เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 1 ผมกลายเป็นตัวร้ายทายาทเศรษฐี

บทที่ 1 ผมกลายเป็นตัวร้ายทายาทเศรษฐี

บทที่ 1 ผมกลายเป็นตัวร้ายทายาทเศรษฐี


ณ บริเวณหน้าประตูโรงเรียน รถหรูโรลส์รอยซ์คัลลิแนนแล่นเข้ามาจอดเทียบท่าอย่างนิ่มนวล คนขับรถรีบลงมาเปิดประตูให้อย่างนอบน้อม

เด็กหนุ่มคนหนึ่งก้าวลงมาจากรถ

เขาดูมีอายุราวสิบเจ็ดสิบแปดปี รูปร่างสูงโปร่ง บุคลิกสง่างาม และมีใบหน้าที่หล่อเหลาคมคาย

บรรดานักเรียนหญิงที่กำลังทยอยเดินเข้าโรงเรียนต่างพากันใจเต้นรัวเมื่อได้เห็นเขา หลายคนเก็บอาการไม่อยู่และอยากจะขยับเข้าไปใกล้

ทว่า... สีหน้าของเด็กหนุ่มกลับดูทะมึนตึง แผ่รังสีอำมหิตชนิดที่ว่า 'คนแปลกหน้าห้ามเข้าใกล้' ออกมาอย่างชัดเจน

เด็กหนุ่มคนนี้ชื่อ "หวังฮ่าวหราน"

และตอนนี้... อารมณ์ของเขากำลังดำดิ่งถึงขีดสุด

อันที่จริง หากเรื่องแบบนี้เกิดขึ้นกับใคร ก็คงไม่มีใครอารมณ์ดีได้ลงคอหรอก

เพราะเขาคือ 'ผู้ข้ามมิติ'

ก่อนจะข้ามมิติมา เขาเป็นเพียงเด็กกำพร้าที่ต้องดิ้นรนปากกัดตีนถีบในเมืองใหญ่ อายุอานามก็ปาเข้าไปเกือบสามสิบแล้ว แต่ชีวิตก็ยังย่ำอยู่กับที่ ไม่มีผลงานอะไรเป็นชิ้นเป็นอัน แฟนสักคนยังหาไม่ได้ เรียกได้ว่าเป็นไอ้ขี้แพ้โดยสมบูรณ์แบบ

เรื่องราวเลวร้ายในชีวิตที่คนคนหนึ่งจะพานพบได้ แทบจะเกิดขึ้นกับเขาทั้งหมด

แต่หลังจากข้ามมิติมา... เขากลับกลายเป็น 'ทายาทเศรษฐี'

ชาติตระกูลดี หน้าตาหล่อเหลา การเรียนเป็นเลิศ

ไปโรงเรียนมีรถหรูรับส่งทุกเช้าเย็น

เงินค่าขนมมีให้ใช้ชนิดที่ว่าชาตินี้ก็ใช้ไม่หมด

เดิมที หากเจอเรื่องดีๆแบบนี้ เป็นใครก็น่าจะนอนยิ้มจนแก้มปริ แม้แต่ในฝันก็ยังต้องหัวเราะออกมา

ซึ่งความจริงแล้ว ในช่วงสองสามวันแรกที่เพิ่งข้ามมิติมา เขาก็รู้สึกฟินสุดๆ นอนหลับฝันดีมีความสุขจริงๆนั่นแหละ

ก็แหม... ชีวิตชาติก่อนมันบัดซบขนาดนั้น พอมาชาตินี้มีความเป็นอยู่ที่เพียบพร้อมราวกับราชา

ใครบ้างจะไม่รู้สึกดี?

แต่ทว่า... เขาก็ค้นพบความจริงในเวลาต่อมา ว่าเรื่องราวมันไม่ได้ง่ายดายขนาดนั้น

เรื่องมันเริ่มจาก ไอ้เด็กบ๊วยหลังห้องคนหนึ่ง จู่ๆผลการเรียนก็พุ่งพรวดขึ้นมาอย่างน่าตกใจ แถมระยะหลังมานี้ยังมีซีนหยอกล้อกับ 'ดาวโรงเรียน' ที่ควบตำแหน่งหัวหน้าห้องอยู่บ่อยๆ

ต้องเข้าใจก่อนว่า ในสายตาของคนทั้งโรงเรียน หวังฮ่าวหรานกับดาวโรงเรียนคือคู่สร้างคู่สมที่สวรรค์สรรค์สร้างมา (ถึงแม้ฝ่ายหญิงจะไม่เคยยอมรับก็เถอะ)

