เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 8 ขโมยปลาพ่อตา

บทที่ 8 ขโมยปลาพ่อตา

บทที่ 8 ขโมยปลาพ่อตา


บทที่ 8 ขโมยปลาพ่อตา

สุดท้ายฉีอวิ๋นโอนเงินให้เว่ยหย่งไป 138,000 หยวน ขากลับยังมีแอปเปิ้ลติดมือมาอีกสองกล่อง

กลับถึงบ้าน ฉีอวิ๋นล้างหน้าล้างตา

เปิดวีแชทหาพี่เผิง โอนให้ 12,000 หยวน แล้วเปลี่ยนชื่อจาก 'พี่เผิง 12000' เป็น 'พี่เผิง' เฉยๆ

จากนั้นมุดไปใต้เตียงหยิบสมุดบันทึกเล่มเก่าออกมา ในนั้นจดรายการหนี้สินทั้งหมด เหลือยอดรวม 320,000 หยวน

เขาขีดฆ่าชื่อพี่เผิงออก แล้วถอนหายใจยาวเหยียด

ตอนนี้เหลือเงินสดติดตัว 800 หยวน ในบัญชีมี 26,000 หยวน

ในจำนวนนี้ 18,500 ต้องจ่ายค่ากล่อง อีก 5,500 เป็นเงินต้นกับค่าแรงเจ้าหัวทอง

สายตาฉีอวิ๋นเลื่อนไปที่ชื่อต่อไป 'เฒ่าเฝิง 20000'

กดโอนไปสองพัน พร้อมข้อความ "โทษทีเพื่อน ตอนนี้มีแค่นี้"

เก็บสมุดบันทึก หิ้วแอปเปิ้ลสองกล่องกับเหล้าเหมาไถของเว่ยหย่งออกจากบ้าน

ผ่านร้านของชำ แวะทักทายเถ้าแก่หวัง วางแอปเปิ้ลไว้ให้กล่องนึง

"ลุงหวัง สองวันนี้ผมไม่ได้ขายของ วันนี้ไม่ต้องส่งผักนะ"

เถ้าแก่หวังละสายตาจากขาขาวๆ ของสาวในจอ เหลือบมองกล่องแอปเปิ้ล แล้วตอบเรียบๆ "อือ"

ฉีอวิ๋นไม่ถือสา คนระดับนี้มักจะอินดี้แบบนี้แหละ

เขาหันไปหาเจ้าหัวทองที่นั่งเบื่อโลกอยู่ข้างๆ "ไอ้ปิน ไปเที่ยวป่ะ?"

เจ้าหัวทองตาเป็นประกายทันที เหลือบมองพ่อแวบนึง เห็นแกไม่ว่าอะไร ก็รีบคว้าเสื้อคลุมเดินตามต้อยๆ

ทั้งคู่ขี่มอเตอร์ไซค์มุ่งหน้าไปชานเมือง

"พี่ฉี พี่โอนมาให้ผมทำไมตั้ง 5,500 ไหนบอกไม่เอาค่าแรง จะพาไปอาบอบนวดไง?"

"ค่าแรงก็ส่วนค่าแรง" ฉีอวิ๋นคีบบุหรี่ออกจากปาก หันมามองมัน "ไปอาบอบนวดไม่กลัวพ่อแกกระทืบเอาเหรอ?"

เจ้าหัวทองทำหน้าไม่พอใจ "ทีพ่อยังไปนวดร้านเจ๊เสียบ่อยๆ ได้เลย ผมไปบ้างทำไมต้องโดนกระทืบด้วย"

"ไอ้เด็กเวร"

ฉีอวิ๋นด่าขำๆ วัยรุ่นเลือดร้อนแบบนี้มีความคิดแบบนี้ก็เรื่องปกติ

เดี๋ยวคืนนี้พาไปที่ชอบๆ สักที พอได้ลองแล้ว เดี๋ยวก็คงเลิกเห่อไปเอง

ขี่รถมาถึงริมแม่น้ำชิงสุ่ย ถึงจะเป็นหน้าหนาว แต่แม่น้ำบางช่วงยังไม่เป็นน้ำแข็ง

ฉีอวิ๋นจอดรถข้างทาง เรียกให้เจ้าหัวทองถือของตามมา เดินเลาะริมน้ำไปเรื่อยๆ

"พี่ฉี ไหนบอกจะพาไปอาบอบนวด มาทำไมที่นี่?"

