- หน้าแรก
- ชีวิตพ่อมดของทอม แห่งฮอกวอตส์
- บทที่ 26 ความเมตตาของดัมเบิลดอร์
บทที่ 26 ความเมตตาของดัมเบิลดอร์
บทที่ 26 ความเมตตาของดัมเบิลดอร์
บทที่ 26 ความเมตตาของดัมเบิลดอร์
เมื่อความนึกคิดถูกเปิดโปง ทอมก็รู้สึกทั้งอายทั้งโมโห เขาขยับอุ้งเท้าหมายจะตะปบหมวกคัดสรรบนหัวทิ้งเสีย
แม้ว่าการได้ไปอยู่บ้านของเหล่าตัวแบดเจอร์จะเป็นที่น่าพอใจสำหรับทอมก็จริง แต่ไอ้เรื่องห้องครัวนั่น... เขาบอกไปชัดเจนแล้วไม่ใช่หรือไงว่าเหตุผลที่เขานึกถึงฮัฟเฟิลพัฟไม่ใช่เพราะห้องครัวอยู่ติดกันเสียหน่อย!
"ยินดีด้วยนะทอม ฮัฟเฟิลพัฟจะเป็นบ้านที่ยอดเยี่ยมสำหรับเธอ ความซื่อสัตย์และความมีคุณธรรมจะกลายเป็นทรัพย์สินที่มีค่าที่สุดของเธอในฮอกวอตส์"
ก่อนที่เล็บของทอมจะทันได้แตะต้องตัวหมวก หมวกคัดสรรก็ลอยหวือหนีไปก่อนก้าวหนึ่งและตกลงบนมือของดัมเบิลดอร์อย่างพอดี
นี่คือสมบัติล้ำค่าของฮอกวอตส์ เขาจะปล่อยให้ทอมทำลายมันตามใจชอบไม่ได้เป็นอันขาด!
แม้ว่าตัวหมวกจะได้รับการเสริมพลังด้วยคาถาป้องกันจากผู้ก่อตั้งทั้งสี่และเหล่านักปราชญ์ในรุ่นต่อๆ มา แต่หลังจากที่ได้เห็นวิธีการอันลึกลับของทอมแล้ว ดัมเบิลดอร์ก็ไม่เชื่อว่าคาถาธรรมดาเหล่านั้นจะรับประกันความปลอดภัยของหมวกคัดสรรได้
"แน่นอนว่าเมื่อพิจารณาถึงความพิเศษของเธอ และความจริงที่ว่าหอพักของนักเรียนคนอื่นๆ ถูกจัดสรรไปหมดแล้ว ฉันสามารถจัดเตรียมห้องเดี่ยวไว้ให้เธอได้หากเธอต้องการ"
เมื่อมองดูทอมที่กำลังฟึดฟัดพลางกวัดแกว่งอุ้งเท้า ดัมเบิลดอร์ก็รีบเปลี่ยนหัวเรื่องทันที เพื่อป้องกันไม่ให้พ่อมดแม่มดน้อยที่จะเข้าเรียนในปีหน้าต้องประสบปัญหาไม่มีหมวกไว้คัดสรรบ้าน
(ในเมื่อท่านอาจารย์ใหญ่ว่าอย่างนั้น ฉันคงต้องรบกวนด้วยแล้วละ!)
เมื่อเห็นดังนั้น ทอมจึงยอมเปลี่ยนเรื่องตามน้ำไปแต่โดยดี อันที่จริงเขาแค่อยากจะขู่หมวกคัดสรรเล่นเท่านั้น ไม่ได้คิดจะพังมันจริงๆ เสียหน่อย
ถ้าเขาทำหมวกคัดสรรพังจริงๆ เขาก็ต้องหาวิธีซ่อมมันอีก เขาไม่ได้อยากจะหาเหเรื่องใส่ตัวโดยไม่มีเหตุผลหรอกนะ!
"ส่วนเรื่องของอาเรียนน่า..."
ดัมเบิลดอร์หันไปมองน้องสาวของตน ซึ่งดูจะมีสีหน้าเศร้าสร้อยเล็กน้อยเพราะเธอไม่ได้ถูกจัดให้อยู่บ้านเดียวกับทอม
"เธอมีแผนการอะไรไหม? อยากให้พี่หาห้องเดี่ยวให้ หรืออยากจะไปพักร่วมกับพ่อมดแม่มดน้อยคนอื่นๆ ล่ะ?"
