เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 9: ชะตากรรมของกระบี่ [อ่านฟรี]

ตอนที่ 9: ชะตากรรมของกระบี่ [อ่านฟรี]

ตอนที่ 9: ชะตากรรมของกระบี่ [อ่านฟรี]


ติดตามการแจ้งเตือนตอนใหม่ที่แฟนเพจ

Facebook Fanpage กดเลย

••••••••••••••••••••

นิยายอื่นที่ทางค่ายแปล

สารบัญ ARK [จบแล้ว]

สารบัญ โกลาหลแห่งอสนีบาต

สารบัญ จอมเวทอหังการ

สารบัญ ราชันเทพเก้าสุริยัน

สารบัญ จอมมารสะท้านภพ

••••••••••••••••••••

ตอนที่ 9: ชะตากรรมของกระบี่

ชายหนุ่มยกลิงพันมายาด้วยการจับกระจุกขนบนหน้าผาก ทำให้มันขดเป็นก้อนกลม แขนขาอ่อนแอพยายามรักษาการเกาะกุมบนขุดคลุมของชายหนุ่มอย่างเปล่าประโยชน์ ส่งเสียงร้องอย่างเศร้าสลด น้ำตาไหลออกจากดวงตา ไม่ใช่เพราะความโกรธ แต่เป็นเพราะการวิงวอนและความไม่เต็มใจที่จะออกจากอ้อมกอดของชายหนุ่มใจแข็งคนนี้ ส่วนเจ้าของ หญิงสาวย่อมรู้โดยสัญชาตญาณว่าการกระทำของลิงหมายถึงอะไรชัดเจน “โปรดอย่าปล่อยข้าไปเลย ข้าอยากอยู่ที่นี่!”

“เจ้าไม่ใช่ของข้า ดังนั้นมีประโยชน์อะไรที่จะมาเกาะข้า?” ยวินหยางถามอย่างหงุดหงิดขณะพยายามสลัดสิ่งมีชีวิตที่เกาะติดไม่ไปไหน เขาหาทางโยนลิงกลับไปหาหญิงสาวจนสังเกตเห็นว่าอีกฝ่ายใส่ชุดสีเขียวในที่สุด แต่ไม่ช้าบั้นท้ายได้กระแทกกับพื้นอย่างแรง

หญิงสาวจับลิงด้วยการตอบสนองบริสุทธิ์ แต่ก่อนจะทันได้จับจนอยู่หมัด มันดิ้นดุกดิกอย่างรุนแรง พยายามปีนกลับไปหาชายหนุ่ม หญิงสาวรีบจับเอาไว้แน่นอย่างรวดเร็วขณะกล่าวว่า “ขอบคุณนายน้อย จะเป็นการรบกวนหรือไม่หากสอบถามชื่อเสียงเรียงนามของเจ้า?”

ชายคนนี้น่าจะเป็นนักฝึกสัตว์ร้ายในจำนานไม่ก็ครอบครองมณีบางอย่างที่ดึงดูดลิงให้เข้าหา ขณะคำถามหลุดออกจากริมฝีปากไป นางยอมให้สัมผัสรุนแรงไปถึงชายหนุ่ม ทำการตรวจสอบอย่างละเอียดหลายครั้งจนสุดท้ายก็เกิดความประหลาดใจขึ้นมา

นางสัมผัสอะไรไม่ได้เลย!

รากฐานการฝึกฝนที่หดหายของเขาแข็งแกร่งกว่าคนธรรมดาเล็กน้อยเท่านั้น เขาไม่ใช่ยอดฝีมือ ยิ่งไม่ใช่นักฝึกสัตว์ร้ายเช่นกัน ถ้าอย่างนั้น เกิดอะไรขึ้นกับลิงพันมายา? ตลอดเวลาที่นางดูแลมา มันไม่เคยมีพฤติกรรมรักนางเหมือนกับที่มีให้ต่อคนแปลกหน้าคนนี้มาก่อน

