยังมีหวัง

เมื่อคิดได้ดังนั้น ฉู่ไป๋จึงหยิบหนังสือรวมบทเรียงความตัวอย่างขึ้นมาศึกษาอย่างขะมักเขม้น

วิชาเรียงความนั้นลอกยาก

การศึกษาแนวทางไว้ก่อนน่าจะเป็นประโยชน์ที่สุดสำหรับเขา

อีกด้านหนึ่งของห้องเรียน

สวี่มู่เหยียนอ่านหนังสือไปพลาง ก็แอบชำเลืองมองไปที่โต๊ะของหวังฮ่าวหรานเป็นระยะ

ที่นั่งนั้นยังว่างเปล่า

หวังฮ่าวหรานไม่ได้มาเข้าคาบอ่านหนังสือตอนเช้า

สวี่มู่เหยียนเริ่มกังวลว่าเขาอาจจะนอนตื่นสายเพราะเมื่อคืนกลับดึก

เธออยากจะโทรไปถาม

แต่ติดที่ว่าเธอไม่เคยพกโทรศัพท์มาโรงเรียน

จะยืมโทรศัพท์เพื่อนโทรดีไหมนะ?

"เหยียนเหยียน เธอมองไปที่โต๊ะหวังฮ่าวหรานบ่อยจัง มีอะไรหรือเปล่า?"

ในขณะที่สวี่มู่เหยียนกำลังลังเล เสียงของเหวินจิงที่นั่งข้างๆก็ดังขึ้น

"ฉันเดาว่าเขาคงตื่นสาย เลยไม่มาเข้าคาบเช้า กะว่าจะโทรไปปลุกหน่อย เธอให้ฉันยืมโทรศัพท์หน่อยได้ไหม" สวี่มู่เหยียนลองขอ

เหวินจิงหยิบโทรศัพท์ออกมา แต่ยังไม่ยื่นให้ทันที เธอยิ้มกริ่มอย่างมีเลศนัย

"ทำไมเธอถึงได้ดูเป็นห่วงเป็นใยหวังฮ่าวหรานนักล่ะ?"

"เปล่าสักหน่อย" สวี่มู่เหยียนหลบตา ไม่กล้าสู้หน้าเพื่อนสนิท รีบแก้ตัวพัลวัน

"ก็เมื่อคืนเขาอยู่ช่วยเรื่องพ่อฉันจนดึกดื่น เลยเป็นห่วงตามประสาเพื่อนเฉยๆ"

"แค่นั้นจริงๆเหรอ?" เหวินจิงทำหน้าไม่เชื่อ

"จริงสิ เอาโทรศัพท์มาเร็วเข้า" สวี่มู่เหยียนรีบตัดบท กลัวเพื่อนจะจับไต๋ได้

"ดูเธอร้อนรนขนาดนี้ ฉันรู้จักเธอมาตั้งนาน ทำไมจะไม่รู้นิสัยเธอ เธอแอบชอบหวังฮ่าวหรานเข้าแล้วใช่ไหมล่ะ!" เหวินจิงฟันธง

สวี่มู่เหยียนสะดุ้งโหยง รีบหันซ้ายหันขวามองเพื่อนรอบข้างด้วยความตกใจ

เมื่อเห็นว่าไม่มีใครสนใจ จึงค่อยโล่งอก

"เธอ... อย่าพูดมั่วๆนะ!"

