เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 32 นางเอกอีกคน?

บทที่ 32 นางเอกอีกคน?

บทที่ 32 นางเอกอีกคน?


"ใช่ค่ะประธาน ตอนนี้นั่งรออยู่ที่ห้องทำงานค่ะ" ฟางเสวียนตอบเสียงสั่น

"เลิกประชุม!"

เจิ้นหลี่ประกาศลั่น ความโกรธบนใบหน้ามลายหายไปในพริบตา แทนที่ด้วยรอยยิ้มสดใสราวกับดอกไม้บาน

ความเร็วในการเปลี่ยนสีหน้านี้ ทำเอาทุกคนในห้องตะลึงตาค้าง

เมื่อกี้ยังบอกใครหน้าไหนก็ไม่พบ พอได้ยินว่าลูกชายมา ถึงกับปิดประชุมดื้อๆเลยเนี่ยนะ?

แต่ถึงจะงง พวกผู้บริหารก็รู้สึกเหมือนได้ขึ้นสวรรค์ รีบเก็บของแยกย้ายกันอย่างไว ก่อนที่ประธานจะเปลี่ยนใจ

"ประธานคะ... แผนงานยังไม่ได้ข้อสรุปเลย ประชุมมาตั้งนานจะไม่เสียเปล่าเหรอคะ..." ฟางเสวียนยังงุนงงไม่หาย

"กลับห้องทำงาน!" เจิ้นหลี่สั่งคำเดียวจบ แล้วเดินลิ่วออกไป

ฟางเสวียนไม่กล้าถามเซ้าซี้อีก

เธอดูออกแล้วว่า ในใจเจิ้นหลี่ ธุรกิจร้อยล้านพันล้าน ยังสำคัญไม่เท่าลูกชายหัวแก้วหัวแหวนคนเดียว

"ลูกแม่! แม่คิดถึ๊งคิดถึง!"

ทันทีที่เจอหน้า เจิ้นหลี่ก็พุ่งเข้าหาหวังฮ่าวหราน ปฏิกิริยาไม่ต่างจากพ่อหวังเท่าไหร่ แต่ต่างกันตรงที่พ่อแค่กอด แต่แม่เล่นจับหน้าเขามาหอมแก้มซ้ายขวาแล้วจุ๊บหน้าผากดังฟอด

หน้าผากหวังฮ่าวหรานประทับตราด้วยรอยลิปสติกสีแดงแจ๋หลายรอย

ความรู้สึกของเขาตอนนี้... มันซับซ้อนพิลึก

คำว่า "แม่" มันจุกอยู่ที่คอ พูดไม่ออก

ต้องขอเวลาปรับตัวสักหน่อย

เพิ่งข้ามมิติมาได้ไม่ถึงสิบวัน จะให้เรียกคนแปลกหน้าว่าแม่ได้เต็มปากมันก็กระไรอยู่

หวังฮ่าวหรานพิจารณาแม่คนสวยในระยะประชิด

เจิ้นหลี่มีลูกเร็วมาก ถึงจะมีลูกชายโตจนอายุ 18 แล้ว แต่อายุจริงของเธอเพิ่งจะ 36 ปีเท่านั้น

บวกกับการดูแลตัวเองอย่างดี ทำให้เธอดูเหมือนสาววัย 30 ต้นๆ สวยสง่าสมเป็นสาวเมืองกรุง

ที่หวังฮ่าวหรานหน้าตาดีได้ขนาดนี้ ยีนเด่นจากเจิ้นหลี่มีส่วนสำคัญมาก

ในเนื้อเรื่องเดิม หลังจากธุรกิจตระกูลหวังถูกพระเอกทำลาย ศัตรูคู่อาฆาตทั้งหลายก็รุมทึ้งครอบครัวหวัง

ภายใต้การชักใยแก้แค้นของพระเอก จุดจบของเจิ้นหลี่ผู้เป็นแม่นั้นน่าเวทนาเหลือแสน

หลังจากถูกย่ำยีศักดิ์ศรีสารพัด เธอก็ทนความอัปยศไม่ไหวจนต้องปลิดชีพตัวเอง

"ผมโตแล้วนะแม่ อย่าทำเหมือนผมเป็นเด็กสามขวบสิ" หวังฮ่าวหรานเช็ดรอยลิปสติกบนหน้าผาก

