เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 17 ทองคำแท่งสองแท่ง

บทที่ 17 ทองคำแท่งสองแท่ง

บทที่ 17 ทองคำแท่งสองแท่ง


บทที่ 17 ทองคำแท่งสองแท่ง

ลูกค้าในร้านต่างตอบรับอย่างคึกคัก บรรยากาศสนุกสนานครึกครื้นกว่าเดิม

ฉีอวิ๋นไม่ได้พูดขอบคุณอะไรมาก แค่เดินไปตบไหล่พี่เฝิงเงียบๆ

ทั้งสองสบตากัน ไม่ต้องพูดอะไรก็เข้าใจความหมาย

วิ่งวุ่นกันจนถึงเที่ยงคืนกว่า ลูกค้ากลุ่มสุดท้ายถึงทยอยกลับ

ฉีอวิ๋นทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้อย่างหมดสภาพ กระดกเบียร์ไปครึ่งขวด ถึงจะเริ่มหายใจหายคอคล่องขึ้น

"พี่เฝิง วันนี้ทำไมคนแน่นร้านจัง?"

พี่เฝิงยิ้มแฉ่ง "พูดไปก็เหมือนถูกหวย เมื่อวานมีสตรีมเมอร์ดังคนนึง ชื่อหลานๆ อะไรสักอย่าง มานั่งกินที่ร้าน แล้วบอกว่ารสชาติดี วันนี้คนเลยแห่ตามมากินกัน"

ฉีอวิ๋นฟังแล้วก็ยิ้มขำ

ไม่นึกว่าร้านหม้อไฟที่ใกล้เจ๊งจะพลิกฟื้นได้เพราะคำพูดสตรีมเมอร์แค่ประโยคเดียว

วงการอาหารสมัยนี้ บางทีก็ต้องพึ่งการโปรโมทจริงๆ สินะ

"ร้านพี่รสชาติดีอยู่แล้ว วัตถุดิบก็สด พอมีคนช่วยโปรโมท รับรองว่าต่อไปลูกค้ายิ่งเยอะขึ้นแน่"

พี่เฝิงถอนหายใจ "ก็ขอให้เป็นงั้นเถอะ พี่เองก็แบกรับการขาดทุนไม่ไหวแล้วเหมือนกัน..."

"เอ้อ แล้วพนักงานสองคนนั้นเป็นไงบ้าง?"

พูดถึงเรื่องนี้ พี่เฝิงก็หน้ายุ่ง "คนนึงข้อเท้าหัก อีกคนแขนซิก คงต้องพักงานยาวๆ"

ฉีอวิ๋นคิดแป๊บนึง "งั้นช่วงนี้ผมมาช่วยพี่ก่อนแล้วกัน พรุ่งนี้เดี๋ยวพาคนมาช่วยอีกคน"

"ได้ เดี๋ยวพี่จะรีบหาคนมาแทน"

......

กินข้าวที่ร้านเสร็จ ฉีอวิ๋นก็ขอตัวกลับ

ทั้งสองคนไม่พูดถึงเรื่องชิวเจียห่าวอีกเลย คำขู่ของหมอนั่นก็เหมือนลมพัดผ่านหู

หมาเห่าใบตองแห้ง คนประเภทนี้เก่งแต่ปาก

ทั้งฉีอวิ๋นและพี่เฝิงผ่านร้อนผ่านหนาวในวงการธุรกิจมาโชกโชน คำขู่แค่นี้ทำอะไรไม่ได้หรอก

ถ้าหมอนั่นคิดจะเล่นตุกติกจริงๆ ค่อยแก้เกมกันหน้างาน

กลับถึงห้องเช่าก็ปาเข้าไปตีหนึ่งกว่า พอก้าวเท้าเข้าห้อง ข้อความจากเจ้าหัวทองก็เด้งขึ้นมา

"พี่ฉี ดูนี่ดิ ใช่พี่ป่าว? หน้าเหมือนพี่เลย"

ตามด้วยคลิปวิดีโอเหตุการณ์ในร้านหม้อไฟเมื่อตอนกลางวัน

ในคลิป ชิวเจียห่าวยืนเก๊กท่า ชี้หน้าด่ากราด "มึงรู้มั้ยว่ากูลูกใคร?"