ในฐานะที่เป็นวิญญาณ และยังเป็นน้องสาวของเขาเอง สถานะของอาเรียนน่าจึงมีความพิเศษมากกว่าทอมมากนัก! ในเมื่อเขาจัดเตรียมห้องเดี่ยวให้ทอมได้ เขาก็ย่อมไม่รังเกียจที่จะเตรียมห้องให้เธอด้วยเช่นกัน
แน่นอนว่าอาเรียนน่าต่างจากวิญญาณตนอื่นตรงที่รูปลักษณ์ของเธอไม่ได้ดูแตกต่างจากคนปกติเลย ดังนั้นตราบเท่าที่เธอยินดี เธอก็สามารถพักอยู่ในหอพักเดียวกับนักเรียนคนอื่นๆ ได้
สิ่งที่ต้องระวังมีเพียงเรื่องเดียวคือเธอต้องใช้ชีวิตอย่างสำรวมเล็กน้อย อย่างน้อยก็จนกว่าเขาจะบรรลุข้อตกลงกับกระทรวงเวทมนตร์ เธอไม่ควรเปิดเผยตัวตนว่าเป็นวิญญาณให้ใครรู้
"หนูขอแชร์ห้องร่วมกับทอมได้ไหมคะ?"
เมื่อได้ยินคำถามจากพี่ชาย ดวงตาของอาเรียนน่าก็เป็นประกายขึ้นมาทันที
ถึงแม้จะไม่ได้อยู่บ้านเดียวกัน แต่ถ้าได้นอนห้องเดียวกัน เธอก็พอจะยอมรับได้นะ
"???"
เมื่อเห็นสีหน้าของดัมเบิลดอร์มืดครึ้มลงในทันที มักกอนนากัลก็รู้สึกเสียใจขึ้นมาวูบหนึ่ง
เธอเสียใจว่าทำไมวันนี้ต้องไปตรวจสอบปากการับนักเรียน ทำไมต้องไปเห็นชื่อของอาเรียนน่า และทำไมต้องถ่อมาหาอาจารย์ใหญ่เพื่อรายงานความผิดปกตินี้ในคืนนี้ด้วย!
แม้ว่าเธอจะเคารพดัมเบิลดอร์และรู้ซึ้งถึงนิสัยใจคอของเขาดี แต่จะพูดยังไงดีล่ะ? เธอรู้สึกเหมือนมีคำว่า อันตราย ตัวเขื่องลอยล่องอยู่เหนือหัวอย่างไรอย่างนั้น
"ไม่ได้! ไม่ได้เด็ดขาด! ฉันอยู่ฮัฟเฟิลพัฟส่วนเธออยู่กริฟฟินดอร์ เราจะไปนอนห้องเดียวกันได้ยังไง!"
ทอมรีบขัดจังหวะจินตนาการของเธอทันที
"แต่ว่า..."
อาเรียนน่ามองไปที่ดัมเบิลดอร์ด้วยสายตาเว้าวอน
"ไม่ได้!"
เมื่อเห็นสีหน้าที่ดูอ่อนแรงและน่าสงสารของน้องสาว ใจของดัมเบิลดอร์ก็เริ่มอ่อนยวบและเกือบจะหลุดปากตกลงไปแล้ว สุดท้ายเขาก็ต้องบังคับตัวเองให้หลับตาลงและทำใจแข็งปฏิเสธเธอไป
แม้ว่ากฎของโรงเรียนจะไม่ได้ระบุห้ามไว้อย่างชัดเจนว่านักเรียนต่างบ้านห้ามพักด้วยกัน แต่เขาจะยอมให้เกิดบรรทัดฐานแบบนี้กับน้องสาวตัวเองไม่ได้เด็ดขาด! โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่ออีกฝ่ายเป็นแมว!
เมื่อเห็นว่าอาเรียนน่ายังทำท่าจะโต้แย้ง ทอมจึงรีบพูดแทรกขึ้นมา
"เอาเถอะอาเรียนน่า นอกจากเรื่องกฎระเบียบที่อาจจะไม่อนุญาตให้เราอยู่ด้วยกันแล้ว ต่อให้เป็นเพื่อนกัน เราต่างก็ต้องการพื้นที่ส่วนตัวนะ"
"อีกอย่าง เธอมาที่ฮอกวอตส์เพื่ออยากจะมีเพื่อนเยอะๆ ไม่ใช่เหรอ? ถ้าเธอตัวติดกับฉันตลอดเวลา แล้วเธอจะไปทำความรู้จักกับคนใหม่ๆ ได้ยังไงล่ะ?"
