- หน้าแรก
- เส้นทางเศรษฐีสายคุณธรรม เมื่อระบบบังคับให้ผมเป็นมาเฟียใจบุญ!
- บทที่ 87 ยุทธจักรลำดับที่สี่
บทที่ 87 ยุทธจักรลำดับที่สี่
บทที่ 87 ยุทธจักรลำดับที่สี่
บทที่ 87 ยุทธจักรลำดับที่สี่
หน้ากระจกในห้องน้ำ
อิ่นเจ้าถังจัดแขนเสื้อสูทให้ตรง จัดปกเสื้อให้เรียบ แล้วชโลมน้ำมันแต่งผมพลางส่องกระจก เขาชะโงกหน้ามองนาฬิกาบนผนังห้องนั่งเล่น เข็มนาฬิกาชี้ไปที่เวลาเก้าโมงสามสิบเจ็ดนาที
เขาใช้เวลาเตรียมตัวครู่หนึ่ง เมื่อแต่งกายเรียบร้อยก็ตั้งใจจะไปเยี่ยมพี่น้องที่ได้รับบาดเจ็บที่โรงพยาบาล ก่อนจะมุ่งหน้าไปยังโรงแรมฟู่หลินเพื่อเจรจากับกลุ่มสี่พันธมิตร
ศึกครั้งนี้ ค่าประกันตัวและค่ารักษาพยาบาลของเขตมงก๊กไม่ใช่จำนวนน้อยๆ ไหนจะค่าจ้างแก๊งต้าเชวียน ค่าทนายความของพี่น้อง และเงินสำหรับเดินเรื่องในกรมราชทัณฑ์
คำนวณดูคร่าวๆแล้วไม่ต่ำกว่าห้าแสนเหรียญแน่นอน
หากนับรวมงบประมาณที่ทั้งสมาคมทุ่มลงไป การเปิดศึกครั้งหนึ่งเผาเงินไปเป็นล้านเหรียญฮ่องกง จึงไม่แปลกที่พรรคใหญ่ๆ มักจะพยายามเลี่ยงการปะทะถ้าไม่จำเป็น แต่พรรคไหนที่เปิดศึกปีละสองสามครั้ง ต่อให้ป้ายพรรคจะเล็กแค่ไหน ชื่อเสียงก็ต้องดังระเบิดแน่นอน!
"ถึงแม้บัญชีของเขตอื่นจะเบิกกับสมาคมได้ แต่การที่แต่ละเขตยอมติดค้างน้ำใจฉันไว้ วันนี้ตอนเจรจาถ้าขูดเลือดจากพวกมาเก๊าได้เท่าไหร่ ธุรกิจในเขตก็จะประหยัดงบไปได้เท่านั้น"
"ไม่อย่างนั้น วันนี้ถ้าไม่ให้ผลประโยชน์กับพวก 'เจเย่หยง' หรือ 'เหล่าหมอ' พรุ่งนี้ก็ต้องไปชดเชยให้พวกเขาในส่วนอื่นอยู่ดี"
ไอ้พวกจิ้งจอกเฒ่าในยุทธจักรพวกนั้น ถ้ากินไม่อิ่ม ไม่มีทางยอมหุบปากหรอก
ความสัมพันธ์ระหว่างเขตกับสมาคมนั้นไม่มีอะไรซับซ้อน ผู้น้อยพึ่งพาผู้ใหญ่เป็นเรื่องธรรมดา หลังจากคุยกับอากงเมื่อวานแล้ว เขาก็ไม่จำเป็นต้องเกรงใจอะไรอีก
ย่านเหยาจิมซาจุ่ย ถนนวอเตอร์ลู โรงพยาบาลกวางหัว
ในห้องผู้ป่วย พี่น้องหลายคนถูกตำรวจมาเก็บหลักฐานไปแล้ว บางส่วนที่อาการหนักถูกย้ายไปโรงพยาบาลราชทัณฑ์ ส่วนใหญ่ที่เหลือยังรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาลปกติ แต่ก็มีโอกาสสูงที่จะถูกสั่งฟ้องขณะนอนโรงพยาบาล และพอออกจากโรงพยาบาลก็ต้องเข้าคุกทันที
