- หน้าแรก
- เส้นทางเศรษฐีสายคุณธรรม เมื่อระบบบังคับให้ผมเป็นมาเฟียใจบุญ!
- บทที่ 114 ออกศึกระดมพล
บทที่ 114 ออกศึกระดมพล
บทที่ 114 ออกศึกระดมพล
บทที่ 114 ออกศึกระดมพล
คอสเวย์เบย์ ถนนซิ่งฟา ตึกหรงฟา
เมื่อราตรีเยือน แสงนีออนเริ่มเจิดจ้า ถนนสายหลักใจกลางเมืองเต็มไปด้วยรถยนต์ที่วิ่งขวักไขว่ ผู้คนบนทางเท้าเดินเบียดเสียดกัน พ่อค้าแม่ค้าตามแผงลอยตะโกนขายของเสียงดังลั่น
ลูกน้องร้านของทอดส่ง 'เจียนเนี่ยงซันเป่า' (ของทอดสามกษัตริย์) ให้ลูกค้า เถ้าแก่ร้านน้ำชาลงมือเอง ช่วยคนงานยกลังอาหารทะเลเข้าไปในครัว พนักงานร้านเสื้อผ้าแขวนป้ายลดราคาที่เพิ่งเขียนเสร็จไว้ที่คอหุ่นพลาสติก
ที่ทางม้าลายตรงสัญญาณไฟจราจร ฝูงชนหลั่งไหลราวกับทะเลกระแสคน ใบหน้าพร่าเลือนนับไม่ถ้วนสลับเปลี่ยนไปมาอย่างรวดเร็ว ที่เส้นหยุดรถ พนักงานออฟฟิศลดกระจกรถลงตะโกนด่าทอคนขับแท็กซี่ข้างหน้าอย่างรุนแรง
นาทีที่แล้ว ทั้งคู่ยังด่ากันจนหน้าดำครัดเครียดกะจะลงมาฟัดกันให้รู้เรื่อง แต่นาทีต่อมา เมื่อไฟเขียวสว่างขึ้น เสียงแตรรถที่กดไล่หลังดังระงม
คนขับทั้งสองก็สงบศึกทันที รีบมุดกลับเข้ารถแล้วขับออกไปอย่างรวดเร็วก่อนที่ตำรวจจราจรจะมาถึง
เมื่อรถคันหน้าเคลื่อนตัว กระแสรถก็หลั่งไหลไปตามทางเหมือนน้ำป่าที่ไหลไปตามท่อ ระเบิดพลังออกมาไม่หยุดยั้ง ราวกับเป็นชีพจรที่เต้นตุบๆ ของเมือง
ท่ามกลางย่านการค้า เสียงทุกอย่างปะทะเข้าหากัน เกิดการสั่นสะเทือนและสะท้อนก้องไปทั่ว ย่านที่พลุกพล่านคือตัวแทนของความมั่งคั่ง ที่ไหนมีแสงนีออน ที่นั่นย่อมมีเงา ที่ไหนมีเงินทอง ที่นั่นย่อมเกิดความรุนแรง!