"จะโตแค่ไหนลูกก็ยังเป็นเด็กในสายตาแม่" เจิ้นหลี่ยิ้มร่า ช่วยลูกชายเช็ดหน้า

แต่เช็ดยังไงก็ไม่ออก

ฟางเสวียนรู้หน้าที่ รีบหยิบทิชชูเปียกมาช่วยเช็ดรอยลิปสติกให้อย่างเบามือ

"เจ้าลูกชาย พ่อบอกว่าลูกมีแฟนแล้วเหรอ? แถมพาเข้าโรงแรมแล้วด้วย เรียบร้อยแล้วใช่มะ? เป็นไง ฟินไหมล่ะ?" เจิ้นหลี่ยักคิ้วหลิ่วตาถามลูกชายอย่างทะเล้น

หวังฮ่าวหรานถึงกับพูดไม่ออก ผัวเมียคู่นี้ศีลเสมอกันจริงๆ เพี้ยนพอกันทั้งคู่

มีแม่ที่ไหนเขาถามลูกชายเรื่องแบบนี้กันบ้างเนี่ย?

แล้วจะให้เขาตอบยังไง?

"แม่ไม่ควรจะถามเรื่องการเรียนผมมากกว่าเหรอ?"

"เอ้อ ใช่ๆ แล้วการเรียนเป็นไงบ้าง? สอบล่าสุดได้เท่าไหร่?" เจิ้นหลี่ถามไปตามมารยาท

"682 คะแนน"

"ว้าย! สูงขนาดนั้นเชียว?! สมแล้วที่เป็นลูกแม่ อัจฉริยะชัดๆ!" เจิ้นหลี่ทำตาโตตื่นเต้นจนแทบจะกระโดดตัวลอย ทำท่าจะพุ่งเข้ามาหอมลูกอีกรอบ

ฟางเสวียนที่ยืนอยู่ข้างๆก็พลอยตกใจไปด้วย

เห็นท่านประธานตามใจลูกขนาดนี้ เธอนึกว่าหวังฮ่าวหรานจะเป็นพวกคุณชายสมองกลวง ดีแต่ผลาญเงินพ่อแม่ไปวันๆ

ที่ไหนได้ ดันเป็นเด็กหัวกะทิซะงั้น

"ไม่ต้องชมหรอกแม่ ที่มานี่ไม่ได้จะมาอวดคะแนน"

"รับทราบ!" เจิ้นหลี่พยักหน้า หันไปสั่งฟางเสวียน "เอาเลขบัญชีลูกฉันไป แล้วเอาบัตรฉันไปโอนเงินให้ลูก 5 ล้าน... ไม่สิ โอนไป 10 ล้านเลย!"

ฟางเสวียนตาถลนแทบหลุดจากเบ้า

นี่สินะโลกของคนรวย ค่าขนมทีละสิบล้าน!

เจิ้นหลี่ตบไหล่ลูกชาย แนะนำด้วยความหวังดี

"ไม่ต้องประหยัดนะลูก อยากใช้อะไรก็ใช้ อยากจะมีแฟนกี่คนก็หาไป อย่าไปเสียดายเงิน พ่อกับแม่หาเงินก็เพื่อเอามาให้ลูกใช้นี่แหละ"

หวังฮ่าวหรานซาบซึ้งจนน้ำตาแทบไหล (ประชด) แม่บังเกิดเกล้าในโลกนี้ช่างประเสริฐแท้!

"เรื่องเงินเอาไว้ก่อน ผมมีเรื่องสำคัญจะถาม"

ฟางเสวียนรู้ความ รีบขอตัวออกจากห้องไปเพื่อให้แม่ลูกคุยกันสะดวก

พอไม่มีคนนอก หวังฮ่าวหรานก็ไม่อ้อมค้อม

"บ้านเรามีเส้นสายที่ใหญ่กว่าผู้อำนวยการโรงเรียนสุ่ยเจ๋อไหม?"

