- หน้าแรก
- บุตรผู้ล้างผลาญแห่งต้าถัง
- 48 - แรกเข้าเฝ้าฮ่องเต้
48 - แรกเข้าเฝ้าฮ่องเต้
48 - แรกเข้าเฝ้าฮ่องเต้
48 - แรกเข้าเฝ้าฮ่องเต้
ขณะที่ทุกคนกำลังหัวเราะและหยอกล้อ จู่ๆ ขันทีคนหนึ่งก็ปรากฏตัวบนแท่นบัญชาการ เขาทำความเคารพต่อเหล่าแม่ทัพเฒ่าก่อน จากนั้นกล่าวกับหลี่จี้ "ท่านอิงกว๋อกง พระราชยานของฮ่องเต้กำลังจะถึงนอกประตูค่ายแล้ว"
สีหน้าของเหล่าแม่ทัพก็เคร่งขรึมขึ้นทันที หลี่จี้จัดชุดเกราะให้เรียบร้อย และกล่าวอย่างเคร่งขรึม "พวกเจ้า ไปต้อนรับฝ่าบาทกัน"
เหล่าแม่ทัพยืนรอนอกประตูค่าย ไม่นานนักก็เห็นธงรบโบกสะบัดอยู่ไกลๆ องครักษ์อวี่หลินถือทวนนำหน้า ตามด้วยขบวนขันทีและนางกำนัล ถือเครื่องราชอิสริยยศสำหรับการเสด็จออกนอกวังของฮ่องเต้
ราชรถสีทองขนาดใหญ่มหึมาปรากฏขึ้นในสายตาของผู้คน เบื้องหลังราชรถมีขุนนางและผู้ติดตามมากมาย ราวกับเมฆที่ลอยอยู่ ผู้คนและพ่อค้าที่อยู่สองข้างทางต่างหลีกหนี คุกเข่าทำความเคารพ
ราชรถหยุดลงนอกประตูค่าย หลี่จี้และแม่ทัพเฒ่าคนอื่นๆ ต่างเดินไปข้างหน้าและยืนทำความเคารพ
หลี่ชินไจ๋ก็ติดตามหลี่จี้อยู่ด้านหลัง พร้อมกับโค้งคำนับ
ด้วยการช่วยเหลือของขันที ชายผู้สวมชุดมังกรสีทองก็เดินลงจากราชรถอย่างช้าๆ เบื้องหลังยังมีสตรีผู้หนึ่งสวมมงกุฎหงส์และชุดผ้าไหมปักลวดลาย
หลี่ชินไจ๋เงยหน้าขึ้นมองอย่างรวดเร็ว แล้วก้มศีรษะลง
เขารู้ว่าทั้งสองคนที่เดินลงจากราชรถคือฮ่องเต้และฮองเฮาองค์ปัจจุบัน
หลี่จื้อ อู่เจ๋อเทียน ในประวัติศาสตร์สามร้อยปีของต้าถัง สองสามีภรรยาคู่นี้เป็นบุคคลที่พิเศษที่สุด แม้แต่ในประวัติศาสตร์นับพันปีของจีน ก็ยังเป็นบุคคลที่พิเศษที่สุด
หลี่จื้อดูมีอายุประมาณสามสิบปี มีหนวดสองข้างบนริมฝีปาก รูปโฉมสง่างาม ไม่โกรธก็ยังน่าเกรงขาม
อู่ฮองเฮาสง่างามและหรูหรา มีกิริยาท่าทางที่สูงศักดิ์ยากจะหาใครเทียบ ดวงตาหงส์ที่ฉลาดและมีชีวิตชีวาเหลือบมองอย่างมีเสน่ห์ แต่ก็แฝงไว้ด้วยความสงบเสงี่ยม
เมื่อเดินลงจากราชรถ หลี่จื้อก็ก้าวไปข้างหน้าอย่างรวดเร็วสองก้าว ใช้มือทั้งสองข้างประคองแขนของหลี่จี้ และยิ้ม "ท่านแม่ทัพเฒ่าไม่ต้องมากพิธี เรา(เจิ้น)กับฮองเฮามาดูเล่นๆ ที่นี่ไม่ใช่ราชสำนัก ไม่จำเป็นต้องยึดถือพิธีการนายบ่าว"
หลี่จี้ก้มศีรษะและกล่าวเสียงทุ้มต่ำ "พิธีการไม่อาจละเว้นได้ ข้าไม่อาจเสียมารยาทได้"