ประตูห้องหนึ่งที่มีไฟเส้นสีชมพูถูกผลักเปิดออก "เตาไจ๋หมิง" หัวหน้าเขตคอสเวย์เบย์พรรคตานเอ๋อร์ สวมสร้อยคอทองคำเส้นเขื่อง ในมือขวาถือมีดเดินป่าด้ามไม้ยาว 18 นิ้ว สันมีดตรง คมด้านเดียว ปลายมีดกว้างดูหนาและทรงพลัง
ดีไซน์เรียบง่ายและใช้งานได้จริง มันคือมีดเดินป่ารุ่น 18 ที่โด่งดังของกองทัพสหรัฐฯ ในยุคสงครามเวียดนาม
เขาหยิบสร้อยทองที่คอขึ้นมา จูบที่จี้พระทองคำแท้หนึ่งครั้งแล้วยัดกลับเข้าไปในเสื้อ เขาซ่อนจี้พระไว้ ใบหน้าเริ่มฉายแววอำมหิตและดุดัน
ตลอดแนวระเบียงชั้นเดียวกัน ประตูเหล็กของแต่ละห้องถูกเปิดออก มีลูกน้องสวมเสื้อยืดสองสามคนถืออาวุธครบมือ เดินออกมาจากแต่ละห้องด้วยสีหน้าเหี้ยมเกรียม
ภายในห้อง เหล่าสาวบริการต่างสีผมและหลากไซส์ ต่างพากันลุกขึ้นจัดระเบียบห้องหับของตน
เตาไจ๋หมิงเดินนำออกจากตึกโดยไม่พูดจา เบื้องหลังเขามีพวกลูกน้องกู๋หวั่นไจ๋นับสิบคนมารวมตัวกัน
เหล่านักเลงร่างกายกำยำสูงใหญ่เดินตามหลังลูกพี่ออกมาจากตึก ที่ประตูทางออกทั้งสามทางของตึกหรงฟา มีกลุ่มนักเลงถืออาวุธพุ่งออกมาสามกลุ่มใหญ่
รอบตัวเตาไจ๋หมิงมีคนเพิ่มขึ้นเป็นนับร้อยในพริบตา พวกเขาแบ่งเป็นกลุ่มละสิบกว่าคน เดินมุ่งหน้าไปยังถนนชิงฟงอย่างกระฉับกระเฉง ผ่านตึกฝูหัว, ตึกจิ่งหยวน, ตึกจินฮั่น, ตึกฟาชาง...
จากอาคารหลายแห่งตามแนวถนนชิงฟง ย่านคอสเวย์เบย์ มีลูกน้องพรรคตานเอ๋อร์จำนวนมากพุ่งออกมา พวกมันมีเป้าหมายชัดเจนคือมุ่งหน้าไปยังภัตตาคารเฉาอี้
ท่ามกลางถนนที่ครึกครื้น จู่ๆ ก็มีคนนับพันหลั่งไหลเข้ามา นักเลงหลายคนเดินย้อนศรฝูงชน ทำให้ถนนที่แออัดอยู่แล้วเกิดการจราจรติดขัดทันที ชายหนุ่มคนหนึ่งที่เดินผ่านมาหลุดสบถด่าออกมาคำหนึ่ง ก็ถูกกระบองเหล็กฟาดเข้าที่หลังอย่างแรง
นักเลงคนหนึ่งใช้เท้าเหยียบหน้าเขาไว้ ในมือกุมกระบองวางท่าดุร้ายข่มขู่ "ระยำเอ๊ย ถ้าไม่ใช่เพราะข้ากำลังรีบไปเด็ดหัวเฟยเมานะ ข้าจะหักขาแกทิ้งซะเดี๋ยวนี้แหละ!"
"พรรคตานเอ๋อร์กำลังทำงาน ใครไม่พอใจก็หุบปากไปซะ!"
"ไปเถอะ มีอะไรต้องคุยกับไอ้แว่นนี่วะ" เพื่อนร่วมทีมอีกสองสามคนเดินมาเตะชายหนุ่มที่นอนอยู่บนพื้นคนละที แล้วรีบเดินตามกลุ่มสมาคมไป
