- หน้าแรก
- ลือสนั่นเมือง พระชายาขี่หมูหนีอีกแล้ว
- บทที่ 29: ท่านตาผู้ต่ำช้าและไร้ยางอาย
บทที่ 29: ท่านตาผู้ต่ำช้าและไร้ยางอาย
บทที่ 29: ท่านตาผู้ต่ำช้าและไร้ยางอาย
บทที่ 29: ท่านตาผู้ต่ำช้าและไร้ยางอาย
เจียงหยวนไม่ได้ขยับปากพูดด้วยซ้ำ แล้วทำไมพวกเขาถึงยังได้ยินเสียงนางอยู่?
หลี่จิ้งเหิงและฮูหยินเฒ่าเผลอขานรับ "ดีๆๆ" ออกไปโดยไม่รู้ตัว
สายตาของพวกเขากลับจับจ้องไปที่ริมฝีปากของเจียงหยวนด้วยความงุนงงและประหลาดใจ ไม่ต่างจากคนอื่นๆ ในตระกูลหลี่
【ทำไมทุกคนถึงมองข้าด้วยสายตาตกตะลึงขนาดนั้น หรือว่าจะตะลึงในความงามของข้า?】
【กะแล้วเชียว ข้านี่มันสวยเกินต้าน ใครเห็นเป็นต้องรัก รถเห็นเป็นต้องจอด ดอกไม้เห็นเป็นต้องบาน ความงามระดับมัจฉาจมวารี ปักษีตกนภา จันทร์หลบโฉมสุดา มวลผกาละอายนาง จริงๆ】
ทุกคน: ...หลงตัวเองชะมัด
ด้านหลังฝูงชน หลี่หว่านถัง หลานสาวคนโตของตระกูลหลี่ ซึ่งมีศักดิ์เป็นลูกพี่ลูกน้องของเจียงหยวน หลุดขำ "พรืด" ออกมา
【หือ? ใครตดน่ะ?】
【โห ตดเสียงดังขนาดนี้ ลำไส้คงจะคึกคักน่าดู】
หลี่หว่านถัง: ...
หลี่จือซู ลูกพี่ลูกน้องรอง และหลี่โย่วหนิง ลูกพี่ลูกน้องรองฝ่ายชาย ต่างก้มหน้าไหล่สั่นเทิ้มด้วยความขบขัน
"ข้างนอกอากาศหนาว เข้าไปคุยกันข้างในเถอะ"
ฮูหยินผู้เฒ่าช่วยผูกเชือกเสื้อคลุมให้เจียงหยวน และจัดปกคอเสื้อขนสัตว์ให้เข้าที่ เพื่อไม่ให้ลมเล็ดลอดเข้าไปได้
ขณะที่นางกำลังจัดปกเสื้อ หลังมือของนางก็บังเอิญไปโดนแก้มของเจียงหยวน
ความเย็นเฉียบจากหลังมือทำให้เจียงหยวนสะดุ้งเฮือก
เจียงหยวนคว้ามือของฮูหยินผู้เฒ่าไว้ แล้วยัดเตาพกอุ่นๆ ใส่มือนาง
ก่อนจะเชิดหน้าพูดด้วยท่าทางหยิ่งผยองว่า "ข้าไม่อยากถือเตาพกหรอก มันดูไม่เท่เอาซะเลย"
มือน้อยๆ ของนางกุมหลังมือของฮูหยินผู้เฒ่าอยู่ครู่หนึ่ง
ไออุ่นจากฝ่ามือของนางช่างอบอุ่นยิ่งกว่าเตาพกเสียอีก
ยังไม่ทันที่ฮูหยินผู้เฒ่าจะได้คืนเตาพกให้ นางก็หดมือกลับเข้าไปในเสื้อคลุม แล้วกระโดดหยอยๆ ไปข้างหน้า ราวกับลูกแมวน้อยที่ซุกมือซุกเท้าเดิน
ฮูหยินผู้เฒ่ามองแผ่นหลังของหลานสาวด้วยขอบตาที่เริ่มชื้นขึ้นมา