เมื่อโรงพยาบาลพบผู้ป่วยถูกฟันหรือถูกยิงจำนวนมาก ย่อมมีหน้าที่ต้องแจ้งตำรวจ บาดแผลเล็กน้อยของคนสองคนอาจใช้เงินปิดปากได้ แต่การยกพวกตีกันนับสิบคนจนต้องจองเตียงระนาวแบบนี้ไม่มีทางปิดมิด ตำรวจเองก็วนเวียนมาตรวจตราตลอดเวลา
อิ่นเจ้าถังพลันฉุกคิดได้ว่า บางทีสมาคมควรเปิดโรงพยาบาลของตัวเอง นอกจากจะทำเงินได้แล้ว ยังประหยัดค่าทนายได้อีกโข
ถึงแม้การขอใบอนุญาตเปิดโรงพยาบาลในฮ่องกงจะมีข้อกำหนดสูงมาก และเงินสดหลายสิบล้านเป็นเพียงเกณฑ์ขั้นต่ำ แต่เขาสามารถกว้านซื้อโรงพยาบาลเอกชนเก่าๆ มาบริหารต่อ หรือสวมรอยดำเนินกิจการแล้วค่อยๆ สั่งสมบารมีไปก็ได้
จะได้ไม่ต้องเหมือนวันนี้ ที่คนเจ็บเล็กน้อยถูกส่งไปเกาลูนซิตี้ ส่วนคนเจ็บหนักก็นั่งรอตำรวจมารวบตัว พี่น้องยอมสละชีพเพื่อสมาคม แต่กลับไม่มีแม้แต่ที่รักษาตัวที่ปลอดภัย ชัดเจนเลยว่าสมาคมมาเฟียคือองค์กรสังคมสมัยใหม่ระดับต่ำสุดจริงๆ
"พี่ถังครับ เกาเหล่าเซินโทรมา บอกว่าเที่ยงนี้พี่ไม่ต้องไปที่โรงแรมฟู่หลินแล้วครับ" วัวแข็งผลักประตูห้องผู้ป่วยเข้ามา มือถือโทรศัพท์เครื่องใหญ่รายงานลูกพี่ที่ข้างเตียงเสียงเบา
"เกิดเรื่องอะไรขึ้น?"
อิ่นเจ้าถังวางแอปเปิ้ลที่ปอกเสร็จแล้วลงในจานบนโต๊ะ แล้วหันไปบอกพี่น้องที่นอนอยู่บนเตียง "ขอโทษทีนะ บริษัทมีธุระด่วน ฉันขอตัวก่อน"
"ลูกพี่ เดินทางปลอดภัยครับ" พี่น้องบนเตียงเอ่ยตอบ มือขวาพันผ้าพันแผลสีขาว ขาซ้ายใส่เฝือกแขวนไว้กับเชือกดึง
ลูกพี่อุตส่าห์มาเยี่ยมเขาก็ซาบซึ้งใจมากแล้ว ย่อมไม่กล้ารบกวนการทำงานของลูกพี่
วัวแข็งเดินตามลูกพี่ออกมาที่โถงทางเดินแล้วบอกว่า "เกาเหล่าเซินบอกว่า มื้อเที่ยงวันนี้ 'ไท่จื่อหรง' เจ้าสำนักพรรคตานเอ๋อร์จะมาด้วย กลัวว่าจะเจรจาลำบาก"
"พี่คือหน้าตาของสมาคม อย่าเพิ่งเอาตัวไปเสี่ยงเลย ถ้าไปเสียหน้าตรงนั้นมันจะไม่สวย"
"ระยำเอ๊ย!"
อิ่นเจ้าถังฟังออกว่าผู้อาวุโสในสมาคมต้องการปกป้องเขา แต่เขาก็ยังอดไม่ได้ที่จะทำหน้าดุร้ายและด่าออกมา "ชื่อเสียง 'เทพบุตรถัง' ของฉันมันได้มาจากการต่อสู้ ไม่ใช่ได้มาจากการคุกเข่า ไท่จื่อหรงแล้วไงวะ?"
"ถ้าไม่ให้เกียรติฉันก็ลุยกันต่อ จะมีอะไรต้องคุย!"
