เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 27 โซโล่โชว์ของหวังฮ่าวหราน

บทที่ 27 โซโล่โชว์ของหวังฮ่าวหราน

บทที่ 27 โซโล่โชว์ของหวังฮ่าวหราน


ท่ามกลางสายตาจับจ้องของทุกคน หวังฮ่าวหรานก้าวเดินขึ้นไปยังหน้าชั้นเรียน แล้วหยิบไมโครโฟนขึ้นมา

เสียงเชียร์โห่ร้องรอบข้างค่อยๆเงียบลงอย่างรู้งาน

ในเวลานั้นเอง เสียงทุ้มเปี่ยมเสน่ห์ของหวังฮ่าวหรานที่ผ่านการขยายเสียงจากลำโพงก็ดังขึ้นอย่างนุ่มนวล

"ความฝัน... จำเป็นต้องผ่านบททดสอบของพายุฝน ต้องผ่านพ้นความผิดหวังและความสับสน แต่ขอเพียงเราก้าวเดินต่อไปข้างหน้า เราจะสามารถฝ่าหมอกควันอันหนาทึบ เพื่อให้แสงตะวันสาดส่องทะลุเมฆหมอก และเปล่งประกายเจิดจ้าได้ในที่สุด"

"เพลงนี้ 'Dream It Possible' ผมขอมอบให้กับตัวเอง เพื่อนๆที่มีความฝันทุกคน และแน่นอน... ขอมอบให้กับอาจารย์คนสวยที่สอนภาษาอังกฤษพวกเราด้วยครับ"

"ฮิ้วววววววว!!!"

บทนำสั้นๆแต่กินใจ ปลุกเลือดลมในกายของเพื่อนร่วมชั้นให้พลุ่งพล่าน บรรยากาศในห้องเรียนถูกจุดชนวนจนพีคถึงขีดสุด

ทุกคนที่นั่งอยู่ที่นี่คือนักเรียนชั้น ม.6 ที่กำลังเตรียมตัวสอบครั้งสำคัญ เป็นวัยรุ่นหนุ่มสาวอายุสิบแปดที่เลือดกำลังร้อนแรง ใครบ้างล่ะจะไม่มีความฝัน?

แม้แต่อาจารย์ซ่งเจินอวี่เอง พอได้ฟังแล้วก็อดย้อนนึกถึงช่วงเวลาสอบเข้ามหาลัยของตัวเองไม่ได้ รู้สึกฮึกเหิมขึ้นมาอย่างประหลาด

แต่ลึกๆแล้ว ซ่งเจินอวี่ก็อดกังวลแทนไม่ได้ กลัวว่าหวังฮ่าวหรานจะไปไม่รอด

เพลงนี้มีเวอร์ชันภาษาจีนชื่อว่า "หว่อเต๋อเมิ่ง" (ความฝันของฉัน)

แต่เวอร์ชันภาษาอังกฤษนั้นร้องยากกว่ากันเยอะ

หวังฮ่าวหรานตั้งใจจะเลือกเพลงนี้เพื่อเอาใจครูสอนภาษาอังกฤษอย่างเธอ แต่จะมั่นใจในตัวเองเกินไปหรือเปล่านะ?

เสียงเชียร์ดังอยู่อึดใจหนึ่ง ดนตรีอินโทรก็ค่อยๆดังขึ้น

นักเรียนทุกคนหยุดส่งเสียง ห้องทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบสงบ

หวังฮ่าวหรานเริ่มเปล่งเสียงร้อง

“I will run, I will climb, I will soar”

(ฉันจะวิ่ง ฉันจะปีนป่าย และฉันจะโผบิน)

น้ำเสียงของเขามีความกังวานใสซื่อแบบเด็กหนุ่ม แต่ก็แฝงไปด้วยความทุ้มลึกดึงดูดใจแบบชายหนุ่มเต็มตัว สองสิ่งที่ดูขัดแย้งกันกลับผสมผสานกันได้อย่างไร้ที่ติราวกับสวรรค์สร้าง แผ่ซ่านเสน่ห์ลึกลับที่ยากจะอธิบาย

