- หน้าแรก
- พลิกวิกฤตวัยกลางคน ด้วยระบบข่าวกรองรายวัน!
- บทที่ 280 ค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับจี้หลีหยาง
บทที่ 280 ค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับจี้หลีหยาง
บทที่ 280 ค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับจี้หลีหยาง
บทที่ 280 ค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับจี้หลีหยาง
ยังไงเขาก็ไม่รีบร้อน ถ้าอีกฝ่ายไม่เปิดปากก่อน เขาก็จะแกล้งทำเป็นไม่รู้เรื่องต่อไป
การที่เขาออกหน้าจัดการจี้หลีหยางถือเป็นเรื่องที่โจ่งแจ้งมาก แต่ที่แปลกก็คือ ตั้งแต่เมื่อวานจนถึงตอนนี้ ไม่มีใครโทรมาหาเขาเรื่องนี้เลย ประกอบกับท่าทีของอีกฝ่ายที่ยอมถ่อมตัวขนาดนี้ ทำให้เขาสัมผัสได้ถึงความไม่ธรรมดา
"ครับ วันนี้ผมพอจะว่างพอดี เลยตั้งใจเข้ามาเยี่ยมท่านครับ" จี้หลีหยางยิ้มพยักหน้า วางถ้วยชาลง แล้วถามเหมือนไม่ตั้งใจว่า "เอ้อ เลขาฯ เฉินครับ ผมได้ยินลูกน้องบอกว่า ช่วงนี้ทางเขตมีการตรวจสอบความถูกต้องของสถานประกอบการเหรอครับ?"
"อืม มีเรื่องอย่างนั้นอยู่ครับ" พี่เฉินตอบโดยไม่เงยหน้า "ตั้งทีมเฉพาะกิจขึ้นมาชั่วคราวน่ะครับ ตรวจสอบตามขั้นตอน"
กล้ามเนื้อบนใบหน้าจี้หลีหยางกระตุกแวบหนึ่ง พลางคิดในใจว่ามึงส่งคนบุกไปตรวจบัญชีบริษัทกูอย่างโหดเหี้ยมขนาดนั้น นี่คือตรวจสอบตามขั้นตอนงั้นเหรอ?
แต่ใบหน้าเขาไม่ได้แสดงความไม่พอใจออกมาเลย กลับพูดต่อไปว่า: "ดีแล้วครับ ดีแล้ว ผมยังกังวลอยู่เลยว่าบริษัทเราทำอะไรไม่เรียบร้อยจนทีมเฉพาะกิจต้องมาให้ความสำคัญหรือเปล่า"
พี่เฉินหัวเราะร่า: "เหล่าจี้คุณคิดมากไปแล้ว ทีมเฉพาะกิจเขาสุ่มตรวจตามรายชื่อ ใครโดนก็โดนไป"
"แต่ว่า การทำสิ่งที่ถูกต้องคือหน้าที่ของบริษัทอยู่แล้วครับ ถ้าตรวจเจอความผิดปกติจริงๆ ก็ต้องปรับปรุงกันไป ใครผิดก็ต้องรับผิดชอบกันไป นี่เป็นเรื่องของหลักการครับ"
จี้หลีหยางยิ้มรับ: "ครับๆ ถ้าการทำงานของเรามีตรงไหนไม่เรียบร้อย หากทีมเฉพาะกิจชี้แนะมา พวกเราจะรีบปรับปรุงแก้ไขตามคำสั่งแน่นอนครับ"
พี่เฉินพยักหน้าเบาๆ จ้องมองจี้หลีหยางลึกๆ
พูดถึงตรงนี้ ท่าทีที่จี้หลีหยางแสดงออกมานั้นชัดเจนมาก คือยอมก้มหัวให้แล้ว
ในขณะเดียวกันเขาก็เป็นการถามอ้อมๆ ว่า มึงจะมาเล่นงานกูทำไม บอกเหตุผลมาหน่อยเถอะ
พี่เฉินยกถ้วยชาขึ้นจิบอีกคำ แล้วพูดประโยคหนึ่งที่ไม่เกี่ยวกับเรื่องงานออกมา: "เหล่าจี้ครับ เมื่อคืนผมได้ยินทางตำรวจบอกว่า พวกเขาจับคนชื่อสงจวินมาได้ ไอ้หมอนี่มีคดีติดตัวเยอะเลยนะ ไม่เพียงแต่ไปชิงของที่คนอื่นประมูลมาจากงานประมูลมาเท่านั้น ยังไปลักพาตัวข่มขู่เขาอีก คุณว่าคนแบบนี้สมควรโดนลงโทษหนักๆ ไหมครับ?"
