- หน้าแรก
- ระบบบอสข้ามโลก จากคนคุ้มภัยต้อยต่ำสู่มหาเทพไร้พ่าย!
- บทที่ 12 ไล่ล่าสัตว์อสูร
บทที่ 12 ไล่ล่าสัตว์อสูร
บทที่ 12 ไล่ล่าสัตว์อสูร
บทที่ 12 ไล่ล่าสัตว์อสูร
ตลอดสามวันมานี้ ทุกอย่างราบรื่นดี บนรถม้ามีหนังลอกใหม่เพิ่มมาสองผืน คาดว่าน่าจะมีราคาหลายสิบตำลึงเงิน
ช่วงบ่ายวันนี้ เมื่อคำนวณจากระยะทาง ขบวนเดินทางมาได้ร้อยกว่าหลี่แล้ว ถือว่าผ่านพ้นไปเกินครึ่งทาง
"ผู้คุ้มภัยอี้ ข้าจำได้ว่าถ้าเดินต่อไปอีกกว่าจะเจอแหล่งน้ำต้องเดินทางบนเขาอีกตั้งยี่สิบกว่าหลี่ สู้พวกเราพักแรมที่นี่กันก่อนดีไหมครับ?" หลงจู๊หานเอ่ยกับอี้หมิง
อี้หมิงเงยหน้ามองท้องฟ้า เห็นดวงอาทิตย์เริ่มจะมืดลงจึงพยักหน้าและหันไปบอกทุกคนว่า "ตกลง คืนนี้พักกันที่นี่แหละ"
ทุกคนต่างลอบถอนหายใจด้วยความโล่งอก รีบหยุดพักและจอดรถม้า
คนคุมรถม้าแก้เชือกม้า เจ้าหนูสือไปเก็บฟืน เจ้าจิ่วดึงกระโจมออกมา ส่วนเด็กรับใช้ร้านยาอีกสองคนถือถุงน้ำที่ว่างเปล่ามุ่งหน้าไปยังลำธารใกล้ๆ เพื่อตักน้ำ
"ผู้คุ้มภัยอี้วรยุทธสูงส่งนัก ตอนที่ข้าเคยเดินทางเส้นนี้ ผู้คุ้มภัยบางคนมักจะมือไม้ปั่นป่วนเวลาถูกสัตว์ป่าลอบโจมตี แต่ผู้คุ้มภัยอี้กลับจัดการได้ง่ายดายราวกับพลิกฝ่ามือ" หลงจู๊หานเดินมาข้างอี้หมิงพลางเอ่ยชม
เขาพูดความจริง ร้านยาเหอเต๋อเป็นเพียงร้านยาปุถุชน แม้กำไรจะดีแต่ก็ไม่มีปัญญาเลี้ยงยอดฝีมือวรยุทธไว้เอง เมื่อต้องคุ้มกันสินค้าจึงต้องจ้างสำนักคุ้มภัย
เดิมทีพวกเขามีสำนักคุ้มภัยที่ร่วมงานกันประจำอยู่แล้ว แต่ครั้งนี้เป็นเพราะสมุนไพรสองชนิดยังไม่โตเต็มที่ ในขณะที่สมุนไพรชนิดอื่นถูกต้องการตัวด่วน ขบวนนี้จึงล่าช้าและต้องหันมาจ้างสำนักคุ้มภัยต้าหลินแทน
และครั้งนี้ กลับเป็นการเดินทางที่หลงจู๊หานรู้สึกผ่อนคลายที่สุด
ผู้คุ้มภัยคนก่อนๆ มักตรวจไม่พบการลอบโจมตีของสัตว์ป่า แม้จะโต้ตอบได้ทันท่วงที แต่ปุถุชนอย่างพวกเขาก็หนีไม่พ้นที่จะต้องตกใจหรือแม้แต่ได้รับบาดเจ็บ หากดวงซวยหน่อยก็เคยมีคนตายมาแล้ว
