- หน้าแรก
- ลือสนั่นเมือง พระชายาขี่หมูหนีอีกแล้ว
- บทที่ 13: ความตายของเจียงหยวน
บทที่ 13: ความตายของเจียงหยวน
บทที่ 13: ความตายของเจียงหยวน
บทที่ 13: ความตายของเจียงหยวน
"เจียงหยวนอยู่ที่ไหน? นางอยู่ในจวนหรือไม่?"
"มาพยุงข้าที ข้าจะไปหานาง"
"นังเด็กจอมลวงโลก ข้าไม่เชื่อหรอกว่านางจะไม่เผยธาตุแท้ออกมา"
เจียงอวิ๋นโจวหมดความอดทนแล้ว
บ่าวรับใช้กัดฟันแน่น
เขาเดินก้มหน้าเข้าไปพยุงเจียงอวิ๋นโจวให้ลุกขึ้น
เจียงอวิ๋นโจวทิ้งน้ำหนักเกือบทั้งตัวลงบนร่างของบ่าวผู้นั้นจึงจะยืนทรงตัวอยู่ได้
ทันใดนั้นเอง... "โอ๊ย... ขออภัยขอรับ ขออภัย คุณชายรอง ข้าขอโทษ มือข้าเป็นตะคริว..."
มือของเขาอ่อนแรงลงกะทันหัน ทำให้เจียงอวิ๋นโจวที่เพิ่งจะยืนทรงตัวได้ ล้มคว่ำลงไปกองกับพื้น
หัวเข่ากระแทกเข้ากับขอบเตียงอย่างจัง เจ็บร้าวไปถึงกระดูกจนร้องไม่ออก
บ่าวผู้นั้นมีนามว่า 'จี๋เสียง' ทันทีที่เห็นเจียงอวิ๋นโจวทำท่าจะล้ม เขาก็รีบปล่อยมือแล้วถอยฉากไปคุกเข่าอยู่ด้านข้างทันควัน
ปล่อยให้เจียงอวิ๋นโจวล้มคว่ำคะมำหงายต่อหน้าต่อตา
"คุณชายรอง คุณชายรอง บ่าวผิดไปแล้ว บ่าวขอโทษ บ่าวจะช่วยพยุงท่านลุกขึ้นเดี๋ยวนี้..."
รอจนกระทั่งเจียงอวิ๋นโจวเจ็บจนแทบจะหมดสติ จี๋เสียงจึงค่อยๆ ขยับตัวเข้ามาแล้วยื่นมือออกไป
"คุณชายรอง ขาท่านเหยียดตรงแทบไม่ได้แล้ว ดูสิขอรับ ท่านยังอยากให้ข้าพาไปหาคุณหนูอยู่อีกหรือ?"
เจียงอวิ๋นโจวกัดฟันกรอด ความเจ็บปวดที่ขาเริ่มทุเลาลงบ้างแล้ว
เขามองจี๋เสียงด้วยสายตาหวาดระแวง ทำไมเขาถึงรู้สึกเหมือนเจ้านี่จงใจแกล้งเขา?
ตอนนี้อาการบาดเจ็บของเขายิ่งหนักกว่าเดิมเสียอีก
ช่างเถอะ อย่าว่าแต่ไปหาเรื่องเจียงหยวนเลย ตอนนี้แค่จะลุกไปเข้าห้องสุขาเองยังลำบาก
จวนชางเล่อโหว
ฉู่ยวี่โหรวกำลังดีดพิณ จู่ๆ นางก็เอ่ยถามขึ้น "ช่วงนี้พี่อวิ๋นโจวแวะมาบ้างหรือไม่?"
เรื่องที่เจียงอวิ๋นโจวพึงใจในตัวนางนั้น แทบจะเป็นความลับที่รู้กันทั่วเมืองหลวง
เมื่อก่อน เขาจะหาข้ออ้างว่ามาเล่นกับน้องชายของนางเพื่อแวะเวียนมาที่จวนทุกสองสามวัน เพียงเพื่อจะได้เห็นหน้านาง
แต่ตั้งแต่วันที่เขาตกน้ำ นางก็ไม่เห็นเงาเขาอีกเลย
ยกเว้นตอนที่ได้ยินเสียงเขาที่โรงน้ำชาหงเหยียนวันนั้น
สาวใช้คนสนิทนามว่า 'ตงเซียง' หลุบตาลงตอบ "เรียนคุณหนู ช่วงนี้คุณชายรองเจียงไม่ได้แวะมาเจ้าค่ะ"
ฉู่ยวี่โหรวขมวดคิ้ว
หรือว่าวันนั้นเขาจะเห็นอะไรเข้าที่โรงน้ำชาหงเหยียน? ก็เลยโกรธแล้วเลิกมาหานาง?
