เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 28 ตามราวีไม่เลิก

บทที่ 28 ตามราวีไม่เลิก

บทที่ 28 ตามราวีไม่เลิก


บทที่ 28 ตามราวีไม่เลิก

อี้หมิงไม่ได้สนใจคนทั้งสองที่เดี๋ยวโผล่เดี๋ยวหาย แต่เขากลับเร่งเดินทางอย่างรวดเร็ว

เขาใช้วิชาตัวเบาระดับปุถุชน เดินทางได้เกือบร้อยหลี่ในช่วงเวลาเพียงครึ่งวัน

จนกระทั่งมาถึงโรงเตี๊ยมแห่งหนึ่งที่ตั้งอยู่บริเวณเชิงเขา

"ข้างหน้าอีกยี่สิบสามสิบหลี่ล้วนเป็นป่าร้างไร้ผู้คน มีเพียงโรงเตี๊ยมแห่งนี้ตั้งอยู่อย่างโดดเดี่ยว"

"คงไม่ใช่ร้านมืดหรอกนะ"

ทว่าเมื่อมองเห็นโรงเตี๊ยมที่เปิดไฟสว่างไสว อี้หมิงก็เก็บความสงสัยไว้ในใจ

ขอเพียงไม่ใช่ร้านมืดที่ผู้ฝึกตนเป็นคนเปิด สำหรับเขาก็ไม่มีอะไรต้องกังวล

ส่วนที่นี่จะเป็นโรงเตี๊ยมของผู้ฝึกตนหรือไม่น่ะเหรอ?

เหอะๆ ล้อเล่นน่า ผู้ฝึกตนถ้าอยากจะฆ่าใครจริงๆ ก็แค่บุกไปฆ่าถึงบ้านก็จบแล้ว

จะมาลำบากเปิดโรงเตี๊ยมริมถนนทำไมกัน?

เขาเดินเข้าสู่ลานหน้าโรงเตี๊ยมเพียงไม่กี่ก้าว ตอนนี้ประตูหลักเปิดกว้าง

โต๊ะห้าหกตัวในโถงใหญ่มีคนนั่งจนเต็ม มีกลุ่มคนหนึ่งดูเหมือนขบวนสินค้าจองพื้นที่ไปครึ่งหนึ่งแล้ว

ส่วนโต๊ะที่เหลือมีนักสู้ในยุทธภพนั่งกันอยู่ประปราย

"ท่านแขกสวัสดีครับ ท่านเดินทางจนมืดค่ำจนพลาดที่พักมางั้นหรือ?"

"ทางทิศตะวันตกย้อนไปสามสิบหลี่ไม่มีโรงเตี๊ยมเลย ส่วนทิศตะวันออกต้องไปอีกยี่สิบหลี่ถึงจะมีอีกร้าน"

"ให้ผู้น้อยเปิดห้องพักให้ท่านสักห้องไหมครับ?" เสี่ยวเอ้อในชุดพนักงานเดินเข้ามาถาม

"เปิดให้ข้าห้องหนึ่งเถอะ" อี้หมิงพยักหน้า

แม้เขาจะนอนกลางป่าได้ แต่การได้นอนบนเตียงย่อมสบายกว่าแน่นอน

"ได้เลยครับ ท่านต้องการอาหารด้วยไหม? สุราและเนื้อตุ๋นร้านเรามีชื่อเสียงมากในรัศมีหลายสิบหลี่นี้เลยนะครับ"

อี้หมิงรู้สึกจนใจ ในรัศมีหลายสิบหลี่มันก็มีร้านพวกเจ้าอยู่ร้านเดียวนี่นา

แต่อี้หมิงก็สั่งอาหารมาบ้าง เพราะเขาอยากจะนั่งเล่นที่โถงใหญ่เพื่อฟังข่าวคราวที่น่าสนใจ

เหล้าคุณภาพต่ำหนึ่งกา เนื้อตุ๋นหนึ่งจาน และหมั่นโถวห้าลูก

อี้หมิงเลือกที่นั่งมุมอับ พลางกินข้าวและเงี่ยหูฟังคนคุยโวโอ้อวดกันเงียบๆ

ทว่าฟังอยู่ตั้งนาน จนเหล้าเกือบหมดกา อี้หมิงก็ยังไม่ได้ยินข่าวอะไรที่น่าสนใจเลย

มีแต่เรื่องตระกูลหลี่ทางทิศตะวันออกรับเมียน้อย หรือตระกูลหวันทางทิศใต้ไฟไหม้ร้านค้า

ทำไมพวกนักสู้พวกนี้ ถึงคุยแต่เรื่องซุบซิบชาวบ้านกันนะ?

