เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 30 เมืองตงจุ้น

บทที่ 30 เมืองตงจุ้น

บทที่ 30 เมืองตงจุ้น


บทที่ 30 เมืองตงจุ้น

ในฐานะคนที่ไม่รู้จักสมุนไพรอย่างอี้หมิง เขาไม่มีทางกินยาซี้ซั้วแน่นอน

เขาสามารถอัปเลเวลและหาไอเทมได้จากการฆ่าผู้เล่นในโลกเกม จึงไม่จำเป็นต้องใช้ของพวกนี้

ในช่วงที่ผ่านมาเขาแอบเข้าไปเป็นบอสอยู่บ่อยครั้ง จนค่าประสบการณ์เกือบจะเต็มแล้ว

อีกไม่นานเขาก็จะเลื่อนระดับเป็นกลั่นลมปราณระดับหก ซึ่งเร็วกว่าผู้ฝึกตนทั่วไปมากนัก

ในเมื่อไม่รีบร้อน เขาจึงไม่มีความจำเป็นต้องกินยาเพื่อเร่งตบะ

"เพราะฉะนั้น ของชิ้นนี้เอาไปขายแลกหินปราณได้เลย ไม่แน่ว่าอาจจะแลกกระบี่บินระดับหวางขั้นสูงและแร่สำหรับหลอมเข็มไร้ลักษณ์กลับมาได้ด้วย!"

ในเมื่อเป้าหมายคือขั้นกลั่นลมปราณระยะหลัง อาวุธที่คู่ควรย่อมต้องเป็นระดับหวางขั้นสูง

หลังจากจัดเก็บข้าวของเสร็จสิ้น ของผิดกฎหมายทั้งหมดถูกซ่อนไว้ชั้นล่างสุดของถุงวิเศษ เหลือเพียงถุงหนังใบเดียวซ่อนไว้ใต้เสื้อ

อี้หมิงพักผ่อนในป่าหนึ่งคืนก่อนจะออกเดินทางต่อ

...

หลังจากสังหารชายชราประหลาดคนนั้นไป ตลอดการเดินทางอี้หมิงก็ไม่พบเหตุการณ์ไม่คาดฝันอะไรอีกเลย

แม้แต่สัตว์อสูรก็ไม่เจอสักตัว เขาเดินทางผ่านเมืองเล็กๆ สองแห่งอย่างปลอดภัย จนกระทั่งมาถึงจุดหมายปลายทางของทริปนี้ นั่นคือเมืองตงจุ้น

เมืองตงจุ้นใหญ่กว่าเมืองหลินลั่ว และมีขนาดพอๆ กับเมืองหัวหลิน

สำนักคุ้มภัยเฟยอิงมีชื่อเสียงไม่น้อยในเมืองนี้ อี้หมิงจึงสืบหาตำแหน่งได้ไม่ยาก

เขาเดินผ่านซอยสายหนึ่ง จนมาถึงหน้าประตูสำนักคุ้มภัยที่ตั้งอยู่บนถนนสายรองทางเหนือของเมือง

สำนักคุ้มภัยเฟยอิง

ป้ายชื่อหน้าประตูสลักตัวอักษรสีทองสี่ตัวอย่างสง่างามและทรงพลัง เห็นชัดว่าเป็นฝีมือของผู้มีชื่อเสียง

มันดูราวกับพญาเหี่ยวที่โผบินสู่ฟากฟ้าจ้องมองลงมาเบื้องล่าง ทางซ้ายและขวาของสำนักมีรูปปั้นเหยี่ยวขนาดย่อมตั้งอยู่ ดูมีชีวิตชีวาและแฝงไปด้วยความน่าเกรงขาม

แค่หน้าตาก็ข่มสำนักคุ้มภัยต้าหลินในเมืองหลินลั่วไปไกลโขแล้ว

ในตอนนี้ประตูหลักของสำนักคุ้มภัยเฟยอิงเปิดกว้าง อี้หมิงเดินก้าวเข้าไปหา

ชายร่างยักษ์ที่เฝ้าประตูเดินเข้ามาขวางพลางจ้องมองอี้หมิงตั้งแต่หัวจรดเท้าแล้วถามเสียงเข้มว่า "ไม่ทราบว่าท่านคือใคร และมีธุระอะไรกับสำนักคุ้มภัยเฟยอิงงั้นรึ?"