แค่ประโยคแรกที่เปล่งออกมา ก็สะกดหัวใจคนทั้งห้องได้อยู่หมัด

ไอ้คำว่า 'แค่เอ่ยปากคนฟังก็เข่าอ่อน' มันคงเป็นแบบนี้นี่เอง

ความกังวลในใจของซ่งเจินอวี่มลายหายไปจนสิ้นตั้งแต่ประโยคแรกจบลง

“I’m undefeated”

(ฉันคือผู้ไร้พ่าย)

“Jumping out of my skin, pull the chord”

(ปลดแอกพันธนาการ ดีดบรรเลงบทเพลง)

“Yeah I believe it”

(ใช่... ฉันเชื่อเช่นนั้น)

“The past, is everything we were don’t make us who we are”

(อดีตคือสิ่งที่เราเคยเป็น แต่มันกำหนดตัวตนปัจจุบันของเราไม่ได้)

...

ท่วงทำนองทุ้มต่ำ ไม่ได้เร้าใจจนเลือดพล่าน แต่กลับแฝงความกดดันจางๆ

เหมือนดั่งการเดินทางไล่ตามความฝัน ที่เราต้องลิ้มรสความโดดเดี่ยวและความเหงา หรือต้องเผชิญกับอุปสรรคขวากหนาม

แต่เมื่อหวังฮ่าวหรานร้องไล่เรียงไปเรื่อยๆ ความกดดันในท่วงทำนองก็ค่อยๆจางหายไป

“When your dreams come alive you’re unstoppable”

(เมื่อความฝันมีชีวิต เธอจะไม่มีวันถูกหยุดยั้ง)

“Take a shot, chase the sun, find the beautiful”

(ลองดูสักตั้ง ไล่ตามแสงตะวัน ค้นหาความงดงามนั้น)

“We will glow in the dark turning dust to gold”

(เราจะเปล่งแสงในความมืดมิด เปลี่ยนธุลีดินให้เป็นทองคำ)

...

เสียงร้องที่ไต่ระดับสูงขึ้น ราวกับซึมลึกเข้าสู่จิตวิญญาณ มอบความกล้าหาญให้เหล่าสายเลือดใหม่ที่กำลังเดินบนเส้นทางแห่งความฝัน ให้กล้าฝ่าฟันขวากหนาม

บทเพลงนี้ ทั้งทำนองและเนื้อร้อง เดิมทีมอบความรู้สึกให้กำลังใจอย่างน่าอัศจรรย์อยู่แล้ว แต่เมื่อผ่านการถ่ายทอดจากหวังฮ่าวหราน ความรู้สึกนั้นกลับทวีคูณขึ้นหลายเท่าตัว

นักเรียนทุกคน รวมถึงซ่งเจินอวี่ ต่างตกตะลึงในเสียงร้องของหวังฮ่าวหราน

นักเรียนกว่าครึ่งรีบควักมือถือขึ้นมาถ่ายคลิป เพื่อบันทึกเสียงสวรรค์ที่สั่นสะเทือนอารมณ์นี้เก็บไว้

สวี่มู่เหยียนนึกเสียใจสุดๆที่ไม่ได้พกมือถือมาโรงเรียน

เธอหันไปหาเหวินจิง ตั้งใจจะเร่งให้เพื่อนรีบอัดวิดีโอ แต่ยังไม่ทันจะอ้าปากบอก ก็ต้องกลืนคำพูดลงคอ

เพราะเหวินจิงกำลังถือมือถือถ่ายอยู่นิ่งๆเรียบร้อยแล้ว

จะพูดให้ถูกคือ เหวินจิงน่าจะเป็นคนแรกในห้องที่ยกมือถือขึ้นมาถ่ายด้วยซ้ำ

คนร้องเป็นทั้งชายในฝันและแฟนหนุ่ม(ลับๆ)ของเธอเชียวนะ

เธอต้องกระตือรือร้นกว่าผู้หญิงทุกคนในห้องอยู่แล้ว!

