เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 24 เดี๋ยวจะเอาผลสอบมาตบหน้าพวกนายให้ดู!

บทที่ 24 เดี๋ยวจะเอาผลสอบมาตบหน้าพวกนายให้ดู!

บทที่ 24 เดี๋ยวจะเอาผลสอบมาตบหน้าพวกนายให้ดู!


"ฉัน... ฉัน..."

สวี่มู่เหยียนทนไม่ได้ที่เห็นฉู่ไป๋ขี้โม้โอ้อวด อยากจะตอกกลับไปแรงๆ สักทีสองที

แต่ใจหนึ่งก็ไม่อยากตกปากรับคำท้าพนัน

เพราะเดิมพันครั้งนี้มันใหญ่หลวงเกินไป

"อย่ามัวแต่อึกอักสิ กล้าหรือเปล่า?" ฉู่ไป๋รุกไล่ถาม

"กล้าสิ! ลูกสาวอาตกลงรับคำท้า!" พ่อของสวี่มู่เหยียนโพล่งขึ้นมาดื้อๆ ก่อนจะตัดบท "ดึกแล้ว เหยียนเหยียนต้องพักผ่อนแล้วล่ะ พ่อหนุ่ม... เธอก็พยายามเข้าล่ะ"

"ครับ! ได้เลยคุณอา ล่าก่อนครับคุณอา บ๊ายบายนะสวี่มู่เหยียน"

แล้วสายก็ตัดไป

"พ่อ! พ่อทำอะไรเนี่ย ทำไมไปตอบตกลงแทนหนูแบบนั้น!" สวี่มู่เหยียนโวยวายด้วยความอัดอั้นตันใจ

"ก็พ่อเห็นลูกอ้ำอึ้งตั้งนาน ไม่ยอมตอบสักที พ่อเลยช่วยตอบให้ไง" ผู้เป็นพ่อตอบหน้าตาย

"ถ้าเขาชนะขึ้นมา หนู... หนูต้องไปเป็นแฟนเขาจริงๆเหรอ พ่อเป็นพ่อแท้ๆของหนูหรือเปล่าเนี่ย!" สวี่มู่เหยียนบ่นอุบ

"แล้วลูกคิดว่า... เขาจะชนะเหรอ?" พ่อย้อนถาม

สวี่มู่เหยียนลองตรึกตรองดูอย่างจริงจัง ก่อนจะตอบอย่างมั่นใจ

"ไม่มีทาง!"

การจะถีบตัวจากอันดับสุดท้ายขึ้นมาเป็นเด็กระดับกลางค่อนไปทางท้ายในระยะเวลาสั้นๆ ถ้าขยันจริงๆก็พอเป็นไปได้ แต่จะให้ก้าวกระโดดจากระดับนั้นขึ้นไปเป็นระดับท็อปสิบของห้อง... เป็นไปไม่ได้เด็ดขาด!

ในฐานะเด็กเรียนระดับหัวกะทิ สวี่มู่เหยียนกล้ายืนยันนั่งยันเลยว่าไม่มีทาง

"งั้นก็จบเรื่องแล้วนี่" พ่อยิ้มกริ่ม

ที่พ่อตัดสินใจทำแบบนั้น เพราะจู่ๆก็นึกถึงตัวเองสมัยหนุ่มๆ ตอนตามจีบแม่ของสวี่มู่เหยียน ก็เคยใช้วิธีบ้าระห่ำทำนองนี้เหมือนกัน

เขาเห็นเงาของตัวเองในตัวฉู่ไป๋

อีกอย่าง พ่อก็รู้สึกถูกชะตากับฉู่ไป๋อยู่ไม่น้อย ดูเป็นเด็กหนุ่มนิสัยใจคอใช้ได้

เลยถือวิสาสะตอบตกลงแทนลูกสาวไป

ยังไงเสีย ลูกสาวก็มั่นใจนักหนาว่าฉู่ไป๋ไม่มีทางชนะ

แต่ถ้าปาฏิหาริย์เกิดมีจริง ฉู่ไป๋สามารถสอบติดหนึ่งในสิบได้จริงๆ...

