- หน้าแรก
- ไรเดอร์พ่อค้าข้ามมิติ
- 01 ซวยแล้ว! บาร์บีคิวแน่!
01 ซวยแล้ว! บาร์บีคิวแน่!
01 ซวยแล้ว! บาร์บีคิวแน่!
“แม่เจ้าโว้ย...”
หยางอีหน่วนเดินหัวฟัดหัวเหวี่ยงลงมาจากชั้นบน ลูกค้าห้องนี้ใช้ให้เขาเอาขยะลงมาทิ้งอีกแล้ว
เขาเป็นแค่คนส่งอาหาร ไม่ใช่ภารโรง แต่ทุกครั้งที่คำปฏิเสธมาถึงริมฝีปาก เขากลับทำได้เพียงกล้ำกลืนมันลงไปอย่างจนใจ
ช่วยไม่ได้ เขากลัวโดนร้องเรียนนี่นา!
โดนร้องเรียนครั้งหนึ่งคือโดนหักเป็นร้อยหยวน วันนั้นทั้งวันของเขาเท่ากับทำฟรี ดังนั้นจึงทำได้แค่กัดฟันหิ้วถุงขยะลงมาข้างล่าง
หยางกวงฮวาหยวนเป็นชุมชนเก่าในเขตจงซานของเมืองปาโจว ตึกเก่าแถมไม่มีลิฟต์ ทุกครั้งที่มาส่งอาหารที่นี่ หยางอีหน่วนจะต้องปวดหัว
เพราะคุณภาพของผู้เช่าที่นี่มีหลากหลายปะปนกันไป สรุปคือสามารถเจอคนได้ทุกรูปแบบ
หิ้วถุงขยะมาถึงชั้นล่าง พอเพิ่งโยนเข้าถังขยะเสร็จ ไม่นึกเลยว่าจะเห็นแสงสีเขียววาบขึ้นมาข้างถังขยะ
เอ๊ะ~ อะไรน่ะ?
หยางอีหน่วนเดินเข้าไปดูด้วยความสงสัยเต็มอก ไม่คาดคิดว่ามันจะเป็นกำไลข้อมือสีเขียววงหนึ่ง
บนนั้นยังมีลวดลายแปลกตาอยู่บ้าง ดูแล้วค่อนข้างสวยงาม
“เฮ้! แปลกจริง ใครกันนะเอากำไลมาทิ้งไว้ตรงนี้?”
หยางอีหน่วนพึมพำกับตัวเองพลางก้มลงเก็บมันขึ้นมา เช็ดถูเล็กน้อยแล้วลองมองดู
กำไลในมือให้สัมผัสเย็นเฉียบ สีเขียวมรกตของมันค่อนข้างบาดตา ดูแล้วน่าจะเป็นแก้วหรือไม่ก็พลาสติก
ส่วนเรื่องที่จะเป็นหยกเหอเถียนอะไรเทือกนั้น เลิกฝันไปได้เลย
หยางอีหน่วนมั่นใจว่าโชคของตัวเองยังไม่ดีขนาดนั้น โตมาจนป่านนี้ แม้แต่ลอตเตอรี่ห้าหยวนยังไม่เคยถูกสักกี่ครั้ง
จะให้บอกว่าเขาบังเอิญเจอกำไลหยกแท้ ๆ ตัวเขาเองยังไม่เชื่อเลย
แต่กำไลวงนี้สวยเอาเรื่องอยู่เหมือนกัน ต่อให้ไม่มีราคาค่างวดอะไร ก็น่าเก็บกลับไปชื่นชมเล่น
เขาจัดการยัดกำไลใสกระเป๋าเสื้ออย่างลวก ๆ แล้วขี่รถมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าออกจากชุมชน
เพิ่งเลี้ยวเข้าถนนเจี่ยฟ่างลู่ได้ไม่ไกล จู่ ๆ ตรงทางแยกด้านหน้ามีรถออฟโรดคันหนึ่งพุ่งออกมาอย่างบ้าคลั่ง
เหตุการณ์กะทันหันจนเขาเบรกไม่ทันแล้ว มองรถออฟโรดที่พุ่งเข้ามาอย่างบ้าคลั่ง ในหัวของเขาก็แวบความคิดหนึ่งขึ้นมา
จบเห่! บาร์บีคิวแน่...
เสียงดังโครม รถออฟโรดเสียหลักพุ่งเข้าชนเสาไฟฟ้าข้างทางอย่างจัง
ประตูรถเปิดออก คนขับที่กลิ่นเหล้าคลุ้งไปทั้งตัวก้าวลงมาจากรถแล้วมองไปรอบทิศ
เอ๊ะ! เมื่อกี้ยังเห็นว่ามีคนอยู่เลย ทำไมหายไปแล้วล่ะ?
หรือว่าเราจะเมาจนตาฝาด? หรือไม่ก็เจอผีเข้าให้แล้ว?
