- หน้าแรก
- ระบบบอสข้ามโลก จากคนคุ้มภัยต้อยต่ำสู่มหาเทพไร้พ่าย!
- บทที่ 14 บอสสายลอบกัด
บทที่ 14 บอสสายลอบกัด
บทที่ 14 บอสสายลอบกัด
บทที่ 14 บอสสายลอบกัด
อี้หมิงลอบเคลื่อนที่ผ่านผืนป่าอย่างเงียบเชียบ นี่คือชัยภูมิที่เขาโปรดปรานที่สุด เพราะมันช่วยให้เขาเข้าใกล้พวกผู้เล่นได้โดยไม่ถูกสังเกตเห็น
ทุกครั้งที่เขาสามารถอยู่รอดจนหมดเวลาข้ามมิติได้ ล้วนเกิดขึ้นในพื้นที่ป่าทั้งสิ้น
โชคดีที่ป่าลึกคือฉากที่มีมากที่สุดในโลกเกมแห่งนี้ ก็ชื่อว่า "โลกเซียนอมตะ" นี่นา ถ้าไม่มีป่าไม่มีเขา แล้วจะมีเซียนได้ยังไง?
นับตั้งแต่เขาออกจากริมน้ำและแฝงตัวเข้าป่ามาได้สิบกว่าชั่วโมง อี้หมิงใช้ดาบเดียวจัดการพวกผู้เล่นที่ฉายเดี่ยวไปหลายคน ส่งพวกที่กำลังเก็บเลเวลอย่างสบายใจกลับไปจุดเกิดนับไม่ถ้วน
"จิ๊ๆ ข้ารู้สึกว่าทักษะการลอบเร้นของข้ามันพัฒนาขึ้นเรื่อยๆ เลยแฮะ..."
เขาหารู้ไม่ว่า ในบอร์ดฟอรั่มของผู้เล่น เขาเริ่มมีชื่อเสียงในมุมเล็กๆ แล้ว บรรดาผู้เล่นที่ถูกเขาลอบสังหารในดาบเดียวต่างพากันไปบ่นเรื่องการเซ็ตค่าพลังของบอสตัวนี้
กับผู้เล่นมือใหม่อย่างพวกเขายังโหดขนาดนี้ AI สมองกลคิดอะไรอยู่กันแน่? คนออกแบบจงใจแกล้งกันใช่ไหม?
"ข้าน่ะเป็นซูเปอร์บอสผู้ไร้ความรู้สึกนะ พวกเจ้าเองก็อยู่ในเขตนอกเมืองแท้ๆ เก็บเลเวลแต่ไม่สนใจดูรอบข้างเลยว่ามียอดฝีมือผ่านมาบ้างหรือเปล่า ช่างสะเพร่าจริงๆ โชคดีนะที่เป็นในเกม ถ้าเป็นโลกจริงพวกเจ้าคงตายห่ากันหมดแล้ว"
"ข้านี่แหละที่กำลังช่วยพวกเจ้านะ ถึงแม้การตายครั้งนึงจะทำให้ค่าประสบการณ์ลดลง แต่มันก็ทำให้พวกเจ้าได้รับบทเรียนไม่ใช่เหรอ?"
"แบบนี้ในโลกจริงพวกเจ้าจะได้ติดนิสัยระแวดระวังรอบทิศทาง จะได้เลี่ยงอันตรายไปได้เยอะๆ ไง"
อี้หมิงผู้นิยามตนเองว่าเป็น 'เครื่องจักรสังหารไร้ความรู้สึก' คิดในใจอย่างจริงจัง "พวกเจ้าควรจะขอบคุณข้านะ ไม่ใช่มาทำปากเสียเรียกข้าว่า 'เช็ดเข้' 'เฮ้ย' หรือ 'ตัวอะไรวะ' ทุกครั้งที่โดนข้าส่งกลับไป พวกเจ้าควรจะพูดว่า 'ขอบพระคุณ' 'ลำบากท่านแล้ว' หรือ 'ซาบซึ้งใจยิ่งนัก' ถึงจะดูเป็นคนมีมารยาท"
แต่ในโลกเกมอี้หมิงส่งเสียงไม่ได้ คำพูดพวกนี้จึงได้แต่คิดอยู่ในใจ ดังนั้นผู้เล่นที่ถูกเขาส่งกลับไปจึงยังคงฝากคำว่า "เช็ดเข้" และ "ตัวอะไรวะ" ไว้ให้เขาเสมอ
ก็ใครมันจะไปเจออันตรายในโลกจริงได้ทุกวันกันเล่าโว้ย!
"หืม?"
อี้หมิงชะงักฝีเท้า เขาได้ยินเสียงร้องยาวกึกก้อง แม้จะฟังไม่ออกว่าเป็นสัตว์ประหลาดชนิดไหน แต่การที่เสียงมันดังมาได้ไกลขนาดนี้ แสดงว่าตัวมันและคู่ต่อสู้ที่มันเจอต้องไม่ธรรมดาแน่นอน
"งานใหญ่มาแล้ว ไปดูหน่อยซิว่าจะแอบตกปลาในน้ำคลำได้ไหม!"