อี้หมิงเดินทางมาไกลจนฝุ่นเกรอะกรัง ในมือถือดาบยาวกลับหัว ดูแล้วไม่เหมือนคนมาติดต่อธุรกิจแน่นอน

เขาเอื้อมมือไปหยิบจดหมายที่สำนักคุ้มภัยเฟยอิงส่งให้หลินถิงหยางออกมา "ข้าชื่ออี้หมิง ได้รับคำสั่งจากเจ้าสำนักหลินให้มาช่วยเป็นกองหนุนที่นี่ครับ"

เมื่อชายร่างยักษ์ได้ยินดังนั้น แววตาพลันเป็นประกาย เขารับจดหมายไปชำเลืองมองจ่าหน้าซองแล้วส่งคืนให้อี้หมิง พร้อมกับผายมือเชิญ "ผู้คุ้มภัยอี้ เชิญทางนี้ครับ"

ในตอนนี้ยังเหลือเวลาอีกสี่ห้าวันก่อนจะถึงวันนัดหมายระหว่างเหยียนเจิ้งเหยียนและหลินถิงหยาง เห็นชัดว่ายังไม่ค่อยมีคนมาถึงนัก

ชายร่างยักษ์จึงนำทางอี้หมิงไปยังโถงใหญ่ ขอให้เขารอนานสักครู่ ก่อนจะรีบเข้าไปรายงานเหยียนเจิ้งเหยียนข้างใน

ครู่ต่อมา เสียงฝีเท้าที่หนักแน่นก็ดังเข้ามาในโสตประสาทของอี้หมิง

เขาเงยหน้ามอง ก็เห็นชายวัยกลางคนรูปร่างสูงเจ็ดศอก แผ่นหลังกว้างและช่วงเอวที่ดูทรงพลังเดินออกมาจากหลังโถง

"คารวะเจ้าสำนักเหยียนครับ" อี้หมิงลุกขึ้นยืนประสานมือคารวะ

กลิ่นอายพลังของเจ้าสำนักเหยียนคนนี้ อยู่ที่จุดสูงสุดของยอดฝีมือระดับหนึ่งแล้ว

อีกเพียงก้าวเดียวก็จะเข้าสู่ระดับเหนือปุถุชน (เซียนเทียน) หรือเทียบเท่ากับขั้นกลั่นลมปราณของผู้ฝึกตนนั่นเอง

เหยียนเจิ้งเหยียนจ้องมองอี้หมิงอย่างละเอียด ดวงตาของชายหนุ่มตรงหน้ามีประกายแฝงเร้น ลมหายใจมั่นคง ฝีเท้าแผ่วเบา

ยามลุกขึ้นการเคลื่อนไหวดูนุ่มนวลราวกับสายน้ำไหล เห็นชัดว่าเป็นยอดฝีมือที่มีกำลังภายในแก่กล้า

"จอมยุทธน้อยช่างอายุน้อยแต่มียอดฝีมือ ศิษย์น้องของข้าช่างมีวาสนาจริงๆ" เหยียนเจิ้งเหยียนเอ่ยชมด้วยความประทับใจ

"ต้องขอบคุณศิษย์น้องหลินและจอมยุทธน้อยมากที่ยื่นมือมาช่วย ไม่ทราบว่าช่วงนี้ศิษย์น้องหลินมีความเป็นอยู่ยังไงบ้าง?"

