- หน้าแรก
- พลิกวิกฤตวัยกลางคน ด้วยระบบข่าวกรองรายวัน!
- บทที่ 281 ความลับเยอะเหมือนกันนะ
บทที่ 281 ความลับเยอะเหมือนกันนะ
บทที่ 281 ความลับเยอะเหมือนกันนะ
บทที่ 281 ความลับเยอะเหมือนกันนะ
【ประเภทข้อมูลที่สามารถค้นหาได้: สีแดง (ใช้ 3 แต้มข้อมูล) , สีเขียว x2 (ใช้ 9 แต้มข้อมูล) 】
เมื่อเห็นการเปลี่ยนแปลงที่ปรากฏบนม่านแสงโปร่งใส กล้ามเนื้อบนใบหน้าฉีอวิ๋นก็กระตุกไปโดยไม่รู้ตัว
ให้ตายสิ ความลับเยอะเหมือนกันนะเนี่ย มีข้อมูลระดับสีเขียวด้วย แถมยังมีตั้งสองเรื่อง!
งั้นก็ขอให้ผมแอบดูความลับเล็กๆ ของคุณหน่อยแล้วกันนะ~
【ระดับข้อมูล (สีแดง) : จี้หลีหยางรู้มาตั้งนานแล้วว่าภายในเศียรพระนั้นซุกซ่อนเศียรนักษัตรสุนัขไว้ และได้ใช้อิทธิพลความสัมพันธ์ ขนส่งมันออกนอกประเทศไปแล้ว โดยตั้งใจจะขายในราคามหาศาลให้กับมหาเศรษฐีระดับโลกคนหนึ่งในต่างประเทศ】
เมื่อเห็นข้อมูลนี้ ดวงตาของฉีอวิ๋นก็ฉายแววเย็นเยียบ มิน่าล่ะจี้หลีหยางถึงไม่ยอมคืนของให้ ที่แท้ก็คือส่งออกนอกประเทศไปแล้วนั่นเอง
ในขณะเดียวกันเขาก็ด่าในใจ ไอ้ระยำจี้หลีหยางนี่มันไม่มีขีดจำกัดความชั่วเลยจริงๆ ดูดเลือดในประเทศยังไม่พอ ยังจะเอาสมบัติชาติไปขายเมืองนอกอีก มันช่างไร้จิตสำนึกสิ้นดี
ถึงแม้ประเทศจีนจะมีกฎหมายเฉพาะที่สั่งห้ามนำโบราณวัตถุล้ำค่าออกนอกประเทศ แต่ด้วยบารมีและเส้นสายของอีกฝ่ายในพื้นที่ การจะทำเรื่องนี้ให้สำเร็จก็ไม่ใช่เรื่องยาก
แม่งเอ๊ย! ของถูกส่งไปแล้วจะคุยห่าอะไรกันอีก เรื่องนี้ไม่มีทางจบด้วยการเจรจาแน่นอน!
ต้องส่งไอ้เดรัจฉานนี่เข้าไปโดนรุมสกรัมในคุกให้ได้!
【ระดับข้อมูล (สีเขียว) : จี้หลีหยางเริ่มรับรู้ได้ว่าผู้ใหญ่เบื้องบนเริ่มไม่พอใจในตัวเขา และกำลังจะตัดหางปล่อยวัดเขาอย่างสิ้นเชิง เขาจึงเตรียมพันธบัตรยุโรปชนิดไม่ระบุชื่อมูลค่า 50 ล้านหยวน และหม้อสำริดที่ได้มาจากงานประมูลไว้เป็นการลับ เพื่อตั้งใจจะไปเข้าพบผู้ใหญ่คนหนึ่งในคืนนี้; พันธบัตรเหล่านี้ปัจจุบันอยู่ในตู้นิรภัยของธนาคารแห่งหนึ่งในฮ่องกง จี้หลีหยางได้สั่งให้คนสนิทไปรับมาเรียบร้อยแล้ว ข้อมูลรายละเอียดคือ ****】
มิน่าล่ะไอ้หลานจี้คนนี้ถึงยอมก้มหัวให้เร็วขนาดนี้ ที่แท้ก็กำลังจะโดนทิ้งนี่เอง...