เจียงหลินหยวนตกลงให้เจียงหยวนพักอยู่ที่จวนสกุลหลี่ต่ออีกสักสองสามวันแล้ว
ดังนั้น เจียงหยวนจึงต้องสำรวจที่พักอาศัยชั่วคราวแห่งนี้ให้ละเอียดเสียหน่อย
นางเดินพลางสอดส่ายสายตามองไปรอบๆ
แล้วนางก็รู้สึกถึงความผิดปกติบางอย่าง
【เจ้าหนูทองคำ ท่านตากับท่านยายข้าเป็นโรคย้ำคิดย้ำทำกับโรคกลัวเชื้อโรคหรือเปล่า?】
【นี่มันกลางฤดูหนาวนะ ระหว่างทางที่นั่งรถมา ตรงไหนที่มีต้นไม้ พื้นก็ต้องเต็มไปด้วยใบไม้แห้ง แต่ดูสิ ลานบ้านนี้ไม่มีใบไม้ร่วงแม้แต่ใบเดียว】
【ทำไมฉากนี้มันคุ้นๆ พิกล?】
อันที่จริงไม่ใช่ว่าไม่มีใบไม้เลย มีร่วงลงมาบ้างหนึ่งหรือสองใบ แต่ทันทีที่มันแตะพื้น บ่าวไพร่ที่ซ่อนตัวอยู่ก็จะรีบพุ่งเข้ามาเก็บกวาดทันที
【เสี่ยวหยวนหยวน เจ้าฉลาดมาก ท่านตาของเจ้าเป็นโรคกลัวเชื้อโรคขั้นรุนแรง ถึงขั้นพัฒนาเป็นโรคย้ำคิดย้ำทำเลยล่ะ】
【เขาคลั่งไคล้ความสะอาดจนมองว่าการสัมผัสเนื้อตัวกับคนอื่นเป็นเรื่องสกปรกน่าขยะแขยงสุดๆ】
ฝีเท้าที่กำลังกระโดดโลดเต้นของเจียงหยวนชะงักกึก
【งั้นมันก็เหมือนกับหนังที่ข้าดูเมื่อสองชาติที่แล้วเลยสิ? แต่ยุคนี้ไม่มีเด็กหลอดแก้วนะ แล้วท่านตากับท่านยายมีลูกกันได้ยังไง?】
คนตระกูลหลี่เริ่มชินกับการได้ยินเสียงในใจของเจียงหยวนแล้ว
บางคนถึงกับเร่งฝีเท้าเดินตามหลังเจียงหยวนให้ทัน เพื่อจะได้ยินชัดเจนขึ้น
คนที่วิ่งเร็วที่สุดคือหลี่โย่วหนิง
เขาไม่เคยได้ยินคำว่า "โรคกลัวเชื้อโรค" กับ "โรคย้ำคิดย้ำทำ" มาก่อน แต่ก็พอเดาความหมายได้คร่าวๆ
เขานึกขึ้นได้ว่าท่านปู่รักความสะอาดมากและไม่ชอบให้ใครมาแตะตัว ในความทรงจำของเขา ท่านปู่ไม่เคยอุ้มเขาเลยสักครั้ง
เจียงหลินหยวนก็นึกขึ้นได้ว่าภรรยาเคยเล่าให้ฟังว่า ตั้งแต่เล็กจนโต ท่านพ่อของนางไม่เคยอุ้มนางเลย
ตอนที่ภรรยาคลอดลูก พวกเขาพาลูกกลับมาเยี่ยมพ่อตาแม่ยาย พ่อตาก็ไม่เคยอุ้มหลานเช่นกัน
เมื่อก่อนเขาคิดแค่ว่าพ่อตาไม่ชอบเด็ก
นึกไม่ถึงว่าเป็นเพราะรังเกียจว่าการอุ้มเด็กมันสกปรกน่าขยะแขยง
ถึงเขาจะไม่เข้าใจคำว่าเด็กหลอดแก้ว แต่เขาก็สงสัยเหมือนกัน การจะทำเรื่องอย่างว่าระหว่างชายหญิง มันต้องแนบชิดกันมาก แต่พ่อตากลับไม่อยากแตะเนื้อต้องตัวคนอื่น แล้วลูกๆ เกิดมาได้อย่างไร?