“ไม่เลย ข้าชื่อยวินหยาง” ยวินหยางพยักหน้า

“ในเมื่อข้าคืนให้เจ้าของที่ถูกต้องแล้ว ได้เวลาไปเสียที” จากนั้น เขาหันหลังแล้วจากไป ไม่เหลียวแลอีก หายไปในความมืดทันทีโดยไม่สร้างความอึกทึกวุ่นวายราวกับเผชิญหน้ากับสาวงามดุจภูตและสัตว์ร้ายวิเศษทุกวัน ปกติแล้ว ถ้าคนวิเศษเช่นนั้นถามชื่อก่อน ตามเหตุผลแล้วต้องถามชื่ออีกฝ่ายกลับ

ทว่า ยวินหยางไม่ใช่คนธรรมดา เขาทำตัวเหมือนกับถูกกวนใจโดยสาวงามที่จะทำให้ทำอะไรได้ช้าลงจนเสียสมาธิ

หญิงสาวในชุดดำยังคงจ้องมองเงาของยวินหยางที่ถึงแม้จะหายไปนานแล้ว ขณะกะพริบตาไปมา นางท่องซ้ำไปมาแผ่วเบา “ยวินหยาง… สิบเก้าปีนี้ ลูกชายเพียงคนเดียวของขุนนางชั้นสูงเหนือสวรรค์แห่งจักรวรรดิยวี่ถัง เขามาถึงเมืองเทียนถังเมื่อ 5 ปีก่อนและไม่เผยอดีตให้ทราบ ผ่านมาห้าปี มีเหตุการณ์เพียงหยิบมือที่นายน้อยข้องเกี่ยวถูกบันทึกเอาไว้ นั่นเพราะส่วนใหญ่เขาอาศัยอยู่ในบ้านงั้นหรือ? หรือว่าเขาอยู่ที่บ้านตลอด? ถึงแม้ขุนนางชั้นสูงเหนือสวรรค์แห่งยวี่ถังจะลึกลับมาตลอด แต่ตัวตนที่แท้จริงของเขาน่าจะเป็น เซียนดาบสัมบูรณ์ เจ็ดกระบวนท่าสังหาร เป็นที่รู้จักกันดีบนลานประลองยุทธใต้ดินในฐานะยวินเซียวเหยา ยวินเซียวเหยามีลูกชายเติบใหญ่ขนาดนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่? นั่นเป็นข่าวที่ทั่วโลกจะต้องไม่พลาดสิ”

หญิงสาวขมวดคิ้วด้วยความสับสน

น่าจะเป็นเรื่องธรรมดา ลูกชายของขุนนางชั้นสูงเหนือสวรรค์ แต่ไม่รู้ทำไม คล้ายกับมีเมฆแห่งความลึกลับอยู่รอบข้าง

ทุกอย่างมันมีเหตุผล แต่ในเวลาเดียวกัน ยังมีคำถามย้อนกลับมาด้วย

“เป็นคนที่แปลกอะไรอย่างนี้” หญิงสาวส่ายหน้าแล้วหัวเราะ “หญิงสาวมาเมืองเทียนถังเพียงลำพัง นำทายาทของสัตว์ร้ายวิเศษหายากยิ่งมาด้วย ใครก็ตามจะต้องลงมือด้วยจิตชั่วร้าย แต่ชายคนนี้กลับไม่เป็นเช่นนั้นเลย! ข้าว่าเขาน่าจะจัดอยู่ในพวกสหายแปลกประหลาด ยิ่งกว่านั้น ลิงพันมายาตัวนี้ที่เกียจคร้านมาตลอดกลับสนิทสนมกับนายน้อยคนนี้ได้อย่างน่าประหลาด…”

ลิงยังมองไปทางที่ยวินหยางไปด้วยดวงตาละห้อยพร้อมน้ำตาที่หลั่งออกมาราวกับกำลังบอกว่า “ทำไมถึงทิ้งข้า? ทำไมไม่พาข้าไปด้วย? ข้าอยากติดตามท่าน ข้าไม่อยากกลับไปหาเจ้าของ!”