พันธบัตรไม่ระบุชื่อมูลค่า 50 ล้าน! หัวใจฉีอวิ๋นเต้นรัวแรงขึ้นมาแวบหนึ่ง
การติดสินบนแบบนี้ถือเป็นการทำผิดกฎหมาย ในเมื่อผมรู้เรื่องแล้ว ก็ย่อมมีหน้าที่ต้องยับยั้งพวกเขาใช่ไหมล่ะ?
【ระดับข้อมูล (สีเขียว) : จี้หลีหยางลักลอบขนย้ายโบราณวัตถุล้ำค่าชุดหนึ่งไปยังลอนดอนอย่างผิดกฎหมาย ในนั้นรวมถึงเศียรนักษัตรสุนัขและเศียรนักษัตรแพะ หนึ่งในสิบสองนักษัตร มูลค่ารวมกว่า 500 ล้านหยวน ปัจจุบันโบราณวัตถุชุดนี้ซ่อนอยู่ที่คลังสินค้าหมายเลข 98 ท่าเรือคานารีวอร์ฟ ลอนดอนตะวันออก】
มีเซอร์ไพรส์เพิ่มอีก!
สีหน้าของฉีอวิ๋นดูหลากหลายมาก เมื่อครู่ยังรู้สึกเสียดายที่เสียเศียรสุนัขไป คราวนี้ไม่เพียงแต่จะรู้ที่อยู่ของเศียรสุนัขแล้ว ยังได้เบาะแสเศียรแพะเพิ่มมาอีกหนึ่ง
ไม่ต้องพูดถึงว่าเดิมทีของนั่นมันควรจะเป็นของเขา ลำพังแค่การที่เป็นสมบัติชาติที่ล้ำค่าขนาดนี้ ก็จะยอมให้จี้หลีหยางเอาไปขายให้พวกต่างชาติไม่ได้เด็ดขาด
จี้หลีหยางเห็นฉีอวิ๋นนิ่งเงียบไปนาน แถมสีหน้ายังดูเปลี่ยนไปเปลี่ยนมา เขาคิดว่าอีกฝ่ายยังไม่พอใจกับค่าตอบแทนที่เขาเสนอมาเมื่อครู่ จึงลองถามหยั่งเชิงดูอีกครั้ง: "คุณฉีครับ ถ้าคุณยังไม่ค่อยพอใจกับเงื่อนไขนี้ล่ะก็ เรา..."
"พอใจครับ" ฉีอวิ๋นดึงสติกลับมาจากความตื่นเต้น เคาะเถ้าบุหรี่อย่างใจเย็น "คุณไปเตรียมสัญญาโอนกรรมสิทธิ์มาเถอะ จัดการเรื่องนี้ให้เสร็จตอนนี้เลย แล้วเราก็ถือว่าจ้าวกันไป"
แน่นอนว่าคำพูดนี้เป็นเรื่องโกหก โรงแรมก็จะเอา พันธบัตรพวกนั้นก็จะเอา แต่เรื่องมันจะไม่จบลงง่ายๆ แบบนี้แน่นอน
จี้หลีหยางมองฉีอวิ๋นด้วยสายตาเคลือบแคลงสงสัยแวบหนึ่ง ก่อนจะพยักหน้า: "ตกลงครับ เดี๋ยวผมจะแจ้งให้ทนายเตรียมเอกสารที่เกี่ยวข้องมาส่งให้เดี๋ยวนี้"
ถึงแม้จะเสียโรงแรมห้าดาวไปหนึ่งแห่งจนรู้สึกเจ็บปวดอยู่บ้าง แต่ผลกำไรที่เศียรสุนัขจะทำเงินให้เขานั้นสามารถชดเชยความเสียหายนี้ได้อย่างสิ้นเชิง
ยิ่งไปกว่านั้น สิ่งที่เขาต้องการที่สุดตอนนี้คือเวลา ตราบใดที่ทางพี่เฉินไม่มาหาเรื่องเขาอีก ให้เขาผ่านพ้นช่วงวิกฤตนี้ไปได้เพื่อไปสานสัมพันธ์ใหม่ ในอนาคตเขาก็สามารถหาเงินมาซื้อโรงแรมห้าดาวเพิ่มได้อีกสิบแห่ง
......
