- หน้าแรก
- บุตรผู้ล้างผลาญแห่งต้าถัง
- 84 - ปล่อยนางไปเดี๋ยวนี้
84 - ปล่อยนางไปเดี๋ยวนี้
84 - ปล่อยนางไปเดี๋ยวนี้
84 - ปล่อยนางไปเดี๋ยวนี้
ท่าทางตัวน้อยของเฉียวเอ๋อจริงจังมาก เขาตั้งใจช่วยบิดาดูแลปลาที่เหลืออยู่สามตัว
ปลาสามตัวไม่ล้ำค่า แต่สำหรับเฉียวเอ๋อแล้ว พวกมันอร่อยมาก ของอร่อยก็คือของมีค่า ซึ่งเขาต้องเก็บไว้ให้บิดา
เด็กหญิงตัวน้อยที่ถักผมทรงซวงหยาจี้ได้กลิ่นหอมของปลาเผา จนเกือบจะน้ำลายไหลออกมา
นางก็เป็นเพียงเด็กหญิงอายุสิบสี่สิบห้าปีเท่านั้น ไม่มีภูมิต้านทานต่ออาหารอร่อยเลย เมื่อนางมองไปรอบๆ ก็พบว่ามีเพียงเฉียวเอ๋อเฝ้าอยู่ตรงนี้คนเดียว ความชั่วร้ายก็ผุดขึ้นมาในใจโดยไม่ทันรู้ตัว นางพลันอยากฉกปลาเผาแล้ววิ่งหนีไปเสีย
ทว่าการอบรมสั่งสอนจากตระกูลบัณฑิตมานานหลายปี ทำให้นางระงับความคิดชั่วร้ายในใจเอาไว้ได้ นางจึงตัดสินใจใช้วิธีอื่นเพื่อที่จะได้ปลาเผาสามตัวนี้มา
"เด็กน้อย เจ้าเป็นคนในหมู่บ้านนี้หรือ ไม่เคยเห็นเจ้ามาก่อน เจ้าเป็นบุตรของครอบครัวใด" เด็กหญิงตัวน้อยเริ่มผูกมิตร
เฉียวเอ๋อยืดอกแล้วตอบว่า "ข้าเป็นบุตรของตระกูลหลี่"
"ตระกูลหลี่หรือ" เด็กหญิงตัวน้อยไม่ตื่นตระหนกเลย ในหมู่บ้านกานจิ่งครึ่งหนึ่งเป็นเขตศักดินาของอิงกว๋อกง ชาวบ้านก็มีหลายคนที่แซ่หลี่ ซึ่งไม่ใช่เรื่องแปลก
"เด็กน้อย เรามาแลกเปลี่ยนกันอย่างไร" เด็กหญิงตัวน้อยยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์
เฉียวเอ๋อถามอย่างสงสัยว่า "แลกเปลี่ยนอะไร"
"เจ้าเอาปลาสามตัวนี้ให้ข้ากิน ข้ากินเสร็จแล้วจะช่วยเจ้าจับปลาสี่ตัว เจ้าดูสิ เจ้าจ่ายไปสามตัว แต่ได้มาสี่ตัว เจ้าได้กำไรมากเลยใช่หรือไม่"
เฉียวเอ๋ออายุยังไม่ถึงห้าขวบ เมื่อได้ยินเช่นนั้นก็ตกอยู่ในห้วงความคิดทันที
จ่ายไปสามตัว ได้มาสี่ตัว นับว่าได้กำไรจริง แต่เขารู้สึกว่ามีบางอย่างผิดปกติไป
เห็นเฉียวเอ๋อครุ่นคิดไม่พูด เด็กหญิงตัวน้อยก็รีบร้อน จึงเพิ่มข้อต่อรอง "ห้าตัวเป็นอย่างไร ข้าจะจับปลาให้เจ้าห้าตัว คราวนี้เจ้าควรได้กำไรแล้วใช่หรือไม่"
ในที่สุดความคิดของเฉียวเอ๋อก็คล้อยตาม จ่ายไปสามตัวแลกกับห้าตัว น่าจะไม่เสียเปรียบแล้ว
เฉียวเอ๋อจึงพยักหน้าอย่างแรง "ดี! แต่เจ้าต้องไม่หลอกเด็กนะ!"