“นายน้อยยวินคนนี้…” ดวงตาของหญิงสาวทอประกาย “ดูท่าข้าต้องทำความรู้จักกับเขาให้มากขึ้นแล้วสิ…” น้ำเสียงของนางแผ่วเบาขณะเริ่มหายไปในหมอก กลายเป็นโปร่งแสงและไร้ตัวตน

เมื่อสายลมพัดหมอกจนหายไป หญิงสาวก็ไม่อยู่ที่นั่นแล้ว

ยวินหยางกลับมาถึงที่พักยวินที่เหล่าเหมยกำลังรอคอยด้วยความกังวล

นายน้อยของเขาไปร่วมพิธีรำลึกเพียงลำพังทั้งที่ยังเจ็บปวดจากบาดแผลสาหัสอยู่ พิธีสิ้นสุดไปนานแล้วขณะท้องฟ้าราตรีปกคลุมด้วยสีดำที่มืดมิดยิ่ง ถึงอย่างนั้น เขายังไม่กลับมา จนกระทั่งตอนนี้

“นายน้อย ท่านไปไหนมา?”

“ทำไมเพิ่งกลับมาเอาป่านนี้?”

“แบบนี้ไม่ดีเลยนะ ข้างนอกมันอันตราย!”

เสียงบ่นจากเหล่าเหมยไม่สิ้นสุด ถึงอย่างนั้นก็หยุดลงเมื่อยวินหยางก้าวเท้าแรกเข้าบ้าน ขณะเผชิญหน้ากับอีกฝ่ายที่ยังบ่นพึมพำไปมา ยวินหยางหยุดการพูดจาโผงผางของเหล่าเหมยก่อนเข้าห้องอย่างหงุดหงิด ปิดประตูดังปัง

ใบแรกของดอกบัวแห่งโชคชะตาอนันต์เติบโตเต็มที่แล้ว เขาไม่สามารถรอได้อีกต่อไปว่าจะได้อะไรบ้าง การเปลี่ยนแปลงในร่างกายทำให้เขารู้สึกเหมือนมีลมรุนแรงพัดผ่านหลังจากสังหารหมู่กลุ่มงูเขียว เขาไม่สามารถสงบสติหรืออดกลั้นเอาไว้ได้ ประกอบสาเหตุที่ล่าช้าก็เพราะขากลับเจอลิงวิเศษและหญิงสาวลึกลับเข้า เขาหาทางสลัดพวกเขาหลุดได้หลังจากถูกรังควานอยู่นาน แต่เขากำลังหงุดหงิดจนถึงจุดที่จะระเบิดออกมา ทันทีที่เข้าห้อง เขานั่งลง ขัดสมาธิแล้วมุ่งสู่จิตใต้สำนึก

หมอกสีม่วงปกคลุมทันที ใบบัวขนาดใหญ่ขึ้นกำลังลอยกลางอากาศขณะส่องแสงสีเขียวมรกต พลังชีวิตที่อยู่ในแสงสว่างสีเขียวอ่อนจะทำให้ทุกคนที่มองรู้สึกผ่อนคลายและยินดี จากนั้นพลังงานในจิตใต้สำนึกของเขาเข้าสู่เส้นลมปราณ ทำให้ยวินหยางรู้สึกเบาดุจขนนก ใบบัวที่เติบใหญ่ขึ้นมาสั่นสองครั้งก่อนหลุดออกจากดอกบัวแห่งโชคชะตาอนันต์ ลอยเข้าหายวินหยาง เขายื่นแขนออกไปรับใบบัวมาอยู่ในมือทันที จากจุดที่ใบบัวเคยอยู่ เงาขนาดเล็กของใบอ่อนปรากฏขึ้น มันมีขนาดครึ่งเดียวของฝ่ามือ แต่เส้นใบไม้ใสดุจกลางวัน

รอบตัวเขา จิตใต้สำนึกสั่นสะเทือนเสียงดัง ยวินหยางดึงกลับมาอย่างไม่เต็มใจ เขากำลังนั่งบนเตียงอีกครั้ง ขณะลืมตาช้า ๆ ด้วยความประหลาดใจ เขาเพียงก้มศีรษะมองมือเมื่อรู้สึกถึงสัมผัสเย็นสบายจากฝ่ามือ

“อ่ะ!”

