เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 14 บอสสายลอบกัด

บทที่ 14 บอสสายลอบกัด

บทที่ 14 บอสสายลอบกัด


บทที่ 14 บอสสายลอบกัด

อี้หมิงลอบเคลื่อนที่ผ่านผืนป่าอย่างเงียบเชียบ นี่คือชัยภูมิที่เขาโปรดปรานที่สุด เพราะมันช่วยให้เขาเข้าใกล้พวกผู้เล่นได้โดยไม่ถูกสังเกตเห็น

ทุกครั้งที่เขาสามารถอยู่รอดจนหมดเวลาข้ามมิติได้ ล้วนเกิดขึ้นในพื้นที่ป่าทั้งสิ้น

โชคดีที่ป่าลึกคือฉากที่มีมากที่สุดในโลกเกมแห่งนี้ ก็ชื่อว่า "โลกเซียนอมตะ" นี่นา ถ้าไม่มีป่าไม่มีเขา แล้วจะมีเซียนได้ยังไง?

นับตั้งแต่เขาออกจากริมน้ำและแฝงตัวเข้าป่ามาได้สิบกว่าชั่วโมง อี้หมิงใช้ดาบเดียวจัดการพวกผู้เล่นที่ฉายเดี่ยวไปหลายคน ส่งพวกที่กำลังเก็บเลเวลอย่างสบายใจกลับไปจุดเกิดนับไม่ถ้วน

"จิ๊ๆ ข้ารู้สึกว่าทักษะการลอบเร้นของข้ามันพัฒนาขึ้นเรื่อยๆ เลยแฮะ..."

เขาหารู้ไม่ว่า ในบอร์ดฟอรั่มของผู้เล่น เขาเริ่มมีชื่อเสียงในมุมเล็กๆ แล้ว บรรดาผู้เล่นที่ถูกเขาลอบสังหารในดาบเดียวต่างพากันไปบ่นเรื่องการเซ็ตค่าพลังของบอสตัวนี้

กับผู้เล่นมือใหม่อย่างพวกเขายังโหดขนาดนี้ AI สมองกลคิดอะไรอยู่กันแน่? คนออกแบบจงใจแกล้งกันใช่ไหม?

"ข้าน่ะเป็นซูเปอร์บอสผู้ไร้ความรู้สึกนะ พวกเจ้าเองก็อยู่ในเขตนอกเมืองแท้ๆ เก็บเลเวลแต่ไม่สนใจดูรอบข้างเลยว่ามียอดฝีมือผ่านมาบ้างหรือเปล่า ช่างสะเพร่าจริงๆ โชคดีนะที่เป็นในเกม ถ้าเป็นโลกจริงพวกเจ้าคงตายห่ากันหมดแล้ว"

"ข้านี่แหละที่กำลังช่วยพวกเจ้านะ ถึงแม้การตายครั้งนึงจะทำให้ค่าประสบการณ์ลดลง แต่มันก็ทำให้พวกเจ้าได้รับบทเรียนไม่ใช่เหรอ?"

"แบบนี้ในโลกจริงพวกเจ้าจะได้ติดนิสัยระแวดระวังรอบทิศทาง จะได้เลี่ยงอันตรายไปได้เยอะๆ ไง"

อี้หมิงผู้นิยามตนเองว่าเป็น 'เครื่องจักรสังหารไร้ความรู้สึก' คิดในใจอย่างจริงจัง "พวกเจ้าควรจะขอบคุณข้านะ ไม่ใช่มาทำปากเสียเรียกข้าว่า 'เช็ดเข้' 'เฮ้ย' หรือ 'ตัวอะไรวะ' ทุกครั้งที่โดนข้าส่งกลับไป พวกเจ้าควรจะพูดว่า 'ขอบพระคุณ' 'ลำบากท่านแล้ว' หรือ 'ซาบซึ้งใจยิ่งนัก' ถึงจะดูเป็นคนมีมารยาท"

แต่ในโลกเกมอี้หมิงส่งเสียงไม่ได้ คำพูดพวกนี้จึงได้แต่คิดอยู่ในใจ ดังนั้นผู้เล่นที่ถูกเขาส่งกลับไปจึงยังคงฝากคำว่า "เช็ดเข้" และ "ตัวอะไรวะ" ไว้ให้เขาเสมอ

ก็ใครมันจะไปเจออันตรายในโลกจริงได้ทุกวันกันเล่าโว้ย!

"หืม?"

อี้หมิงชะงักฝีเท้า เขาได้ยินเสียงร้องยาวกึกก้อง แม้จะฟังไม่ออกว่าเป็นสัตว์ประหลาดชนิดไหน แต่การที่เสียงมันดังมาได้ไกลขนาดนี้ แสดงว่าตัวมันและคู่ต่อสู้ที่มันเจอต้องไม่ธรรมดาแน่นอน

"งานใหญ่มาแล้ว ไปดูหน่อยซิว่าจะแอบตกปลาในน้ำคลำได้ไหม!"