...

“When your dreams come alive you’re unstoppable”

(เมื่อความฝันมีชีวิต เธอจะไม่มีวันถูกหยุดยั้ง)

“Take a shot, chase the sun, find the beautiful”

(ลองดูสักตั้ง ไล่ตามแสงตะวัน ค้นหาความงดงามนั้น)

“We will glow in the dark turning dust to gold”

(เราจะเปล่งแสงในความมืดมิด เปลี่ยนธุลีดินให้เป็นทองคำ)

“And we’ll dream it possible”

(และเราจะทำให้ฝันนั้น... เป็นจริง)

เมื่อหวังฮ่าวหรานร้องจบลง ห้องเรียนที่มีนักเรียนราวห้าสิบคนก็ระเบิดเสียงปรบมือและเสียงกรีดร้องดังกึกก้องราวกับสึนามิถล่ม

แน่นอนว่า ยังมีนักเรียนบางคนที่ทำตัวแปลกแยก... เช่น ฉู่ไป๋

"ไอ้หมอนี่ร้องเพลงเป็นกับเขาด้วยเหรอ?!" ฉู่ไป๋รู้สึกเปรี้ยวในปาก อิจฉาจนแทบกระอักเลือด

ไอ้เวรนี่ หน้าตาก็หล่อ เรียนก็เก่ง บ้านก็รวย แถมยังร้องเพลงเพราะอีก

สวรรค์แม่งโคตรลำเอียง!

"หวังฮ่าวหราน เธอนี่ซ่อนไว้ลึกจริงๆ ครูเป็นที่ปรึกษามาสองปีกว่า จนจะจบการศึกษาอยู่แล้ว เพิ่งรู้วันนี้เองว่ามีนักเรียนที่ร้องเพลงเพราะระดับนี้อยู่ในห้อง" ซ่งเจินอวี่ทั้งทึ่งทั้งดีใจ แต่ก็แอบเคืองนิดๆ

เธอบ่นอุบ "โรงเรียนจัดประกวดนักร้องตั้งหลายรอบ ห้องเราไม่มีใครสมัครสักคน ตอนนั้นทำไมเธอถึงไม่ลงสมัครฮึ?"

หวังฮ่าวหรานยังไม่ทันตอบ เหวินจิง แฟนคลับเบอร์หนึ่งก็โพล่งขึ้นมาด้วยความตื่นเต้น

"งานประกวดร้องเพลงของโรงเรียนน่ะเหรอคะ? ขืนไปก็ลดเกรดหวังฮ่าวหรานแย่สิคะ ระดับนี้มันคนละชั้นกัน!"

ซ่งเจินอวี่พยักหน้าเห็นด้วยทันที

ตอนดูการประกวด เธอก็ว่าเด็กพวกนั้นร้องใช้ได้นะ แต่พอมาเทียบกับระดับเทพของหวังฮ่าวหรานแล้ว มันกลายเป็นเด็กหัดร้องเพลงไปเลย

นี่มันความห่างชั้นระดับ 'แรงค์บรอนซ์' กับ 'แรงค์คอน' ชัดๆ

ถ้าคุณเป็นระดับคอน คุณจะไปสนใจแข่งกับพวกเด็กบรอนซ์ไหมล่ะ?

"ถึงจะพูดอย่างนั้นก็เถอะ แต่หวังฮ่าวหราน เธอปิดบังความสามารถเกินไป ต้องโดนลงโทษ... ครูขอสั่งให้เธอร้องอีกเพลง!" ซ่งเจินอวี่ประกาศ

"เอาอีกเพลง!"

"เอาอีกเพลง!"