ทว่าครั้งนี้ เดินทางมาสามวัน ถูกโจมตีสามครั้ง นอกจากครั้งแรกที่แมวป่าตัวนั้นพุ่งเข้าหาอี้หมิงจนถูกเขาสังหาร อีกสองครั้งที่เหลือล้วนแต่อี้หมิงเป็นคนพบก่อนและลงมือก่อน ทำให้พวกเขาทุกคนไม่ได้รับความตระหนกเลยแม้แต่นิดเดียว
"หลงจู๊หานชมเกินไปแล้วครับ เพียงแต่สายตาของข้าจะไวต่อแววตาของสัตว์ป่ามากกว่าปกตินิดหน่อยเท่านั้นเอง"
"นั่นก็นับว่าเป็นความสามารถแล้วล่ะครับ แบบนี้ผู้คุ้มภัยอี้ก็เหมือนปลาได้น้ำเวลาอยู่ในป่าเขาสิครับ"
หลังจากผลัดกันเยินยอจบ ค่ำคืนก็มาเยือน ดวงดาวพราวระยับเต็มฟ้า
หลังจากกินเสบียงแห้งเสร็จ ทุกคนต่างก็เข้านอน อี้หมิงใช้กิ่งไม้แห้งเขี่ยกองไฟและเติมฟืนเพิ่มอีกสองสามกิ่งเพื่อให้ไฟลุกโชนขึ้น
เมื่อเห็นเจ้าหนูสือและเจ้าจิ่วนอนหลับไปทั้งชุดแล้ว เขาจึงนั่งขัดสมาธิลง เตรียมตัวฝึกฝน
ตอนนี้เขามีตบะขั้นกลั่นลมปราณระดับห้า การไม่นอนเลยย่อมเป็นไปไม่ได้ แต่การนอนเพียงหนึ่งถึงสองชั่วยามต่อวันก็เพียงพอแล้ว
ดังนั้นในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา เขาจึงมักจะนั่งสมาธิฝึกฝนในช่วงหัวค่ำ และแอบงีบหลับในช่วงเช้ามืดก่อนฟ้าสาง ซึ่งเพียงพอที่จะทำให้เขากระปรี้กระเปร่าไปได้ทั้งวัน
ครึ่งชั่วยามผ่านไป ราตรีเริ่มลึกซึ้ง
จู่ๆ จุดแสงระยิบระยับคู่หนึ่งก็ปรากฏขึ้นที่ชายป่า มันกะพริบไปมาพลางจ้องมองกลุ่มคนที่กำลังหลับใหล
"หืม?" อี้หมิงลืมตาโพลนขึ้นมาทันที และสบสายตากับอีกฝ่ายเข้าพอดี
กลิ่นอายดุร้ายแผ่ซ่านออกมา อี้หมิงมองเห็นเจตนาฆ่าที่ชัดเจนในดวงตาคู่นั้น
"สัตว์อสูร!"
"จิ๊!"
"เคร้ง!"
ดาบยาวออกจากฝัก อี้หมิงพุ่งตัวออกไปพร้อมกับดาบ แสงดาบวาบผ่านระยะทางหลายวาในชั่วพริบตา เข้าปะทะกับจะงอยปากที่แหลมคมของอสูรตัวนั้น
"ตึง!"
มือของอี้หมิงสั่นสะเทือนเล็กน้อย เขาสลัดแรงปะทะทิ้ง ดาบยาวขวางอยู่หน้าอก พลางจ้องมองสัตว์อสูรตนนั้น ภายใต้แสงจันทร์และแสงดาว เขาจึงมองเห็นรูปร่างของมันชัดเจน
อสูรตนนี้มีรูปร่างคล้ายไก่ฟ้า แต่ทว่าขนาดตัวใหญ่กว่าอย่างเห็นได้ชัด ปีกที่สยายออกกว้างถึงเจ็ดศอก ปีกทั้งสองข้างมีสีสันห้าสีสวยงาม ขนหางงอนยาวขึ้น ดวงตาทั้งสองข้างมีสีดำแกมแดง จ้องเขม็งมาที่อี้หมิง
"เสียงอะไรน่ะ?"