เด็กหญิงตัวน้อยยิ้มร่า "ไม่หลอก ไม่หลอก ข้าขอสาบานด้วยชื่อของข้า ข้าชื่อโจว… อืม โจวอะไรนะ จิ่นอวี๋ ใช่! ข้าชื่อโจวจิ่นอวี๋!"
เฉียวเอ๋อส่งปลาเผาสามตัวให้แก่เด็กหญิงตัวน้อยอย่างอาลัยอาวรณ์
…
ธุรกิจส่งออกดำเนินไปอย่างราบรื่น แต่ผลลัพธ์ค่อนข้างเจ็บปวด
หลี่ชินไจ๋เดินออกมาจากพงหญ้าด้วยสีหน้าไม่สู้ดี เมื่อครู่เขาดึงใบไม้สองสามใบเพื่อแก้ปัญหา แต่บนใบไม้มีหนามเล็กๆ อยู่ ความปวดแสบปวดร้อนหลังจากเช็ด ทำให้ท่าทางที่เขาเดินในตอนนี้ไม่ถูกต้องไปแล้ว
ต้องคิดค้นกระดาษชำระออกมาให้ได้ นี่เป็นสิ่งจำเป็นในชีวิตประจำวัน หลี่ชินไจ๋สามารถอดทนต่อชีวิตโบราณที่เรียบง่ายและน่าเบื่อได้ แต่เขาไม่สามารถทนได้หากแม้แต่ของใช้ในชีวิตประจำวันพื้นฐานก็ไม่มีให้
การใช้ชีวิตอย่างสุขสบายก็คือเรื่องเสื้อผ้า อาหาร ที่พัก การเดินทาง การกิน การดื่ม การเข้าส้วม นี่คือข้อกำหนดพื้นฐานของหลี่ชินไจ๋สำหรับชีวิต และทุกอย่างจะต้องได้รับการตอบสนอง
หลี่ชินไจ๋เดินไปที่ริมแม่น้ำด้วยท่าทางที่แปลกประหลาด เขาก็ได้พบว่าเฉียวเอ๋อกำลังร้องไห้
เฉียวเอ๋อนั่งอยู่ข้างเตาเผา ปาดน้ำตาพร้อมกับร้องไห้โฮ ใบหน้าตัวน้อยเต็มไปด้วยความคับแค้นและความเกลียดชัง ราวกับหิมะโปรยปรายในเดือนหก
"เกิดอะไรขึ้น" หลี่ชินไจ๋รีบเดินเข้าไปข้างหน้า โอบเฉียวเอ๋อไว้ในอ้อมแขนแล้วตบหลังเขาเบาๆ
เฉียวเอ๋อยังคงร้องไห้ไม่หยุด ชี้ไปที่เตาเผาที่ว่างเปล่า แล้วชี้ไปที่แม่น้ำ ไม่รู้ว่าต้องการแสดงออกถึงสิ่งใด
มีช่องว่างระหว่างวัย เขาไม่สามารถเข้าใจการแสดงออกของบุตรได้ หลี่ชินไจ๋จึงทำได้เพียงใช้ตรรกะที่เคร่งครัดที่สุดเพื่อช่วยเขาในการสื่อสาร
"ทหารกุ้งขุนพลปูโผล่ออกมาจากแม่น้ำเว่ยสุ่ย แล้วช่วยปลาที่เราเผาจนสุกกลับไปแล้วหรือ" หลี่ชินไจ๋ใช้จินตนาการ ตรรกะของคำอธิบายนี้ควรจะเคร่งครัดมากแล้ว
เสียงร้องไห้ของเฉียวเอ๋อหยุดลง เขาเบิกตากว้างมองเขา เด็กอายุสี่ขวบกว่าก็อดไม่ได้ที่จะตะลึงกับจินตนาการอันน่าทึ่งของบิดาแท้ๆ ของเขา
