- หน้าแรก
- ลือสนั่นเมือง พระชายาขี่หมูหนีอีกแล้ว
- บทที่ 24: ความเห็นใจอย่างสุดซึ้ง เหล่ามือปราบแปรพักตร์
บทที่ 24: ความเห็นใจอย่างสุดซึ้ง เหล่ามือปราบแปรพักตร์
บทที่ 24: ความเห็นใจอย่างสุดซึ้ง เหล่ามือปราบแปรพักตร์
บทที่ 24: ความเห็นใจอย่างสุดซึ้ง เหล่ามือปราบแปรพักตร์
【หลังจากที่ใต้เท้าโจวได้ลิ้มรสแล้ว ก็รู้สึกว่ารสชาติพอใช้ได้ ถึงกับสั่งให้ฮูหยินเตรียมไว้สำหรับเลี้ยงรับรองเพื่อนขุนนางที่จะเชิญมาที่จวนด้วย】
ต้าฝู ขันทีน้อยข้างกายเซียวจิ่งอวิ๋นอ้าปากค้างเล็กน้อย
เขามองเซียวจิ่งอวิ๋นด้วยความเห็นใจ
เซียวจิ่งอวิ๋นเองก็เคยไปเยือนจวนใต้เท้าโจวเนื่องด้วยราชการมาก่อน
ฐานะของพระองค์สูงส่งปานนั้น...
เซียวจิ่งอวิ๋นตวัดสายตามองเขาดุๆ "อย่าได้คิดอะไรเพ้อเจ้อ เปิ่นกงไม่กินของซี้ซั้วนอกวังอยู่แล้ว"
ต้าฝูถอนหายใจด้วยความโล่งอก
คนอื่นๆ อดไม่ได้ที่จะรู้สึกเห็นใจใต้เท้าโจวและเหล่าขุนนางที่ไปมาหาสู่กับเขา
ทว่าเรื่องนี้อาจจะไม่ใช่เรื่องจริงเสมอไป
ท่ามกลางฝูงชนที่มุงดู มีเด็กสาวคนหนึ่งที่พอจะรู้จักกับโจวเมี่ยวอยู่บ้าง แต่ก็ไม่ได้สนิทสนมกันมากนัก
นางลังเลอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะเดินเข้าไปหาโจวเมี่ยว "โจวเมี่ยว เมื่อกี้ข้าเล่นว่าวอยู่แถวบ้านเจ้า จู่ๆ ว่าวมันก็ตกลงไปในสวนบ้านเจ้า เจ้าช่วยพาข้าเข้าไปเอาหน่อยได้ไหม?"
โจวเมี่ยวจ้องมองนางอยู่นานกว่าจะนึกออกว่าเป็นใคร
ในหัวของนางเต็มไปด้วยเครื่องหมายคำถาม
เจ้าประสาทกลับหรือเปล่า? มาเล่นว่าวแถวบ้านข้าเนี่ยนะ? ถ้าว่าวตก ทำไมไม่บอกบ่าวไพร่ให้ไปหยิบให้? ทำไมต้องให้ข้าพาเข้าไปเอาด้วย?
เมื่อได้ยินดังนั้น เจียงหยวนก็รีบพูดแทรกขึ้นมาทันที "ใช่ๆ ว่าวตกในบ้านคนอื่นนี่เรื่องใหญ่มากนะ โจวเมี่ยว รีบพานางไปเอาเร็วเข้า"
"ข้ารู้น่าว่าเจ้ายังอยากจะประณามข้าต่อ ไม่ต้องห่วง เดี๋ยวข้าจะตามพวกเจ้าไปด้วย พอเอาว่าวเสร็จแล้ว เจ้าค่อยแสดงละครฉากเมื่อกี้ต่อก็ได้"
【ช่างประจวบเหมาะอะไรอย่างนี้ ข้ากำลังกลุ้มใจอยู่พอดีว่าจะหาโอกาสให้ใต้เท้าโจวกับฮูหยินเห็นสภาพสวนของลูกสาวกับตาตัวเองได้อย่างไร ตอนนี้ข้ออ้างก็ลอยมาหาถึงที่แล้ว】
【ระบบ นำทางไปเลย】
ไม่สำคัญว่าเจียงหยวนจะไม่รู้ว่าบ้านโจวเมี่ยวอยู่ไหน เพราะระบบรู้
นางขี่หมูเดินเตาะแตะนำขบวนไป
เหล่าไทยมุงเริ่มส่งเสียงกันเซ็งแซ่:
"ลูกข้ารบเร้าให้ทำว่าวให้ แต่ข้ายังคิดไม่ออกว่าจะทำแบบไหนดี เดี๋ยวข้าตามไปดูเป็นแนวทางหน่อยแล้วกัน"
"ว่าวของข้าทำทีไรก็ไม่ยักกะบิน เดี๋ยวข้าจะไปขอคำแนะนำบ้าง"
"ถ้าพวกเจ้าไป งั้นข้าก็ตามไปด้วย"
โจวเมี่ยว: ???