"ผู้คุ้มภัยอี้!"
"มีสัตว์ป่าเหรอ?"
อี้หมิงหรี่ตาลง พลางใช้ความคิดอย่างรวดเร็ว วินาทีถัดมา ลมปราณในร่างก็พลุ่งพล่าน แสงสีเขียวจางๆ เคลือบตัวดาบยาวไว้ ปราณดาบที่แหลมคมสั่นไหววูบวาบ กระตุ้นให้ขนของไก่ฟ้าตัวนั้นลุกชันขึ้นทันที
"จิ๊!"
ดูเหมือนมันจะมองออกว่าอี้หมิงเก่งกาจกว่าตนเองมาก ไก่ฟ้าจึงแผดเสียงร้องยาวทีหนึ่งแล้วกลับตัวหนีไปทันที
"รอให้เจ้าหนีอยู่พอดี" อี้หมิงหัวเราะในใจ พลางก้าวเท้าตามไป ดาบยาวชี้ตรงไปยังไก่ฟ้า พร้อมกับไม่ลืมตะโกนบอกคนที่อยู่ข้างหลังว่า "เป็นสัตว์ป่าที่ตาถั่วตัวหนึ่ง มันหนีไปแล้ว เดี๋ยวข้าจะไปดูว่าตามทันไหม พวกเจ้าดูแลตัวเองด้วย!"
ไก่ฟ้าตัวนี้เป็นสัตว์อสูรระดับหวางระยะแรก หากอี้หมิงทุ่มสุดตัวย่อมสังหารมันได้ในทันที แต่ทว่าที่นี่อยู่ใกล้จุดพักแรมเกินไป หลงจู๊หานและคนอื่นๆ อาจจะสังเกตเห็นสิ่งผิดปกติได้
อี้หมิงจึงตัดสินใจอย่างรวดเร็ว ใช้ปราณดาบจาก 《เพลงดาบวายุวิญญาณ》 ขู่ให้มันขวัญกระเจิงจนต้องหนีไปก่อน แล้วค่อยตามไปสังหารในจุดที่ลับตาเพื่อเอา 'แก่นอสูร' มาครอง ไม่ใช่เรื่องที่วิเศษกว่าหรอกหรือ?
ส่วนเรื่องจะตามทันไหม? เหอะๆ 《ท่าร่างทะลุเมฆา》 ขั้นสมบูรณ์ไม่ได้มีไว้ใส่เท่เฉยๆ นะครับ
"ผู้คุ้มภัยอี้!"
"ในป่ายามค่ำคืนมันอันตรายนะ ระวังตัวด้วย!"
"สัตว์ป่าหนีไปก็ปล่อยมันไปเถอะ ไม่จำเป็นต้องตามไปหรอกครับ!"
อี้หมิงไม่ได้สนใจเสียงเรียกของเพื่อนร่วมงาน นานๆ ทีจะเจอสัตว์อสูรศักดิ์สิทธิ์ เอ๊ย สัตว์อสูรแบบนี้สักตัว จะปล่อยให้หนีไปได้ยังไง?
เขาจำราคาชิ้นส่วนสัตว์อสูรในร้านค้าที่เมืองหัวหลินได้แม่นยำยิ่งนัก
กรงเล็บพยัคฆ์ทมิฬ ระดับหวางขั้นต่ำ ราคา 25 หินปราณ
ขนเหยี่ยวเพลิงบิน ระดับหวางขั้นต่ำ ราคา 30 หินปราณ
ลองคำนวณดู หินปราณ 1 ก้อนเท่ากับทองคำ 1,000 ตำลึง 30 หินปราณก็คือทองคำ 30,000 ตำลึง!
มูลค่าระหว่างสัตว์อสูรกับสัตว์ป่า มันช่างแตกต่างกันราวฟ้ากับดินจริงๆ!
