- หน้าแรก
- พลิกวิกฤตวัยกลางคน ด้วยระบบข่าวกรองรายวัน!
- บทที่ 14 แววเจ้าชู้
บทที่ 14 แววเจ้าชู้
บทที่ 14 แววเจ้าชู้
บทที่ 14 แววเจ้าชู้
หน้ากองของรางวัล มีตู้กระจกใสตั้งอยู่ ข้างในเต็มไปด้วยลูกบอลพลาสติกสีขาว บิดเปิดออกจะมีกระดาษเขียนรางวัลซ่อนอยู่
ฉีอวิ๋นขมวดคิ้ว ลูกบอลเยอะขนาดนี้ ไม่รู้ว่าจะมองออกไหมว่าอันไหนคือรางวัลที่หนึ่ง
แถวขยับไปอย่างเชื่องช้า ยืนรอเกือบชั่วโมง
พอถึงคิวฉีอวิ๋น ลูกบอลในตู้ก็พร่องไปเยอะแล้ว
เขาขยับเข้าไปใกล้ ก้มมองหาแสงระยิบระยับที่คุ้นเคย แต่ไม่รู้ว่าโดนลูกอื่นทับอยู่หรือเปล่า มองยังไงก็ไม่เห็น!
แต่จะให้กลับมือเปล่าก็เสียเที่ยวแย่
เขาเลยล้วงมือลงไปในตู้กระจก เริ่มกวนลูกบอลไปมา ควานหารางวัลที่หนึ่ง...
กวนอยู่นาทีเศษ ในที่สุดแสงสว่างวาบก็ปรากฏขึ้นในสายตา
"เฮ้ย! พี่ชายทำไรอ่ะ? เลือกเมียอยู่เหรอ? จับรางวัลเลือกนานขนาดนี้ คนข้างหลังรอจนรากงอกแล้ว มีมารยาทป่ะเนี่ย!"
"นั่นดิ! เร็วๆ หน่อยได้ไหม!"
แม้แต่พนักงานก็เริ่มมองเขาด้วยสายตาแปลกๆ
สถานการณ์แบบนี้ ฉีอวิ๋นต้องด้านได้อายอด ใช้ท่าวานรชิงลูกท้อ คว้าหมับเข้าที่ลูกบอลเป้าหมายอย่างแม่นยำ
แล้วหันไปยิ้มขอโทษพนักงาน ส่งลูกบอลให้
พนักงานไม่พูดอะไร รับไปเปิดออก
วินาทีต่อมา เธอนิ่งไปนิดนึง ก่อนจะเปลี่ยนเป็นยิ้มหวานหยดย้อยให้ฉีอวิ๋น
"คุณลูกค้าคะ ยินดีด้วยค่ะ! คุณจับได้รางวัลที่หนึ่ง โทรศัพท์มือถือ Huawei Mate60 Pro ค่ะ!"
ฉีอวิ๋นแกล้งทำหน้าตกใจ "ห๊ะ? รางวัลที่หนึ่งเหรอครับ?"
เสียงฮือฮาดังมาจากคนข้างหลัง
"เชี่ย รางวัลที่หนึ่งออกแล้ว"
"แม่งเอ้ย กูมาเพื่อมือถือเครื่องนี้เลยนะ เสียเวลาต่อแถวฟรี"
"......"
มีเสียงนินทาตามมา โดยเฉพาะไอ้คนที่เร่งเขาเมื่อกี้
"ล็อคผลชัวร์! ไอ้นี่หน้าม้าป่าววะ เลือกตั้งนานแล้วจู่ๆ ก็ได้รางวัลที่หนึ่ง?"
"นั่นดิ ฉันก็ว่าแปลกๆ"
"......"
พนักงานหน้าตึงขึ้นมาทันที คิ้วขมวด กำลังจะอ้าปากเถียง แต่ผู้จัดการเดินเข้ามาพอดี
ผู้จัดการรับลูกบอลไปดู แล้วสั่ง "พาคุณลูกค้าไปรับรางวัลเถอะ ตรงนี้ผมจัดการเอง"
"ค่ะผู้จัดการ"
ฉีอวิ๋นไม่สนใจเสียงนกเสียงกา เดินตามไปรับรางวัลสบายใจเฉิบ
ออกจากซูเปอร์มาร์เก็ต มือถือ Huawei รุ่นใหม่ล่าสุดก็นอนอุ่นอยู่ในกระเป๋า
เขาวางแพ็คนมเปรี้ยวไว้ที่ที่วางเท้า กำลังจะกลับบ้าน จู่ๆ เว่ยหย่งก็โทรมา
"ห๊ะ? รถชนเหรอ?"