"ขอบคุณเจ้าสำนักเหยียนที่เป็นห่วงครับ ท่านเจ้าสำนักหลินสุขภาพแข็งแรงดี สำนักคุ้มภัยก็ดำเนินกิจการไปตามปกติครับ" อี้หมิงยิ้มตอบเรียบๆ

อี้หมิงแสดงพลังฝีมือระดับยอดฝีมือระดับหนึ่งออกมา ช่วยสร้างชื่อเสียงให้หลินถิงหยางได้มาก

เหยียนเจิ้งเหยียนจึงให้การต้อนรับอย่างอบอุ่นและพูดคุยกันอย่างถูกคอ

จากนั้นเขาก็สั่งให้ลูกน้องจัดเตรียมห้องพักที่สะอาดสะอ้านให้อี้หมิง พักผ่อนอยู่ที่นี่สักสองสามวันเพื่อรอกำลังเสริมคนอื่นๆ มากันจนครบ แล้วค่อยออกเมืองไปทลายค่ายเฟยอิงพร้อมกัน

เมื่อกลับถึงห้องพัก อี้หมิงล้างหน้าล้างตาเสร็จก็ออกไปเดินเที่ยวในเมือง

ช่วงบ่ายเขาก็สำรวจสิ่งที่ควรจำไว้จนครบ วันต่อมาเขาก็จำแลงโฉมเป็น 'จางต้าเชียน' และปรากฏตัวในย่านผู้ฝึกตนของเมืองตงจุ้น

ทว่าหลังจากเดินวนรอบย่านผู้ฝึกตนไปหนึ่งรอบ อี้หมิงก็อดไม่ได้ที่จะขมวดคิ้วเล็กน้อย เพราะสินค้าที่นี่ทำให้เขาค่อนข้างผิดหวัง

ขนาดเมืองพอๆ กับเมืองหัวหลิน แต่ร้านค้ากลับน้อยกว่าอย่างเห็นได้ชัด และคุณภาพของสิ่งของก็ไม่สูงนัก

แม้แต่อาวุธเวทหรือสมุนไพรล้ำค่าประจำร้านก็ยังไม่มีระดับหวางขั้นสูงเลย ซึ่งไม่ตรงกับความต้องการของอี้หมิงแม้แต่น้อย

หญ้าวิญญาณหลิงเจี๋ยอยู่ที่นี่คงขายไม่ออกแน่ เพราะไม่มีร้านไหนมีปัญญารับซื้อ และอี้หมิงก็ไม่อยากจะตกเป็นเป้าสายตาด้วย

ส่วนเรื่องหินปราณ ในมือของเขาก็มีหินปราณอยู่ไม่มากนัก และเขาเองก็ไม่ได้สนใจจะเสียเงินซื้ออาวุธเวทระดับหวางขั้นกลางมาใช้แก้ขัดด้วย

หลังจากเดินวนอยู่หนึ่งรอบ เขาก็กลับมาที่สำนักคุ้มภัยเฟยอิง

"อาวุธเวทไม่พอ ก็ต้องใช้ตบะเข้าช่วย วันนี้ต้องพยายามหน่อย ถ้าดวงไม่แย่เกินไป คาดว่าคงเลื่อนเป็นกลั่นลมปราณระดับหกได้แน่"

อี้หมิงนั่งขัดสมาธิอยู่บนเตียง ใช้จิตสื่อสารกับประตูมิติในหัว เพื่อข้ามมิติไปยังโลกเกมอีกครั้ง

...

ชื่อ : อี้หมิง

ระดับการบำเพ็ญ : จอมดาบระดับห้า

พลังชีวิต : 5580

ค่าประสบการณ์ : 6659/7000

เวลาคงเหลือ : 23:12:24

เคล็ดวิชา :

《เข็มไร้ลักษณ์》: สีน้ำเงิน, ขั้นช่ำชอง, ความชำนาญ: 838/5000

《คัมภีร์วิญญาณเหิน》: สีเขียว, จอมดาบระดับเจ็ด/จอมดาบระดับเก้า, ความชำนาญ: 4253/9000

《เพลงดาบวายุวิญญาณ》: สีเขียว, ขั้นบรรลุ, ความชำนาญ: 31234/50000

《ท่าร่างทะลุเมฆา》: สีเขียว, ขั้นสมบูรณ์

...