ฉีอวิ๋นมองซ้ายมองขวา ตอบส่งๆ "ใครเขาไปอาบน้ำกันตอนกลางวันแสกๆ ทำงานทำการก่อน"

เจ้าหัวทองร้องอ๋อ เดินตามต้อยๆ ไม่ถามต่อ

อากาศหนาวเหน็บ คนตกปลาน้อยมาก เดินมาครึ่งชั่วโมงถึงเจอคนตกปลาอยู่คนนึง

ชายคนนี้รูปร่างบึกบึน แต่อายุรุ่นราวคราวเดียวกับฉีอวิ๋น ไม่น่าใช่ 'ลุงจ้าว' ในข่าวกรอง

ฉีอวิ๋นเดินเข้าไปยื่นบุหรี่ ชวนคุย "ไงเพื่อน ได้เยอะมั้ย?"

ชายร่างบึกรับบุหรี่ไป ใช้เท้าเขี่ยฝาถังน้ำให้ดู

มองลงไป... น้ำใสแจ๋ว ไม่มีปลาสักตัว

เห็นสภาพสั่นงันงกของพี่แกแล้วก็นับถือใจจริงๆ ฝีมือห่วยแต่ใจรัก

"เอ้อ ถามไรหน่อย เมื่อวานมีคนตกได้ปลาคาร์ฟสีทองแถวนี้รึเปล่า?" ฉีอวิ๋นลองหยั่งเชิง

ชายร่างบึกจุดบุหรี่สูบ ตอบหน้าตาย "อ๋อ พ่อตาฉันเองแหละ อาทิตย์นึงตกได้ตัวเดียว เมื่อวานรีบแจ้นมาอวดฉันใหญ่เลย"

"ตกกลางคืนฉันเลยให้เมียไปขโมยมาจากบ่อบ้านแก แกโกรธควันออกหู วันนี้เลยงอนไม่มาตกปลา"

"นี่ฉันกะว่าจะตกให้ได้สักสองตัว เย็นนี้จะเอาไปต้มรวมกัน ทำซุปปลาไปง้อแกหน่อย"

ฉีอวิ๋นฟังแล้วแทบสำลักควัน พ่อตาลูกเขยคู่นี้นี่มันศีลเสมอกันจริงๆ มีลูกเขยแบบนี้นับเป็นวาสนา (กรรม) ของลุงจ้าวแท้ๆ

"อะแฮ่ม เพื่อน พอดีบ้านฉันเพิ่งทำเสร็จ อยากหาปลามาเลี้ยงเสริมฮวงจุ้ย ปลาทองเรียกทรัพย์ซะด้วย นายขายให้ฉันได้มั้ย?"

ชายร่างบึกคาบบุหรี่ มองเขาเหยียดๆ "ขายเขยอะไรกัน อยากได้ก็เอาไปสิ ปลาตัวเดียวไม่ได้มีค่าอะไร"

ฉีอวิ๋นตบแขนพี่แก ยกนิ้วโป้งให้ "ใจนักเลง!"

จากนั้นเขาก็หันไปกระซิบสั่งงานเจ้าหัวทอง พร้อมยื่นกุญแจรถกับเงินสองร้อยให้

เจ้าหัวทองพยักหน้า วางของลงแล้วรีบวิ่งออกไป

"เฮ้อ วันนี้ปลาไม่กินเบ็ดเลยเว้ย!" ชายร่างบึกถอนหายใจ เก็บเบ็ดเตรียมกลับ "ฉันต้องกลับไปทำกับข้าวให้ลูกสาวพอดี ไปเอาปลาที่บ้านฉันมั้ยล่ะ?"

"ได้เลย!" ฉีอวิ๋นรับคำ

บ้านพี่แกอยู่ไม่ไกล เป็นบ้านชั้นเดียวมีลานกว้างในตัว

ระหว่างเดินคุยกันได้ความว่าพี่แกชื่อหลิวเหมิ่ง พื้นเพเป็นคนอีสาน (ตงเป่ย) ปลดประจำการทหารแล้วก็ปักหลักที่ซินเจียง ปกติรับเหมาก่อสร้าง หน้าหนาวงานน้อยเลยมานั่งตกปลาทุกวัน