"ที่ไหน? ได้ เดี๋ยวรีบไป"
......
หน้าโรงพยาบาลประจำเมือง ฉีอวิ๋นจอดรถ กำลังจะเดินเข้าตึกผู้ป่วยนอก ก็เห็นน้องเมียเว่ยหย่งรีบเดินมาทางนี้เหมือนกัน
พอน้องเมียเห็นฉีอวิ๋น ก็ฝืนยิ้มทักทาย "พี่ฉี ก็มาเหรอคะ"
ฉีอวิ๋นพยักหน้า ปลอบใจ "เมื่อกี้เฒ่าเว่ยบอกในโทรศัพท์แล้วว่าไม่เป็นไรมาก ไม่ต้องห่วงนะ"
"ตอนหนูรู้ข่าว ขาอ่อนเลยค่ะ..." น้องเมียตาแดงๆ เสียงสั่นเครือ
"......"
ทั้งสองเดินเข้าโรงพยาบาล ไปที่ห้องผู้ป่วย
เปิดประตูเข้าไป เห็นเว่ยหย่งนั่งอยู่บนเก้าอี้ แขนพันผ้าก๊อซ หน้ามีรอยถลอกนิดหน่อย แต่ดูสดใสดี
เมียเขานั่งข้างเตียง ป้อนผลไม้ให้ลูกสาว
"พี่!" น้องเมียพุ่งเข้าไปกอดพี่สาว ร้องไห้โฮ
เว่ยหย่งเห็นฉีอวิ๋นมา ก็รีบลุกให้
"เฒ่าฉี มาแล้วเหรอ"
ฉีอวิ๋นวางนมเปรี้ยวไว้ข้างเตียง มองดูเด็กสาวบนเตียง ถามอาการ "หมอว่าไงบ้าง?"
"หมอบอกว่าลูกสาวสมองกระทบกระเทือนนิดหน่อย ให้นอนดูอาการสองวัน ไม่มีปัญหาใหญ่ ส่วนฉันแค่ถลอกปอกเปิก ทายาก็หาย"
ฉีอวิ๋นพยักหน้า มองสองพี่น้องที่กอดกันร้องไห้ แล้วพยักพเยิดหน้าชวนเว่ยหย่งออกไปข้างนอก
ทั้งสองไปที่เขตสูบบุหรี่ ฉีอวิ๋นจุดบุหรี่ให้เพื่อน แล้วถาม "เกิดไรขึ้น?"
เว่ยหย่งพ่นควันยาว น้ำเสียงโล่งอก "รถเสียหลักชนรั้วกั้นขอบทาง ดีนะที่ไม่ขับเร็ว..."
ฉีอวิ๋นขมวดคิ้ว ตบไหล่ปลอบ "คนไม่เป็นไรก็ดีแล้ว"
เว่ยหย่งพยักหน้า "อืม ถือว่าฟาดเคราะห์ไป"
"แล้วลูกสาวออกจากโรงพยาบาลแล้วยังจะกลับบ้านนอกอีกมั้ย?"
เว่ยหย่งยิ้มขื่น "จะกลับยังไงไหวล่ะ ไม่กลับแล้ว"
"......"
คุยกันอยู่ มือถือฉีอวิ๋นก็ดัง
ล้วงมาดู เป็นเจ้าหัวทองโทรมา
เขารับสายงงๆ "มีไรไอ้ปิน?"
"เอ่อ... พี่ฉี เสี่ยวฉินป่วยเข้าโรงบาลเหรอพี่ พี่รู้ป่ะ?" ปลายสายถามเสียงอ้อมแอ้ม
เสี่ยวฉิน? ฉีอวิ๋นงงแป๊บ นึกได้ว่าลูกสาวเว่ยหย่งชื่อเว่ยเสี่ยวฉิน ก็ถึงบางอ้อ
เขามองหน้าเว่ยหย่ง ถามกลับ "แกรู้ได้ไง?"
"ผ... ผมเห็นเธอโพสต์ในโมเมนต์น่ะ"
ฉีอวิ๋นยิ้มขำ ไอ้หมอนี่เมื่อวานซืนยังเพ้อหาเสี่ยวฟาง วันนี้เป็นห่วงเสี่ยวฉินซะแล้ว
แววเจ้าชู้นี่ฉายมาแต่ไกล
แต่เส้นแบ่งระหว่างเสือผู้หญิงกับตัวตลกมันบางนิดเดียวนะ...