นั่นก็พิสูจน์ได้ว่า เจ้าหนุ่มที่ชื่อฉู่ไป๋คนนี้ รักลูกสาวของเขาจริง

การที่เด็กเกเรคนหนึ่งจะยอมเปลี่ยนแปลงตัวเองจากหน้ามือเป็นหลังมือ พยายามอย่างหนักเลือดตาแทบกระเด็นเพื่อผู้หญิงสักคน...

ผู้ชายแบบนี้ ก็มีคุณสมบัติพอที่จะดูแลลูกสาวเขาได้

ในเรื่องความรักของลูกสาว พ่อคนนี้เปิดกว้างเสมอ

"ฮึ่ม! พ่อดูทีวีไปเลยนะ หนูจะไปนอนแล้ว!"

สวี่มู่เหยียนยังคงหงุดหงิดไม่หาย แลบลิ้นใส่พ่อไปทีหนึ่งก่อนจะสะบัดก้นเดินเข้าห้องนอน

ทว่าเมื่อล้มตัวลงนอน เธอกลับพลิกตัวไปมาข่มตาหลับไม่ลง สุดท้ายจึงหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา ค้นหาเบอร์ของเหวินจิงในรายชื่อผู้ติดต่อ

เธอตั้งใจจะโทรไปเม้าท์ระบายความอัดอั้นตันใจกับเพื่อนรักสักหน่อย

เสียงรอสายดังอยู่นานกว่าเหวินจิงจะรับสาย

"จิงจิง... ฉันไม่ได้กวนเวลาพักผ่อนใช่ไหม?" สวี่มู่เหยียนถามหยั่งเชิง

"มะ... ไม่หรอก... โทรมาดึก... ป่านนี้... มีอะไรเหรอ?" เสียงของเหวินจิงฟังดูขาดๆหายๆชอบกล

"เสียงเธอฟังดูแปลกๆนะ ทำอะไรอยู่หรือเปล่า?"

"กิน... กินล่าเถียว (ขนมเส้นบุกรสเผ็ด) อยู่น่ะ... ซี๊ด... เผ็ด... เผ็ดจังเลย"

"ฮ่าๆ ดึกป่านนี้ยังกินของเผ็ดอีก เชื่อเขาเลย"

"ก็มื้อเย็นกินไม่อิ่มนี่นา... กลับมาถึงบ้านก็หิวอีก... เหลือแต่ล่าเถียวให้กินแล้ว"

"นี่จิงจิง มีเรื่องจะเม้าท์... เมื่อกี้เจอเรื่องน่าปวดหัวสุดๆเลย เธอรู้ไหมว่าพ่อฉันเพี้ยนขนาดไหน จู่ๆพ่อก็..."

หลังจากคุยสัพเพเหระกันสักพัก สวี่มู่เหยียนก็เริ่มระบายความอัดอั้นตันใจออกมาเป็นชุด

"ฉู่ไป๋ท้าพนันกับสวี่มู่เหยียน... ถ้าสอบจำลองติดท็อปสิบ สวี่มู่เหยียนต้องเป็นแฟนกับมันงั้นเหรอ?"

หวังฮ่าวหรานที่นอนอยู่ข้างๆเหวินจิง พอได้ยินเรื่องที่สวี่มู่เหยียนเล่าก็ถึงกับสะดุ้งโหยง

การสอบใกล้เข้ามาทุกที... พระเอกหางแถวท้าพนันกับนางเอกหัวกะทิ แล้วพอผลสอบออกมาก็ทำคะแนนพุ่งกระฉูดจนทุกคนช็อก สุดท้ายก็ได้เคลมนางเอกเป็นแฟน...

พล็อตน้ำเน่าแบบนี้ หวังฮ่าวหรานคุ้นเคยดีเป็นที่สุด

อย่าเห็นว่าตอนนี้ฉู่ไป๋เป็นแค่เด็กเรียนแย่... ด้วยพลังตาทิพย์ที่มี มันก็แค่มองทะลุไปลอกข้อสอบพวกเด็กเก่งๆในห้องสอบ คะแนนมันจะออกมาแย่ได้ยังไง?

การที่ฉู่ไป๋จะติดท็อปสิบ แทบจะเป็นเรื่องที่การันตีผลได้เลย

สวี่มู่เหยียนแพ้ราบคาบแน่นอน!