บรรดาลูกหลานของหลี่จิ้งเหิงยิ่งอยากจะดึงหูตัวเองไปแปะไว้ที่ตัวเจียงหยวน เพื่อฟังว่าพวกเขาถูก "ผลิต" ออกมาได้อย่างไร
มีเพียงหลี่จิ้งเหิงและฮูหยินผู้เฒ่าที่รู้สึกกระดากอายและอยากจะหยุดเสียงในใจของเจียงหยวน
ฮูหยินผู้เฒ่าจึงร้องทัก "เฉียวเฉียว เดินช้าๆ หน่อยลูก ระวังพื้นลื่น"
เจียงหยวนขานรับเสียงใส "เจ้าค่ะ"
แต่ทันใดนั้นก็ตามมาด้วย:
【เจ้าหนูทองคำ เร็วเข้า บอกข้าที หรือว่าท่านลุงกับท่านแม่ไม่ใช่ลูกแท้ๆ ของท่านตา?】
เป็นอย่างนี้นี่เอง!
ท่านลุงทั้งสองของเจียงหยวนเบิกตากว้าง
ความลับชาติกำเนิดมาเปิดเผยเอาตอนวัยกลางคน มันเป็นแบบนี้เองหรือ?
ฮูหยินผู้เฒ่าถลึงตาใส่หลี่จิ้งเหิงอย่างเคียดแค้น เป็นความผิดของตาแก่นี่แท้ๆ ที่มีนิสัยประหลาด จนทำให้หลานสาวที่เพิ่งตามหาเจอนึกว่านางคบชู้สู่ชาย
ใบหน้าของหลี่จิ้งเหิงดำคล้ำราวกับก้นหม้อ
นี่มันเรื่องบ้าบออะไรกัน?
โชคดีที่ 'เจ้าหนูทองคำ' ช่วยถอดหมวกเขียวออกจากหัวเขาให้
【เสี่ยวหยวนหยวน เจ้าพูดจาเหลวไหลอะไรเนี่ย? ลูกๆ ทุกคนเป็นลูกแท้ๆ ของท่านตาเจ้านั่นแหละ เพียงแต่ก่อนจะลงมือปฏิบัติภารกิจปั๊มลูกแต่ละครั้ง พวกเขาจะเชิญหมอมาจับชีพจรดูฤกษ์ดูยามอยู่หลายวัน เพื่อหาช่วงเวลาที่เหมาะสมที่สุดในการตั้งครรภ์】
【พอถึงเวลา แม่นมก็จะจับท่านตาเจ้าขัดสีฉวีวรรณตั้งแต่หัวจรดเท้าจนสะอาดเอี่ยมอ่อง แถมยังต้องแช่น้ำยาฆ่าเชื้ออีกหลายชั่วยามกว่าจะยอมขึ้นเตียง】
【พอเสร็จกิจปุ๊บ เขาก็จะรีบผละออกไปอาบน้ำต่ออีกหลายชั่วยาม ใช้สบู่หมดไปหลายก้อนเลยทีเดียว】
เจียงหยวน: "..."