"อือ พี่อยู่โรงพยาบาลเนี่ย"
"อ้าว? งั้นพี่รอผมแป๊บ เดี๋ยวผมไปหา"
"เออ มาดิ"
วางสาย ฉีอวิ๋นมองเว่ยหย่งยิ้มๆ "ลูกสาวนายมีแฟนยัง?"
เว่ยหย่งงง "ฉันจะไปรู้ได้ไง ลูกโตแล้ว เรื่องบางเรื่องมันก็ไม่อยากบอกพ่อหรอก"
"เด็กสมัยนี้ก็งี้แหละ" ฉีอวิ๋นเออออ แล้วเปลี่ยนเรื่อง "นายว่าไอ้ปินที่มาช่วยงานวันนั้นเป็นไง?"
"หือ? ถามทำไม?" เว่ยหย่งสงสัย
"เปล่า ถามเฉยๆ"
"ก็ดูหัวไวดีนะ แต่หน้าตามันออกจะ..."
ฉีอวิ๋นกลั้นขำ
ประโยคหลังเขาไม่เถียง แต่เจ้าหัวทองกับคำว่าหัวไวนี่... มันเข้ากันตรงไหนวะ
ทั้งสองกลับเข้าห้องพัก เมียเว่ยหย่งก็ขอบคุณฉีอวิ๋นยกใหญ่
ทันใดนั้น เงาตะคุ่มๆ ก็โผล่มาที่หน้าประตู ในมือหิ้วกระเช้าแบรนด์เนมมาด้วย
ไม่ใช่ใครที่ไหน เจ้าหัวทองนั่นเอง
ฉีอวิ๋นมองท่าทางกล้าๆ กลัวๆ ของมันแล้วอดขำไม่ได้
"ไอ้ปิน เข้ามาดิ"
เจ้าหัวทองค่อยๆ ย่องเข้ามา วางของไว้บนตู้ ไม่พูดไม่จา
ยืนหลบอยู่หลังฉีอวิ๋น แอบชำเลืองมองเสี่ยวฉินบนเตียงเป็นระยะ
เสี่ยวฉินหน้าแดงระเรื่อ แกล้งคุยกับน้าสาวแก้เขิน
เว่ยหย่งกับเมียมมองหน้ากันเลิ่กลั่ก สีหน้าบอกบุญไม่รับ ตอนนี้เว่ยหย่งเข้าใจแจ่มแจ้งแล้วว่าเมื่อกี้ฉีอวิ๋นถามทำไม
......
ออกจากโรงพยาบาลก็บ่ายคล้อย ฉีอวิ๋นขี่รถพาเจ้าหัวทองกลับบ้าน
ระหว่างทาง เจ้าหัวทองอดถามไม่ได้ "พี่ฉี พี่ว่าผมกับเสี่ยวฉินพอมีลุ้นมั้ย?"
จังหวะติดไฟแดงพอดี ฉีอวิ๋นหันไปยิ้มล้อเลียน "ทำไม? เลิกชอบเสี่ยวฟางแล้วเหรอ?"
เจ้าหัวทองจิ๊ปาก หน้ามุ่ย "ทักไปก็ไม่ตอบ หาว่าผมเป็นเด็กน้อย"
"......"
ขากลับแวะซื้อกับข้าวที่ร้านเถ้าแก่หวัง กลับถึงห้องทำกับข้าวเสร็จ ก็รีบออกไปตั้งแผง
หยุดไปหลายวัน คนเดินถนนน้อยลงถนัดตา
ดีที่เขาเตรียมของมาน้อยกว่าปกติ
แต่ขนาดนั้นกว่าจะขายหมดยังปาไปเที่ยงคืนกว่า กำไร 160 หยวน
ดูทรงแล้ว ก่อนตรุษจีนคงต้องพักยาว
กลับถึงห้อง เก็บกวาดเสร็จ ฉีอวิ๋นรีบเปิดหน้าจอระบบดู
[ข่าวกรองวันนี้ (สีขาว) : หวยขูดที่ขายในร้านลอตเตอรี่หมู่บ้านเซี่ยผิง มีใบหนึ่งที่ขูดได้รางวัล 50,000 หยวน]