- หน้าแรก
- ระบบบอสข้ามโลก จากคนคุ้มภัยต้อยต่ำสู่มหาเทพไร้พ่าย!
- บทที่ 31 ข้ามผ่านป่าต้นหูหยาง
บทที่ 31 ข้ามผ่านป่าต้นหูหยาง
บทที่ 31 ข้ามผ่านป่าต้นหูหยาง
บทที่ 31 ข้ามผ่านป่าต้นหูหยาง
"รับไป กระบี่เดียวสยบใต้หล้า!" ผู้เล่นคนหนึ่งวาดดรรชนีกระบี่ แสงกระบี่สายหนึ่งทะลวงการป้องกันของหมาป่าป่า
มันบินวนรอบลำคอของหมาป่าหนึ่งรอบ ก่อนจะตัดศีรษะของเป้าหมายจนกระเด็น
"เลิกเก๊กได้แล้วน่า กว่าจะเจอฝูงหมาป่าเร่ร่อนพวกนี้ไม่ใช่เรื่องง่าย รีบฆ่าเอาค่าประสบการณ์เร็วเข้า"
"เผื่อฟลุกดรอปหนังหมาป่าหรือเขี้ยวหมาป่าออกมาบ้าง ถ้ามีคนอื่นมาเจอเข้า ความหวังที่จะสะสม 'เซตหมาป่าป่า' ให้ครบชุดคงพังทลายแน่"
ผู้เล่นอีกคนที่มีรูปลักษณ์เป็นชายฉกรรจ์วัยกลางคนถือกระบองทองแดงขัดเงา พลางวาดกระบองจนเกิดลมหวีดหวิว เพียงไม่กี่กระบวนท่าหมาป่าป่าตัวหนึ่งก็ล้มตายลงใต้กระบอง
ผู้เล่นคนสุดท้ายเป็นตัวละครหญิงที่ดูเย้ายวน เธอเคลื่อนที่วนรอบฝูงหมาป่าในป่า กระบี่บินสองเล่มบินวนเวียนลอบจู่โจม
คอยก่อกวนฝูงหมาป่าตัวอื่นๆ เพื่อสร้างความได้เปรียบให้เพื่อนร่วมทีมทั้งสองคนสังหารหมาป่าไปทีละตัว
"รับไป กระบี่เดียวค้ำฟ้า! จิ๊ๆ หมาป่านี่ฆ่าง่ายจริงๆ พวกมอนสเตอร์ร่างมนุษย์น่ะมีน้อยแถมฆ่ายาก"
"ไม่รู้พวกที่ชอบไปท้าทายมอนสเตอร์ร่างมนุษย์พวกนั้นเขาคิดอะไรกันอยู่" ผู้เล่นคนแรกหัวเราะร่า
"พวกนั้นเขาก็เตรียมตัวสำหรับอนาคตไงล่ะ ได้ยินว่าพอเข้าสู่ช่วงกลางและท้ายเกม จำนวนมอนสเตอร์จะค่อยๆ ลดลง"
"แต่ทักษะและ AI ของพวกมันจะสูงขึ้นมาก การเก็บเลเวลจะยากขึ้นเรื่อยๆ" ชายร่างยักษ์ตอบพลางๆ
จู่ๆ เขาก็พบว่าเบื้องหน้ามีหมาป่าเพิ่มมาอีกสิบกว่าตัว เขาอดไม่ได้ที่จะตกใจ "โม่โม่เฟิงเยว่ เกิดอะไรขึ้น?"
ในตอนนั้นเอง ช่องแชททีมก็กะพริบถี่ๆ พร้อมกับเสียงหวานที่ปนไปด้วยความโมโหของโม่โม่เฟิงเยว่ดังขึ้น
"แม่โดนทีเดียวจอด! ระบบแจ้งว่าเป็นมอนสเตอร์ร่างมนุษย์นิรนาม พวกเจ้าระวังตัวด้วย!"
"เช็ดเข้!"