วัวแข็งรู้สึกเลื่อมใสในความใจเด็ดของลูกพี่อีกครั้ง เขาถือโทรศัพท์พลางบอก "ผมจะรีบจัดรถเดี๋ยวนี้ครับ"
ใครๆ ก็รู้ว่า "สี่พันธมิตร ตานเอ๋อร์ใหญ่ที่สุด" หมายความว่าในกลุ่ม 'สี่พันธมิตร' พรรคเหลียนกงเล่อ มีอิทธิพลสูงสุด ในยุครุ่งเรืองเคยมีสมาชิกกว่าแปดหมื่นคน พลังอำนาจกวาดล้างได้ทุกพรรคยกเว้นพรรคเบอร์สิบสี่ , พรรคซันอี้อัน และพรรคเหอถู
ในฐานะที่หนึ่งของกลุ่มสี่พันธมิตร ก็คืออันดับสี่ของยุทธจักรนั่นเอง!
แต่เป็นที่รู้กันดีว่า ในวงการไหนก็ตามที่มีชื่อ 'สี่อันดับแรก' สามอันดับแรกมักจะนิ่งตายตัว แต่อันดับสี่มักจะคลุมเครือ ใครๆ ก็อยากอ้างว่าเป็นเบอร์สี่
อย่างพรรคเซิ่งเหอหรือพรรคน้ำก็ใช่ว่าจะเกรงกลัวพรรคตานเอ๋อร์
ชื่อชั้นของพรรคเหล่าจงเทียบกับตานเอ๋อร์ไม่ได้แน่นอน การที่เกาเหล่าเซินฝากความมาบอกให้เขาถอนตัว ความจริงก็คือการปกป้องลูกนก กลัวว่าสถานการณ์จะออกมาดูไม่ดี จึงอยากให้เขาหลบไปก่อน
แต่อิ่นเจ้าถังกลับคิดว่า ถ้าเขาไม่ไป แม้หน้าตาจะยังอยู่ แต่ผลประโยชน์ในที่ดินที่จะแบ่งกันล่ะ? แล้วถ้าเจรจาไม่ได้ที่ดินเลยสักผืนจะทำยังไง?
การปลอบใจตัวเองว่า 'ไม่ลงสนามก็ไม่แพ้' นั้น อิ่นเจ้าถังดูแคลนที่สุด เขายอมไปเสียหน้าบ้าง แต่ต้องได้ผลประโยชน์เนื้อๆ ติดมือกลับมา
ทว่า ในเมื่อพวกมาเก๊าไปเชิญไท่จื่อหรงมาเป็นแบ็กให้ ถ้าเขาไปคนเดียวเกรงว่าบารมีจะข่มไม่อยู่ ควรจะเชิญพี่น้องไปร่วมงานด้วย เขาไม่รู้จักเจ้าสำนักพรรคใหญ่หรือยอดฝีมือในยุทธจักรมากนัก แต่เขารู้จักนักเลงควอนตงเป็นเบือ ถือโอกาสพากันไปยลโฉม 'ไท่จื่อหรง' คุณชายแห่งยุทธจักรเสียหน่อย
เขาหยิบโทรศัพท์มือถือจากเอวลูกน้อง กดเบอร์โทรหาบาทหลวงเอ็ดเวิร์ดแล้วกรอกเสียงลงไป "บาทหลวงที่เคารพครับ ผมอิ่นเจ้าถังจากนิตยสาร 91 พอดีพนักงานบริษัทผมสองสามคนอยู่ที่สถานีตำรวจมงก๊ก ท่านพอจะช่วยไปประกันตัวให้หน่อยได้ไหมครับ?"