ครั้งนี้จุดที่อี้หมิงปรากฏตัวคือทุ่งทรายโกบี ลมพายุทรายหยาบกร้านพัดผ่านใบหน้าจนเขาสัมผัสได้ถึงเม็ดทรายที่กรีดผ่านผิว

อี้หมิงมองไปรอบๆ ทางทิศตะวันตกไกลออกไปคือทะเลทรายอันกว้างขวางสุดลูกหูลูกตา

ทางทิศใต้คือป่าต้นหูหยาง ดูเหมือนจะเป็นทางเชื่อมไปยังพื้นที่ที่มีสภาพแวดล้อมที่ระดับสูงกว่านี้

ส่วนอีกสองด้านที่เหลือก็เหมือนกับจุดที่เขายืนอยู่ คือมีเสียงลมหวีดหวิวและโขดหินรูปทรงประหลาด เป็นทุ่งทรายโกบีที่กว้างใหญ่ไพศาล

เขาทะยานร่างลงไปและมุ่งหน้าไปทางทิศใต้โดยสัญชาตญาณ

ไม่ว่าจะเป็นเกมประเภทไหน ทะเลทรายมักจะเป็นแผนที่ระดับกลางขึ้นไป ซึ่งไม่ใช่ที่ที่ผู้เล่นมือใหม่จะมาเดินเล่นได้

และในโลกเกมแห่งนี้ มีเพียงผู้เล่นระดับ 'จอมดาบ' เท่านั้นที่เป็นผู้เล่นมือใหม่ในช่วงเริ่มต้น

เขามุ่งหน้าไปข้างหน้าด้วยความเร็วสูง ในบางครั้งก็มีแสงจากการเคลื่อนที่พุ่งผ่านหัวเขาไป

นั่นคือผู้เล่นระดับสูงในเกมที่กำลังมุ่งหน้าไปยังทะเลทรายเพื่อเก็บเลเวลหรือทำภารกิจ

เพียงแค่ 'ออร่า' ที่แผ่ออกมาจากการเคลื่อนที่ของพวกเขาก็ทำให้พลังชีวิตของอี้หมิงที่อยู่ไกลออกไปลดฮวบลงไปส่วนหนึ่ง

ทำเอาอี้หมิงขวัญหนีดีฝ่อ กลัวว่าฝ่ายตรงข้ามจะเผลอสะบัดดาบเดียวสังหารเขาดับคาที่

โชคดีที่ระดับของอี้หมิงต่ำเกินไป คาดว่าการฆ่าอี้หมิงคงไม่ได้แม้แต่ค่าประสบการณ์ด้วยซ้ำ

จึงไม่มีผู้เล่นคนไหนว่างพอจะมาฟาดดาบใส่เขา ทำให้เขาสามารถเข้าสู่ป่าหูหยางได้อย่างปลอดภัย

"เกือบไปแล้ว! ยังดีที่ทนได้อีกนิด ไม่โดนทีเดียวตาย"

เมื่อมองเห็นพลังชีวิตที่ลดไปเกือบครึ่ง อี้หมิงแทบจะร้องไห้โดยไร้น้ำตา ได้แต่ปลอบใจตัวเองว่าใกล้จะเลื่อนระดับแล้ว ทนๆ เอาหน่อย

เขาตั้งสติและมุ่งหน้าลึกเข้าไปในป่าหูหยางต่อไปทางทิศใต้ หวังว่าจะได้พบกับผู้เล่นระดับจอมดาบเหมือนกันบ้าง

ตอนนี้เขามีเข็มไร้ลักษณ์อยู่ในมือ การสังหารผู้เล่นระดับต่ำย่อมง่ายดายยิ่งขึ้น

ประกอบกับในเกมมีระบบ 'โจมตีจุดตาย'  ยิ่งทำให้เขาเก็บแต้มค่าประสบการณ์ได้สนุกมือมากขึ้น

และแล้ว อี้หมิงก็พบเป้าหมายจนได้ ผู้เล่นระดับจอมดาบสามคนที่กำลังรุมสังหารหมาป่าในป่าหูหยาง...

จบบทที่ บทที่ 30 เมืองตงจุ้น

คัดลอกลิงก์แล้ว