ชั่วโมงเศษต่อมา ทนายของเทียนหยางกรุ๊ปนำเอกสารมาส่งที่โรงแรม
"คุณฉีครับ ลองตรวจสอบดู ถ้าไม่มีปัญหาก็เซ็นชื่อกันตอนนี้เลยครับ" จี้หลีหยางยื่นสัญญามาให้
ฉีอวิ๋นเปิดดูคร่าวๆ จากนั้นก็ส่งสัญญาให้หลี่เยว่หัว: "พี่เป็นคนเซ็นเถอะ"
"หืม?" หลี่เยว่หัวเงยหน้าขึ้นด้วยความอึ้ง "ทำไมต้องให้ผมเซ็นล่ะ?"
"พี่เซ็นไปก่อนเถอะ เดี๋ยวผมค่อยอธิบายให้ฟัง" ฉีอวิ๋นยื่นปากกาไปให้พร้อมเร่งเร้า
หลี่เยว่หัวจ้องหน้าฉีอวิ๋นอยู่นาน เห็นสีหน้าท่าทางอีกฝ่ายดูจริงจังมาก จึงรับปากกามาดูสัญญาครู่หนึ่งแล้วเซ็นชื่อตัวเองลงไป
เมื่อทั้งสองฝ่ายเซ็นสัญญาเรียบร้อยแล้ว จี้หลีหยางก็ชี้ไปที่ทนายความด้านหลัง: "ขั้นตอนที่เหลือให้เธอจัดการต่อได้เลย ช่วงเช้าวันนี้ทุกอย่างจะดำเนินการเสร็จสิ้นเรียบร้อยครับ"
"ตกลงครับ" เรื่องนี้ฉีอวิ๋นไม่สงสัย แม้จี้หลีหยางจะสูญเสียคนคุ้มกันระดับบนไปแล้ว แต่เรื่องเล็กน้อยแค่นี้เขายังจัดการได้สบาย
"ในเมื่อเรื่องเข้าใจผิดคลี่คลายหมดแล้ว คุณฉีครับ คือ..." จี้หลีหยางพูดพร้อมรอยยิ้ม ทิ้งท้ายไว้ครึ่งประโยค
ฉีอวิ๋นพูดเสียงเรียบ: "ผมจะบอกให้ครับ แต่สงจวินเขาทำผิดกฎหมาย ผมเองก็จนปัญญา"
"แน่นอนครับ ทำผิดกฎหมายย่อมต้องได้รับบทลงโทษที่ควรได้รับ" จี้หลีหยางตอบกลับอย่างเด็ดขาด โดยไม่มีทีท่าว่าจะพยายามยื้อช่วยเลยแม้แต่นิดเดียว จุดนี้ทำให้ฉีอวิ๋นรู้สึกประหลาดใจอยู่บ้าง
แต่พอมาคิดดูอีกที คนอย่างสงจวินในสายตาของอีกฝ่าย ก็เป็นแค่ลูกน้องที่คอยรับจ้างทำงานให้เท่านั้น ขาดสงจวินไปเขาก็สามารถปั้น "เสือจวิน" หรือ "เสือดาวจวิน" ขึ้นมาใหม่ได้
มันคือความสัมพันธ์แบบผลประโยชน์ร่วมกัน ไม่มีความผูกพันอะไรให้ต้องพูดถึง
ฉีอวิ๋นพยักหน้าเบาๆ : "งั้นก็แค่นี้แหละครับ"
หลังจากได้คำตอบที่พอใจ จี้หลีหยางก็ลุกขึ้นยืน: "ตกลงครับ ผมยังมีธุระต้องไปจัดการต่อ คงไม่รบกวนนาน ไว้พบกันใหม่ครับ" พูดจบเขาก็พาพวกทนายเดินจากไป
เมื่อคนเดินไปไกลแล้ว หลี่เยว่หัวก็หันมาถามด้วยความสงสัยเต็มที่: "ทำไมต้องให้ผมเซ็นล่ะ?"