เตาไจ๋หมิงยังเดินไปไม่ถึงถนนซิ่งฟา เขาก็ถูกฝูงชนอุดจนขยับไม่ได้ เขาจึงตัดสินใจเอามือค้ำราวรั้วริมถนน แล้วกระโดดข้ามรั้วอย่างคล่องแคล่วเดินกร่างอยู่บนถนนใหญ่
พวกลูกน้องเห็นดังนั้นก็ทำตามทันที พากันกระโดดข้ามรั้วเดินตามหลังลูกพี่ไป ถนนทางเดินเท้าที่แออัดยังไม่ทันจะเบาบางลง เลนรถวิ่งก็กลับยิ่งติดขัดหนักเข้าไปอีก
บรรดาเจ้าของรถเมื่อเห็นกลุ่มนักเลงนับพันที่ท่าทางยะโสโอหังและบารมีน่าเกรงขามขนาดนี้ ต่างก็ไม่กล้ากดแตรส่งเสียงแม้แต่ครั้งเดียว
เหล่านักเลงเดินกันได้เร็วขึ้น แต่พวกคนเดินถนน รถยนต์ และร้านรวงต่างๆ กลับต้องมารับเคราะห์กรรมแทน
ย่านคอสเวย์เบย์น่ะมันเล็ก เล็กขนาดที่คนสิบกว่าคนก็ป่วนได้ทั้งถนน และคนไม่กี่ร้อยคนก็ทำให้ทั้งย่านเป็นอัมพาตได้ แต่คอสเวย์เบย์ก็นับว่าใหญ่ ใหญ่ขนาดที่มีตึกระฟ้าเรียงราย แสงนีออนเจิดจ้า รถหรูและแบรนด์เนมนับไม่ถ้วน ที่ดินทุกตารางนิ้วมีค่าดั่งทองคำ หาที่ไหนในโลกที่เจริญกว่านี้ได้ยาก
อาจจะเป็นเพราะคอสเวย์เบย์ใหญ่พอที่จะเลี้ยงดูเหล่านักเลงนับหมื่นคน และดึงดูดยอดฝีมือในยุทธจักรให้มาสู้รบแย่งชิงกัน
และอาจจะเป็นเพราะคอสเวย์เบย์เล็กพอที่จะถูกหนูในท่อระบายน้ำป่วนจนเละเทะ และทำให้พวกสถุลที่ไร้ค่าบางกลุ่ม อาศัยจำนวนคนมาต่อรองกับเหล่าลูกพี่ใหญ่ได้
เมื่อเตาไจ๋หมิงพาพวกลูกน้องมาถึงจุดตัดระหว่างถนนเตี้ยนชี่กับถนนชิงฟง ที่หัวมุมถนนอิงหวงกับถนนชิงฟง ก็มีกลุ่มนักเลงอีกชุดหนึ่งจำนวนหลายร้อยคนเดินออกมา
เจเย่หยง หัวหน้าเขตคอสเวย์เบย์พรรคเหล่าจง คาบบุหรี่ เปลือยอกโชว์รอยสัก ในมือถือแป๊บเหล็กยาวที่ส่วนปลายเป็นรอยตัดเฉียงแหลมคม เขานำพี่น้องกลุ่มหนึ่งเดินมาถึงหน้าภัตตาคารเฉาอี้ เขาโยนก้นบุหรี่ทิ้ง ตั้งหอกเหล็กยาวขึ้นแล้วสบถด่าลั่น "ระยำเอ๊ย นึกว่าคนพรรคเหล่าจงตายยกรังไปหมดแล้วหรือไงวะ?"
"ใครแน่จริงก็ก้าวเข้ามา เดี๋ยวปู่นี่จะแทงให้พรุนเลย!"
'เจียวอัน' นักเลงรุ่นใหม่ที่กำลังรุ่งแห่งคอสเวย์เบย์ สวมหมวกแก๊ป เกล้าผมมวย สวมชุดแขนสั้นสีดำ มือขวาไพล่หลังถือดาบเล่มโตที่ดูเรียบง่ายไว้ที่เอว
เตาไจ๋หมิงจ้องเขม็งไปที่เจเย่หยงที่อยู่ห่างออกไปไม่กี่สิบเมตร เขาวางท่าใหญ่โตยืนอยู่ที่หน้าเส้นกั้น แล้วตะโกนสั่ง "ส่งตัวคนมา!"