เหล่าแม่ทัพเฒ่าที่อยู่ด้านหลังก็กล่าวสนับสนุนเช่นกัน
เมื่อเห็นบรรดาแม่ทัพที่มีชื่อเสียงมากมาย หลี่จื้อก็มีอารมณ์ดีอย่างเห็นได้ชัด
บรรดาแม่ทัพเฒ่าเหล่านี้ล้วนเป็นเสาหลักที่พระบิดาทิ้งไว้ให้เขา แม่ทัพเฒ่าแต่ละคนสามารถเทียบได้กับระเบิดนิวเคลียร์เมื่อถูกส่งไปยังชายแดน
แม่ทัพชั้นนำหลายคนของกองทัพต้าถังส่วนใหญ่อยู่ที่นี่ในวันนี้
หลังจากทักทายกับเหล่าแม่ทัพเฒ่าแล้ว หลี่จื้อก็เหลือบมอง เห็นหลี่ชินไจ๋ในกลุ่มคน
ช่วยไม่ได้หลี่ชินไจ๋โดดเด่นเกินไป
ในกลุ่มแม่ทัพที่สวมชุดเกราะ มีเพียงหลี่ชินไจ๋ที่สวมชุดผ้าไหมปักลวดลาย อายุยังน้อยที่สุด รูปร่างหน้าตาก็หล่อเหลากว่าแม่ทัพเฒ่ามาก เมื่อมีบรรดาใบไม้สีเขียวจำนวนมากมาประกอบ ทำให้หลี่จื้อเห็นเขาในแวบแรก
"ผู้นี้คือ..." หลี่จื้อถามด้วยความสงสัย
หลี่จี้รีบกล่าว "บุตรผู้นี้เป็นหลานชายที่ไม่ได้ความของกระหม่อมหลี่ชินไจ๋ ชินไจ๋ ยังไม่รีบทำความเคารพฝ่าบาทอีก"
หลี่ชินไจ๋คำนับยาวอย่างสงบ "ข้า... อืม ข้า... เอ่อ ราษฎรหลี่ชินไจ๋คารวะฝ่าบาท"
หลังจากเปลี่ยนคำเรียกตนเองหลายครั้งก็ยังรู้สึกไม่ถูกต้อง หลี่จี้ที่อยู่ด้านข้างหน้าซีดเผือด บรรดาแม่ทัพที่อยู่ด้านหลังก็หัวเราะเบาๆ
หลี่จี้กัดฟัน กล่าวเสียงต่ำผ่านไรฟัน "บุตรชั่ว!"
เกิดในตระกูลชนชั้นสูงและตระกูลขุนศึก เป็นไปไม่ได้ที่จะไม่รู้ธรรมเนียมการเข้าเฝ้าฮ่องเต้ บุตรชั่วผู้นี้เป็นอะไรไปในวันนี้?
หลี่ชินไจ๋รู้สึกบริสุทธิ์ใจ เขาไม่รู้ธรรมเนียมการเข้าเฝ้าฮ่องเต้จริงๆ ไม่มีใครสอนเขาเลย
หลี่จื้อและอู่ฮองเฮาตกตะลึงครู่หนึ่ง แล้วก็หัวเราะออกมา
หลี่จื้อหัวเราะเสียงดัง "ที่แท้ก็คือบุตรชายคนเก่งของตระกูลหลี่ที่สร้างคันเกาทัณฑ์แขนเทวะมา ข้าเคยได้ยินมานานแล้ว ฮ่าๆ เจ้าเป็นทายาทของผู้มีคุณูปการ ได้รับพระราชทานความดีงามสืบทอดกันมา แม้ไม่มีตำแหน่งราชการ ก็สามารถเรียกตนเองว่า “ข้า” (เฉิน) ได้"
"ขอรับ ข้าเสียมารยาทแล้ว ข้าคารวะฮ่องเต้และฮองเฮา"
หลี่จื้อหัวเราะอีกครั้ง "วันนี้ข้าสั่งให้มีการระดมพลที่สนามฝึกซ้อม เชิญเจ้ามาร่วมพิธีด้วยตนเองหลี่ชินไจ๋เจ้าได้สร้างคุณูปการอันยิ่งใหญ่ให้กับสังคมของต้าถัง ข้าอยากจะดูว่าคันเกาทัณฑ์แขนเทวะที่เจ้าสร้างขึ้นมานั้นจะร้ายกาจเพียงใด"