วินาทีถัดมา อี้หมิงโคจร 《ท่าร่างทะลุเมฆา》 เต็มกำลัง ร่างกายพุ่งวาบหายเข้าไปในป่าลึกทันที

...

"พยายามเข้า!"

"เสี่ยวหมี่ทงสิง เข้าเกมมาพร้อมพวกเราแท้ๆ ตอนนี้อยู่ระดับเซียนพเนจรหนึ่งแล้ว ไม่รู้ว่ามันฝึกยังไงกันแน่"

"ได้ยินว่ามันทำเควสต์ลับสำเร็จน่ะ เลยได้รับการชี้แนะส่วนตัวจากผู้อาวุโสในสำนัก ทำให้เลเวลพุ่งกระฉูด"

"มีเรื่องดีๆ แบบนี้ด้วยเหรอ?"

"ก็นั่นแหละที่เขาเรียกว่าคนดวงดี ได้ยินว่าแค่บททดสอบจาก NPC นั่นทำเอาเขาวุ่นอยู่ตั้งเจ็ดแปดวันแน่"

"ก็สมควรแล้วที่เขาจะได้รางวัลเควสต์ลับนั่น"

กลุ่มผู้เล่นเลเวลต่ำกลุ่มหนึ่งยืนคุมเชิงดูอยู่ห่างๆ ใจกลางที่ราบเล็กๆ ในป่า ผู้เล่นในชุดคลุมยาวสีม่วงคนหนึ่งกำลังเปิดฉากโจมตีแรดขาวตัวมหึมายาวเจ็ดแปดเมตร

ปราณกระบี่ที่แหลมคมฟันลงบนตัวแรดจนมันร้องโวยวาย ส่วนแรดเองก็โจมตีกลับ ทั้งพุ่งชนทั้งกระทืบพื้น จนผู้เล่นคนนั้นต้องคอยกระดกยาเพิ่มพลังชีวิตอยู่บ่อยครั้ง

"โธ่เอ๊ย ประมาทไปหน่อย เพิ่งเลื่อนขั้นเป็นเซียนพเนจร ไม่ควรมาแหย่แรดขาวนี่เลย"

เสี่ยวหมี่ทงสิงรู้สึกนึกเสียใจพลางกระดกยาเพิ่มเลือดราคาแพงหูฉี่ลงไป ตอนนี้ถ้าเขาหนี เพื่อนๆ ที่ตามมาด้วยต้องถูกแรดตัวนี้ส่งกลับจุดเกิดหมดแน่

"มอ!"

เสี่ยวหมี่ทงสิงเผลอวอกแวกไปชั่วครู่ ก็ถูกแรดขาวขวิดจนกระเด็น พลังชีวิตฮวบลงไปเกินครึ่ง ทำเอาเขาตกใจรีบกระดกยาเพิ่มเลือดทันที

"เสี่ยวหมี่ระวัง!"

เสี่ยวหมี่ทงสิงตั้งหลักได้ก็พุ่งกลับเข้าไปอีกครั้ง กระบี่บินกลายเป็นแสงสว่างนับร้อยสายรุมสับลงบนตัวแรดอย่างรวดเร็ว

"ต้องยื้อกับมันต่อไป โชคดีที่ข้าพกยามาเยอะ แต่รอบนี้ก็ขาดทุนย่อยยับเลยแฮะ"

ผ่านไปอีกไม่กี่นาที

"แรดหิมะใกล้จะตายแล้ว ระวังมันปล่อยท่าไม้ตายนะ!"

เสี่ยวหมี่ทงสิงแววตาเป็นประกาย เขาพุ่งตัวเป็นเงาสีดำไปยืนอยู่บนยอดไม้ที่อยู่ไม่ไกล

เขาขยิบตาให้สาวสวยในกลุ่มผู้เล่น พลางจัดแจงโพสท่าเอามือไพล่หลังสุดเท่

"เจ้ามีท่าไม้ตายเหรอ? เสียใจด้วย ข้าก็มีเหมือนกัน และมันมีไว้เพื่อปลิดชีพเจ้าโดยเฉพาะ!"

เสี่ยวหมี่ทงสิงหัวเราะ เหี้ยม มือขวาถือกระบี่กลับด้าน มือซ้ายชี้ไปยังแรดหิมะจากระยะไกล ทุกคนมองตามไปก็เห็นแรดหิมะที่ดวงตาแดงก่ำกำลังจะปล่อยท่าไม้ตายแผดร้องอย่างเจ็บปวดก่อนจะล้มตึงลงเสียงดังสนั่น

"เช็ดเข้!"

"สุดยอด!"

"เกิดอะไรขึ้นวะ?"

"เสี่ยวหมี่เทพขิงๆ!"