รถจู่โจมตำรวจสองคันจอดอยู่ที่ริมถนนชิงฟง ผู้บัญชาการหน่วย PTU ย่านเซ็นทรัลสวมชุดปฏิบัติการ ที่หน้าอกสะพายปืนกลเบา เขายืนอยู่ที่หน้าเส้นกั้นแล้วยกมือขึ้น ส่งสายตาเตือนเตาไจ๋หมิงพลางเอ่ย "กลับไปนอนซะอย่างว่าง่าย ถือว่าฉันไม่เคยเห็นแกที่นี่"
ในฮ่องกง การสลายการชุมนุมที่ผิดกฎหมายและการเดินขบวนที่ใช้ความรุนแรง ตำรวจสามารถจับกุมผู้ต้องสงสัยได้ทันทีเพียงแค่มีพยานผู้เห็นเหตุการณ์หลายคน ถึงแม้รัฐบาลฮ่องกงมักจะมืออ่อนในการจัดการกับการชุมนุมผิดกฎหมาย และบางครั้งยังแอบอนุญาตให้สมาคมใช้ความรุนแรงได้ผ่านกฎระเบียบที่จำกัดอำนาจเจ้าหน้าที่ ทำให้ตำรวจฮ่องกงตกเป็นฝ่ายเสียเปรียบในสถานการณ์เช่นนี้เสมอ
แต่สารวัตรอาวุโส 'เหอจ่านเผิง' แห่งหน่วย PTU ย่านเซ็นทรัล ชัดเจนว่ามีบารมีในสายตานักเลงพอตัว สีหน้าเคร่งเครียดของเขาบ่งบอกว่าคืนนี้เรื่องมันใหญ่แค่ไหน เตาไจ๋หมิงไม่มีทางฟังคำสั่งของเหอจ่านเผิงง่ายๆ แต่ภายในเส้นกั้นของตำรวจไม่ได้มีแค่หน่วย PTU เท่านั้น ยังมีตำรวจปราบจลาจลอีกหลายสิบคนถือโล่เตรียมพร้อมรับมืออยู่
กำลังตำรวจจากสถานีตำรวจย่านเซ็นทรัลกำลังหลั่งไหลมาที่ถนนชิงฟงไม่หยุดหย่อน ถ้าคืนนี้ป้ายชื่อพรรคเหล่าจงไม่ล้มครืนลงมา เรื่องนี้จะเป็นบทพิสูจน์ชั้นดีที่จะเปลี่ยนพรรคเหล่าจงให้กลายเป็นสมาคมระดับสอง เทียบเคียงได้กับพรรคมาเก๊าหรือพรรคเหล่าถงเลยทีเดียว!
เตาไจ๋หมิงปรายตามองไปที่หน่วยปราบจลาจล ในใจคำนวณกำลังรบของตำรวจ ทันใดนั้นเขาก็ยิ้มออกมา แล้วชูแขนตะโกนสั่งต่อ "ส่งตัวคนมา!"
"ส่งตัวคนมา!"
"ส่งตัวคนมา!!!"
ที่หัวถนน ลูกน้องพรรคตานเอ๋อร์นับพันคนต่างตะโกนลั่นพร้อมกัน เสียงตะโกนนั้นดังกึกก้องไปทั่วทั้งถนน
ในยุทธจักรฮ่องกง การระดมพลหลักร้อยคนน่ะเป็นเรื่องปกติ แต่ถ้าคนแตะหลักพันเมื่อไหร่ เรื่องมันจะใหญ่โตทันที เพราะการกระทบกระทั่งหลักร้อยตำรวจยังพอคุมอยู่ แต่ถ้าคนเป็นพันเกิดเรื่องขึ้นมาท่ามกลางภูมิประเทศเมืองที่ซับซ้อน ตำรวจจะจัดการได้ยากลำบากมาก
ที่ผ่านมาตำรวจพยายามหลีกเลี่ยงการระดมพลขนานใหญ่ของสมาคมมาตลอด คาดไม่ถึงว่าฝั่งเกาลูนสถานการณ์จะยังพอสงบอยู่ได้ แต่ฝั่งคอสเวย์เบย์กลับเกิดคลื่นลมพัดแรง สถานการณ์เลวร้ายลงอย่างรวดเร็ว