พอไอ้เด็กนั่นเริ่มตีสนิทกับดาวโรงเรียน พวกสมุนลิ่วล้อของหวังฮ่าวหรานก็ทนไม่ไหว ต้องออกโรงเสนอหน้าทำงานเอาใจลูกพี่

เรื่องเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อวาน พวกมันลากไอ้เด็กนั่นไปสั่งสอนที่มุมตึก

รุมยำสามต่อหนึ่ง มองยังไงฝ่ายนั้นก็เละเป็นโจ๊กแน่ๆ

แต่ผลลัพธ์กลับกลายเป็นว่า... ไอ้สมุนสามตัวนั่นโดนซ้อมจนน่วมกลับมาซะเอง!

หวังฮ่าวหรานผู้อ่านนิยายออนไลน์มาอย่างโชกโชนในชาติก่อน สัมผัสได้ถึงพล็อตเรื่องที่คุ้นเคยทันที

นี่มันพล็อตนิยายแนว 'พระเอกในเมืองใหญ่' ชัดๆ! ประเภทเด็กเหลวแหลกพลิกชีวิต ตบหน้าคนรวย แล้วสอยดาวโรงเรียนไปครอง

แล้วพอมองย้อนดูภูมิหลังและโปรไฟล์ของตัวเอง... นี่มัน 'แม่แบบตัวร้ายลูกเศรษฐี' ชัดๆ!

ตอนแรกที่คิดแบบนี้ หวังฮ่าวหรานยังแอบขำ คิดว่าตัวเองคงฟุ้งซ่านเกินไป

แต่ทันใดนั้น ระบบซึ่งเป็นอุปกรณ์มาตรฐานของผู้ข้ามมิติก็ปรากฏขึ้น

มันชื่อว่า [ระบบจอมวายร้ายขั้นเทพ]

ข้อมูลจากระบบยืนยันว่า เขาได้ข้ามมิติเข้ามาอยู่ในโลกคู่ขนานที่ถูกสร้างขึ้นจากนิยายแนว 'สุขนิยม' (TL: นิยายที่พระเอกเก่งเวอร์และชนะตลอด)

สถานะของเขาชัดเจนแจ่มแจ้ง เขาคือตัวร้ายลูกเศรษฐีที่มีหน้าที่เป็น 'บันได' ให้พระเอกเหยียบย่ำเพื่อโชว์เทพ

ตามเนื้อเรื่องหลัก เขาต้องคอยขัดขวางพระเอก และจบลงด้วยความล้มเหลวครั้งแล้วครั้งเล่า คาดว่าจะมีชีวิตอยู่ได้ไม่ถึง 100 ตอน ก็คงโดนพระเอกเล่นงานจนบ้านแตกสาแหรกขาด

ทรัพย์สินมหาศาลจะถูกพระเอกยึดครอง แม้แต่ดาวโรงเรียนที่เขาหมายปองก็จะกลายเป็นของพระเอก

"เวรเอ๊ย! ข้ามมิติมาทั้งที เป็นอะไรไม่เป็น ดันให้มาเป็นตัวร้าย! แถมอยู่ไม่ถึงร้อยตอนก็ต้องม่องเท่ง นี่ล้อกันเล่นใช่ไหมวะเนี่ย!?"

หวังฮ่าวหรานสบถระบายความอัดอั้นในใจ

แต่ในเมื่อมันเป็นความจริงที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ เขาก็รู้ดีว่าโวยวายไปก็ไร้ประโยชน์

แน่นอน... นั่นไม่ได้หมายความว่าเขาจะยอมจำนนต่อโชคชะตา

ดูจากสถานการณ์ช่วงสองสามวันนี้ เนื้อเรื่องในนิยายน่าจะเพิ่งเริ่มต้น

พระเอกเพิ่งจะเริ่มฉายแวว ยังไม่แกร่งพอจะมางัดข้อกับเขาตรงๆได้

ทรัพยากรที่เขามีอยู่ในมือตอนนี้ เหนือกว่าพระเอกอยู่หลายขุม

ขอแค่ใช้มันให้เป็น และระวังตัวให้ดี เส้นทางของตัวร้ายอย่างเขาก็ใช่ว่าจะไม่มีโอกาสพลิกกระดานกลับมาชนะ

"ลูกพี่ครับ"

ในระหว่างที่กำลังครุ่นคิด เด็กหนุ่มสวมหมวกแก๊ปคนหนึ่งก็เดินเข้ามาทักจากด้านหลัง

ภายใต้ปีกหมวก ยังมองเห็นรอยฟกช้ำบนใบหน้าได้ลางๆ

ชัดเจน... ไปโดนตีนใครมาแน่ๆ

หมอนี่คือหนึ่งในสามสมุนเอกของหวังฮ่าวหราน มีชื่อว่า "ฟ่านเจี้ยน"

ส่วนอีกสองคน คนหนึ่งชื่อ "ฟ่านถง" อีกคนชื่อ "ฉินโซ่วเซิง"

ฟังนะ... ลองฟังชื่อพวกมันดู!