หลังจากตกตะลึง เฉียวเอ๋อก็รีบส่ายหน้า ร้องโอดครวญอย่างเลือนลางเพื่อฟ้องร้อง ท่าทางตัวน้อยเต็มไปด้วยความขุ่นเคืองอย่างที่สุด
หลี่ชินไจ๋ใช้เวลาฟังครึ่งวันกว่าจะเข้าใจ
เดิมทีเมื่อครู่มีเด็กหญิงตัวน้อยวิ่งออกมา เสนอว่าจะใช้ปลาเป็นห้าตัวแลกกับปลาเผาสามตัว แต่เด็กหญิงตัวน้อยกลับฉกปลาเผาไปแล้ววิ่งหนีหายไปในพริบตา เฉียวเอ๋อยังคงนั่งรออย่างโง่งมอยู่ข้างเตาเผา
รอมาครึ่งวันก็ไม่เห็นเด็กหญิงตัวน้อยกลับมา เฉียวเอ๋อจึงตระหนักว่าเขาถูกหลอกแล้ว พลันโกรธจนร้องไห้โฮ
ไม่เพียงแต่เฉียวเอ๋อเท่านั้นที่โกรธ แม้แต่หลี่ชินไจ๋ก็โกรธเช่นกัน หัวใจเขารู้สึกอัดอั้น
นี่มันเรื่องอะไรกัน เรื่องแบบนี้หรือ การหลอกเอาปลาเผาของเด็กตัวเล็กๆ เป็นเรื่องที่น่ารังเกียจมาก บาปหนาที่โผล่ออกมาจากที่ใดกันถึงกล้าทำเรื่องที่หาที่ตายเช่นนี้
หลี่ชินไจ๋รู้สึกว่าศีลธรรมของเขาเกือบจะติดลบแล้ว แต่ก็ไม่เคยทำเรื่องไร้ศีลธรรมเช่นนี้
"โจวจิ่นอวี๋หรือ เด็กหญิงตัวน้อยคนนั้นบอกว่านางชื่อโจวจิ่นอวี๋หรือ" หลี่ชินไจ๋ถามด้วยสีหน้าบึ้งตึง
เฉียวเอ๋อพยักหน้าอย่างมั่นใจ จากนั้นก็เขย่าแขนของเขาด้วยดวงตาที่เปียกชุ่มไปด้วยน้ำตา "ท่านพ่อ เฉียวเอ๋อถูกคนชั่วทำร้าย หากจับนางได้ ขอท่านพ่อลงมือตีก้นนางให้หนัก เหมือนตอนที่ท่านย่าตีข้าเวลาที่ข้าไม่เชื่อฟัง"
หลี่ชินไจ๋ลูบศีรษะของเขา พลางกล่าวด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนว่า "เมื่อจับนางได้แล้ว ไม่เพียงแต่จะตีก้นนางเท่านั้น แต่จะถอดกางเกงแล้วตีด้วย"
เฉียวเอ๋อดีใจมาก พยักหน้าอย่างแรง "ใช่ ต้องถอดกางเกงแล้วตีถึงจะเจ็บ"
หลี่ชินไจ๋รักและเอ็นดูเขามากขึ้นเรื่อยๆ ลูบศีรษะของเขาพลางกล่าวว่า "ช่างเป็นเด็กดีที่รู้จักคิด"
เมื่อจูงเฉียวเอ๋อกลับไปที่เรือนพัก สีหน้าของหลี่ชินไจ๋มืดครึ้มราวกับโจวจื่อรั่ว(จิวจี้เยียก)ที่ถูกความมืดเข้าครอบงำ แม้แต่ขอบตาก็ราวกับเขียนอายไลเนอร์แบบสโมกกี้อาย
เขาเรียกหลิวอาซื่อมา หลี่ชินไจ๋สั่งให้ลูกน้องออกไปค้นหาหญิงสาวที่ชื่อ "โจวจิ่นอวี๋" ในหมู่บ้าน
หลิวอาซื่อไม่ได้ถามอะไรมาก รับคำสั่งแล้วรีบจากไป