วินาทีถัดมา อี้หมิงโคจร 《ท่าร่างทะลุเมฆา》 เต็มกำลัง ร่างกายพุ่งวาบหายเข้าไปในป่าลึกทันที
...
"พยายามเข้า!"
"เสี่ยวหมี่ทงสิง เข้าเกมมาพร้อมพวกเราแท้ๆ ตอนนี้อยู่ระดับเซียนพเนจรหนึ่งแล้ว ไม่รู้ว่ามันฝึกยังไงกันแน่"
"ได้ยินว่ามันทำเควสต์ลับสำเร็จน่ะ เลยได้รับการชี้แนะส่วนตัวจากผู้อาวุโสในสำนัก ทำให้เลเวลพุ่งกระฉูด"
"มีเรื่องดีๆ แบบนี้ด้วยเหรอ?"
"ก็นั่นแหละที่เขาเรียกว่าคนดวงดี ได้ยินว่าแค่บททดสอบจาก NPC นั่นทำเอาเขาวุ่นอยู่ตั้งเจ็ดแปดวันแน่"
"ก็สมควรแล้วที่เขาจะได้รางวัลเควสต์ลับนั่น"
กลุ่มผู้เล่นเลเวลต่ำกลุ่มหนึ่งยืนคุมเชิงดูอยู่ห่างๆ ใจกลางที่ราบเล็กๆ ในป่า ผู้เล่นในชุดคลุมยาวสีม่วงคนหนึ่งกำลังเปิดฉากโจมตีแรดขาวตัวมหึมายาวเจ็ดแปดเมตร
ปราณกระบี่ที่แหลมคมฟันลงบนตัวแรดจนมันร้องโวยวาย ส่วนแรดเองก็โจมตีกลับ ทั้งพุ่งชนทั้งกระทืบพื้น จนผู้เล่นคนนั้นต้องคอยกระดกยาเพิ่มพลังชีวิตอยู่บ่อยครั้ง
"โธ่เอ๊ย ประมาทไปหน่อย เพิ่งเลื่อนขั้นเป็นเซียนพเนจร ไม่ควรมาแหย่แรดขาวนี่เลย"
เสี่ยวหมี่ทงสิงรู้สึกนึกเสียใจพลางกระดกยาเพิ่มเลือดราคาแพงหูฉี่ลงไป ตอนนี้ถ้าเขาหนี เพื่อนๆ ที่ตามมาด้วยต้องถูกแรดตัวนี้ส่งกลับจุดเกิดหมดแน่
"มอ!"
เสี่ยวหมี่ทงสิงเผลอวอกแวกไปชั่วครู่ ก็ถูกแรดขาวขวิดจนกระเด็น พลังชีวิตฮวบลงไปเกินครึ่ง ทำเอาเขาตกใจรีบกระดกยาเพิ่มเลือดทันที
"เสี่ยวหมี่ระวัง!"
เสี่ยวหมี่ทงสิงตั้งหลักได้ก็พุ่งกลับเข้าไปอีกครั้ง กระบี่บินกลายเป็นแสงสว่างนับร้อยสายรุมสับลงบนตัวแรดอย่างรวดเร็ว
"ต้องยื้อกับมันต่อไป โชคดีที่ข้าพกยามาเยอะ แต่รอบนี้ก็ขาดทุนย่อยยับเลยแฮะ"
ผ่านไปอีกไม่กี่นาที
"แรดหิมะใกล้จะตายแล้ว ระวังมันปล่อยท่าไม้ตายนะ!"
เสี่ยวหมี่ทงสิงแววตาเป็นประกาย เขาพุ่งตัวเป็นเงาสีดำไปยืนอยู่บนยอดไม้ที่อยู่ไม่ไกล
เขาขยิบตาให้สาวสวยในกลุ่มผู้เล่น พลางจัดแจงโพสท่าเอามือไพล่หลังสุดเท่
"เจ้ามีท่าไม้ตายเหรอ? เสียใจด้วย ข้าก็มีเหมือนกัน และมันมีไว้เพื่อปลิดชีพเจ้าโดยเฉพาะ!"
เสี่ยวหมี่ทงสิงหัวเราะ เหี้ยม มือขวาถือกระบี่กลับด้าน มือซ้ายชี้ไปยังแรดหิมะจากระยะไกล ทุกคนมองตามไปก็เห็นแรดหิมะที่ดวงตาแดงก่ำกำลังจะปล่อยท่าไม้ตายแผดร้องอย่างเจ็บปวดก่อนจะล้มตึงลงเสียงดังสนั่น
"เช็ดเข้!"
"สุดยอด!"