นี่มันชื่อบ้าบออะไรกัน

ฟ่านเจี้ยน? (พ้องเสียงกับ 'รนหาที่', 'หน้าตัวเมีย')

ฟ่านถง? (พ้องเสียงกับ 'ถังข้าว', 'ตัวกินจุแต่ไร้ประโยชน์')

ฉินโซ่วเซิง? (พ้องเสียงกับ 'สัตว์เดรัจฉาน')

สามหน่อนี้มันเกิดมาเพื่อเป็นลิ่วล้อตัวร้ายชัดๆ

เห็นได้ชัดว่าไอ้นักเขียนเฮงซวยคงตั้งใจตั้งชื่อแบบเอามันเข้าว่า

ฟ่านเจี้ยนทำหน้ากระอักกระอ่วนใจ พยายามหลบสายตาสำรวจของหวังฮ่าวหราน

ก็แหงล่ะ... มันน่าอายจะตาย

สามรุมหนึ่งแต่ดันแพ้ราบคาบ

เมื่อโดนจ้องนานเข้า ฟ่านเจี้ยนก็ทนไม่ไหว ต้องรีบสารภาพผิด

"ลูกพี่ จะตบจะด่าก็เชิญเลยครับ พวกผมทำลูกพี่ขายหน้าแล้ว"

"ทำไมมาคนเดียว อีกสองตัวไปไหน?" หวังฮ่าวหรานไม่ได้ดุด่า เพียงแค่เอ่ยถามเรียบๆ

เพราะเขารู้ดีว่าด่าไปก็เปลืองน้ำลาย อีกฝ่ายมี 'สกิลพระเอก' คุ้มกะลาหัวอยู่ ปลาซิวปลาสร้อยสามตัวจะไปทำอะไรได้

ฟ่านเจี้ยนเห็นลูกพี่ไม่โกรธก็โล่งอก รีบขยับเข้ามาประจบสอพลอ หัวเราะแหะๆ

"เรียนลูกพี่ คือผมวิ่งไวหน่อย เลยเจ็บตัวน้อยกว่าเพื่อน ส่วนไอ้สองตัวนั้นมันอ่อนหัด วิ่งช้าเลยโดนยำเละ หน้าบวมจนแทบจำเค้าเดิมไม่ได้ สงสัยอีกหลายวันกว่าจะยุบครับ!"

หวังฮ่าวหรานมองท่าทางของมันแล้วก็ได้แต่พูดไม่ออก

ไอ้นักเขียนเวรตะไลนี่ส่งลูกสมุนปัญญาอ่อนแบบไหนมาให้เขาเนี่ย

วิ่งหนีเร็วจนโดนตีนน้อยกว่าเพื่อน... มันใช่เรื่องน่าภูมิใจจนต้องเอามาอวดไหม?

ทำอย่างกับจะให้เขาเอ่ยปากชมอย่างนั้นแหละ?!

"ถ้าขืนแกยังยิ้มอีกที ฉันจะตบให้หน้าเละกว่านี้"

หวังฮ่าวหรานทนความปัญญาอ่อนไม่ไหวจนต้องดุออกไป

"ลูกพี่! อย่าๆๆ ผมผิดไปแล้วครับ ไม่ยิ้มแล้วครับ" ฟ่านเจี้ยนรีบหุบยิ้ม ขอโทษขอโพยทันควัน ก่อนจะรีบเสนอหน้าต่อ

"ลูกพี่วางใจได้เลย ศึกนี้ผมต้องเอาคืนให้ได้ ผมไม่เชื่อหรอกว่าไอ้หมอนั่นจะมีสามเศียรหกกร วันนี้ผมจะเกณฑ์พวกไปสักสิบคน!"