ยวินหยางส่งเสียงร้องด้วยความประหลาดใจ ในมือ เขาถือใบบัวสีเขียวหยกเอาไว้!

ใบบัวที่มีขนาดใหญ่เท่าโต๊ะวางอยู่ตรงหน้า ขณะส่องแสงเลือนราง ประกายสีม่วงทองอ่อนทอประกายไปมา

ประกายสีม่วงทองงั้นหรือ?

ยวินหยางหรี่ตามองใกล้ ๆ ขณะมอง เขามองเห็นแถวคำพูดขนาดเล็กถูกเขียนเอาไว้ ขณะมองคำพูดเหล่านั้น แถวดังกล่าวถูกยกขึ้นจากใบไม้ลอยวนไปมา กลายเป็นแสงสีทองสั่นระริกก่อนเข้าสู่พื้นที่ระหว่างคิ้วของยวินหยาง

“…เริ่มจากไม่มีอะไรก่อนเติบโตอย่างไร้ขีดจำกัด… ขจัดคนบาปสิบคน ดอกบัวงอกจากเมล็ด จับคู่กับชะตากรรม ตามติดหัวใจ…”

ในที่สุดยวินหยางเข้าใจการทำงานของเมล็ด

ใบแรกของดอกบัวแห่งโชคชะตาอนันต์จะเติบใหญ่ได้เมื่อคนบาปสิบคนถูกฆ่า ส่งผลให้อากาศแห่งความอยุติธรรมรวมตัวขึ้น คนแรกที่เขาฆ่าคืออู๋เหวินเยียน ตามด้วยหวังเป้าและชายสามคน แปดคนจากกลุ่มงูเขียวถูกฆ่าด้วยมือของเขาเช่นกัน รวมแล้วเป็นสิบสามคน นั่นไม่เพียงแค่ทำให้ใบแรกเติบใหญ่เท่านั้น ยังทำให้งอกใบที่สองออกมาอีกด้วยเช่นกัน

“…ใบบัวชะตากรรม ขับเคลื่อนพร้อมหัวใจ ชะตากรรมดุจกระบี่ กระบี่นิรันดร์”

ยวินหยางจมสู่ความคิดขณะศึกษาใบบัว

ใบบัวชะตากรรมนี้จะเป็นของขวัญแรกที่ได้รับจากดอกบัวแห่งโชคชะตาอนันต์ ความหมายตรงตามตัวอักษร มันจะเปลี่ยนตามความปรารถนาในใจอย่างเห็นได้ชัด พูดให้เข้าใจง่าย ๆ มันจะเปลี่ยนไปตามที่เราอยากให้เป็น

“ในเมื่อชะตากรรมเปรียบเสมือนกระบี่ เช่นนั้นก็ให้เจ้าเป็นกระบี่ก็แล้วกัน” ยวินหยางมองใบบัวที่ส่องแสงสีเขียวบนฝ่ามือ ด้วยการเปล่งเสียงทางจิต เขาสงสัยว่าใบบัวนี้จะเปลี่ยนเป็นกระบี่เหล็กกล้าได้อย่างไร

ทว่า เมื่อคำพุดหลุดออกจากปาก เขาพลันสามารถรู้สึกได้ว่ามือรับน้ำหนักจากวัตถุใดไม่ทราบ ขณะตกตะลึง เขายื่นแขนออกไป พบว่าใบบัวถูกแทนที่ด้วยกระบี่ ทอประกายด้วยศรัทธาแรงกล้าอันเย็นเยือก

ทันทีที่ยวินหยางลืมตา เขารู้ว่ากระบี่เล่มนี้จะคงอยู่ถาวร

ทั่วกระบี่เป็นสีม่วง ดอกบัวบานก่อตัวเป็นปลายด้ามจับ ให้ความรู้สึกเหมือนกับก้านบัวที่มีตุ่มขนาดเล็กยื่นออกมา มันแปลกประหลาดมากพอที่ตุ่มเหล่านี้ไม่ให้ความรู้สึกเป็นอุปสรรคเมื่อยวินหยางถือกระบี่เอาไว้ พวกมันช่วยในการจับให้ดีขึ้นแทน ให้ความรู้สึกเบาขณะจับไว้มั่นกับสัมผัสเย็นเยือกที่แผ่ออกมาจากกระบี่