【ท่านตาข้านี่เรื่องมากจริงๆ ไม่อยากแตะตัวท่านยายขนาดนั้น แต่ก็ยังมีลูกตั้งหกคน】
เจียงหยวนมีลุงทั้งหมดห้าคน
นอกจากลุงใหญ่และลุงรองที่รอรับนางอยู่ที่นี่ ยังมีลุงอีกสามคนที่ไม่อยู่ในเมืองหลวง จึงมาร่วมต้อนรับไม่ได้
ลุงทั้งสองลอบถอนหายใจด้วยความโล่งอก
โชคดีที่ไม่ต้องออกตามหาพ่อที่แท้จริงตอนแก่
ฮูหยินผู้เฒ่าเพิ่งรู้วันนี้เองว่า ทุกครั้งหลังจากเสร็จกิจ ตาแก่คนนี้ถึงกับต้องไปแช่น้ำเป็นชั่วยามและใช้สบู่หลายก้อน
เขาเห็นนางสกปรกขนาดต้องแช่น้ำล้างตัวเป็นชั่วยามเลยหรือ?
นางเริ่มคิดแล้วว่าควรจะหย่าขาดจากสามีคนนี้ดีหรือไม่
หลี่จิ้งเหิงมองฮูหยินด้วยความรู้สึกผิด ที่เขาไม่บอกนางในตอนนั้นเพราะไม่อยากให้นางคิดมาก
แต่ถ้าเขาไม่ทำแบบนั้น เขาก็จะรู้สึกไม่สบายเนื้อสบายตัวไปหมด
หลายปีมานี้ เขาเคยเชิญหมอมาเป็นสิบคนเพื่อรักษาอาการนี้ แต่ก็ไร้ผล
ในขณะเดียวกัน เขาก็ตกใจมาก
'เจ้าหนูทองคำ' ของหลานสาวคือตัวอะไรกันแน่? ทำไมถึงรู้เรื่องราวทุกอย่างละเอียดขนาดนี้?
【สมัยสาวๆ ท่านยายเจ้าเป็นสาวงามเลื่องชื่อแห่งเมืองหลวง ทั้งมีความรู้และกิริยามารยาทงดงาม คนที่อยากแต่งงานกับนางต่อแถวยาวเหยียดจากหน้าประตูบ้านไปจนถึงประตูเมือง ท่านตาเจ้าก็เป็นหนึ่งในหนุ่มๆ ที่มาตามจีบเหมือนกัน】
【เขาโชคดีที่ช่วยชีวิตพ่อของท่านยายไว้ได้ เลยชนะใจสาวงามได้สำเร็จ】
【แต่เพราะโรคกลัวเชื้อโรคขั้นรุนแรงนี่แหละ เขาเลยกลัวว่าท่านยายจะรังเกียจ จึงอยากใช้ลูกเป็นเครื่องมือผูกมัดนางไว้】
เจียงหยวนรู้สึกดูแคลนหลี่จิ้งเหิง
【ผู้ชายก็เห็นแก่ตัวเหมือนกันหมดนั่นแหละ ตัวเองมอบความสุขทางเพศให้ภรรยาไม่ได้แท้ๆ แต่ยังหน้าด้านใช้ลูกมาผูกมัดนางอีก】
ถึงแม้ผู้ชายรอบข้าง (ยกเว้นหลี่จิ้งเหิง) จะไม่ค่อยเห็นด้วยกับประโยคที่ว่าผู้ชายทุกคนเห็นแก่ตัว
แต่พวกเขาก็พร้อมใจกันดูแคลนหลี่จิ้งเหิง
ช่างต่ำช้าและไร้ยางอายสิ้นดี!
【ท่านยายข้าช่างน่าสงสารจริงๆ!】
ป้าสะใภ้ทั้งสองพยักหน้าเห็นด้วยในใจรัวๆ
ท่านแม่ช่างน่าสงสารจริงๆ
【ความจริงแล้ว ท่านยายเจ้าก็ไม่ได้น่าสงสารขนาดนั้นหรอก】
เจียงหยวน: ???
【หรือว่าท่านตาจะเสร็จกิจภายในสามวินาที ทำให้ท่านยายทรมาน นางเลยยินดีปรีดาที่เขาไม่ค่อยมายุ่ง?】
ทุกคน: ???
หลี่จิ้งเหิง: !!!