หวังฮ่าวหรานนึกขอบคุณโชคชะตาที่วันนี้เขาไม่ได้ส่งเหวินจิงกลับบ้าน ทำให้ได้ล่วงรู้ข้อมูลสำคัญนี้โดยบังเอิญ

ยังมีเวลาอีกหลายวันกว่าจะถึงวันสอบ เขายังมีเวลาเตรียมตัวมากพอที่จะขัดขวางแผนการของฉู่ไป๋

อาวุธลับของฉู่ไป๋ก็คือการโกงด้วยตาทิพย์ไม่ใช่หรือไง?

ถ้าโกงไม่ได้ แล้วจะเอาปัญญาที่ไหนไปสอบติดท็อปสิบ?

สักพักเหวินจิงก็วางสายจากสวี่มู่เหยียน

หลังจากเสร็จกิจกาม... เอ้ย กิจส่วนตัว หวังฮ่าวหรานก็เปิดหน้าต่างระบบขึ้นมาเช็ก

[แต้มวายร้าย: 1400]

เมื่อคืนเพิ่งแลกวิชาหมัดหย่งชุนไป วันนี้เก็บแต้มได้ขนาดนี้อีกแล้ว

แต้มวายร้ายนี่หาง่ายกว่าที่คิดแฮะ

จะแลกทักษะการแสดง หรือยาคงรูปลักษณ์ดีนะ? หรือจะเสี่ยงดวงสุ่มรางวัลดี?

หวังฮ่าวหรานครุ่นคิดครู่หนึ่ง ก่อนตัดสินใจเลือกสุ่มรางวัล

เขายังหนุ่มยังแน่น ยาคงรูปลักษณ์ยังไม่จำเป็นรีบใช้ตอนนี้

ส่วนทักษะการแสดง ตอนนี้ก็ยังไม่ได้จำเป็นขนาดนั้น

วัดดวงดูสักตั้งแล้วกัน!

หลังจากใช้ไป 500 แต้ม ผลการสุ่มก็ออกมา

[น่าเสียดาย โฮสต์ไม่ได้รับรางวัลใดๆ ต้องการใช้ 500 แต้มวายร้ายเพื่อสุ่มรางวัลต่อหรือไม่?]

"เอาอีกที!" หวังฮ่าวหรานเริ่มหน้ามืดตามัว กดสั่งการซ้ำทันที

[ติ๊ง! ยินดีด้วย โฮสต์ดวงเฮงสุดๆ สุ่มได้ "ทักษะการร้องเพลงระดับเทพเจ้า" มูลค่า 1,500 แต้มวายร้าย ต้องการใช้งานทันทีหรือไม่?]

เฮ้อ... ค่อยยังชั่ว ไม่ขาดทุน

หวังฮ่าวหรานถอนหายใจอย่างโล่งอก ก่อนจะตอบกลับระบบ: ใช้งานทันที

สำหรับ 'ทักษะการร้องเพลงระดับเทพเจ้า' นี้ หวังฮ่าวหรานค่อนข้างพึงพอใจมาก

ด้วยรูปร่างหน้าตาที่หล่อเหลาเป็นทุนเดิม บวกกับสกิลนี้เข้าไป ถ้าจะเข้าวงการบันเทิง รับรองว่าได้เป็นซุปตาร์ตัวท็อปแน่นอน

แต่สิ่งที่หวังฮ่าวหรานให้ความสำคัญที่สุด ไม่ใช่เรื่องการเป็นดารา

แต่เป็นประโยชน์ในการ 'จีบหญิง' ต่างหาก

ผู้ชายร้องเพลงเพราะ มักจะมีเสน่ห์ดึงดูดสาวๆเสมอ

ร้องเพลงระดับเทพเจ้า บวกกับโปรไฟล์นายน้อยบ้านรวยแถมเรียนเก่ง

ถามจริง จะมีผู้หญิงสักกี่คนที่ต้านทานไหว?