"โรงแรมผมไม่เอา ยกให้พี่แล้วกัน" ฉีอวิ๋นจุดบุหรี่ พูดสั้นๆ
"ยกให้ผม?" หลี่เยว่หัวอึ้งไปเลย
ถึงแม้เขาจะอยู่ในระดับผู้บริหารระดับสูงของตระกูลฟู่ และมีฐานะมั่งคั่ง แต่เขาก็ยังทำใจไม่ได้ที่จะยกโรงแรมห้าดาวมูลค่า 50-60 ล้านหยวนให้คนอื่นไปง่ายๆ แบบนี้
"ใช่ครับ ยกให้พี่" ฉีอวิ๋นมีสีหน้าจริงจัง "เรื่องนี้สำเร็จได้ก็เพราะพี่ช่วย ดังนั้นจะให้พี่ต้องเหนื่อยฟรีไม่ได้หรอกครับ ส่วนเรื่องบุญคุณระหว่างพี่กับพี่เฉิน ผมจะไม่เข้าไปก้าวก่ายครับ"
หลี่เยว่หัวเมื่อดึงสติกลับมาได้ก็รีบส่ายหน้าทันที: "น้องชาย ผมรับน้ำใจไว้ก็พอแล้ว แต่โรงแรมนี้ผมรับไว้ไม่ได้หรอก"
"การที่ผมมาช่วยคุณครั้งนี้มันมาจากมิตรภาพระหว่างเรา ผมไม่เคยคิดอยากได้อะไรตอบแทนเลย"
"เรื่องนั้นผมรู้ดีครับ" ฉีอวิ๋นตบบ่าเขาแล้วพูดพลางฉีกยิ้ม "แค่ผมโทรไปกริ๊งเดียว พี่ก็บินมาจากปักกิ่งเพื่อช่วยผม มันทำให้ผมซาบซึ้งใจมากจริงๆ"
"โรงแรมนี้ผมตั้งใจยกให้พี่ ไม่เกี่ยวกับเรื่องบุญคุณตอบแทนอะไรทั้งนั้นครับ"
หลี่เยว่หัวฟังแล้วก็ยังลังเลอยู่บ้าง: "ของที่คุณซื้อมาตั้งสิบกว่าล้านก็ยังเอาคืนไม่ได้ แถมค่าชดเชยที่เขาให้มาคุณยังจะยกให้ผมอีก แบบนี้มันทำให้ผมรับไว้ลำบากใจนะ"
"ไม่มีอะไรต้องลำบากใจหรอกครับ เดี๋ยวผมจะบอกอะไรพี่อีกอย่าง" ฉีอวิ๋นโน้มตัวเข้าไปใกล้ ลดเสียงต่ำลงว่า "ไอ้หมอนั่นอยู่ที่ลอนดอน......"
"คุณรู้ได้ไง!?" หลี่เยว่หัวฟังจบก็หันมาด้วยความประหลาดใจ ดวงตาเบิกกว้าง "ข่าวกรองแม่นยำไหม?"
ฉีอวิ๋นมีสีหน้าจริงจังอย่างยิ่ง: "คนของผมเพิ่งส่งข่าวกลับมาหาผมเมื่อกี้ รับรองว่าแม่นยำแน่นอนครับ"
"แล้วคุณหมายความว่ายังไง?" หลี่เยว่หัวถามหยั่งเชิง
"ก็หมายความว่าอย่างนั้นแหละครับ" ฉีอวิ๋นเคาะเถ้าบุหรี่ พูดด้วยน้ำเสียงเด็ดเดี่ยว "สมบัติชาติแบบนี้จะปล่อยให้ตกไปอยู่ในมือคนต่างชาติไม่ได้ ถ้าเรามีความสามารถ ก็ควรจะเอามันกลับมาครับ"
หลี่เยว่หัวแม้จะเป็นสัญชาติสิงคโปร์ แต่เขาก็เป็นคนเชื้อสายจีน ดังนั้นเขาจึงเห็นด้วยกับคำพูดของฉีอวิ๋นมาก: "คุณตั้งใจจะทำยังไง?"
"ต้องเอาของมาให้ได้ก่อน เอากลับมาก่อนค่อยว่ากัน ส่วนหลังจากนั้นจะบริจาคหรือจะจัดการยังไง เราค่อยมาศึกษากันอีกทีครับ"
ความคิดแรกเริ่มของฉีอวิ๋นคือการประมูลเศียรสุนัขมาเพื่อบริจาคคืนให้ประเทศ แต่ของล๊อตนี้มีจำนวนไม่น้อย แถมมูลค่าก็สูงลิ่ว การจะบริจาคคืนอาจจะต้องหาเหตุผลดีๆ มารองรับ