เขารู้ ไม่ว่าเลือดหรือเหงื่อชโลมด้ามจับแค่ไหน กระบี่จะไม่หลุดออกจากมือตราบเท่าที่เขาถือเอาไว้

ครอสการ์ดเป็นชิ้นส่วนวงรีขนาดเล็กยื่นออกมาพร้อมส่วนเว้าเล็กน้อยที่ได้องศามีประสิทธิภาพ มันสามารถป้องกันไม่ให้เลือดของศัตรูไหลมาถึงมือได้ อีกทั้งยังชดเชยความต้านทานพละกำลังของเขาได้เป็นอย่างดี

คมดาบเย็นเยือกและบางดุจปีกจักจั่น ส่วนของคมดาบหนาเล็กน้อย ปลายยาว 2 ฟุตกับ 7 – 8 นิ้ว คมกริบและยาวกว่ากระบี่ส่วนใหญ่อย่างต่ำสองนิ้วมือ คมดาบทอประกายราวกับหมู่ดาวทั้งหมดของจักรวาลถูกจับไว้บนพื้นผิวราวกระจก มันควรจะเป็นหลุมบ่อ แต่กลับราบเรียบทอประกายเมื่อมองดูใกล้ ๆ ..

คล่องตัวไร้ที่ติ ทุกองศาของกระบี่ถูกแกะสลักอย่างสมบูรณ์ แม้กระทั่งยวินหยางก็รู้สึกถึงอารมณ์ซับซ้อนจนอยากลองของ เขาไม่สามารถหาข้อบกพร่องบนกระบี่ได้เลย!

“คมดาบสวรรค์!”

สองคำนี้ลุกโชนในจิตใจของยวินหยาง มันไม่สามารถเกิดขึ้นจากสิ่งอื่นใดได้นอกจากประสงค์ของเทพ เป็นไปไม่ได้ที่แม้แต่ช่างตีอาวุธมือฉมังก็หลอมกระบี่ที่สมบูรณ์แบบเช่นนี้!

คมดาบสวรรค์ ใช่ มันเป็นชื่อที่เหมาะสมแล้ว

“ชะตากรรมเหมือนกับกระบี่ กระบี่แห่งชะตากรรม ฆ่าด้วยกระบี่ ฆ่าเพื่อเทพ!”

ยวินหยางกุมกระบี่ด้วยความเคารพ เข้าสู่จิตใต้สำนึกช้า ๆ ในใจ ร่างหนึ่งกำลังฝึกฝนกระบี่ช้า ๆ

“สัจธรรมกระบี่: คมดาบชะตากรรม ร่างแรกของชะตากรรม”

“จับด้ามให้มั่น มองดูความอยุติธรรมโดยปราศจากอารมณ์ ผู้มีโทสะและต้องบาป คมดาบชะตากรรม จะไม่ปรานี!”

“หนึ่งร่าง สองรูปแบบ รูปแบบที่หนึ่ง กระบี่เลือดเย็น รูปแบบที่สอง เต้าเลือดเย็น!”

ยวินหยางรู้สึกได้ว่าเขาเข้าสู่โลกวิชายุทธที่น่าสนใจ สัจธรรมกระบี่: คมดาบชะตากรรม นี้เป็นเพียงร่างแรก! ยวินหยางอดที่จะจินตนาการไม่ได้ว่าถ้าเขามีรากฐานการฝึกฝนที่มากพอ ไม่มีใครในโลกนี้สามารถหลบหนีจากกระบี่ของเขาได้!