จี้หลีหยางฟังจบก็อึ้งไป นิ่งอยู่นานกว่าจะดึงสติกลับมาได้
ที่แท้ไม่ใช่ขั้วฝั่งตรงข้ามที่จ้องจะเล่นงานเขา...
เพียงแค่เพราะไอ้โง่สงจวินทำงานพลาด เฉินเจี้ยนฮุยถึงได้ออกหน้ามาเตือนเขา......
แต่คนพวกนั้นจะตัดขาดกับเขาเพียงเพราะเฉินเจี้ยนฮุยคนเดียวงั้นเหรอ? คำตอบย่อมคือ ไม่ใช่แน่นอน
จี้หลีหยางเป็นคนฉลาดทันคน เขารู้ซึ้งถึงประเด็นสำคัญในทันที เฉินเจี้ยนฮุยเป็นเพียงฟางเส้นสุดท้ายที่ทำให้เขาพังทลายลง ทางเบื้องบนอาจจะรู้สึกไม่พอใจเขามาตั้งนานแล้วก็ได้
เมื่อคิดได้ดังนี้ เขาก็เริ่มเหงื่อแตกซิกออกมาแล้ว
"เป็นอะไรไปล่ะ เหล่าจี้?" พี่เฉินถามขึ้นเมื่อเห็นอีกฝ่ายนิ่งไปนาน
จี้หลีหยางดึงสติกลับมา ฝืนยิ้มส่ายหน้า: "ไม่มีอะไรครับ ท่านพูดถูกแล้ว คนแบบนี้สมควรโดนลงโทษหนักๆจริงๆครับ"
….
เขตผู่ตงใหม่ ที่ว่าการเขต
หลังจากจี้หลีหยางเดินออกมาจากอาคารสำนักงาน สีหน้าของเขาเคร่งขรึมอย่างยิ่ง
เขาเดินจ้ำอ้าวไปที่รถ เปิดประตูขึ้นไปนั่ง จากนั้นหยิบโทรศัพท์มือถือเครื่องที่ไม่ได้ใช้บ่อยออกมา กดโทรออกเบอร์หนึ่ง
"ฮัลโหล สินค้าล๊อตนั้นไปหรือยัง?"
ปลายสายมีเสียงทุ้มตอบกลับมาว่า: "ไปตั้งแต่เมื่อวานช่วงบ่ายแล้วครับ ตอนนี้ถึงคลังสินค้าที่ท่าเรือลอนดอนตะวันออกเรียบร้อยแล้ว"
จี้หลีหยางฟังแล้วกำโทรศัพท์นิ่งคิดครู่หนึ่ง: "ไปแล้วก็ช่างมัน สินค้าชุดนี้สำคัญมาก ต้องเฝ้าไว้ให้ดีล่ะ"
"รับทราบครับ"
"นอกจากนี้ ติดต่อคนทำงานจากข้างนอกมาคนหนึ่ง ให้เร็วที่สุด!" น้ำเสียงจี้หลีหยางเย็นเยียบ "สงจวินเก็บไว้ไม่ได้แล้ว จัดการให้สะอาดซะ"
ก่อนจะมาพบพี่เฉิน ในใจเขาอาจจะเคยคิดหาทางช่วยพาตัวสงจวินออกมา แต่เมื่อเขาได้รับการยืนยันข้อสันนิษฐานในใจแล้ว เขาก็รีบล้มเลิกความคิดนั้นทันที
เพราะสถานการณ์ที่เขาเผชิญอยู่ในตอนนี้อันตรายมาก กระทั่งตัวเองยังแทบเอาตัวไม่รอด นับประสาอะไรกับการไปช่วยสงจวิน
แต่สงจวินรู้เรื่องของเขามากเกินไป แถมครั้งนี้ยังก่อเรื่องวุ่นวายใหญ่หลวงให้เขาอีก สู้ทำให้มันหุบปากไปตลอดกาลจะดีกว่า เพื่อป้องกันไม่ให้เรื่องบานปลายภายหลัง
"ครับ ผมจะรีบจัดการเดี๋ยวนี้" คนในสายได้ยินคำสั่งนี้ไม่ได้มีปฏิกิริยาอะไรมากนัก เห็นได้ชัดว่าไม่ใช่ครั้งแรกที่ทำ
"แค่นี้แหละ"
หลังจากจี้หลีหยางวางสาย เขามองออกไปนอกหน้าต่าง จากนั้นหยิบโทรศัพท์อีกเครื่องขึ้นมาโทรหาผู้ช่วย
"คุณช่วยเตรียมร่างสัญญาซื้อขายให้ผมฉบับหนึ่ง..."