ในบรรดาฮ่องเต้แห่งราชวงศ์ต้าถังที่ผ่านมาหลี่จื้อเป็น“ราชาแห่งผู้เก็บเกี่ยว”ที่ไม่มีข้อโต้แย้ง ไม่ใช่แค่พระองค์เดียว
พระอุปนิสัยที่โอบอ้อมอารี อาณาเขตที่กว้างใหญ่ไพศาล การปราบปรามตระกูลขุนนางต่างๆ จุดเด่นเหล่านี้ไม่สามารถเทียบเท่ากับโชคด้านการ"เก็บเกี่ยว"ของพระองค์ได้
ฉางซุนซื่อ ฮองเฮาของหลี่ซื่อหมินมีพระโอรสสามพระองค์ ตามธรรมเนียมแล้วบัลลังก์จะต้องตกเป็นของพระโอรสองค์โต แต่ปรากฏว่าหลี่เฉิงเฉียนพระโอรสองค์โตถูกบิดาปราบปรามจนแทบหายใจไม่ออก จึงตัดสินใจก่อกบฏ
เมื่อพระโอรสองค์โตถูกปลดออกไป ตามหลักการแล้วบัลลังก์ควรตกเป็นของพระโอรสองค์รองหลี่ไท่เว่ยอ๋อง ซึ่งหลี่ไท่เองก็เป็นผู้มีพรสวรรค์สูง มีสติปัญญาเฉลียวฉลาด และได้รับความเคารพจากขุนนางในราชสำนัก เป็นผู้สืบทอดบัลลังก์ที่เหมาะสมอย่างยิ่ง
แต่โชคไม่ดีที่หลี่ไท่ร้อนรนอยากได้บัลลังก์มากเกินไป เผยให้เห็นร่องรอยของการวางแผนแย่งชิงตำแหน่ง ทำให้หลี่ซื่อหมินเนรเทศเขาไปยังจวินโจว
พระโอรสองค์โตและองค์รองต่างก็มีความโดดเด่น แต่เนื่องจากขาดความอดทนและไม่สามารถเก็บซ่อนความทะเยอทะยานไว้ได้ ทำให้บัลลังก์สุดท้ายตกเป็นของหลี่จื้อพระโอรสองค์ที่สามที่มีนิสัยอ่อนโยน
การกล่าวว่าหลี่จื้อคือ“ราชาแห่งผู้เก็บเกี่ยว”จึงเป็นสิ่งที่ไม่มีใครโต้แย้งและทุกคนยอมรับ
หลี่จื้อไม่เพียงแค่"เก็บเกี่ยว"เท่านั้น รสนิยมของพระองค์ก็ยังเป็นเอกลักษณ์อีกด้วย พระองค์ไม่เพียงแต่โปรดปราน"หญิงสูงวัยที่เปี่ยมไปด้วยเสน่ห์"เท่านั้น แต่คนที่พระองค์โปรดปรานยังเป็น"สตรีของพระบิดา"อีกด้วย
ถูกต้องแล้วอู่ฮองเฮาในอดีตเคยเป็นสตรีของหลี่ซื่อหมิน ขณะที่หลี่ซื่อหมินยังมีชีวิตอยู่หลี่จื้อก็แอบส่งสายตาและมีความสัมพันธ์ที่คลุมเครือกับนางอย่างมาก
แม้ว่าการปลดหวังฮองเฮาและยกอู่ฮองเฮาขึ้นเป็นฮองเฮาส่วนใหญ่จะมาจากแรงผลักดันทางการเมือง เพื่อเสริมสร้างอำนาจของฮ่องเต้ แต่ก็มีปัจจัยของความเสน่หาที่หลี่จื้อมีต่ออู่ฮองเฮารวมอยู่ด้วยอย่างแน่นอน
"สตรีของข้า ข้าจะจุดระเบิดปรมาณูให้เจ้าดูเป็นดอกไม้ไฟก็ยังได้“เป็นฉากที่บ่งบอกถึงความเป็น”ท่านประธานผู้บ้าอำนาจ” ได้อย่างสมบูรณ์แบบ
ในปัจจุบันหวังฮองเฮาถูกปลด อู่ฮองเฮาได้ขึ้นครองตำแหน่ง ฉางซุนอู๋จี้ ฉู่สุ่ยเหลียงและขุนนางผู้มีอำนาจอื่นๆ ก็ถูกขับไล่ออกไป อำนาจของราชวงศ์หลี่แห่งต้าถัง หลังจากผ่านความวุ่นวายหลายอย่าง ก็เริ่มสงบลงอย่างช้าๆ