ถึงบ้าน หลิวเหมิ่งเชิญฉีอวิ๋นนั่ง รินชาบัควีตร้อนๆ มาให้

"ดื่มน้ำแก้หนาวก่อน เดี๋ยวไปตักปลามาให้" ว่าแล้วก็เดินไปหลังบ้าน

ฉีอวิ๋นส่งโลเคชั่นให้เจ้าหัวทอง

สักพัก หลิวเหมิ่งก็อุ้มกะละมังพลาสติกออกมา ในนั้นมีปลาคาร์ฟสีทองว่ายวนอยู่

ตัวจริงสวยกว่าที่คิด ยาวประมาณยี่สิบเซนต์ หนักน่าจะโลกว่าๆ

เกล็ดปลาสะท้อนแสงไฟระยิบระยับ ราวกับชุบทองคำทั้งตัว

"พี่ชาย จะให้ผมฟรีจริงๆ เหรอ?" ฉีอวิ๋นถามย้ำ

หลิวเหมิ่งโบกมือปัด "ฉันไม่ชอบเลี้ยงปลา ชอบกินมากกว่า นายชอบก็เอาไป เรื่องขี้ปะติ๋ว"

ฉีอวิ๋นพยักหน้ายิ้ม หลิวเหมิ่งนี่ตกปลาอาจจะไม่เอาไหน แต่ใจคอกว้างขวางน่าคบหา

จังหวะนั้น เจ้าหัวทองก็เดินเข้าบ้านมา ในมือหิ้วปลาช่อนตัวเบ้อเริ่มเกือบครึ่งเมตร

"พี่ฉี ตัวนี้ได้ป่ะ? ใหญ่สุดในตลาดแล้ว"

ฉีอวิ๋นรับมาลองชั่งน้ำหนักดู น่าจะสักห้าหกโลได้

เขายื่นปลาให้หลิวเหมิ่ง ยิ้มบอก "ผมรับของฟรีไม่ได้หรอก พี่ชอบกินปลา งั้นเอาตัวนี้แลกกันนะ"

หลิวเหมิ่งขมวดคิ้ว "ทำงี้ทำไม แค่ปลาตัวเดียว พิธีรีตองเยอะแยะ"

ฉีอวิ๋นรีบอธิบาย "พี่เหมิ่ง เจอกันครั้งแรกถือว่าเป็นของฝากเถอะ ถ้าพี่ไม่รับ ผมก็ไม่กล้าเอาปลาพี่ไปเหมือนกัน"

เจอไม้นี้เข้าไป หลิวเหมิ่งเลยจำใจรับปลาไปอย่างเสียไม่ได้

"เออๆ งั้นนั่งกินชากันก่อน เดี๋ยวฉันจัดการเจ้านี่แป๊บ เที่ยงนี้อยู่กินข้าวด้วยกันนะ"

ฉีอวิ๋นโบกมือปฏิเสธ "ไม่รบกวนดีกว่าครับ ผมมีธุระต่อ ไว้โอกาสหน้าค่อยมาดื่มกัน"

"งั้นก็ได้ มีธุระก็ไม่รั้งไว้ ยกกะละมังไปเลยเดี๋ยวปลาตาย"

ฉีอวิ๋นไม่ปฏิเสธ ให้เจ้าหัวทองยกกะละมัง เดินออกจากบ้าน

"ไม่ต้องส่งหรอกพี่เหมิ่ง ไว้เจอกัน"

เดินพ้นรั้วบ้าน เจ้าหัวทองเหลือบมองมือฉีอวิ๋น ทักขึ้น "พี่ฉี ลืมกล่องแอปเปิ้ลป่าว?"

ฉีอวิ๋นยิ้ม ไม่ตอบ

คุยกันไม่กี่คำเขาก็รู้ว่าหลิวเหมิ่งเป็นคนดี น่าคบ

แต่ในเมื่อบอกไปแล้วว่าจะเอาปลาไปเลี้ยง เขาเลยไม่อยากบอกความจริงว่าปลานี้ราคาแพง เดี๋ยวจะผิดใจกันเปล่าๆ

ถือว่าติดหนี้น้ำใจไว้ก่อน วันข้างหน้าค่อยหาโอกาสตอบแทน

ทั้งสองไปที่ตลาดปลาสวยงาม ต่อรองราคากันสักพัก สุดท้ายขายเจ้าปลาทองคำได้เงินมา 2,000 หยวน

เจ้าหัวทองยืนอ้าปากค้าง ตะลึงงัน "พี่ฉี พี่รู้ได้ไงว่าปลาตัวนั้นมันแพง?"

"เดาสิ"

ฉีอวิ๋นแกล้งทำเท่ ปล่อยให้เจ้าหัวทองสงสัยเล่น แป๊บเดียวฟันกำไรสองพัน ใครเห็นก็ต้องอึ้งทั้งนั้นแหละ

จบบทที่ บทที่ 8 ขโมยปลาพ่อตา

คัดลอกลิงก์แล้ว