"ข้ามาจากทางทิศตะวันตกนะ เมื่อชั่วยามก่อนในจุดที่ไม่ไกลจากที่นี่นัก"

"ข้าได้ยินเสียง 'ฟึ่บฟั่บ' ดังมาจากในป่า ฟังดูเหมือนเสียงหวีดหวิวของกระบี่"

"ข้าว่าน่าจะมีอดฝีมือสู้กันอยู่ในป่านั้นล่ะ"

จังหวะนั้นมีโต๊ะหนึ่งคุยเรื่องยอดฝีมือวรยุทธขึ้นมา ชายวัยสามสิบกว่าคนหนึ่งดูเหมือนจะนึกอะไรขึ้นได้จึงแสร้งทำเป็นพูดจาลึกลับ

"เสียงหวีดหวิวของกระบี่งั้นรึ? ขนาดอยู่ไกลยังได้ยินชัดขนาดนั้น"

"ถ้าไม่ใช่ยอดฝีมือระดับเหนือปุถุชน (เซียนเทียน) ก็ต้องเป็นผู้ฝึกตนแล้วล่ะ" อีกคนหัวเราะ

"ข้าว่าเจ้าคงหูฝาดได้ยินเสียงลมพัด แล้วเก็บมาหลอกตัวเองมากกว่ามั้ง"

"ผีสิ เสียงกระบี่นั่นมันบาดหูข้าจนเจ็บไปหมด เสียงลมที่ไหนจะมีอานุภาพขนาดนั้น?" ชายคนนั้นเอ่ยอย่างไม่พอใจ

"ข้าพนันได้เลยว่าต้องเป็นผู้ฝึกตนกำลังสู้กันอยู่แน่ๆ"

"แล้วทำไมเจ้าไม่เข้าไปดูหน่อยล่ะ? เผื่อจะได้ลาภลอยกับเขาบ้าง!" คนโต๊ะอื่นพากันเย้าแหย่

"ข้ายังไม่อยากตายโว้ย!" ชายคนนั้นตอบอย่างเคืองๆ

ทุกคนพากันหัวเราะร่า

อี้หมิงกะพริบตาพลางคิดในใจ "คงไม่ใช่หลี่จื่อหยางกับตาแก่นั่นหรอกนะ?"

"ข้าเดินทางมาตั้งร้อยหลี่แล้วนะ ยังจะอยู่ใกล้พวกนั้นอยู่อีกเหรอ?"

"พูดก็พูดเถอะ พวกนั้นไม่ได้กำลังวิ่งตามข้าอยู่หรอกใช่ไหม..."

เขานั่งดื่มกินไปเรื่อยๆ ท่ามกลางราตรีอันยาวนาน

นอกจากขบวนสินค้าที่ส่งคนคุมรถอีกสองคนไปเฝ้าของหลังร้านและเปลี่ยนคนชุดเก่ากลับมา

คนอื่นๆ ยังคงนั่งคุยเล่นกันอยู่ที่โถงใหญ่ โดยไม่มีทีท่าว่าจะกลับไปพักผ่อนเลย

"ปัง!"

ประตูถูกผลักเปิดออกอย่างแรง

ทุกคนต่างหันขวับไปมอง ก็เห็นชายชราในชุดสีเทา ร่างกายซูบผอมดูประหลาดและเต็มไปด้วยคราบเลือด

เขาถือไม้เท้าก้าวเดินเข้ามาเสียงดัง 'ตึก ตึก'

ทุกคนมองเห็นชัดเจนว่า หัวไม้เท้านั้นเดิมทีน่าจะเป็นกรงเล็บอสูรประหลาด

แต่ตอนนี้มันถูกฟันจนแหว่งไปครึ่งหนึ่ง ดูแล้วช่างน่าเวทนายิ่งนัก

โถงใหญ่พลันเงียบกริบในพริบตา

ชายชราเดินเข้ามาในโถง กวาดสายตาเย็นชาไปรอบๆ

จนกระทั่งมาหยุดอยู่ที่อี้หมิงที่กำลังก้มหน้ากินข้าวอยู่ที่มุมห้องและไม่กล้าแม้แต่จะเงยหน้ามองเขา

"หึๆ" ชายชราแค่นหัวเราะเย็นชา

"ทะ... ท่านแขก ท่าน... ท่านจะเข้าพักหรือครับ? ต้องการอาหารไหมครับ?" เสี่ยวเอ้อเดินเข้าไปหาด้วยอาการสั่นเทา

ชายชราปรายตามองเสี่ยวเอ้อ "อาหารของข้า เจ้าเตรียมให้ได้รึ?"

"ทะ... ท่านอยากทานอะไรหรือครับ?" เสี่ยวเอ้อค้อมตัวลงถามอย่างระมัดระวัง

เมื่อเห็นเสี่ยวเอ้อกล้าตอบโต้ ชายชราก็อดไม่ได้ที่จะยิ้มออกมา "เนื้อกวางหรงหยวน ผักแห้งดอกสิ้นวาสนา พวกเจ้ามีไหมล่ะ?"