แต่แล้วนางก็ส่ายหน้าปฏิเสธความคิดนั้น
เป็นไปไม่ได้ เจียงอวิ๋นโจวชอบนางมากปานนั้น แถมนางยังเป็นผู้มีพระคุณช่วยชีวิตเขา ต่อให้เขาเห็นนางกอดจูบกับชายอื่น หรือต่อให้นางแต่งงานกับคนอื่น เขาก็ไม่มีทางเมินเฉยต่อนางได้
"เจ้าลองไปสืบข่าวที่จวนอัครเสนาบดีดูซิว่าช่วงนี้เกิดเรื่องอะไรขึ้นบ้าง"
"เจ้าค่ะ"
"คุณหนู มีข่าวแล้วเจ้าค่ะ มีข่าวเรื่องคุณหนูฉู่หยวนแล้ว นายท่านเรียกให้คุณหนูไปที่เรือนหน้าเจ้าค่ะ"
"มีข่าวฉู่หยวน?"
ฉู่ยวี่โหรวรีบลุกขึ้นแล้วเดินแกมวิ่งไปยังเรือนหน้าทันที
เจ้านายหลายคนของตระกูลฉู่อยู่กันพร้อมหน้า
ชางเล่อโหวและฮูหยิน, ฮูหยินผู้เฒ่าแห่งจวนชางเล่อโหว, ฉู่ยวี่โหรวและน้องชายร่วมมารดาอีกสองคน รวมถึงอนุภรรยาสองคนและลูกๆ ของพวกนางอีกสามคน
แม้แต่ครอบครัวของท่านอาสองและท่านอาสามของฉู่ยวี่โหรวก็มากันครบ
ฮูหยินชางเล่อโหวเมื่อเห็นบุตรสาวก็กวักมือเรียก "ยวี่โหรวมาแล้ว รีบมานั่งข้างแม่เร็วเข้า"
"พ่อเจ้ากลับมาบอกว่ามีข่าวเรื่องฉู่หยวนแล้ว มีคนพบศพหญิงสาวที่คูเมือง เสื้อผ้าที่สวมใส่เหมือนกับชุดที่ฉู่หยวนใส่ตอนออกจากบ้านไม่มีผิดเพี้ยน ส่วนสูงก็เท่ากับฉู่หยวน"
"แม้ใบหน้าจะอืดบวมเพราะแช่น้ำจนจำเค้าเดิมแทบไม่ได้ แต่มีความเป็นไปได้ถึงเก้าส่วนว่าเป็นฉู่หยวน"
ฉู่ยวี่โหรวมีสีหน้าประหลาดใจเล็กน้อย "ฉู่หยวนตายแล้ว?"
ฮูหยินชางเล่อโหวพยักหน้า "ตายแล้ว จากนี้ไปจะไม่มีฉู่หยวนบนโลกใบนี้อีก"
ขณะที่พูด นางก็ถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอก
แม้ฉู่หยวนจะเป็นผู้นำพาบุตรทั้งสามคนมาให้นาง แต่ทุกครั้งที่เห็นหน้าเด็กคนนั้น มันคอยตอกย้ำความขมขื่นในช่วงเวลาหลายปีที่นางไม่อาจมีบุตรได้
หนำซ้ำยังมีคนคอยยกยอฉู่หยวนต่อหน้านาง ราวกับว่าการที่นางตั้งครรภ์ได้เป็นเพราะบารมีของฉู่หยวน และนางต้องสำนึกบุญคุณเด็กนั่น
ตายไปซะได้ก็ดี
ไหล่ที่เกร็งเขม็งของฉู่ยวี่โหรวผ่อนคลายลง
เช่นเดียวกับฮูหยินชางเล่อโหว นางเองก็ลอบถอนหายใจอย่างโล่งอกเช่นกัน
ชางเล่อโหวเอ่ยขึ้นเสียงขรึม "ที่เรียกทุกคนมาวันนี้ ก็เพื่อจะกำชับว่า ไม่ว่าภายภาคหน้าจะมีใครมาถาม พวกเจ้าต้องยืนกรานเป็นเสียงเดียวกันว่าฉู่หยวนหนีออกจากบ้านไปเอง และก่อนหนีไป นางยังทำร้ายคนในครอบครัวเราด้วย"
"พวกเราส่งคนออกตามหาทันทีแต่ก็ไร้วี่แวว"
"สรุปสั้นๆ คือ ความตายของฉู่หยวนไม่เกี่ยวข้องใดๆ กับตระกูลเรา"
"ท่านพี่ พวกเราเข้าใจแล้ว"
"ท่านพ่อ พวกเราทราบแล้วขอรับ"
"พี่ใหญ่ ออกไปข้างนอกพวกเราจะไม่พูดจาเหลวไหลแน่นอน"
...จวนอัครเสนาบดี
【ระบบ ลงชื่อเข้าใช้ ลงชื่อเข้าใช้】
หลังจากเก็บเกี่ยวยาลูกกลอนประจำวัน ก็ได้เศษยาที่ล้มเหลวเพิ่มมาอีกสองสามขวด
【หยวนหยวนน้อย ถ้าเจ้าไม่รีบไป 'กินเผือก' ข้าก็ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่ร้านค้าของข้าจะเปิดได้สักที】
【เออๆ รู้แล้วๆ เดี๋ยวตื่นแล้วจะไปกิน】
เจียงหยวนเพิ่งทานมื้อเช้าเสร็จ เช็ดมุมปาก ตอบรับไปส่งๆ แล้วล้มตัวลงนอนต่อ
ต้องกินให้อิ่มก่อน ถึงจะมีแรงนอน
ระบบ: ...