แน่นอนว่าสตรีที่หลี่จื้อปกป้องและโปรดปรานนี้มีความสามารถที่ไม่ธรรมดา"คู่สามีภรรยาแห่งราชวงศ์"นี้ไม่ได้มีชื่อเสียงมาอย่างเปล่าประโยชน์ ตลอดหลายปีที่ผ่านมาอู่ฮองเฮาได้ให้ความช่วยเหลือพระองค์อย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นในวังหลังหรือกิจการราชสำนัก
…
ลมพัดก้านต้นอ้อพลิ้วไหว "การตรวจพลในสนามรบฤดูใบไม้ร่วง"
ในสนามฝึกอันกว้างใหญ่ไพศาล ทหารต้าถังกว่าสองหมื่นนายยืนเรียงแถวอย่างเป็นระเบียบ
หลี่จื้อและอู่ฮองเฮาเสด็จขึ้นสู่เวทีบัญชาการ ท่ามกลางการห้อมล้อมของเหล่าแม่ทัพ
ธงรบปลิวไสวรอบสนามฝึก ทหารสองหมื่นนายถือหอกทำความเคารพ พร้อมกันตะโกน“หมื่นชัย!”เสียงดังกึกก้องสะเทือนฟ้าดิน
หลี่จื้อได้รับแรงบันดาลใจจากเสียงตะโกนที่ดังราวกับภูเขาถล่ม ใบหน้าของพระองค์แดงก่ำด้วยความตื่นเต้น ดวงตาเปล่งประกายเจิดจ้า
อู่ฮองเฮากลับดูสงบกว่า นางยืนเคียงข้างหลี่จื้อรักษาท่าทีสง่างาม ดวงตาหงส์กวาดมอง แสดงให้เห็นถึงอำนาจอันน่าเกรงขามอย่างเต็มที่
หลี่จี้เดินออกมาเป็นคนแรก โค้งคำนับและกล่าวว่า “ขอฝ่าบาททรงตรวจพลทหารและตรวจนับทหารบนเวทีพ่ะย่ะค่ะ”
หลี่จื้อหัวเราะ “ดีมากกองทัพหลวงแห่งต้าถังของข้าช่างเกรียงไกร เหล่าแม่ทัพล้วนมีวิธีการบริหารจัดการกองทัพที่ดี มีกองทัพที่แข็งแกร่งเช่นนี้ จะกังวลว่าแผ่นดินจะไม่สงบได้อย่างไร จะกลัวศัตรูที่แข็งแกร่งมารุกรานชายแดนได้อย่างไร”
สิ่งที่เรียกว่า“ฮ่องเต้ตรวจพล”เป็นเพียงพิธีการอย่างหนึ่งเท่านั้น
ในนาม มันคือการแสดงความสามารถของกองทัพต่อหน้าฮ่องเต้ รวมถึงการทดสอบรูปแบบการรบ ความสามารถในการรุกและรับ การประสานงานระหว่างกองทหารราบและทหารม้า และแน่นอน รวมถึงการสุ่มตรวจความสามารถส่วนบุคคล เช่น พละกำลัง การขี่ม้า และการยิงเกาทัณฑ์ของเหล่าทหาร
กล่าวโดยสรุป คือการซ้อมรบทางทหารที่ครอบคลุมทุกด้าน
การตรวจพลของฮ่องเต้มีไม่บ่อยนัก มักจะเป็นพิธีการที่ใช้ในการปลุกขวัญกำลังใจและกระตุ้นทหารให้ฆ่าศัตรูก่อนที่จะมีการทำศึกใหญ่
ครั้งนี้ก็เช่นกัน ต้าถังกำลังจะทำศึกใหญ่กับชนเผ่าเถี่ยเล่อเก้าแซ่ทางเหนือ การตรวจพลในฤดูใบไม้ร่วงนี้เป็นการ "วอร์มอัพ” สำหรับสงครามครั้งนี้ และยังเป็นการส่งสัญญาณที่ชัดเจนไปยังทหารทั้งหมด
……….