"การเป็นเพื่อนกับรูมเมทใหม่ คือก้าวแรกของการสร้างมิตรภาพกับนักเรียนทุกคนในฮอกวอตส์เลยนะ"
แม้ทอมจะไม่เข้าใจว่าทำไมอาเรียนน่าที่มีเป้าหมายอยากจะมีเพื่อนถึงไม่ได้ไปอยู่บ้านฮัฟเฟิลพัฟ แต่โชคดีที่คำพูดของเขาได้ผล
"ก็ได้ค่ะ หนูเข้าใจแล้ว"
เมื่อเห็นว่าทั้งคู่ต่างคัดค้านความคิดของเธอ อาเรียนน่าก็พยักหน้าอย่างว่าง่ายเพื่อแสดงว่าเธอเข้าใจแล้ว
ดัมเบิลดอร์เห็นดังนั้นก็ลอบถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอก
"ถ้าอย่างนั้น อาเรียนน่าน้อย ตัดสินใจได้หรือยังจ๊ะ? อยากได้ห้องส่วนตัว หรืออยากจะไปอยู่กับพ่อมดแม่มดน้อยคนอื่นๆ?"
"เอ่อ พี่คะ มีหอพักไหนที่มีที่ว่างเหลืออยู่บ้างไหมคะ?"
อาเรียนน่าครุ่นคิดครู่หนึ่งแล้วถามอย่างจริงจัง
ทอมได้บอกความลับในการหาเพื่อนให้เธอรู้แล้ว! ในเมื่อเธออยากมีเพื่อน เธอก็ต้องเริ่มจากเพื่อนร่วมห้องนี่แหละ! ดังนั้นเธอต้องหาหอพักที่มีเพื่อนร่วมห้องให้ได้!
"มีแน่นอนจ๊ะ ถ้าเธอเต็มใจ ฉันสามารถพาเธอไปที่นั่นได้เดี๋ยวนี้เลย"
มักกอนนากัลรับสายตาจากดัมเบิลดอร์แล้วก้าวออกมาข้างหน้าพร้อมรอยยิ้มพลางเอ่ยกับอาเรียนน่า
"อ้อ แล้วฉันชื่อมักกอนนากัล มิเนอร์วา มักกอนนากัล เป็นอาจารย์ประจำบ้านกริฟฟินดอร์จ๊ะ เรียกฉันว่าศาสตราจารย์มักกอนนากัลก็ได้"
"รบกวนด้วยนะค่ะ ศาสตราจารย์"
อาเรียนน่าค้อมศีรษะให้อย่างสุภาพ ก่อนจะหันมามองทอมที่อยู่ข้างๆ
"ไม่ต้องห่วงนะทอม ถึงเราจะอยู่คนละบ้าน แต่เราก็ยังเข้าเรียนพร้อมกันได้ไม่ใช่เหรอ? เรื่องนี้จะไม่กระทบต่อมิตรภาพระหว่างเราแน่นอน!"
"ถูกแล้วล่ะ มันไม่เคยมีกำแพงกั้นกลางระหว่างบ้านทั้งสี่หลัง พวกมันเป็นเพียงบ้านของพวกเธอเท่านั้น สิ่งที่พวกมันจะเป็นต่อไปขึ้นอยู่กับพ่อมดแม่มดน้อยที่อาศัยอยู่ภายในนั้น ซึ่งก็คือพวกเธอนั่นเอง"
ดัมเบิลดอร์กล่าวอย่างอ่อนโยน
"ตราบใดที่มีความเชื่อมั่นนี้ แม้แต่กริฟฟินดอร์กับสลิธีรินก็สามารถเป็นเพื่อนที่ดีต่อกันได้"
(สเนปที่กำลังปรุงยาอยู่ในห้องทำงาน: ฮัดชิ้ว!)