เสี่ยวเอ้ออึ้งไป ทั้งสองอย่างนี้เขาไม่เคยได้ยินชื่อมาก่อน ย่อมไม่มีแน่นอน

แขกคนอื่นๆ ที่นั่งกินอยู่เมื่อได้ยินก็อึ้งไปเช่นกัน ส่วนใหญ่ไม่เคยได้ยินชื่ออาหารสองอย่างนี้เลย

มีเพียงหัวหน้าขบวนสินค้าเท่านั้นที่สีหน้าเปลี่ยนไป เขากระชับตะเกียบในมือแน่น

เขาเงยหน้ามองแวบหนึ่ง ร่างกายขยับเล็กน้อยแต่ก็ยังฝืนนั่งอยู่ที่เดิม

เขารู้สึกถึงลางสังหรณ์ที่ไม่ดี และอยากจะลอบจากไปเงียบๆ

ทว่าตอนนี้โถงใหญ่เงียบเชียบเกินไป หากเขาขยับตัวย่อมกลายเป็นจุดสนใจทันที

"ไม่มีงั้นรึ?" ชายชรามองท่าทางอึ้งๆ ของเสี่ยวเอ้อแล้วยิ้มออกมา

กล้ามเนื้อบนใบหน้าที่เหี่ยวย่นขยับเขยื้อนจนกลายเป็นรอยยิ้มที่ดูสยดสยองและบิดเบี้ยว

"มะ... ไม่มีครับ" เสี่ยวเอ้อตกใจจนถอยหลังไปก้าวหนึ่ง

"แต่ร้านเรามีเหล้าเก่า มีเนื้อตุ๋น ท่านต้องการไหมครับ?"

"ไม่มีงั้นรึ?"

น้ำเสียงเย็นเยียบของชายชราดังขึ้น เห็นได้ชัดว่าเขาไม่ได้สนใจคำพูดถัดมาของเสี่ยวเอ้อเลย

"ในเมื่อไม่มี งั้นพวกเจ้าก็จงไปตายให้หมดซะเถอะ"

"ฟึ่บ!"

แสงสีขาวสองสายพุ่งผ่านอากาศ นิ้วแหลมคมที่เหลืออยู่บนไม้เท้าพุ่งทะลวงหน้าอกของเสี่ยวเอ้อในพริบตา

ก่อนจะพุ่งเข้าหาทุกคนในโถงอย่างรวดเร็ว

"ผู้ฝึกตน!"

"ไม่นะ!"

"ท่านเซียนโปรดไว้ชีวิตด้วย!"

"หนีเร็ว!"

นิ้วแหลมคมทั้งสองพุ่งด้วยความเร็วสูง เพียงพริบตาเดียวก็คร่าชีวิตไปสี่คน

จากนั้นโถงใหญ่ของโรงเตี๊ยมก็เข้าสู่ความโกลาหลวุ่นวายทันที

นักสู้หลายคนพลิกโต๊ะไม้ขึ้นบัง บางคนอยู่ใกล้หน้าต่างก็รีบกระโดดหนีออกไป

ยังมีชายร่างยักษ์คนหนึ่งพุ่งชนกำแพงดินจนพังทลายแล้วมุดออกไปข้างนอกเพื่อหนีตาย

นี่คือโลกที่มีผู้ฝึกตนอยู่ เหล่านักสู้ในยุทธภพต่างก็เป็นพวกโชกโชน

หลังจากตกใจเพียงครู่เดียว ต่างก็งัดไม้ตายก้นหีบออกมาเพื่อหนีเอาตัวรอดให้ไวที่สุด

อี้หมิงหรี่ตาลง แต่เขาไม่ได้พังกำแพงหนีไป

เขากลับพลิกตัวหลบเข้าไปที่มุมโถงใหญ่ ซ่อนตัวอยู่ด้านข้างของเคาน์เตอร์

โดยยังจงใจเปิดเผยร่างกายออกมาให้เห็นครึ่งหนึ่ง

"ไม่มีอาหารให้ข้ากิน แล้วยังคิดจะหนีงั้นรึ?" ชายชรายิ้มสยดสยอง

นิ้วแหลมคมทั้งสองบินวนรอบโรงเตี๊ยมหนึ่งรอบ ก่อนจะพุ่งนิ้วหนึ่งเข้าหาอี้หมิงที่ซ่อนตัวอยู่มุมห้อง

ส่วนตัวเขาก็เตรียมพุ่งออกไปข้างนอกเพื่อสังหารคนที่หนีไปให้หมด

ในสายตาของเขา อี้หมิงก็แค่ปุถุชนในยุทธภพที่บังเอิญร่วมทางมาเท่านั้น

ทว่าในวินาทีที่เขาบังคับนิ้วแหลมคมจู่โจมอี้หมิงและกำลังจะหันหลังกลับนั้นเอง

หางตาของเขาก็เหลือบไปเห็นว่าอี้หมิงกำลังทำวิถีมืออยู่เช่นกัน

"อะไรนะ?" ม่านตาของชายชราหดเล็กลงทันที

จบบทที่ บทที่ 28 ตามราวีไม่เลิก

คัดลอกลิงก์แล้ว