ถึงแม้การระดมพลส่วนใหญ่มักจะไม่จบลงที่การรบกันจริง แต่การรวมตัวของสมาคมขนาดใหญ่แบบนี้ ย่อมส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์สังคมอย่างรุนแรง
การปิดข่าวอาจจะหลอกคนท้องถิ่นได้ แต่เหล่านักลงทุนต่างชาติและเหล่านักธุรกิจรายใหญ่ในพื้นที่ย่อมไม่พอใจแน่นอน ถ้าเกิดรบกันขึ้นมาจริงๆ จดหมายร้องเรียนจะถูกส่งไปที่ห้องทำงานของผู้บัญชาการตำรวจ ราวกับหิมะโปรยปราย หรือแม้แต่โทรศัพท์อาจจะดังไปถึงจวนผู้ว่าการฮ่องกงบนยอดเขาไท่ผิงซานเลยทีเดียว
เป้าหมายของพรรคตานเอ๋อร์ที่มาล้อมฐานที่มั่นพรรคเหล่าจง ไม่ใช่เพื่อจะเด็ดหัวเฟยเมาให้ได้ในทันที
แต่เป็นการทำให้เฟยเมาเห็นถึงพละกำลังของพรรคตานเอ๋อร์ สร้างแรงกดดันจากรอบทิศทาง เพื่อบีบให้เฟยเมายอมก้มหัว คืนทั้งเงินและของกลับมา จากนั้นค่อยจัดงานเลี้ยงสงบศึกที่ต้องชดใช้ทั้งที่ดินและเงินทอง
อย่าว่าแต่จะชดใช้เงินเท่าไหร่ หรือที่ดินกี่แห่งเลย โรงงานรองเท้านั่นไท่จื่อหรงต้องเอาคืนมาแน่นอน และในโฉนดร้านรองเท้าหลายแห่งก็ต้องมีชื่อเขาอยู่ด้วย
ในการแข่งม้าถ้าวิ่งแพ้คู่ต่อสู้ ในบริษัทจะเกิดความระส่ำระสาย และคนข้างนอกที่คอยช่วยก็จะพากันนิ่งดูดาย พรรคเหล่าจงที่เดิมทีก็เป็นฝ่ายเสียเปรียบอยู่แล้ว ย่อมจะยิ่งลำบากหนักขึ้นไปอีก
ต้องบอกว่าไท่จื่อหรงก็นับว่าเป็นคนซื่อตรงคนหนึ่ง เขามักจะเลือกใช้ท่าไม้ตายที่ใช้งานได้จริงเสมอ และบ่อยครั้งท่าไม้ตายเก่าๆ นี่แหละที่ใช้งานได้ดีที่สุด ลูกพี่ทุกคนต่างก็มีท่าไม้ตายก้นหีบอยู่คนละสองสามท่า
ตราบใดที่สถานการณ์ไม่ได้ต่างกันจนเกินไป หรือไม่ไปเจอคนที่เก่งพอจะแหกกฎการเดินหมาก ท่าไม้ตายแค่สองท่านั้นก็เพียงพอจะหากินได้ตลอดชีวิต!
ดังนั้น เฟยเมาจึงคาดการณ์หมากก้าวต่อไปของไท่จื่อหรงไว้อยู่แล้ว ก็แค่การระดมพลโชว์คนเยอะกว่าไม่ใช่เหรอ?
เขาจะขอสู้ให้ถึงที่สุด!
เจเย่หยงได้ยินไอ้เตาไจ๋หมิงพรรคนตานเอ๋อร์พาลูกน้องส่งเสียงดังหนวกหู เขาก็รู้สึกรำคาญใจจึงคว้าขวดแก้วขึ้นมา แล้วขว้างไปที่ถนนฝั่งตรงข้ามอย่างแรง "ระยำเอ๊ย ส่งแท่งไอ้จู๋ยักษ์ไปให้แม่แกใช้สิวะ ลูกชายที่รัก แม่แกคงจะฟินจนต้องเรียกข้าว่าพ่อเลยล่ะ!"
เพล้ง!
ขวดแก้วแตกกระจายบนหัวลูกน้องพรรคตานเอ๋อร์คนหนึ่ง อานุภาพมันไม่ได้มากมายอะไร แต่มันคือเชื้อไฟที่จุดชนวนระเบิดกลางถนน ลูกน้องพรรคตานเอ๋อร์ที่พยายามอดกลั้นมานานพลันระเบิดโทสะออกมาทันที!