ผู้เล่นร่างยักษ์หันขวับไปมอง ก็เห็นเพื่อนคนที่สองของเขาร้องอุทานลั่น ร่างพุ่งตัวหนีขึ้นไปกลางอากาศ
เขาเปลี่ยนทิศทางกลางอากาศถึงสองครั้งก่อนจะไปร่อนลงบนต้นไม้ที่อยู่ไม่ไกล
ทว่าแถบพลังชีวิตที่แชร์ให้เห็นในทีมกลับลดฮวบจนเหลือเพียงขีดเดียวบางๆ
"บอสสมัยนี้รู้จักลอบโจมตีด้วยเหรอวะ?" ผู้เล่นที่ชื่อ 'คืนนี้มานัดกัน' เอ่ยด้วยแววตาที่ยังแฝงไปด้วยความตื่นตระหนกพลางมองไปรอบๆ
"ระวัง!" ชายร่างยักษ์ตะโกนลั่น
'คืนนี้มานัดกัน' ชะงักไปครู่หนึ่ง ความสงสัยพาดผ่านดวงตาเพียงวูบเดียว
เขาไม่รอช้าเตรียมจะทะยานหนีขึ้นไปข้างบน แต่ทว่าเพิ่งจะเริ่มขยับตัว มือข้างหนึ่งก็กดลงบนไหล่ของเขา
มันกดร่างที่กำลังจะทะยานขึ้นของเขาให้จมดิ่งลงไปที่เดิม
"เช็ดเข้!" ความรู้สึกเหมือนหลุดออกมาจากหนังผยองขวัญทำเอาเสียงของ 'คืนนี้มานัดกัน' บิดเบี้ยวไป
จากนั้นเขาก็รู้สึกเจ็บแปลบที่หน้าอก ปลายกระบี่เล่มหนึ่งทะลุออกมาจากทรวงอกของเขา
แววตาของเขาฉายประกายความเข้าใจวูบหนึ่ง ก่อนจะสบถออกมาอีกคำ
ร่างของ 'คืนนี้มานัดกัน' กลายเป็นแสงหายวับไป มอบค่าประสบการณ์และความชำนาญให้อี้หมิงอย่างเป็นกอบเป็นกำ
จากนั้นเสียงของเขาก็พุ่งเข้าสู่ช่องแชททีม "เช็ดเข้ ตกใจแทบตาย จู่ๆ มันก็มาโผล่ข้างหลังข้าแบบไร้ร่องรอย"
"พวกมอนสเตอร์ร่างมนุษย์มันโหดเหี้ยมขนาดนี้เลยเหรอวะ?"
"เจ้าช่วยเลิกสบถว่าเช็ดเข้ๆ สักทีได้ไหม ข้าน่ะเป็นสาวน้อยนะยะ" เสียงออดอ้อนของโม่โม่เฟิงเยว่ดังขึ้น
"สาวน้อยกับผีน่ะสิ! เจ้ามันไอ้ลุงเท้าเหม็น เลิกดัดเสียงพูดแบบนี้สักที!"
"เจ้าเรียกตัวเองว่าแม่ข้ายังพอทน แต่กล้าเรียกตัวเองว่าสาวน้อยเนี่ยนะ?" 'คืนนี้มานัดกัน' อดไม่ได้ที่จะกลอกตาใส่
"ข้าน่ะตอนนี้มีปมด้อยกับคำว่าสาวน้อยไปแล้วโว้ย!"
ผู้เล่นสองคนที่กลับไปจุดเกิดกำลังเถียงกันนัวเนีย ส่วนชายร่างยักษ์อีกคนกำลังเข้าสู่ความสิ้นหวัง
เขาต้องวาดกระบองทองแดงป้องกันหมาป่าป่าที่รุมเข้ามาตัวแล้วตัวเล่า
แถมยังต้องคอยระวังมอนสเตอร์ร่างมนุษย์ที่ยืนอยู่บนยอดไม้และจ้องมองเขาอย่างเย็นชา
เขาใกล้จะสติแตกเต็มทีแล้ว หากไม่ใช่เพราะบทลงโทษการตายมันสูงเกินไป เขาคงยอมแพ้และตายกลับจุดเกิดไปแล้ว
"เอ๊ะ... คนหายไปไหนแล้ว?"