น่าเสียดายที่รากฐานการฝึกฝนของเขาเพิ่งฟื้นคืนกลับมา อย่างมาก หนึ่งในสิบส่วนของรากฐานการฝึกฝนขั้นต้น เขาต้องเริ่มต้นใหม่อีกครั้ง

เวลาผ่านไปช้า ๆ …

ยวินหยางจดจำความแตกต่างจำเพาะของร่างแรกแห่งชะตากรรมไว้ในใจได้แล้ว ถึงแม้จะเป็นเพียงร่างแรก แต่เขาต้องรวมร่างกายและจิตใจให้ก้าวไปพร้อมกันอย่างสมบูรณ์จึงเกิดผล

ถึงแม้ยวินหยางจะฝึกกับใบบัวอย่างเสมอต้นเสมอปลายในห้อง แต่เขายังรู้สึกขาดพลังแม้กระทั่งตอนหลั่งเหงื่อจนเกิดความเหนื่อยล้า..

“ดูท่านับจากนี้ข้าทำได้เพียงฝึกและทำความเข้าใจมันอย่างช้า ๆ” ยวินหยางเก็บกระบี่เข้าฝักแล้วครุ่นคิด “ข้าทำได้เพียงปลดปล่อยผลของร่างแรกนี้ได้ครึ่งเดียวด้วยรากฐานการฝึกฝนตอนนี้ แต่แค่นั้นก็ใช้พลังวิญญาณของข้าจนหมดแล้ว… พลังของร่างแรกแห่งชะตากรรมไม่ใช่สิ่งที่ใช้ได้ง่ายเลย!”

เขามองกระบี่สีม่วงในมือที่กำลังส่องแสงราวท้องฟ้าราตรีก่อนยิ้มอ่อน อย่างช้า ๆ เขาวาดคมดาบใส่ข้อมือตัวเอง เลือดหยดลงบนคมดาบ เขาละเลงของเหลวสีชาดทั่วคมดาบ กล่าวอย่างแผ่วเบาว่า “คมดาบสวรรค์เอ๋ย นับจากนี้ เจ้าต้องเป็นคู่หูของข้าตลอดกาล ให้ข้าใช้เจ้ากำจัดความอยุติธรรมทั้งหมดในโลกนี้ด้วยมือคู่นี้ด้วย!”

สมรภูมิเต็มไปด้วยเลือด เปลวไฟคล้ายกับลุกโชนในดวงตา.. นักรบนับไม่ถ้วนพุ่งเข้าสู่การต่อสู้ขณะควันพวยพุ่งและเปลวเพลิงร่ายรำทั่วพื้นราบ

เริ่มแรก เผชิญหน้ากับแปดพี่น้องผู้ส่องประกายผ่านวิสัยทัศน์ เผชิญหน้ากับสิ่งที่เขาจะไม่มีวันลืมเลือน

จากนั้นเป็นการต่อสู้ที่ผาเทียนเสวียน เหตุการณ์ที่จะสลักลึกในจิตวิญญาณตลอดกาล

ครอบครัวของวีรชนเป็นรายต่อไป การถูกคุกคามและความยากลำบากที่ครอบครัวของอัศวินต้องเผชิญ กลิ่นอายอาฆาตของเขาพวยพุ่ง เพิ่มพละกำลังและความมุ่งมั่นขณะความทรงจำแห่งความอยุติธรรมและความไม่ถูกต้องวูบไหวผ่านดวงตา

คมดาบสวรรค์เริ่มสั่นไหวในมือด้วยความกระตือรือร้นอย่างบ้าคลั่ง คมดาบสั่นเทาพร้อมส่องแสงเจิดจ้า ราวกับกลุ่มดาวที่ตกลงมาจากท้องฟ้าสู่มวลมนุษย์ ราวกับการระเบิดของสายรุ้งจำนวนมาก หลังจากผ่านไปพักใหญ่ คมดาบสั่นสะเทือนก่อนจะดูดความเจิดจ้าของหมู่ดาวและสายรุ้งเข้าไปราวกับวังวนใหญ่พร้อมเสียงดังสนั่น!

จบบทที่ ตอนที่ 9: ชะตากรรมของกระบี่ [อ่านฟรี]

คัดลอกลิงก์แล้ว