......
ชั่วโมงเศษต่อมา โรงแรมเชอราตัน
ฉีอวิ๋นกำลังออกกำลังกายอยู่ในฟิตเนสของโรงแรมพร้อมกับเฉินเว่ย หลี่เยว่หัวที่นั่งดูสาวๆ อยู่ตรงโซนพักผ่อนจู่ๆ ก็ตะโกนมาทางนี้: "เหล่าฉี โทรศัพท์มา"
ฉีอวิ๋นปาดเหงื่อบนใบหน้า เดินเข้ามาหยิบโทรศัพท์ หน้าจอแสดงเบอร์ที่ไม่คุ้นเคย
"ฮัลโหล ใครครับ"
"คุณฉีใช่ไหมครับ? ผมจี้หลีหยางครับ"
ฉีอวิ๋นชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะตอบกลับด้วยน้ำเสียงเย็นชา: "อ้อ มีธุระอะไรครับ?"
"หึๆ คืออย่างนี้ครับ ระหว่างเราอาจจะมีเรื่องเข้าใจผิดกันนิดหน่อย ผมอยากจะขออธิบายต่อหน้าด้วยตัวเอง พอจะสะดวกมาพบกันหน่อยไหมครับ?" จี้หลีหยางตอบด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล
ฉีอวิ๋นชำเลืองมองหลี่เยว่หัวที่อยู่ข้างๆ แล้วตอบสั้นๆ : "ได้ครับ อีกครึ่งชั่วโมงที่ล็อบบี้โรงแรมเชอราตัน"
"ตกลงครับ แล้วเจอกัน"
หลังจากทั้งคู่จบการสนทนา ฉีอวิ๋นบอกหลี่เยว่หัวว่า: "จี้หลีหยางโทรมา ขอพบหน่อย"
หลี่เยว่หัวถอนสายตาออกมาจากสะโพกดินระเบิดเบื้องหน้า ยิ้มขื่นๆ : "เร็วเหมือนกันนะ ทนไม่ไหวเสียแล้ว"
ฉีอวิ๋นเองก็ยังไม่ค่อยเข้าใจ ดูเหมือนทุกอย่างจะง่ายเกินไปหน่อย ทางเขาเพิ่งจะเริ่มลงมือ ฝั่งโน้นก็ก้มหัวให้แล้ว
ด้วยบารมีของอีกฝ่ายในเซี่ยงไฮ้ ไม่น่าจะยอมวางอาวุธยอมจำนนง่ายขนาดนี้เลย...
"เฮ้อ~ ไปเถอะ ไปดูว่าเขาจะว่ายังไง" ฉีอวิ๋นโยนผ้าขนหนูลงตะกร้า เรียกเฉินเว่ยให้เดินตามไป
หลี่เยว่หัวขยิบตาให้หญิงสาวสวยพราวเสน่ห์คนเดิม ทำท่าเลียนแบบการโทรศัพท์เป็นการส่งท้าย ก่อนจะลุกขึ้นยืนอย่างเสียดาย
......