"ดูอาการก็รู้แล้วว่าใช่ แต่ไม่ต้องห่วง ฉันไม่ใช่คนปากโป้งหรอก" เหวินจิงตบไหล่เพื่อนเบาๆเป็นเชิงปลอบใจ ก่อนจะกระซิบข้างหูว่า

"ในเมื่อเธอชอบเขา ทำไมไม่บอกเขาไปเลยล่ะ ชอบใครก็สารภาพไปเลยสิ"

"เรื่องน่าอายแบบนั้น ฉันไม่ทำหรอก" สวี่มู่เหยียนส่ายหน้าดิก

"น่าอายตรงไหน ไปลองดูเถอะ ฉันเชียร์เต็มที่!" เหวินจิงยุ

"ไม่เอาหรอก ดูเหมือนหวังฮ่าวหรานจะไม่ได้คิดอะไรกับฉัน ถ้าโดนปฏิเสธขึ้นมา ฉันจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน"

"ยัยขี้ขลาด เธอสวยขนาดนี้ ผู้ชายที่ไหนจะไม่ชอบ" เหวินจิงให้กำลังใจ

"จริงเหรอ?"

"โถ่แม่คุณ มั่นใจหน่อยสิ เธอเป็นถึงดาวโรงเรียนนะ ฉันว่าถ้าเธอไปสารภาพรัก โอกาสสำเร็จมีเก้าสิบเก้าเปอร์เซ็นต์เลยเอ้า"

สวี่มู่เหยียนเริ่มลังเล แต่คิดไปคิดมาก็สลัดความคิดนี้ทิ้ง

"เอาไว้ก่อนดีกว่า ช่วงนี้การเรียนต้องมาก่อน ฉันยังไม่อยากมีแฟนตอนนี้ ไว้สอบเสร็จค่อยว่ากัน"

"รอสอบเสร็จก็ตลาดวายพอดี เผลอๆหวังฮ่าวหรานไปจีบสาวอื่นแล้ว วันก่อนเธอไม่ได้ยินที่เขาพูดเหรอว่าสนใจดาวโรงเรียนอีกสองคนนั่นน่ะ ขืนไม่รีบบอกตอนนี้ ระวังจะเสียใจทีหลังนะ!" เหวินจิงทำเสียงขัดใจเหมือนแม่สอนลูก

"......" สวี่มู่เหยียนเริ่มหวั่นไหว แต่ก็ยังตัดสินใจไม่ได้

กริ๊งงงง

เสียงออดหมดคาบเรียนดังขึ้น

ได้เวลาไปทานมื้อเช้าที่โรงอาหารแล้ว

แต่สวี่มู่เหยียนยังคงนั่งนิ่งอยู่กับที่ ในใจยังคงสับสนว้าวุ่น

ไม่รู้เวลาผ่านไปนานเท่าไหร่ จนกระทั่งเธอเห็นหวังฮ่าวหรานเดินเข้ามาทางประตูห้องเรียน สติที่ล่องลอยจึงกลับเข้าร่าง

"เมื่อเช้าไม่มาเรียน ตื่นสายเหรอ?" สวี่มู่เหยียนส่งยิ้มหวานทักทาย

"อืม ใช่" หวังฮ่าวหรานพยักหน้า

เมื่อคืนดึกไปหน่อย เช้านี้เลยขอนอนต่อนิดนึง

"แล้วทานข้าวเช้าหรือยัง?"

"ยังเลย"

"อ้าว นายยังไม่ทานเหรอ ให้ฉันไปซื้อให้ไหม?" สวี่มู่เหยียนแสดงน้ำใจ

หวังฮ่าวหรานชะงักไปเล็กน้อย จ้องมองสวี่มู่เหยียนนิ่งๆ

สวี่มู่เหยียนเริ่มประหม่า รีบแก้ตัว

"คือ... ฉันเองก็ยังไม่ได้ทานเหมือนกัน ก็เลยถามดูเผื่อนายจะฝากซื้ออะไรด้วย"

"ไม่เป็นไร ฉันไม่ค่อยหิวเท่าไหร่" หวังฮ่าวหรานส่ายหน้าปฏิเสธ

"ความจริงแล้ว..." สวี่มู่เหยียนมีคำพูดอัดอั้นอยู่ในใจ อยากจะระเบิดมันออกมา แต่พอถึงริมฝีปาก เธอก็กลืนมันกลับลงไป