"เสี่ยวหมี่เท่ที่สุดเลย!" สาวน้อยที่ถูกเสี่ยวหมี่ทงสิงเต๊าะเมื่อกี้ตบมือเชียร์

"แหะๆ เก่งใช่ไหมล่ะ นี่คือท่าไม้ตายใหม่ที่ข้าเพิ่งฝึกมา ไร้รูปไร้รอย ไร้ร่องรอยให้ตาม ชื่อของท่านี้ก็คือ 'ไร้ลักษณ์'..."

"ฟึ่บ!"

"เช็ดเข้!"

แสงกระบี่สายหนึ่งพลันสว่างวาบขึ้นมาจากใต้ต้นไม้ที่เสี่ยวหมี่ทงสิงยืนอยู่ เพียงพริบตาก็พุ่งเข้าหาจุดยุทธศาสตร์ที่หว่างขาของเขาพอดี

เสี่ยวหมี่ทงสิงร้องลั่น พยายามจะเหินฟ้าหนีแต่ก็ไม่ทันเสียแล้ว แสงกระบี่พุ่งทะลุร่างเขาไปในพริบตาเดียว

"อ๊าก!"

แม้คู่ต่อสู้ที่ซุ่มโจมตีจะมีระดับตบะด้อยกว่าเขามาก แต่ในเมื่อมันทะลวงการป้องกันได้ ประกอบกับพลังชีวิตของเขาที่ร่อยหรออยู่แล้ว

ภาพที่ปรากฏต่อสายตาเหล่าผู้เล่นรอบข้าง คือเสี่ยวหมี่ทงสิงที่ยังพูดไม่ทันจบคำ ก็ถูกแสงกระบี่ลอบกัดจนกลายเป็นแสงสีขาวหายวับไปเกิดใหม่ทันที

"ไม่ใช่ผู้เล่น!"

"มันคือบอส!"

เมื่อปรากฏตัวออกมา อี้หมิงก็ถูกพวกผู้เล่นตรวจสอบข้อมูลได้ทันที

"เลเวลแค่จอมดาบห้าเองเหรอ?"

"เกิดอะไรขึ้นวะ บอสเลเวลจอมดาบห้ามาโผล่ในโซนเซียนพเนจรได้ไง?"

"หรือจะเป็นบอสพิเศษ พวกอีสเตอร์เอ้ก หรือบอสที่เติบโตได้เอง?"

เมื่อข้อสันนิษฐานนี้หลุดออกมา แววตาของผู้เล่นทุกคนก็ลุกวาวทันที

ในเกมใครๆ ก็รู้ บอสประเภทอีสเตอร์เอ้ก บอสลับ หรือบอสเติบโตได้ มักจะดรอปของโหดมาก บ่อยครั้งที่มันดรอปวิชาระดับสูงหรือสมบัติวิเศษที่เลเวลเกินตัว

ตอนนี้สายตาของอี้หมิงที่มองผู้เล่นเหล่านั้นเป็นประกายสีเขียว (อยากฆ่า) ส่วนสายตาที่ผู้เล่นมองมาที่อี้หมิงก็เป็นประกายสีเขียว (อยากได้ของ) เช่นกัน

กลุ่มผู้เล่น : "ฆ่ามัน!"

อี้หมิง : "หนีสิโว้ย!"

ล้อเล่นน่า ข้าเพิ่งเลเวลจอมดาบห้า ถ้าไม่ใช่เพราะเห็นว่าเจ้าเสี่ยวหมี่ทงสิงนั่นอาจจะดรอปวิชาระดับสูง และเลือดมันเกือบหมด ข้าไม่มีทางโผล่มาให้โดนรุมหรอก

ต้องรู้ไว้นะว่าพวกผู้เล่นที่ยืนล้อมอยู่นั่น อย่างอ่อนที่สุดก็จอมดาบเจ็ดเข้าไปแล้ว

สุดท้ายอี้หมิงก็หนีไม่พ้นการไล่ล่า แม้ 《ท่าร่างทะลุเมฆา》 ขั้นสมบูรณ์จะเร็วกว่าทุกคนอยู่ก้าวหนึ่ง แต่ไม่นานนักเจ้าเสี่ยวหมี่ทงสิงที่ถูกเขาส่งกลับไปเกิดใหม่ก็กลับมา และมัน 'ขี่กระบี่บิน' กลับมาเสียด้วย

มันลอยเด่นอยู่กลางอากาศ ชี้มือลงมาที่เขาเพียงครั้งเดียว พลังชีวิตของอี้หมิงก็วูบไปเกินครึ่ง ชี้อีกครั้ง พลังชีวิตก็หมดเกลี้ยงทันที

ภาพตรงหน้ามืดสนิท อี้หมิงถูกส่งออกจากโลกเกมในที่สุด

จบบทที่ บทที่ 14 บอสสายลอบกัด

คัดลอกลิงก์แล้ว