"คุณหนู เม่นที่คุณหนูเก็บกลับมาเมื่อวานมันยังหลับอยู่เลยเจ้าค่ะ บ่าวลองหลายวิธีแล้วก็ไม่ยอมตื่น"
เสี่ยวถาวเดินเข้ามาพร้อมตะกร้าใบหนึ่ง ตรงกลางมีเม่นที่เจียงหยวนเก็บได้เมื่อวานนอนขดตัวอยู่
"ท่านพ่อบอกว่ามันกำลังจำศีล ถ้าอย่างนั้นเอาไปที่ครัว จับใส่หม้อแล้วจุดไฟต้มให้ร้อน พออากาศร้อนมันก็จะนึกว่าถึงฤดูร้อนแล้วตื่นขึ้นมาเอง"
เสี่ยวถาว: ...ตื่นน่ะอาจจะตื่น แต่ถ้าทำแบบนั้นจริงๆ นางเกรงว่าเจ้าเม่นตัวนี้คงได้หลับยาวตลอดกาลแน่ๆ
เจียงหยวนพลิกตัว หยิบยาลูกกลอนออกมาเม็ดหนึ่งแล้วโยนลงไปในตะกร้า
เจ้าเม่นที่กำลังหลับสนิทอยู่ในตะกร้า จู่ๆ เปลือกตาก็กระตุก
มันเบิกตาโพลง พลิกตัวกลับมาคลานอย่างรวดเร็วแล้วอ้าปากกว้าง
งับยาลูกกลอนเข้าปากไปในคำเดียว
เสี่ยวถาวมองตาค้าง
"คุณหนู มันตื่นแล้วจริงๆ ด้วยเจ้าค่ะ?"
"อืม ข้าจะนอนแล้ว อย่ากวนข้า"
【หยวนหยวนน้อย เลิกนอนได้แล้ว ลุกขึ้นไป 'กินเผือก' เดี๋ยวนี้】
【มีเผือกเรื่องจวนชางเล่อโหวให้กินด้วยนะ】
ที่ด้านนอกเรือนของเจียงหยวน องค์ชายเจ็ดเต็มไปด้วยความสับสน
กินเผือก?
กินเผือกอะไร?
เผือกที่กินกันกลางฤดูหนาวเนี่ยนะ มันจะอร่อยกว่าอาหารหมูที่กินเมื่อวานหรือเปล่า?
เขาขอกินด้วยได้ไหม?
แต่เผือกนี่อยู่ที่จวนชางเล่อโหวรึ? งั้นเขาต้องไปเอามาจากจวนชางเล่อโหวใช่ไหม?
เจียงหยวนหูผึ่งขึ้นมาทันที
【กินๆ เผือกอะไร?】
【พ่อบุญธรรมของเจ้าได้ข่าวจากศาลว่ามีเด็กสาวจมน้ำตายในคูเมือง เขาคิดว่าเป็นเจ้า】
【ตอนนี้คนทั้งตระกูลนั้นกำลังฉลองการตายของเจ้ากันยกใหญ่เลยล่ะ】
เจียงหยวนหาววอด
【นี่มันเผือกประเภทไหนกันเนี่ย?】
องค์ชายเจ็ดพยักหน้าเห็นด้วยอย่างยิ่ง
เขายังไม่เห็นเผือกสักหัวเลย นี่มันเผือกพันธุ์ไหนกัน?
【เดี๋ยวนะ】
เจียงหยวนดีดตัวลุกขึ้นนั่งบนเตียง
【คนทั้งบ้านนั้นคิดว่าข้าตายแล้ว? ฮี่ๆๆ ฮี่ๆ...】
องค์ชายเจ็ด???
คนอื่นคิดว่านางตาย แตทำไมนางถึงยังดีใจขนาดนี้
บุตรสาวที่จวนอัครเสนาบดีเพิ่งรับกลับมาเป็นคนสติไม่ดี แล้วนี่ยังจะมีอาการกำเริบอีกหรือ?
อาหารหมูของเขา!
เพื่อปกป้องแหล่งผลิตอาหารหมูชั้นเลิศ องค์ชายเจ็ดรู้สึกว่าเขามีหน้าที่ต้องช่วยชีวิตเจียงหยวน
ดังนั้น เขาจึงเดินไปที่ประตู ยกศอกขึ้นแล้วกระแทกเข้าไปเต็มแรง...
เขาและเจียงหยวนจ้องตากันปริบๆ...