นางมองฝูงชนมหาศาลที่กำลังเดินขบวนไปบ้านนาง: ???
พวกเจ้าบ้ากันไปหมดแล้วหรือ?
ฉู่ยวี่โหรวขมวดคิ้ว
ฉู่หยวนคิดจะทำอะไรกันแน่? แล้วทำไมพวกมือปราบถึงได้ตามไปด้วย?
ความจริงแล้ว เหล่ามือปราบหลายคนได้ยินเสียงในใจของเจียงหยวน พวกเขาเองก็อยากรูอยากเห็นและอยากตามไปดูเรื่องฉาวโฉ่ของเจ้านายตัวเองเหมือนกัน
"พาพวกเขาไปเถอะ"
ฉู่ยวี่โหรวไม่มีทางเลือก ในเมื่อเรื่องมาถึงขั้นนี้แล้ว นางทำได้แค่หวังว่าจะรีบๆ เอาว่าวให้เสร็จ แล้วค่อยลากตัวคนไปส่งที่ที่ว่าการซุ่นเทียน
ต้าฝูมองเซียวจิ่งอวิ๋น "องค์ชาย เราจะตามพวกเขาไปไหมพ่ะย่ะค่ะ?"
เขาอยากไปใจจะขาด แต่เจ้านายยังไม่เอ่ยปาก เขาจึงไม่กล้าขยับ
เซียวจิ่งอวิ๋นมองฉู่ยวี่โหรวและเหล่ามือปราบที่เดินตามหลังเจียงหยวนไป
ดวงตาของเขาหรี่ลง
โดยไม่ตอบคำถามต้าฝู เขาเดินตามขบวนไปทันที
จวนสกุลโจว
ฮูหยินโจวได้ยินบ่าวรายงานว่าโจวเมี่ยวพาคนกลุ่มใหญ่กลับมาที่จวน ด้วยความกังวลว่าจะมีเรื่องร้ายแรง นางจึงรีบพาบ่าวไพร่ตรงไปยังเรือนของโจวเมี่ยว
ใต้เท้าโจวกลับมาถึงจวนแล้วเช่นกัน
ตอนที่นางเดินผ่าน นางจึงแวะไปที่ห้องหนังสือของใต้เท้าโจวเพื่อเรียกเขาไปด้วย
"เจ้าก็ไปดูเองสิ ทำไมต้องเรียกข้าไปด้วย?"
ถึงแม้ใต้เท้าโจวจะบ่นอุบอิบ แต่สุดท้ายเขาก็ยอมเดินตามนางไป
ภายในเรือนของโจวเมี่ยว
นางขมวดคิ้วขณะพาผู้คนเข้ามา แล้วตะโกนถามบ่าวไพร่ในเรือน "เมื่อกี้มีว่าวตกลงมาแถวนี้หรือเปล่า? รีบไปหามาให้นางเร็วเข้า"
นางหงุดหงิดจนอยากจะไล่ตะเพิดทุกคนออกไปให้เร็วที่สุด
บ่าวไพร่ต่างมองหน้ากันเลิ่กลั่กแล้วส่ายหน้า "เรียนคุณหนู พวกบ่าวไม่เห็นมีว่าวตกลงมาเลยเจ้าค่ะ"
เด็กสาวคนนั้นรีบพูดแทรกขึ้นมา "ข้าจำทิศทางที่มันตกได้ เดี๋ยวข้าไปหาเอง ไม่ต้องลำบากพวกเจ้าหรอก"
ไม่รอให้โจวเมี่ยวอนุญาต นางก็วิ่งปรู้ดออกไป
ในครัวเล็กกำลังต้มอะไรบางอย่างอยู่ เพียงแค่เดินตามควันไป ก็หาเจอได้ไม่ยาก
เด็กสาวมุ่งหน้าตรงไปยังทิศทางนั้น
เจียงหยวนและคนอื่นๆ ก็มุ่งหน้าตามไปติดๆ
ปกติโจวเมี่ยวแค่สั่งงาน นางไม่เคยรู้รายละเอียดว่าบ่าวไพร่ในครัวทำงานกันอย่างไร
ในขณะนี้ นางจึงไม่รู้สึกผิดสังเกตแต่อย่างใด
นางถึงกับยืนรออยู่ที่ลานเรือน ไม่ได้เดินตามพวกเขาไป
เมื่อฮูหยินโจวและใต้เท้าโจวมาถึง และทราบว่าฝูงชนกำลังมุ่งหน้าเข้าไปลึกในเรือน ทั้งสองก็รู้สึกแปลกใจจึงเดินตามไปดู
ภายในครัวเล็ก
เด็กสาวที่วิ่งนำเข้ามาก่อนถึงกับตะลึงงัน "พวกเจ้าทำอะไรกันน่ะ?"
เหล่าไทยมุงที่ตามเข้ามาถึงกับผงะด้วยความสะอิดสะเอียนจนแทบจะอาเจียน
สาวใช้ตัวน้อยหลายคนใช้ผ้าปิดหน้ามิดชิด นั่งยองๆ อยู่กับพื้น หันหน้าหนีอย่างรังเกียจขณะกำลังขัดถูสิ่งเหล่านั้น
ส่วนในหม้ออีกฝั่ง มีบางอย่างกำลังเดือดปุดๆ...