หวังฮ่าวหรานแทบจะอดใจรอไม่ไหว อยากจะโชว์ลูกคอให้ซ่งเจินอวี่กับสวี่มู่เหยียนฟังใจจะขาด

"โทรไปหาพวกเธอตอนนี้เลยดีไหมนะ? แล้วก็ร้องเพลงกล่อม?" ความคิดนี้แวบเข้ามาในหัว

แต่ก็ต้องรีบปัดตกไป

ดึกป่านนี้แล้ว ขืนโทรไปอาจจะโดนหาว่าเป็นโรคจิตโทรมาป่วน

เอาไว้หาโอกาสเหมาะๆค่อยโชว์ของดีกว่า

วันรุ่งขึ้น

ท้องฟ้ายังไม่ทันสว่างดี ฉู่ไป๋ก็ตื่นนอนแล้ว

เขามาถึงโรงเรียนเป็นคนแรกของห้อง

ยังเหลือเวลาอีกนานกว่าจะเข้าแถวเคารพธงชาติ ฉู่ไป๋นั่งลงที่โต๊ะประจำตำแหน่ง ก้มหน้าก้มตาอ่านหนังสืออย่างขะมักเขม้น

ในเมื่อตั้งใจจะสร้างปรากฏการณ์ในการสอบครั้งนี้ เขาก็ต้องมีการปูพื้น สร้างภาพลักษณ์ 'เด็กขยัน' ให้คนอื่นเห็นเสียหน่อย

ช่วงเวลาอ่านหนังสือตอนเช้า...

เพื่อนในห้องเริ่มทยอยกันมา บ้างก็ท่องศัพท์ภาษาอังกฤษ บ้างก็ท่องกลอนจีน เสียงอ่านหนังสือเซ็งแซ่ไปหมด

ฉู่ไป๋หยิบหนังสือภาษาจีนขึ้นมา แล้วตะเบ็งเสียงอ่านบทกวีจีนโบราณออกมาดังลั่นห้อง

เสียงของเขาดังก้องจนกลบเสียงคนอื่น ดูโดดเด่นสะดุดหู (และน่ารำคาญ) อย่างยิ่ง

นานเข้า เพื่อนที่นั่งใกล้ๆฉู่ไป๋ก็เริ่มทนไม่ไหว

"ฉู่ไป๋ เบาเสียงหน่อยได้ไหมวะ หูฉันจะแตกอยู่แล้ว!"

"นั่นดิ แหกปากขนาดนี้ คนรู้ก็ว่าอ่านหนังสือ คนไม่รู้จะนึกว่าเป็นบ้าเอานะเว้ย"

"จะอ่านก็อ่านไปสิ ทำไมต้องตะโกนด้วย รบกวนคนอื่นเขา"

"หูฉันพังหมดแล้วเนี่ย"

...

เสียงก่นด่าจากเพื่อนรอบข้างเริ่มหนาหู

"ฉันพอใจจะอ่านดังๆแบบนี้ หนักหัวพวกแกหรือไง!" ฉู่ไป๋ตอกกลับอย่างไม่ยี่หระ

"เหอะ! เรียนก็ห่วย ยังจะทำตัวกร่างอีก"

"พูดถูก พวกเด็กท้ายห้องนี่ชอบทำตัวมีปัญหาจริงๆ"

...

"อย่ามาดูถูกกันให้มากนัก ใกล้สอบแล้ว เดี๋ยวพวกแกก็รู้ว่าใครกันแน่ที่เป็นเด็กท้ายห้อง! ไอ้พวกขยะ คอยดูคะแนนสอบฉันตบหน้าพวกแกเรียงตัวได้เลย!" ฉู่ไป๋ประกาศกร้าว

พวกที่มาวิจารณ์เขาเนี่ย ก็ไม่ใช่พวกหัวกะทิอะไรนักหนาหรอก ฉู่ไป๋ไม่เห็นอยู่ในสายตาด้วยซ้ำ

ฉู่ไป๋หมายมั่นปั้นมือไว้แล้วว่า พอผลสอบออกมาเมื่อไหร่ เขาจะเอาใบคะแนนอันสวยหรูไปฟาดหน้าพวกนี้ให้หายแค้น!

*****

จบบทที่ บทที่ 24 เดี๋ยวจะเอาผลสอบมาตบหน้าพวกนายให้ดู!

คัดลอกลิงก์แล้ว