ฉีอวิ๋นไม่นึกว่าแค่ครึ่งวัน คลิปจะไวรัลขนาดนี้

เขาลองค้นหาในติ๊กต็อก เจอคลิปที่เกี่ยวข้องหลายสิบตัว

คลิปที่ดังที่สุดยอดไลก์ปาเข้าไปสองพันกว่า

คอมเมนต์ด่ากันยับ

"สรุปมันไม่รู้ว่าตัวเองเป็นใคร?"

"ไอ้เวรนี่หน้าตาหน้าถีบชิบหาย!"

"@ชิวเจียห่าว พี่ห่าว ใช่พี่ป่าวเนี่ย?"

"ไอ้นี่ฉันเคยเจอ จอดรถขวางทางรถดับเพลิงวันก่อน"

แค่ไม่กี่ชั่วโมง ประวัติชิวเจียห่าวก็โดนชาวเน็ตขุดมาแฉจนหมดเปลือก

ฉีอวิ๋นไม่ได้สงสารมันสักนิด ห่วงก็แต่ลูกสาวที่ต้องอยู่ร่วมบ้านกับคนแบบนี้

"ไม่ได้การ ต้องรีบพาลูกมาอยู่ด้วย"

แต่จะทำแบบนั้นไม่ง่ายเลย ต่อให้เสิ่นหว่านถิงยอม ก็ยังมีปัญหาอีกเพียบ

อย่างแรกคือที่อยู่ ห้องเช่ารูหนูแบบนี้ถึงจะมีฮีทเตอร์ แต่สภาพแวดล้อมแย่เกินไป ห้องน้ำในตัวยังไม่มี

ไหนจะเรื่องโรงเรียน เรื่องคนดูแล เวลาเขาไปทำงาน

"เฮ้อ... สรุปก็คือปัญหาเรื่องเงิน มีเงินทุกอย่างก็จบ"

ล้างหน้าล้างตาเสร็จ เปิดผ้าห่มไฟฟ้ามุดตัวลงนอน แล้วเรียกหน้าจอระบบขึ้นมา

[ข่าวกรองวันนี้ (สีแดง) : ชิวหย่วนซานซ่อนทองคำแท่งสองแท่ง (200 กรัม) ที่ได้จากการรับสินบนไว้ในโครงด้านในของเครื่องซักผ้าเก่า เครื่องซักผ้านี้ถูกภรรยาของเขาขายให้คนรับซื้อของเก่า ขณะนี้กำลังวางขายอยู่ที่ตลาดของมือสองหัวหลิง ล็อก A-2-301]

"ทองคำแท่งสองแท่ง!"

ฉีอวิ๋นตาโต พยายามข่มความตื่นเต้น

อ่านทวนซ้ำอีกรอบจนแน่ใจ ยิ้มแก้มแทบปริ

ได้ยินว่าทองตอนนี้ราคาพุ่งไปกรัมละหกเจ็ดร้อย ทองสองแท่งนี้ก็ปาเข้าไปแสนกว่าหยวน!

นี่คือข่าวกรองที่มูลค่าสูงสุดตั้งแต่ได้ระบบมาเลยมั้ง

ส่วนไอ้คนที่ชื่อชิวหย่วนซาน ถึงจะไม่รู้จัก แต่ดูจากที่มาของทอง ก็คงไม่ใช่คนดีเด่อะไร

เงินก้อนนี้ถือว่ารับได้สบายใจ ไม่ตะขิดตะขวง

......