"พี่พูดถูกค่ะ! ทอม ไว้เจอกันตอนมื้อเช้าพรุ่งนี้นะ! ถึงตอนนั้นฉันอยากฟังเธอเล่าเรื่องความพิเศษของห้องนั่งเล่นรวมฮัฟเฟิลพัฟจังเลย"
"ได้เลย แต่เธอเองก็ต้องบอกความลับของกริฟฟินดอร์ให้ฉันฟังด้วยเหมือนกันนะ"
เมื่อมองดูรอยยิ้มที่มาจากใจของน้องสาว มุมปากของดัมเบิลดอร์ก็ยกขึ้นเล็กน้อย
"เอาละ มิเนอร์วา นี่ก็ดึกมากแล้ว พาอาเรียนน่าไปที่หอพักกริฟฟินดอร์เถอะ เดี๋ยวฉันจะพาทอมไปที่ฮัฟเฟิลพัฟเอง"
"เด็กๆ เมื่อกลับถึงหอพักแล้วก็รีบพักผ่อนเสียนะ ยังมีบทเรียนอีกมากมายรอพวกเธออยู่ในวันข้างหน้า"
ทอมและอาเรียนน่าพยักหน้าตกลง จากนั้นมักกอนนากัลก็พยักหน้าให้ดัมเบิลดอร์และเตรียมตัวออกจากห้องทำงานอาจารย์ใหญ่พร้อมกับอาเรียนน่า
"เดี๋ยวก่อน มิเนอร์วา"
อย่างไรก็ตาม ก่อนที่เธอจะได้ทันเดินออกไป ดัมเบิลดอร์ก็เอ่ยรั้งไว้
"หลังจากที่ส่งอาเรียนน่าเรียบร้อยแล้ว รบกวนกลับมาที่นี่อีกครั้งนะ"
"เรื่องที่จะทำให้กระทรวงเวทมนตร์ยินยอมให้อาเรียนน่าเข้าเรียนในฐานะวิญญาณ ฉันต้องการให้เธอช่วยประสานงานกับทางกระทรวงให้หน่อย"
ฝีเท้าของมักกอนนากัลชะงักไปเล็กน้อย แต่ใบหน้าของเธอไม่ได้แสดงอารมณ์ผิดปกติใดๆ ออกมา
"ได้ค่ะ ท่านอาจารย์ใหญ่ ฉันเข้าใจแล้ว"
เธอรู้อยู่แล้วเชียว หลังจากที่ล่วงรู้ความลับไปตั้งมากมายขนาดนี้ จะต้องมีงานรอเธออยู่แน่นอน!
หลังจากส่งสายตามองทั้งสองคนเดินลับตาไป ดัมเบิลดอร์ก็หันมาหาทอม
"ไปกันเถอะทอม ฉันจะพาเธอไปที่หอพักฮัฟเฟิลพัฟเอง"
ทอมไม่ได้พูดอะไร เพียงแต่เดินตามหลังเขาไปเงียบๆ ในขณะที่ทั้งคู่กำลังจะก้าวพ้นห้องทำงานอาจารย์ใหญ่ ดัมเบิลดอร์ก็หยุดเดินเล็กน้อยแล้วเอ่ยขึ้นเบาๆ
"จริงด้วยทอม... ขอบใจมากนะสำหรับครั้งนี้ ทั้งเรื่องที่พาอาเรียนน่ากลับมา และเรื่องที่ช่วยคลายปมในใจของเธอ ทำให้เธอยอมเปิดใจทำความรู้จักกับเพื่อนใหม่ๆ"
"ในอดีต ฉันละเลยความรู้สึกของเธอเพราะความหยิ่งผยองในวัยเยาว์ มันคือความเสียใจที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของฉัน ตอนนี้เพราะความช่วยเหลือของเธอ ในที่สุดฉันก็สามารถชดเชยความผิดพลาดในอดีตได้เสียที"
'ไม่ใช่แค่ฉันคนเดียวหรอก แต่คนอื่นๆ อีกหลายคน ก็สามารถชดเชยความผิดพลาดที่พวกเขาเคยทำไว้ได้เช่นกัน'
แน่นอนว่าดัมเบิลดอร์ไม่ได้พูดประโยคหลังนี้ออกมาดังๆ
(ไม่ต้องเกรงใจหรอก ท่านอาจารย์ใหญ่เองก็ให้ความช่วยเหลือฉันไว้ตั้งเยอะไม่ใช่หรือไง)
ทอมสะบัดหางไปมา ทำท่าทางเหมือนมันเป็น 'เรื่องเล็กน้อย'
"หึๆ"
ดัมเบิลดอร์หัวเราะเบาๆ พลางส่ายหัว
"ฉันจำได้ว่าเธอเคยชวนนักเรียนแอบบอตมา 'ทำงาน' ให้ใช่ไหม? เธอต้องการให้โรงเรียนช่วยเหลืออะไรบ้างหรือเปล่า?"
(ตอนนี้ยังไม่ต้องการหรอก)
ทอมมีความมั่นใจในงานของเขามาก ในมุมมองของเขา การมีตัวเองเป็นโฆษณาเคลื่อนที่แบบนี้ เงินเกลเลียนจะไม่ไหลมาเทมาได้อย่างไรกัน?
"ตกลง ถ้าอย่างนั้นฉันจะยกห้องว่างให้เธอสักห้องหนึ่ง ถือว่าเป็นของขวัญจากคนแก่อย่างฉันก็แล้วกันนะ"