เพื่อนๆด้านล่างพากันส่งเสียงเชียร์สนับสนุน

หวังฮ่าวหรานเองก็ยังร้องไม่จุใจ ซึ่งเข้าทางเขาพอดี

"งั้นผมขอร้องเพลง 'อ้ายเต๋อจิ่วซื่อหนี่' (คนที่ผมรัก... คือคุณ) อีกสักเพลงนะครับ"

"ฮิ้วววววว!!!"

เสียงแซวเสียงโห่ร้องดังลั่นห้องอีกครั้ง

นี่มันเพลงบอกรักชัดๆ ชวนให้คนคิดลึกไปไกล

หวังฮ่าวหรานเลือกเพลงนี้ ย่อมมีเจตนาแอบแฝงแน่นอน

ไม่นานดนตรีแบ็กกิ้งแทร็กก็ดังขึ้น

หวังฮ่าวหรานถือไมโครโฟน เดินลงมาจากหน้าชั้นเรียน ก้าวย่างอย่างมั่นใจไปหยุดยืนอยู่ตรงหน้าซ่งเจินอวี่

ซ่งเจินอวี่ถึงกับชะงัก

"อาจารย์ซ่งครับ เพลงนี้ผมต้องขอบิ๊วอารมณ์หน่อย ขออนุญาตมองหน้าอาจารย์ร้องเพลงนะครับ" หวังฮ่าวหรานยิ้มพราวเสน่ห์ พลางเอ่ยขออนุญาต

ทันใดนั้น ท่อนอินโทรก็จบลง

หวังฮ่าวหรานสบตาซ่งเจินอวี่นิ่ง ไม่กะพริบตา แล้วเริ่มร้องเพลงด้วยน้ำเสียงซึ้งกินใจ

"ในอาณาจักรแห่งความรักที่แสนสุข..."

"คุณคือหนึ่งเดียวในใจผม"

"คนเดียวที่ผมรัก... ก็คือคุณ"

"ผมรักคุณจริงๆ... แค่คุณคนเดียว"

เมื่อเนื้อเพลงท่อนนี้จบลง ซ่งเจินอวี่ประหม่าจนเผลอจิกปลายเท้าแน่น

เทคนิคการร้องระดับเทพ บวกกับใบหน้าหล่อเหลากระชากใจที่อยู่ใกล้แค่เอื้อม

ซ่งเจินอวี่เริ่มจะต้านทานดาเมจไม่ไหวแล้วจริงๆ

"เมื่อสูญเสียไปถึงจะเข้าใจคำว่าเห็นคุณค่า"

"แต่ผมจะขอทะนุถนอมคุณไว้"

"ยิ่งเจ็บปวด"

"ก็แปลว่ายิ่งรักมาก"

...

ซ่งเจินอวี่ค่อยๆดำดิ่งลงสู่ห้วงอารมณ์ของบทเพลง เผลอลืมสถานะครูกับลูกศิษย์ระหว่างกันไป จินตนาการว่าตัวเองเป็นเพียงหญิงสาวธรรมดาคนหนึ่ง

และคนตรงหน้า... ก็เป็นเพียงเด็กหนุ่มที่กำลังร้องเพลงบอกรักเธอ

ในขณะเดียวกัน หวังฮ่าวหรานก็ได้รับข้อความแจ้งเตือนจากระบบสองเด้ง

[ติ๊ง! นางเอก 'ซ่งเจินอวี่' เพิ่มค่าความประทับใจต่อโฮสต์ +10, ค่าความประทับใจรวมปัจจุบันอยู่ที่ 40 (สนิทสนมมาก)]

[ติ๊ง! ส่งผลกระทบต่อเส้นเรื่องเดิม ได้รับแต้มวายร้าย 200 แต้ม]

*****

จบบทที่ บทที่ 27 โซโล่โชว์ของหวังฮ่าวหราน

คัดลอกลิงก์แล้ว