"พอเถอะ เปล่าประโยชน์" หวังฮ่าวหรานส่ายหน้า

ตอนนี้แหวกหญ้าให้งูตื่นไปแล้ว พระเอกมันระวังตัวแล้ว บวกกับสกิลพระเอกทำงาน ขืนส่งคนไปอีกก็เหมือนส่งกระสอบทรายไปให้มันซ้อมเล่นเปล่าๆ

ต่อให้พระเอกสู้ไม่ได้ มันก็หนีรอดไปได้ชิลๆอยู่ดี

ทำไปก็สูญเปล่า

"เปล่าประโยชน์? งั้น... ผมเรียกไปยี่สิบคน?"

"พูดไม่รู้เรื่องหรือไง ฉันบอกว่ามันเปล่าประโยชน์"

"เป็นไปได้ไง... งั้นเอาสักสามสิบคนเลย!"

"แกไม่เรียกแม่ตัวเองมาด้วยเลยล่ะ!" หวังฮ่าวหรานอดไม่ได้ที่จะสบถด่า

"เรียกแม่ผม? ลูกพี่... แบบนั้นไม่... ไม่ดีมั้งครับ แม่ผมร่างกายไม่ค่อยแข็งแรง จะไปสู้ใครไหว" ฟ่านเจี้ยนทำหน้าเหมือนจะร้องไห้

หวังฮ่าวหรานยกมือนวดขมับ... ไอ้ลูกน้องปัญญาอ่อนเอ๊ย

เขาต้องข่มใจอย่างหนักไม่ให้เผลอกระทืบมัน หลังจากสูดหายใจเข้าลึกๆเพื่อสงบสติอารมณ์ เขาก็พูดขึ้นว่า

"เรื่องแบบนี้ต่อไปไม่ต้องทำอีก"

"อ้าว... แต่ลูกพี่ครับ ไอ้เวรนั่นมันจีบอาซ้อนะครับ มันเป็นใครมาจากไหน พวกผมทนดูไม่ได้จริงๆ"

"ฉันถามแกหน่อย ระหว่างฉันกับไอ้หมอนั่น ใครหล่อกว่า?" หวังฮ่าวหรานย้อนถาม

"ต้องเป็นลูกพี่อยู่แล้วครับ ไอ้หมอนั่นนับเป็นตัวอะไรได้ อย่างมากก็แค่หน้าตาพอไปวัดไปวา"

ฟ่านเจี้ยนตอบทันทีโดยไม่ต้องคิด และไม่ได้มีเจตนาเลียแข้งเลียขาแต่อย่างใด เพราะมันคือความจริง

"แล้วฐานะทางบ้านล่ะ ของฉันหรือของมันดีกว่า?"

"โห ลูกพี่ บ้านพี่มีทรัพย์สินเป็นหมื่นล้าน บ้านไอ้หมอนั่นจนจะตาย เทียบกันไม่ติดฝุ่นเลยครับ"

"แล้วเรื่องเรียนล่ะ?"

"ลูกพี่ติดท็อปเท็นของโรงเรียน เป็นระดับหัวกะทิ ส่วนไอ้นั่นมันพวกหางแถว ขยะเปียกชัดๆ"

"ก็จบแล้วไม่ใช่เหรอ? ฉันมีดีกว่ามันทุกอย่าง จะไปแพ้ไอ้เด็กบ้านจนหางแถวได้ยังไง? แล้วพวกแกจะไปเสือกหาเรื่องให้เปลืองแรงทำไม?"

"ลูกพี่... ผมเข้าใจแล้ว! เข้าใจแจ่มแจ้งเลย! พวกผมมันดันทำเรื่องไม่เข้าเรื่องเอง ต่อไปถ้าลูกพี่ไม่สั่ง พวกผมจะไม่ยุ่งไม่วุ่นวายแล้วครับ ไอ้หมอนั่นมันไม่มีค่าคู่ควรให้ลูกพี่ลดตัวลงไปแข่งด้วยนี่เอง!" ฟ่านเจี้ยนทำท่าทางเหมือนเพิ่งบรรลุธรรม

หวังฮ่าวหรานพยักหน้า มองเจ้าลูกสมุนจอมทึ่มด้วยสายตาเอ็นดูปนเวทนา

ทันใดนั้น เสียงแจ้งเตือนจากระบบก็ดังขึ้นในหัว

[ติ๊ง! ชี้แนะพฤติกรรมลูกสมุน เปลี่ยนแปลงทิศทางของเนื้อเรื่องเล็กน้อย ได้รับแต้มวายร้าย 100 แต้ม]

*****

จบบทที่ บทที่ 1 ผมกลายเป็นตัวร้ายทายาทเศรษฐี

คัดลอกลิงก์แล้ว