บาทหลวงเอ็ดเวิร์ดครุ่นคิดครู่หนึ่งก่อนจะตอบรับอย่างรวดเร็ว "ได้สิ ไม่มีปัญหา จัดการให้เดี๋ยวนี้แหละ"
"โอเคครับ ผมคิดว่าพวกเขาคงยินดีที่จะหันมาศรัทธาในพระเยซู และยอมควักเงินเหมาโบสถ์เพื่อสารภาพบาปต่อพระผู้เป็นเจ้าอย่างจริงใจแน่นอน" หลังจากอิ่นเจ้าถังดีลกับบาทหลวงมาหลายครั้ง เขาก็เริ่มจับทางได้ว่าในอนาคตเขากับบาทหลวงอาจจะเป็นเพื่อนที่ดีต่อกันได้
"พี่ถังครับ รถเตรียมพร้อมแล้วครับ" วัวแข็งวิ่งกลับมาที่หน้าห้องผู้ป่วย
อิ่นเจ้าถังบอก "จัดรถเพิ่มอีกสองสามคันไปที่โรงพักมงก๊ก ไปรับพวกอาหาวตรงมาที่โรงแรมในย่านจิมซาจุ่ยตะวันออกเลย"
เจียงหาว, จั๋วโส่ว, อาเล่อ, ทาร์ตไข่ และจวงสง ต่างจากต้าเจี่ยวเชา เพราะพวกเขาถูกคุมตัวไปสอบสวนหลังจากเกิดเหตุเสร็จสิ้นแล้ว การที่มีคริสตจักรออกหน้าประกันตัวให้ย่อมมีโอกาสรอดสูงมาก
"รับทราบครับ" วัวแข็งตอบรับ
เวลาเจรจาพละกำลังและมาด (ฝ่าเท้า) เป็นเรื่องสำคัญ วัวแข็งติดต่อบริษัทเช่ารถ จัดรถพอร์เช่หนึ่งคัน เบนซ์สามคัน และรถอื่นๆ อีกสี่คัน มุ่งหน้าไปยังภัตตาคารฟู่หลิน ถนนโมดี้ ย่านจิมซาจุ่ยตะวันออก
ที่นี่เป็นอาคารเจ็ดชั้นที่เพิ่งสร้างเสร็จไม่นาน แม้จะไม่หรูหราเท่าโรงแรมเพนินซูล่า แต่ตั้งแต่ชั้นสองขึ้นไปโถงกว้างจะล้อมรอบด้วยหน้าต่างกระจกบานใหญ่ การออกแบบสวนจอดรถบนดิน มีภูเขาจำลองและสิงโตหินนำโชคที่หน้าประตู รวมถึงพรมแดงที่ปูตั้งแต่บันไดไปจนถึงหน้าลิฟต์ ทั้งหมดนี้บ่งบอกถึงระดับของโรงแรมได้เป็นอย่างดี
กลุ่มลูกน้องพรรคตานเอ๋อร์ในชุดสูทสีดำ ไว้ผมทรงสกินเฮดหรือทรงปาดหลัง ยืนสูบบุหรี่คุยกันอยู่ข้างสิงโตหิน พวกเขาไม่ได้ขวางลูกค้าปกติ แต่พอเห็นกลุ่มของอิ่นเจ้าถังก้าวขึ้นบันไดมา พวกเขาก็สัมผัสได้ถึงกลิ่นอายของคนในยุทธจักรทันที ทุกคนต่างก้าวออกมาตั้งแถวขวางประตูไว้พลางพูดจายโส "กลุ่มสี่พันธมิตรประชุมกันอยู่ คนนอกห้ามเข้า"
"ฉันคือเทพบุตรถัง แห่งพรรคจิ้งจงอี้" อิ่นเจ้าถังประกาศชื่อ
"เทพบุตรถัง?" 'ฮวาเหลียนเฉียง' แห่งพรรคตานเอ๋อร์กอดอก สายตาดูแคลน จงใจกวนประสาท "คนพรรคเหล่าจงเข้าไปหมดแล้ว ไม่เห็นได้ยินว่าเทพบุตรถังผู้โด่งดังจะมาด้วยนี่หว่า!"
"แกจะพิสูจน์ได้ยังไงว่าเป็นตัวจริง? ส่งตราประทับออกมาให้ดูหน่อยสิ!"
วัวแข็งชักมีดเขาควายออกมาจากข้างหลัง ความเร็วนั้นไวเกินกว่าที่ใครจะตั้งตัวทัน เขาจ่อมีดเข้าที่ลำคอของฮวาเหลียนเฉียงพลางขู่เสียงเหี้ยม "ไอ้กร๊วก แกมีกี่ชีวิตวะ ถึงกล้าบังคับให้ลูกพี่ฉันส่งตราประทับ?"
"ส่งแม่แกสิโว้ย เชื่อไหมว่าฉันจะสอยแกทิ้งเดี๋ยวนี้เพื่อส่งงานให้ลูกพี่ฉัน!"