พอคิดถึงตรงนี้ คนขับพลันหนาวสะท้านขึ้นมา รีบมุดกลับเข้าไปในรถทันที มองไปรอบ ๆ อีกครั้งจนแน่ใจว่าไม่มีคน
เขาจึงเหยียบคันเร่งเต็มแรง ขับรถหนีไปอย่างรวดเร็ว...
ส่วนหยางอีหน่วนในตอนนี้ เพิ่งจะลืมตาขึ้นมาได้ ตอนที่รถคันนั้นพุ่งเข้าชน แสงสีขาวสว่างวาบขึ้นต่อหน้าเขา
แสงสีขาวที่จ้าเสียจนแสบตาทำให้เขาต้องหลับตาลง พอลืมตาขึ้นมาอีกครั้ง เขาพบว่าตัวเองได้มาอยู่ในโลกที่แตกต่างไปอย่างสิ้นเชิง
ตอนที่เขาข้ามมิติมา เมืองปาโจวกำลังเป็นฤดูหนาวพอดี อุณหภูมิต่ำกว่าศูนย์องศา
แต่โลกที่อยู่ตรงหน้าเขานี้ กลับเต็มไปด้วยความเขียวชอุ่ม เป็นทิวทัศน์ของมวลหมู่ดอกไม้และเสียงนกร้องขับขาน
ตำแหน่งที่เขาอยู่ ตอนนี้คือบริเวณแนวป่าของป่าละเมาะเล็ก ๆ แห่งหนึ่ง
ถัดออกไป คือทุ่งหญ้าที่กว้างไกลสุดลูกหูลูกตา บนทุ่งหญ้าเต็มไปด้วยต้นหญ้าสีเขียวที่สูงระดับหัวเข่า
สายลมพัดพาให้ต้นหญ้าเอนลู่ไปมา มีสัตว์เล็กสัตว์น้อยเคลื่อนไหวอยู่ในพงหญ้าให้เห็นแวบไปแวบมา
ให้ตายเถอะ นี่เรามาอยู่ที่ไหน?
หรือว่านี่คือสวรรค์?
หยางอีหน่วนงุนงงไปหมด เมื่อกี้ยังอยู่ที่เมืองปาโจวในฤดูหนาวอยู่เลย ทำไมพริบตาเดียวถึงมาโผล่ที่นี่ได้?
เขาลุกขึ้นยืน ความเจ็บปวดแสนสาหัสแล่นแปลบมาจากขา กางเกงกันลมบุขนที่เพิ่งซื้อมาใหม่ ขาดเป็นรูโหว่ขนาดใหญ่
เสื้อเกราะสีเหลืองตัวเก่งด้านบนมีรอยขาดสองสามแห่ง แน่นอนว่าเป็นผลงานจากที่โดนรถชนเมื่อครู่
ทันใดนั้นหน้าอกพลันเจ็บแปลบขึ้นมาอย่างรุนแรง เขาก้มลงมอง เพิ่งเห็นว่ากระเป๋าเสื้อตรงหน้าอกขาดไปแล้ว
กำไลหยกที่เคยยัดไว้ในกระเป๋า หายไปอย่างไร้ร่องรอย
หรือว่าจะเป็นเพราะกำไลหยกวงนั้น?
หยางอีหน่วนที่ถูกบ่มเพาะจากนิยายแนวเพ้อฝันมานาน คิดถึงความเป็นไปได้อย่างหนึ่งขึ้นมาทันที
เพราะความเจ็บปวดระบมที่ส่งมาจากทั่วร่าง กำลังย้ำเตือนเขาว่า เขายังมีชีวิตอยู่
ตรงหน้าเขาไม่ไกล คือรถมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าของเขา แต่เห็นได้ชัดว่ารถพังยับเยินไปแล้ว
ล้อรถกระเด็นหายไปไหนแล้วก็ไม่รู้?
“โธ่เว้ยไอ้เวรเอ๊ย ไอ้คนฉิบหาย...”
เมื่อเห็นสภาพรถมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าที่บิดเบี้ยวเป็นเกลียว หยางอีหน่วนทนต่อไปไม่ไหวอีกแล้ว
รถคันนี้เขาเพิ่งซื้อมาใหม่สามพันกว่าหยวนนะ ยังไม่ทันถอนทุนคืนเลย ไม่นึกเลยว่าจะต้องมาพังแบบนี้?
แบบนี้จะไม่ให้เขาหัวร้อนได้ยังไง?
ที่น่าโมโหนักกว่าคือ ตอนนี้ตัวเองยังไม่รู้เลยว่าอยู่ที่ไหน?
แล้วแบบนี้ฉันจะกลับไปได้ยังไงล่ะ?