เมื่อเพิ่งจะซัดหมาป่ากระเด็นไปได้ตัวหนึ่ง ชายร่างยักษ์เงยหน้าขึ้นก็ไม่เห็นร่างของมอนสเตอร์ร่างมนุษย์คนนั้นแล้ว
"หนี!"
หัวใจสั่นสะท้าน ชายร่างยักษ์กลับตัววิ่งหนีทันที ทว่าเพิ่งจะหันหลังกลับ ก็เห็นแสงกระบี่สายหนึ่งพุ่งทะยานเข้ามา
เขาวาดกระบองทองแดงตามสัญชาตญาณ ปัดกระบี่บินออกไปได้สำเร็จ
ทว่ากระบี่บินกลับเฉียดไหล่เขาไป เฉือนพลังชีวิตไปอีกหลายสิบแต้ม
วินาทีถัดมา กระบี่บินม้วนตัวกลางอากาศอย่างคล่องแคล่ว มันลดระดับลงและพุ่งฉวัดเฉวียนท่ามกลางฝูงหมาป่า
มันประสานงานกับหมาป่าเข้าจู่โจมชายร่างยักษ์พร้อมกัน
"เช็ด... เข้!" ชายร่างยักษ์ตกใจสุดขีด วาดกระบองทองแดงป้องกันตัวจนน้ำสาดไม่เข้า
รอบกายรัศมีสามวามีเพียงลมกระบองมหาศาล คอยซัดหมาป่าที่พุ่งเข้ามาจนกระเด็นหายไปหมด
"เคร้ง!"
ชายร่างยักษ์สู้ไปถอยไป เขาสามารถปัดกระบี่บินกระเด็นไปได้สามครั้งซ้อน
ในที่สุดเขาก็หาช่องว่างทะยานร่างหนีออกไป ป้องกันด้านหลังไว้อย่างแน่นหนา
เขาวิ่งหน้าตั้งมาหลายพันเมตรจนหลุดพ้นจากระยะการโจมตีของฝูงหมาป่า
เขามองสำรวจไปรอบๆ อย่างระมัดระวัง ไม่รู้ว่าสลัดมอนสเตอร์ร่างมนุษย์คนนั้นพ้นหรือยัง
"ไอศกรีมขัดทราย เป็นไงบ้าง?" 'คืนนี้มานัดกัน' ถามในช่องแชททีม
"น่าจะสลัดพวกมันพ้นแล้วล่ะ" ชายร่างยักษ์ 'ไอศกรีมขัดทราย' เอ่ยด้วยน้ำเสียงหวาดผวา
"สุดยอดเลย สมกับเป็นหัวหน้าทีม" โม่โม่เฟิงเยว่เอ่ยชมด้วยเสียงออดอ้อน
"เอ่อ... ข้าขอถอนคำพูดเมื่อกี้ ข้ายังสลัดไอ้มอนสเตอร์ร่างมนุษย์นั่นไม่พ้นว่ะ"
ไอศกรีมขัดทรายเอ่ยด้วยน้ำเสียงแห้งผาก เพราะในตอนนี้อี้หมิงมายืนขวางอยู่ตรงหน้าเขาแล้ว
...
ครึ่งชั่วยามต่อมา ไอศกรีมขัดทรายก็ถูกอี้หมิงส่งกลับไปที่จุดเกิด
นอกจากจะมอบค่าประสบการณ์จำนวนมากให้แล้ว เขายังช่วยให้อี้หมิงเพิ่มความชำนาญของ 《เพลงดาบวายุวิญญาณ》 ได้อีกไม่น้อย
ช่างเป็นการทำความดีที่น่ายกย่องจริงๆ
...