"เกิดอะไรขึ้นวะ?"
"เสี่ยวหมี่เทพขิงๆ!"
"เสี่ยวหมี่เท่ที่สุดเลย!" สาวน้อยที่ถูกเสี่ยวหมี่ทงสิงเต๊าะเมื่อกี้ตบมือเชียร์
"แหะๆ เก่งใช่ไหมล่ะ นี่คือท่าไม้ตายใหม่ที่ข้าเพิ่งฝึกมา ไร้รูปไร้รอย ไร้ร่องรอยให้ตาม ชื่อของท่านี้ก็คือ 'ไร้ลักษณ์'..."
"ฟึ่บ!"
"เช็ดเข้!"
แสงกระบี่สายหนึ่งพลันสว่างวาบขึ้นมาจากใต้ต้นไม้ที่เสี่ยวหมี่ทงสิงยืนอยู่ เพียงพริบตาก็พุ่งเข้าหาจุดยุทธศาสตร์ที่หว่างขาของเขาพอดี
เสี่ยวหมี่ทงสิงร้องลั่น พยายามจะเหินฟ้าหนีแต่ก็ไม่ทันเสียแล้ว แสงกระบี่พุ่งทะลุร่างเขาไปในพริบตาเดียว
"อ๊าก!"
แม้คู่ต่อสู้ที่ซุ่มโจมตีจะมีระดับตบะด้อยกว่าเขามาก แต่ในเมื่อมันทะลวงการป้องกันได้ ประกอบกับพลังชีวิตของเขาที่ร่อยหรออยู่แล้ว
ภาพที่ปรากฏต่อสายตาเหล่าผู้เล่นรอบข้าง คือเสี่ยวหมี่ทงสิงที่ยังพูดไม่ทันจบคำ ก็ถูกแสงกระบี่ลอบกัดจนกลายเป็นแสงสีขาวหายวับไปเกิดใหม่ทันที
"ไม่ใช่ผู้เล่น!"
"มันคือบอส!"
เมื่อปรากฏตัวออกมา อี้หมิงก็ถูกพวกผู้เล่นตรวจสอบข้อมูลได้ทันที
"เลเวลแค่จอมดาบห้าเองเหรอ?"
"เกิดอะไรขึ้นวะ บอสเลเวลจอมดาบห้ามาโผล่ในโซนเซียนพเนจรได้ไง?"
"หรือจะเป็นบอสพิเศษ พวกอีสเตอร์เอ้ก หรือบอสที่เติบโตได้เอง?"
เมื่อข้อสันนิษฐานนี้หลุดออกมา แววตาของผู้เล่นทุกคนก็ลุกวาวทันที
ในเกมใครๆ ก็รู้ บอสประเภทอีสเตอร์เอ้ก บอสลับ หรือบอสเติบโตได้ มักจะดรอปของโหดมาก บ่อยครั้งที่มันดรอปวิชาระดับสูงหรือสมบัติวิเศษที่เลเวลเกินตัว
ตอนนี้สายตาของอี้หมิงที่มองผู้เล่นเหล่านั้นเป็นประกายสีเขียว (อยากฆ่า) ส่วนสายตาที่ผู้เล่นมองมาที่อี้หมิงก็เป็นประกายสีเขียว (อยากได้ของ) เช่นกัน
กลุ่มผู้เล่น : "ฆ่ามัน!"
อี้หมิง : "หนีสิโว้ย!"
ล้อเล่นน่า ข้าเพิ่งเลเวลจอมดาบห้า ถ้าไม่ใช่เพราะเห็นว่าเจ้าเสี่ยวหมี่ทงสิงนั่นอาจจะดรอปวิชาระดับสูง และเลือดมันเกือบหมด ข้าไม่มีทางโผล่มาให้โดนรุมหรอก
ต้องรู้ไว้นะว่าพวกผู้เล่นที่ยืนล้อมอยู่นั่น อย่างอ่อนที่สุดก็จอมดาบเจ็ดเข้าไปแล้ว
สุดท้ายอี้หมิงก็หนีไม่พ้นการไล่ล่า แม้ 《ท่าร่างทะลุเมฆา》 ขั้นสมบูรณ์จะเร็วกว่าทุกคนอยู่ก้าวหนึ่ง แต่ไม่นานนักเจ้าเสี่ยวหมี่ทงสิงที่ถูกเขาส่งกลับไปเกิดใหม่ก็กลับมา และมัน 'ขี่กระบี่บิน' กลับมาเสียด้วย
มันลอยเด่นอยู่กลางอากาศ ชี้มือลงมาที่เขาเพียงครั้งเดียว พลังชีวิตของอี้หมิงก็วูบไปเกินครึ่ง ชี้อีกครั้ง พลังชีวิตก็หมดเกลี้ยงทันที
ภาพตรงหน้ามืดสนิท อี้หมิงถูกส่งออกจากโลกเกมในที่สุด