มองสภาพแวดล้อมโดยรอบ หยางอีหน่วนรู้สึกปวดกะโหลกขึ้นมาทันที
‘โฮก’
ไกลออกไปพลันมีเสียงคำรามของสัตว์ร้ายดังขึ้น หยางอีหน่วนตกใจรีบหมอบตัวลงต่ำ
แล้วเขาก็เห็นความเคลื่อนไหวในพงหญ้าที่อยู่ไกลออกไป ร่างสีดำสายหนึ่งพุ่งพรวดออกมาจากดงหญ้ารกสูงท่วมครึ่งตัวนั้นอย่างรวดเร็ว
มันกระโจนมุ่งหน้าไปยังริมแม่น้ำที่อยู่ไกลออกไป หยางอีหน่วนเบิกตากว้างโดยไม่รู้ตัว
ตอนนี้เองที่เขาเพิ่งสังเกตเห็นว่า ที่ริมแม่น้ำมีฝูงวัวป่าหลายร้อยหลายพันตัวนับไม่ถ้วนกำลังก้มดื่มน้ำอยู่
ส่วนเจ้าตัวที่พุ่งออกไปเมื่อครู่ มันคือเสือโคร่งสีทอง...
ในชั่วพริบตา เสือตัวนั้นพุ่งทะยานเข้าไปในฝูงวัวป่าแล้ว
ฝูงวัวป่าเริ่มแตกตื่นโกลาหล ยังไม่ทันจะตั้งตัวได้ วัวป่าตัวหนึ่งถูกเสือตัวนั้นตะครุบจนล้มลง
จากนั้นมันใช้ความเร็วสายฟ้าแลบ ลากวัวป่าตัวนั้นออกมาจากฝูง...
หยางอีหน่วนที่ซ่อนตัวอยู่ไกล ๆ มองภาพนั้นอย่างตกตะลึงอ้าปากค้าง เขาไม่ใช่คนไร้เดียงสา รายการสารคดีสัตว์โลกเขาก็เคยดู
การล่าเหยื่อของสัตว์นักล่าอย่างเสือหรือสิงโตเขาก็เคยเห็นในทีวี แต่ประเภทที่กัดวัวตายในคำเดียว
แถมยังลากวัวที่หนักเกือบตันไปได้ทั้งตัวแบบนี้ เขาเพิ่งเคยเห็นเป็นครั้งแรก
เสือตัวนี้ตัวใหญ่มากจริง ๆ เทียบกับเสือโคร่งไซบีเรียที่เขาเคยเห็น ตัวนี้ใหญ่กว่าเป็นเท่าตัว
และในตอนนี้เขาก็มองเห็นฝูงวัวป่าทางนั้นชัดเจนแล้ว ขนาดตัวของวัวป่าพวกนั้น ก็ใหญ่กว่าวัวบนโลกเป็นเท่าตัวเช่นกัน...
นั่นหมายความว่า ตัวที่เสือกัดตายเมื่อครู่ เป็นเพียงลูกวัวเท่านั้น
ฝูงวัวป่ายังคิดจะเข้ามาแก้แค้น แต่เสือตัวนั้นปล่อยลูกวัวลง แล้วหันไปพุ่งเข้าใส่ฝูงวัวป่าอีกครั้ง
อาจเป็นเพราะการข่มขวัญทางสายเลือด ฝูงวัวป่าจึงแตกฮือกระเจิดกระเจิงไปทันที
เพราะการจะปะทะซึ่งหน้ากับเจ้าป่า พวกมันยังไม่มีความกล้าหาญขนาดนั้น
เสือลากอาหารที่เพิ่งได้มา มุ่งหน้ามาทางแนวป่าที่เขาอยู่
หยางอีหน่วนในตอนนี้กลับหน้าซีดเผือด เพราะเขาเพิ่งรู้ตัวว่า ตัวเองไม่มีที่ให้หลบซ่อนเลย
รอบตัวเขาไม่มีสถานที่ใดที่พอจะใช้กำบังตัวได้เลย ด้านหน้าเป็นทุ่งหญ้า ด้านหลังเป็นป่า
ตัวเขาเองบาดเจ็บยังไม่หาย แม้แต่วิ่งยังวิ่งไม่ไหว นี่ถ้าเดี๋ยวเสือมาถึง
มันคงไม่ตะโกนร้องว่า: “ขอบคุณนะ พี่ชายที่มาส่งอาหาร...” หรอกนะ
“แกมองไม่เห็นฉัน มองไม่เห็นฉัน มองไม่...”
คิดไปคิดมา ทางเลือกเดียวของเขาคือหมอบลงกับพื้นหญ้าแกล้งตาย พร้อมกับท่องคาถารักษาชีวิตในใจ
น่าเสียดายที่คาถาของเขาดูเหมือนจะใช้ไม่ได้ผล ไม่นานนัก เขารู้สึกว่าด้านหน้าพลันเงียบสงัดลง
พอเขาเงยหน้าขึ้นอีกที เจ้าเสือสีทองตัวนั้นหมอบอยู่ตรงหน้าเขา ห่างออกไปเพียงห้าเมตร
ลูกวัวตัวนั้นถูกมันโยนทิ้งไปข้าง ๆ ส่วนตัวมันกำลังจ้องเขม็งมาที่หยางอีหน่วนด้วยดวงตาเป็นประกาย
มันย่อตัวลงต่ำ ใช้ขาหลังดีดส่งร่าง ทะยานเข้าใส่หยางอีหน่วน...
และในขณะเดียวกันนั้น เสียงปี่ซั่วหน้าพลันดังขึ้นในหัวของหยางอีหน่วน...