"เธออยากจะพูดอะไรหรือเปล่า?" หวังฮ่าวหรานถามต่อ

"เปล่า ไม่มีอะไรหรอก" สวี่มู่เหยียนส่ายหน้า ยิ้มแห้งๆ

หวังฮ่าวหรานสังเกตเห็นท่าทางผิดปกติของสวี่มู่เหยียน ก็พอจะเดาออกรางๆว่าแรงยุของเหวินจิงน่าจะเริ่มออกฤทธิ์แล้ว

แต่ดูจากทรงแล้ว สวี่มู่เหยียนยังใจไม่ถึงพอ

ในเมื่อเป็นแบบนี้ สงสัยต้องเติม 'ตัวเร่งปฏิกิริยา' ลงไปหน่อย

หวังฮ่าวหรานยังไม่กลับไปนั่งที่ แต่เดินตรงออกไปนอกห้องเรียนแทน

ประตูห้องเรียนอยู่ติดกับบันไดทางขึ้นลง

หวังฮ่าวหรานยืนพิงระเบียงทางเดิน แสร้งทำเป็นชมวิวทิวทัศน์เบื้องล่าง แต่แท้จริงแล้วเขากำลังรอใครบางคน หรือจะเรียกว่ารอ 'ตัวเร่งปฏิกิริยา' ก็ว่าได้

ผ่านไปประมาณห้านาที

เป้าหมายก็ปรากฏตัว

หญิงสาวรูปร่างสูงโปร่ง ใบหน้าสวยหมดจดระดับท็อป

เธอคือ 'ฉินหยุนหาน'

เมื่อกี้ตอนที่หวังฮ่าวหรานเดินขึ้นตึกมา เขาเห็นฉินหยุนหานเดินสวนลงไปพอดี

และเนื่องจากห้องเรียนของเธอกับเขาอยู่ไม่ไกลกัน บันไดตรงนี้จึงเป็นทางผ่านที่เธอต้องใช้เพื่อกลับห้องเรียน

เมื่อฉินหยุนหานเดินมาเจอหวังฮ่าวหราน เธอก็ยิ้มทักทายตามมารยาทเหมือนเช่นเคย แล้วเตรียมจะเดินผ่านไป

"ฉินหยุนหาน" จู่ๆหวังฮ่าวหรานก็เรียกชื่อเธอขึ้นมา

เขาจงใจใช้เสียงดังฟังชัด

ดังพอที่สวี่มู่เหยียนซึ่งนั่งอยู่ไม่ไกลจากประตูห้องเรียนจะได้ยิน

สวี่มู่เหยียนอดไม่ได้ที่จะชะเง้อมองมาทางหวังฮ่าวหราน

หวังฮ่าวหรานทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ โฟกัสความสนใจไปที่ฉินหยุนหานเพียงคนเดียว

"หือ? เรียกฉันเหรอ มีอะไรหรือเปล่า?" ฉินหยุนหานหันกลับมา

เธอไม่ได้มีความรู้สึกพิเศษอะไรกับหวังฮ่าวหราน แม้จะรู้จักกันมานานแต่ก็แทบไม่เคยคุยกัน เรียกได้ว่าเป็นแค่คนคุ้นหน้ามากกว่า

"ไม่มีอะไรมากหรอก แค่เห็นว่าเมื่อวานเธอไปหาจิตแพทย์ เลยอยากถามดูว่าเป็นยังไงบ้าง" หวังฮ่าวหรานหาเรื่องคุยไปเรื่อยเปื่อย

เขาไม่ได้สนใจหรอกว่าจะคุยเรื่องอะไร ประเด็นสำคัญคือต้องการให้สวี่มู่เหยียนเห็นภาพที่เขากำลังยืนคุยกับฉินหยุนหานต่างหาก

*****

จบบทที่ บทที่ 51: ถ้าชอบก็สารภาพไปเลย

คัดลอกลิงก์แล้ว