"ไอ้แก่ผู้อำนวยการนั่นรังแกลูกเหรอ? หนอยแน่! เดี๋ยวแม่สั่งคนไปเก็บมันให้!" เจิ้นหลี่ของขึ้นทันที

หวังฮ่าวหรานสะดุ้งโหยง

สมกับเป็นแม่ตัวร้าย เปิดมาก็กะสั่งเก็บคนเลย

"ใจเย็นแม่ เรื่องไม่ได้ร้ายแรงขนาดนั้น"

"ผมจะจัดการเอง แม่แค่ตอบคำถามผมก็พอ"

"แม่รู้จักกรรมการบริหารของโรงเรียน ความสัมพันธ์ก็ถือว่าดีใช้ได้"

"กรรมการบริหารเหรอ? แจ๋วเลย!" หวังฮ่าวหรานยิ้มออก

โรงเรียนมัธยมสุ่ยเจ๋อเป็นโรงเรียนเอกชน เหนือกว่าครูใหญ่ก็คือพวกบอร์ดบริหาร

พูดง่ายๆ ครูใหญ่ก็แค่ลูกจ้าง

"นัดเจอกับเขาบ่ายนี้ได้ไหม?"

"เดี๋ยวแม่ลองดู"

เจิ้นหลี่โทรศัพท์คุยอยู่นานกว่าจะวางสาย แล้วหันมาบอกลูกชาย

"เรียบร้อยลูก นัดได้แล้ว เดี๋ยวแม่เคลียร์งานแป๊บเดียวแล้วจะไปเป็นเพื่อน"

"งานแม่ยุ่งจะตาย ไม่ต้องหรอก ส่งโลเคชั่นมาเดี๋ยวผมไปเอง"

"เอางั้นก็ได้ ถ้าคุยไม่รู้เรื่องค่อยโทรบอกแม่ เดี๋ยวแม่ไปจัดการให้"

เจิ้นหลี่ส่งโลเคชั่นมาให้ทางวีแชท

"โรงงานหยก?" หวังฮ่าวหรานดูที่อยู่แล้วแปลกใจ

นึกว่าจะนัดเจอตามร้านกาแฟหรูๆซะอีก

"เขาเป็นคนงานยุ่งน่ะ ปลีกตัวมาไม่ได้ ก็ต้องไปหาถึงที่แบบนี้แหละ" เจิ้นหลี่อธิบาย

"แม่เล่าคร่าวๆให้ฟังนะ ผู้หญิงคนนี้แซ่ถัง ชื่อ 'ถังปิงหยุน' อายุยี่สิบกว่าๆ เอง"

"ตระกูลถังทำธุรกิจค้าหยกและเครื่องประดับ เพิ่งจะโดดมาจับธุรกิจการศึกษาได้ไม่กี่ปี ยัยถังปิงหยุนคนนี้เก่งมากนะ บริหารเครือการศึกษาสุ่ยเจ๋อจนรุ่งโรจน์ได้ในไม่กี่ปี"

ฟังถึงตรงนี้ หวังฮ่าวหรานก็สะดุดใจ ถามขึ้นว่า

"ถังปิงหยุนคนนี้... สวยมากใช่ไหมแม่?"

"เอ๊ะ! ลูกรู้ได้ยังไง สวยมากจริงๆนั่นแหละ แต่ติดจะเย็นชาไปหน่อย..."

เจิ้นหลี่ยังคงเม้าท์ต่อ

แต่หวังฮ่าวหรานไม่ได้ฟังแล้ว

เขามั่นใจเกือบร้อยเปอร์เซ็นต์ว่า ถังปิงหยุนคนนี้ต้องเป็นหนึ่งใน 'นางเอก' แน่นอน

พล็อต 'ประธานสาวภูเขาน้ำแข็ง' ชัดๆ!

ถ้าไม่ใช่สิแปลก

ดาวโรงเรียนจอมซึน, คุณครูคนสวย, ประธานสาวภูเขาน้ำแข็ง...

ไม่รู้จะมีนางเอกประเภทไหนโผล่มาอีก

หวังฮ่าวหรานนึกอยากจะด่านักเขียนเรื่องนี้จริงๆ รักลูกรักพระเอกอะไรนักหนา ฮาเร็มจะเยอะไปไหน

คุยกับแม่ต่ออีกนิดหน่อย หวังฮ่าวหรานก็ขอตัวลา

โรงงานหยกอยู่แถบชานเมือง

รถหรูคัลลิแนนแล่นไปตามถนนที่ค่อนข้างโล่ง

หวังฮ่าวหรานมองทิวทัศน์นอกหน้าต่าง

สายตาไปสะดุดเข้ากับรถโบราณคันหนึ่งที่ขับอยู่ข้างหน้าไม่ไกล

*****

จบบทที่ บทที่ 32 นางเอกอีกคน?

คัดลอกลิงก์แล้ว