ประสิทธิภาพในการทำงานของลูกน้องตระกูลหลี่น่าทึ่งมาก เพียงแค่ครึ่งชั่วยาม เด็กหญิงตัวน้อยที่หลอกเอาปลาเผาจากเด็กก็ถูกพบแล้ว
หลิวอาซื่อพาเด็กหญิงตัวน้อยมาที่เรือนพัก นางตื่นตระหนกจนตัวสั่นเทา สีหน้าซีดเซียวและสิ้นหวัง ราวกับวันสิ้นโลกมาถึง
หลี่ชินไจ๋รู้สึกแปลกใจเล็กน้อย เรื่องเล็กน้อยแค่นี้ ถึงกับต้องสิ้นหวังขนาดนี้หรือ
"เจ้าชื่อโจวจิ่นอวี๋หรือ"
ในลานหน้าบ้าน หลี่ชินไจ๋ขมวดคิ้วถาม
เด็กหญิงตัวน้อยคุกเข่าลงทันที "บ่าว... อะ ไม่ใช่ หญิงสามัญชนชื่อโจวจิ่นอวี๋"
"เจ้าหรือที่หลอกเอาปลาเผาของบุตรข้าไป"
"หญิงสามัญชนทราบความผิด ขอความเมตตาจากท่านผู้สูงศักดิ์โปรดไว้ชีวิตด้วย!"
เด็กหญิงตัวน้อยคนนี้คือฉงซวง นางใช้ชื่อปลอมว่าโจวจิ่นอวี๋ ไม่เพียงแต่ใช้ชื่อปลอมต่อหน้าหลี่ชินไจ๋เท่านั้น แต่ยังใช้ผิดอีกด้วย
หลังจากฉงซวงถูกลูกน้องตระกูลหลี่พาตัวกลับมาที่เรือนพัก นางก็กลัวจนแทบสิ้นสติ นางคิดว่าความลับถูกเปิดเผยแล้ว ภาพทาสหนีที่ถูกเจ้านายตีจนตายยังคงฉายซ้ำอยู่ในหัวของนาง ยิ่งคิดก็ยิ่งสิ้นหวัง
ใครจะคิดว่าเพียงแค่หลอกเอาปลาเผาสองสามตัวที่ริมแม่น้ำ เหยื่อกลับกลายเป็นบุตรของตระกูลหลี่
โชคชะตานี้ช่างน่าตกตะลึง
หัวใจของฉงซวงเต็มไปด้วยความเสียใจ ถ้ารู้เช่นนี้ วันนี้นางไม่ควรออกจากบ้าน และไม่ควรไปที่ริมแม่น้ำเลย
เห็นฉงซวงกลัวจนแทบสิ้นสติ หลี่ชินไจ๋ก็ไม่ได้กล่าววาจารุนแรง
เรื่องนี้ไม่ใหญ่โต เพียงแค่ทำตัวเสเพลไปบ้าง มีเค้าลางของตอนที่เขาอยู่ในเมืองฉางอันเมื่อครั้งก่อน
หลี่ชินไจ๋นั่งยองๆ ดวงตาของเขามองตรงไปยังฉงซวง พลางกล่าวอย่างแผ่วเบาว่า "จิ่นอวี๋ ฮึ ชื่อไม่เลวเลย ไม่เหมือนหญิงสาวจากครอบครัวสามัญชนเลย มาเถิด เล่าถึงความคิดในใจของเจ้าหน่อยว่าเจ้าไร้ยางอายถึงเพียงใด ถึงได้กล้าหลอกเอาปลาเผาของเด็กน้อย"
เฉียวเอ๋อยืนอยู่ข้างกายหลี่ชินไจ๋ มีท่าทีอาศัยบารมีของผู้อื่น ชี้ไปที่ฉงซวงพลางกล่าวตำหนิด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนว่า "คนชั่ว คนชั่ว!"