เหมือนกับปุถุชนและผู้ฝึกตน ที่อยู่กันคนละโลกนั่นเอง
"ฟุ่บ ฟุ่บ ฟุ่บ" ไก่ฟ้าสยายปีกพุ่งทะยานไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว
"ฟึ่บ ฟึ่บ ฟึ่บ" อี้หมิงใช้วิชาตัวเบาพุ่งตามไปติดๆ เท้าแทบไม่แตะพื้น
โชคดีที่ไก่ฟ้าตัวนี้บินไม่สูงนัก จึงไม่อาจหลุดจากระยะการโจมตีของอี้หมิงไปได้
เขาวิ่งไล่ตามมาถึงห้าหลี่ อี้หมิงมั่นใจว่าคนจากค่ายพักแรมไม่มีทางตามมาถึงแน่นอน เขาจึงเร่งความเร็วขึ้นกะทันหัน เพียงไม่กี่ก้าวก็มาถึงด้านหลังของไก่ฟ้า นิ้วมือที่กุมดาบเกร็งแน่น แสงสีเขียวบนดาบพลุ่งพล่าน ฟันฉับลงที่ปีกของไก่ฟ้าทันที
"จิ๊!"
ไก่ฟ้าสยายปีกหันกลับมา ใช้จะงอยปากที่แหลมคมเข้ารับดาบของอี้หมิงอย่างแม่นยำ
"ตึง!"
"จิ้ว!"
ไก่ฟ้าส่งเสียงร้องอย่างเจ็บปวด ร่างร่วงลงกระแทกพื้น กลิ้งขลุกๆ ไปรอบหนึ่งก่อนจะพยายามตะเกียกตะกายหนีต่อ
มันเองก็น่าสงสาร ในฐานะสัตว์อสูรระดับหวางระยะแรกที่อยู่จุดต่ำสุดของห่วงโซ่อาหาร ในป่าลึกมันมักจะตกเป็นอาหารของสัตว์อสูรตัวอื่น หากอยู่ใกล้ภูเขาใหญ่ที่มีไอพลังหนาแน่น ก็มักจะถูกผู้ฝึกตนสังหารเพื่อถลกขนกินเนื้อ
มันจึงต้องพยายามอย่างหนักจนดั้นด้นมาถึงชายขอบเทือกเขาชิงหลินที่ไอพลังเบาบางแห่งนี้ นึกไม่ถึงว่าความสงบสุขจะอยู่ได้ไม่นาน ก็ต้องมาเจอผู้ฝึกตนขั้นกลั่นลมปราณระยะกลางไล่ล่าเอาเป็นเอาตายแบบนี้
"จิ้ว!" ไก่ฟ้าแผดร้อง สยายปีกเตรียมจะพุ่งขึ้นสู่เวหาอีกครั้ง
ทว่ายังไม่ทันที่มันจะทะยานขึ้นได้ถึงสามศอก ดาบยาวเล่มหนึ่งก็พุ่งเข้าใส่ แสงสีเขียวจางๆ นั้นแหลมคมไร้คู่เปรียบ แทงทะลุปีกข้างหนึ่งของมันจนเป็นรูโหว่
ไก่ฟ้าร่วงลงพื้น อี้หมิงสะบัดมือควบคุมดาบ เห็นดาบยาวม้วนตัวกลางอากาศอย่างทุลักทุเลรอบหนึ่งก่อนจะกลับเข้าสู่มือของเขา
"อย่างไรเสียมันก็เป็นแค่อาวุธระดับปุถุชน ควบคุมยากชะมัด"
อี้หมิงหอบหายใจเล็กน้อย พลางวาดดาบแทงออกไปเป็นประกายดาบพร่างพรายราวกับดวงดาว พุ่งเข้าครอบคลุมร่างของไก่ฟ้าที่ร่วงอยู่บนพื้นดินนั้นไว้จนสิ้น