ครึ่งชั่วโมงต่อมา ฉีอวิ๋นอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าเสร็จ ก็มาพบจี้หลีหยางที่ล็อบบี้โรงแรม โดยมีหลี่เยว่หัวตามมาด้วย
จี้หลีหยางเคยเห็นหน้าฉีอวิ๋นตอนงานประมูลมาแล้วจึงจำได้ เมื่อทั้งคู่พบกัน เขาจึงทักทายอย่างมีมารยาท: "คุณฉี ยินดีที่ได้พบครับ"
ฉีอวิ๋นรู้ดีว่าอีกฝ่ายแค่ทำตามมารยาทจอมปลอม จึงพยักหน้าตอบรับอย่างเย็นชา ไม่ได้แสดงท่าทีอะไรมากนัก
จี้หลีหยางหันไปมองหลี่เยว่หัวที่อยู่ข้างๆ แล้วถามหยั่งเชิง: "ท่านนี้คือ?"
ปรากฏว่าหลี่เยว่หัวไม่แม้แต่จะมองเขา เมินเฉยไปโดยสิ้นเชิง นั่งพาดขาเล่นโทรศัพท์ แชทสวีทกับสาวสวยเมื่อกี้ต่อ
"เพื่อนผมครับ" ฉีอวิ๋นตอบปัดๆ ไป
จี้หลีหยางไม่ได้ถามต่อ เข้าประเด็นทันที: "หึๆ คุณฉีครับ ก่อนหน้านี้ระหว่างคุณกับผมอาจจะมีเรื่องเข้าใจผิดกันอยู่บ้าง การที่ผมมาพบในครั้งนี้ ก็เพื่ออยากจะคลี่คลายเรื่องเข้าใจผิดเหล่านั้นครับ"
ฉีอวิ๋นไม่ได้ส่งเสียงตอบ เพียงแค่พยักหน้าเบาๆ เป็นสัญญาณให้อีกฝ่ายพูดต่อ
"เรื่องของสงจวินนั้น เป็นการกระทำโดยพลการของเขาเองทั้งหมด ไม่ใช่คำสั่งจากผมครับ" จี้หลีหยางหยุดเว้นจังหวะ "แต่อย่างไรก็ตาม ในเมื่อเรื่องมันเกิดขึ้นแล้ว ผมยินดีที่จะขอโทษสำหรับการล่วงเกินที่คุณฉีได้รับครับ"
"ผม..."
"คำพูดตามมารยาทไม่ต้องพูดหรอกครับ" จี้หลีหยางยังพูดไม่จบ ก็โดนฉีอวิ๋นขัดคออย่างไม่เกรงใจ "ผมเชื่อว่าคุณเองก็คงยุ่งเหมือนกัน"
จี้หลีหยางยิ้มแก้เก้อ แต่ก็รีบปรับอารมณ์ได้อย่างรวดเร็ว ในอดีตเขามีหรือจะเคยต้องมานอบน้อมขนาดนี้ แต่ปัจจุบันสถานการณ์บีบบังคับ เขาจึงทำได้เพียงต้องอดทนไว้ก่อน
"หึๆ ได้ครับ" จี้หลีหยางหยิบเอกสารฉบับหนึ่งออกมาจากกระเป๋าเอกสาร ผลักมาตรงหน้าฉีอวิ๋น "นี่คือสัญญาซื้อขาย ผมยินดีจะซื้อเศียรพระนั่นคืนในราคา 35 ล้านหยวน ไม่ทราบว่าคุณฉีมีความเห็นอย่างไรครับ"
หลังจากเขาพูดจบ ถึงขั้นเตรียมปากกาสำหรับเซ็นชื่อไว้ล่วงหน้า ดูเหมือนจะมั่นใจมากว่าฉีอวิ๋นจะไม่ปฏิเสธ