ฉงซวงตัวสั่นเทาไปทั้งร่าง ก้มลงกราบพร้อมร้องไห้ "หญิงสามัญชนทราบความผิดแล้ว ท่านผู้สูงศักดิ์โปรดอย่าสังหารข้า"
"สังหารเจ้าหรือ ไม่ถึงขนาดนั้น ข้าเพียงแค่ถามว่าเจ้าวางแผนจะแก้ไขเรื่องนี้อย่างไร ปลาเป็นเรื่องเล็ก แต่การไม่รักษาสัจจะต่อเด็กน้อย หากเขาเอาอย่าง ทำตัวเป็นคนหลอกลวงและไร้สัจจะเหมือนเจ้าเมื่อเติบโตขึ้น ปัญหาก็จะใหญ่โต"
ฉงซวงเห็นว่าหลี่ชินไจ๋ไม่มีเจตนาที่จะสอบสวนภูมิหลังของนาง ก็รู้สึกวางใจเล็กน้อย นางยังคงอยู่ในท่ากราบพร้อมกล่าวด้วยน้ำเสียงสั่นเทาว่า "หญิงสามัญชนยินดีรับโทษ"
เฉียวเอ๋อดึงชายเสื้อของเขา ใบหน้าบริสุทธิ์พลางยุยงว่า "ท่านพ่อ ถอดกางเกงนาง ตีก้น ตีก้น!"
หลี่ชินไจ๋มองนาง อายุสิบสี่สิบห้าปี หากเป็นชาติก่อนยังไม่บรรลุนิติภาวะ นับว่าเป็นบาปมาก เขาจึงไม่สะดวกใจที่จะลงมือ
"เฉียวเอ๋อคนดี เราจะเลี้ยงนางให้อ้วนขึ้นแล้วค่อยตี"
ทันใดนั้นก็มีเสียงอึกทึกครึกโครมดังมาจากนอกประตู หลี่ชินไจ๋ตะลึงไปชั่วครู่ เงยหน้ามอง ดวงตาของเขาแสดงความไม่พอใจเล็กน้อย
หลิวอาซื่อรีบมารายงานว่า มีหญิงสาวอีกคนมาขอเข้าพบที่หน้าประตู ดูเหมือนจะมาเพื่อโจวจิ่นอวี๋คนนี้
หลี่ชินไจ๋ส่งเสียง "อืม" ออกมา ในใจรู้สึกจนปัญญาเล็กน้อย เดิมทีเขาตั้งใจจะสั่งสอนฉงซวงเพียงเล็กน้อยแล้วก็จบ แต่ไม่รู้ว่าทำไมเรื่องราวถึงได้ดูเหมือนยิ่งทวีความรุนแรงมากขึ้น
"ให้นางเข้ามา" หลี่ชินไจ๋สั่ง
ไม่นาน หญิงงามที่สวมชุดกระโปรงผ้าหยาบก็เดินเข้ามา นางผมเผ้ายุ่งเหยิง รูปร่างดูตกต่ำ แต่ก็ยังไม่สามารถปกปิดความงามที่สมบูรณ์แบบได้
ในแวบแรกที่หลี่ชินไจ๋เห็นนาง หัวใจของเขาก็เต้นผิดจังหวะอย่างรุนแรงโดยไม่ทราบสาเหตุ หลังจากหายใจเข้าลึกๆ สองสามครั้งเขาก็กลับมาเป็นปกติ
ใครจะรู้ว่าหลังจากหญิงผู้นี้เดินเข้ามา นางกลับแสดงความโกรธอย่างมาก ยังไม่ทันเดินเข้าไปในลานบ้านก็กล่าวเสียงดังว่า "พวกเจ้าปล่อยนางไป หากต้องการสังหารหรือลงโทษใดๆ ก็มาลงที่ข้าได้เลย!"
…………..