"ไม่ได้การแฮะ ข้านึกว่าผู้ฝึกตนที่มาถึงป่าต้นหูหยางจะเป็นพวกผู้เล่นระดับท็อป"
"เผื่อจะดรอปวิชาระดับสีน้ำเงินให้ข้าบ้าง ที่ไหนได้มีแต่ระดับสีเขียวแถมไม่มีอะไรโดดเด่นเลย"
อี้หมิงพึมพำกับตัวเองพลางเคลื่อนที่ผ่านป่าต้นหูหยางมุ่งหน้าลงใต้ต่อไป
ร่างกายของเขาทิ้งภาพเงาไว้เบื้องหลัง ความเร็วของเขาในตอนนี้ก้าวข้ามขีดจำกัดของระดับจอมดาบห้าไปไกลแล้ว
"เปิดทิ้งไว้แบบนี้แหละ ค่อยๆ เพิ่มความชำนาญไปเรื่อยๆ จะได้ช่วยเสริมอานุภาพเพลงดาบและวิชาเคลื่อนที่ของข้าด้วย"
เพลงดาบและวิชาเคลื่อนที่ของเขาเก่งกว่าผู้เล่นในระดับเดียวกัน
นั่นเป็นเพราะเขามีวิชาประเภทเดียวกันหลายอย่างในครอบครอง เมื่อนำมาประยุกต์และส่งเสริมกัน
แม้จะยังไม่เกิดการเปลี่ยนผ่านเชิงคุณภาพแบบก้าวกระโดด แต่มันก็เหนือกว่าขีดจำกัดของวิชาเดิมไปแล้ว
เมื่อเทียบกับโลกแห่งความเป็นจริง อี้หมิงคือยอดฝีมือแถวหน้าในบรรดาผู้ฝึกตนระดับเดียวกัน
รากฐานตบะ เคล็ดวิชา และทักษะล้วนเป็นระดับแนวหน้าของผู้ฝึกตนขั้นกลั่นลมปราณระยะกลาง
เรียกได้ว่าเป็นบุคคลระดับท็อป แม้แต่ผู้ฝึกตนที่เพิ่งเข้าสู่ขั้นกลั่นลมปราณระยะหลังก็อาจจะไม่ใช่คู่มือของเขา
อืม... หลี่จื่อหยางและชายชราประหลาดสองคนนั้นย่อมไม่นับ เพราะพวกเขามันระดับเจ็ดระดับแปดกันแล้ว
อี้หมิงเดินทางต่อไป หากเจอผู้เล่นกลุ่มใหญ่เขาก็จะลอบหลบไปอย่างระมัดระวัง
หากเจอผู้เล่นกลุ่มเล็กไม่เกินสามคน เขาก็จะพุ่งเข้าไปลอบจู่โจมทันที
บางครั้งเขาก็สามารถฆ่าล้างทีมได้ บางครั้งก็ไปเจอพวกของจริงเข้าจนต้องถูกลดพลังชีวิตและหนีมาอย่างทุลักทุเล
เขาเดินทางพลางสังหารไปพลาง จนกระทั่งข้ามผ่านป่าต้นหูหยางนี้ไปได้
พลังชีวิตของเขาเกือบจะหมดเกลี้ยงแล้ว ทว่าแถบค่าประสบการณ์กลับใกล้จะเต็มเต็มที
เหลือเพียงค่าประสบการณ์จากผู้เล่นระดับจอมดาบเพียงคนเดียวเท่านั้น
เขามองดูเวลา ยังเหลือเวลาอีกชั่วโมงกว่าๆ ก่อนจะถูกถีบออกจากเกม
อี้หมิงลอบถอนหายใจยาว ก่อนจะโคจรวิชาเคลื่อนที่มุ่งหน้าไปตามลำน้ำอย่างรวดเร็ว
ที่ไหนมีน้ำ ที่นั่นย่อมมีมอนสเตอร์ และที่ไหนมีมอนสเตอร์ ที่นั่นย่อมมีผู้เล่น