ก่อนจะมาที่นี่ เขาได้ส่งลูกน้องไปสอบถามเหตุการณ์ในคืนนั้นจากลูกน้องของพี่สงมาแล้ว แต่เขารู้เพียงแค่ว่าพี่สงกับพวกฉีอวิ๋นปะทะกันที่ร้านอาหาร และต่อมาพี่สงส่งคนบุกเข้าไปในบ้านของเหล่าไว
เขาไม่รู้เลยว่าฉีอวิ๋นเคยปฏิเสธเงิน 25 ล้านที่พี่สงเสนอมาอย่างไม่ลังเล
ดังนั้นในสายตาเขา ฉีอวิ๋นซื้อเศียรพระนั่นมาจากงานประมูลแค่ 15 ล้าน เงินส่วนต่างอีก 20 ล้านนั่นก็คือค่าชดเชยที่เขาจ่ายให้สำหรับเรื่องนี้ อีกฝ่ายก็น่าจะพอใจแล้ว เพราะฝั่งฉีอวิ๋นก็ไม่ได้มีความเสียหายที่เป็นรูปธรรมอะไร
ฉีอวิ๋นฟังคำของจี้หลีหยางจบ ไม่ได้เอื้อมมือไปหยิบสัญญาบนโต๊ะ เพียงแค่ชายตามองอีกฝ่าย แล้วเอ่ยปากปฏิเสธ: "ผมว่าคุณเข้าใจอะไรผิดไปนะ ผมไม่เคยบอกว่าจะขายของชิ้นนี้ให้คุณ"
จี้หลีหยางหน้าตึงขึ้นมาทันที นิ่งคิดครู่ใหญ่: "คุณฉีไม่พอใจราคานี้เหรอครับ?"
ฉีอวิ๋นส่ายหน้า พูดเรียบๆ ว่า: "ผมไม่มีความคิดจะขายครับ ถ้าคุณอยากจะคุย ก็เอาของของผมคืนมาก่อน แล้วเราค่อยคุยเรื่องอื่นกัน"
เมื่อได้ยินดังนั้น จี้หลีหยางจ้องมองฉีอวิ๋นอยู่นาน เขารับรู้ได้ว่าท่าทีของอีกฝ่ายนั้นเด็ดเดี่ยวมาก
ทว่าเศียรพระนั่นถูกขนส่งไปยังลอนดอนแล้ว แถมเขายังตกลงซื้อขายกับผู้ซื้อทางโน้นเรียบร้อยแล้วด้วย ดังนั้นตอนนี้เขาจึงไม่มีของมาคืนให้
หลังจากชั่งน้ำหนักอยู่ครู่หนึ่ง จี้หลีหยางจึงลองถามหยั่งเชิงอีกครั้ง: "คุณฉีครับ ผมมีโรงแรมระดับห้าดาวแห่งหนึ่งอยู่ในเขตผู่ตงใหม่ ผมยินดีจะยกโรงแรมแห่งนี้ให้คุณโดยไม่มีค่าตอบแทน แบบนี้พอจะได้ไหมครับ?"
ฉีอวิ๋นเงยหน้าขึ้น มองจี้หลีหยางด้วยความประหลาดใจแวบหนึ่ง นี่มันเซี่ยงไฮ้นะ ต่อให้เป็นทำเลที่ไม่ค่อยดีนัก การลงทุนโรงแรมห้าดาวอย่างน้อยๆ ก็ต้องใช้เงิน 50-60 ล้านหยวนขึ้นไป
อีกฝ่ายยอมจ่ายค่าตอบแทนมหาศาลขนาดนี้ แต่กลับไม่ยอมคืนเศียรพระให้ นี่มันเพราะอะไรกัน?
แม้แต่หลี่เยว่หัวที่นั่งอยู่ข้างๆ ได้ยินแล้วยังรู้สึกประหลาดใจ
ฉีอวิ๋นแม้สีหน้าจะไม่ค่อยสู้ดีนัก แต่ในใจก็ยังมีความอยากรู้อยากเห็นอยู่
เขาหยิบซองบุหรี่บนโต๊ะขึ้นมา อาศัยจังหวะที่จุดบุหรี่ แอบส่งคำสั่งค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับจี้หลีหยางเงียบๆ