เช้าวันต่อมา ฉีอวิ๋นโทรหาเว่ยหย่ง ขอให้เมียเว่ยหย่งไปช่วยงานร้านหม้อไฟสักสองวัน

เว่ยหย่งรับปากทันที แถมโอนเงินค่าจ้างหนึ่งพันหยวนคืนมาให้ด้วย

ฉีอวิ๋นยิ้ม ไม่คะยั้นคะยอต่อ

มิตรภาพบางทีก็สร้างกันแบบนี้ ผลัดกันช่วยไปมา ความสัมพันธ์ถึงจะแน่นแฟ้น

แต่ต้องอยู่บนพื้นฐานว่าไม่มีผลประโยชน์ขัดกันนะ

สันดานคนคาดเดายาก

เพราะงั้นเวลาทำธุรกิจ ฉีอวิ๋นถึงเน้นหลักการ 'วิน-วิน' เสมอ

จัดการเรื่องนี้เสร็จ เขาไปกดเงินสดสามพันหยวน แล้วตรงไปร้านเถ้าแก่หวัง

เจอแต่เจ้าหัวทองนั่งกดมือถือยิกๆ

"ไอ้ปิน ลุงหวังล่ะ?"

เจ้าหัวทองเงยหน้า เบ้ปาก "ยังไม่ตื่นเลยพี่ เมื่อคืนกลับมาตีสองตีสาม"

ฉีอวิ๋นยิ้มอย่างรู้กัน ลุงแกฟิตจริงๆ

เขาเดินดูของในร้าน หยิบหมวกแก๊ปมาใบหนึ่ง ตอนจ่ายเงินก็เอ่ยปาก "ช่วยพี่เรื่องนึงดิ"

"เรื่องไรพี่?"

"ร้านหม้อไฟเพื่อนพี่คนขาด ไปช่วยเป็นเด็กเสิร์ฟให้หน่อยสักสองวัน"

เจ้าหัวทองส่ายหัวดิก "ตลกละพี่ ระดับสตรีมเมอร์ผู้ติดตามหลักพันอย่างผม จะให้ไปเป็นเด็กเสิร์ฟ?

เกิดเจอคนรู้จักทำไง ผมก็มีศักดิ์ศรีนะ"

"วันละห้าร้อย!"

"ไม่ไป!"

เจ้าหัวทองปฏิเสธเสียงแข็ง วัยรุ่นวัยคะนอง เงินห้าร้อยซื้อศักดิ์ศรีไม่ได้หรอก

"พี่ฉี ถ้าให้ผมช่วยเรื่องอื่นผมทำให้ฟรีๆ เลย แต่เรื่องเด็กเสิร์ฟเนี่ย ขอบายว่ะพี่"

ฉีอวิ๋นเก็บหมวกใส่กระเป๋า นั่งลงบนเก้าอี้เอนของเถ้าแก่หวัง

จุดบุหรี่สูบสบายใจ แล้วพูดลอยๆ "แม่เสี่ยวฉินก็ไปช่วยงานที่ร้านนะ เอ็งไม่อยากไปโชว์ความขยันขันแข็งให้ว่าที่แม่ยายเห็นหน่อยเหรอ?"

"ห๊ะ?" เจ้าหัวทองหูผึ่ง กลับลำทันควัน "งั้นผมไป!"

ฉีอวิ๋นยิ้มกริ่ม ไอ้นี่มันง่ายจริงๆ

เขาควักเงินพันนึงยื่นให้ "เดี๋ยวลุงหวังตื่น เอ็งรีบไปเลยนะ เดี๋ยวพี่ส่งโลเคชั่นให้"

......

ออกจากร้าน ฉีอวิ๋นเรียกแท็กซี่ไปตลาดของมือสองหัวหลิง

พอถึงที่หมาย เขาหยิบหมวกแก๊ปมาใส่

เดินก้มหน้าหลบกล้องวงจรปิดอย่างระมัดระวัง

ต่อให้ชิวหย่วนซานรู้ตัวว่าทองหาย แล้วตามสืบมาถึงเครื่องซักผ้า

ถ้าเส้นสายไม่ใหญ่จริงถึงขั้นใช้ทีมสืบสวนอาชญากรรม ก็ยากที่จะตามตัวฉีอวิ๋นเจอ

แต่กันไว้ดีกว่าแก้ ทองสองแท่งมูลค่าแสนกว่า ไม่ใช่เงินน้อยๆ

จบบทที่ บทที่ 17 ทองคำแท่งสองแท่ง

คัดลอกลิงก์แล้ว