"อ้วก ข้าจะอ้วก"
"คุณพระคุณเจ้า ข้ากินข้าวไม่ลงไปอีกหลายวันแน่"
"อ๊าก! รู้งี้ไม่น่าตามมาดูเลย!"
แม้ว่าจะเตรียมใจมาบ้างแล้วระหว่างทาง แต่พอมาเห็นกับตาตัวเองมันก็ยัง...
【ให้ตายเถอะ ภาพตรงหน้ามันชวนสยองเกินไปแล้ว】
【ถ้าใต้เท้าโจวกับฮูหยินรู้ว่าตัวเองกินของพรรค์นี้เข้าไปตั้งเยอะ คงอยากจะกลั้นใจตายให้รู้แล้วรู้รอด】
【เสี่ยวหยวนหยวน ข้าก็อยากจะอ้วกเหมือนกัน...】
ใต้เท้าโจวและฮูหยินโจวที่เดินตามหลังมา ได้ยินเสียงในใจแปลกๆ นี้ ตอนแรกพวกเขาก็งุนงง
กินอะไร?
พวกเขากินอะไรเข้าไป?
ทำไมถึงต้องอยากตาย?
ทั้งสองรีบเบียดฝูงชนฝ่าเข้าไปด้านหน้าด้วยความร้อนใจ
และแล้ว... ในวินาทีนี้เอง พวกเขาปรารถนาให้ตัวเองตายไปจริงๆ
"โจวเมี่ยว!"
ฮูหยินโจวเป็นลมล้มพับไปแล้ว
ใต้เท้าโจวยังพอประคองสติไหว
เขาสั่งให้คนลากตัวโจวเมี่ยวมา แล้วตบหน้านางฉาดใหญ่
ส่วนที่เหลือเป็นเรื่องภายในครอบครัว
เจียงหยวนและกลุ่มไทยมุงต่างทยอยกันล่าถอยออกมาอย่างรู้งาน
เพียงแต่ตอนที่ทุกคนเดินออกมา ต่างก็หันไปมองใต้เท้าโจวและฮูหยินด้วยสายตาเปี่ยมด้วยความเห็นใจอีกครั้ง...
เมื่อละครจบลงและใกล้เวลาอาหารกลางวัน เจียงหยวนก็เตรียมขี่หมูจากไปอย่างสบายใจ
แต่นางกลับถูกฉู่ยวี่โหรวและพรรคพวกขวางทางไว้อีกครั้ง
ถ้าวันนี้จับตัวเจียงหยวนไม่ได้ นางก็ไม่รู้ว่าจะเจอตัวอีกเมื่อไหร่
"ฉู่หยวน ถ้าเจ้าไม่ยอมตามมือปราบกลับไปที่ว่าการดีๆ อย่าหาว่าข้าไม่เกรงใจก็แล้วกัน"
เจียงหยวนยืนเท้าสะเอว ถลึงตาใส่
"ข้าบอกแล้วไงว่าข้าชื่อเจียงหยวน แล้วก็อย่ามาขวางทางข้าจะกลับบ้านไปกินข้าว"
【ฮึ ใครกล้าขัดขวางการกินข้าวของข้า ข้าจะขุดคุ้ยเรื่องฉาวโฉ่ของบรรพบุรุษสิบแปดชั่วโคตรของมันออกมาประจานให้หมด】
"เจ้าพิงค์ ไปกันเถอะ กลับบ้านกัน"
พอหิวแล้ว ความอดทนของเจียงหยวนก็หมดลง นางไม่คิดจะต่อปากต่อคำกับฉู่ยวี่โหรวอีก
ฉู่ยวี่โหรวหันไปสั่งมือปราบที่ตามหลังเจียงหยวนมา
"รีบจับตัวนางเร็วเข้า!"
เหล่ามือปราบมองหน้ากันเลิ่กลั่ก
ถ้าพวกเขาไม่ได้ยินเสียงในใจของเจียงหยวน พวกเขาคงจับนางไปแล้ว เพราะคนของจวนโหวต่างยืนยันเป็นมั่นเป็นเหมาะว่าเจียงหยวนขโมยของไป
แต่พวกเขาดันได้ยินเสียงในใจนางนี่สิ ถึงแม้เจียงหยวนจะยอมรับในใจว่าขโมยของมาจริง...
แต่พวกเขาก็ไม่กล้าลงมือ
มีชีวิตมาจนป่านนี้ ใครบ้างจะไม่มีความลับที่บอกใครไม่ได้?
ดังนั้น เหล่ามือปราบจึงได้แต่พยายามเกลี้ยกล่อมฉู่ยวี่โหรว "คุณหนูฉู่ หากจะจับกุมคุณหนูเจียง เกรงว่าเราต้องมีหลักฐานที่แน่นหนากว่านี้นะขอรับ"
ฉู่ยวี่โหรว: ???