- หน้าแรก
- ระบบมอบชีวิตอมตะ ขอแค่รอดไปได้ ข้าจะไร้เทียมทาน
- บทที่ 8 เส้นตายสุดท้ายของผู้มีชีวิตอมตะ
บทที่ 8 เส้นตายสุดท้ายของผู้มีชีวิตอมตะ
บทที่ 8 เส้นตายสุดท้ายของผู้มีชีวิตอมตะ
บทที่ 8 เส้นตายสุดท้ายของผู้มีชีวิตอมตะ
"เฉินสวิน อย่าหักโหมตีเหล็กนานเกินไป"
ซุนข่ายเล่อขมวดคิ้วมุ่น เฉินสวินผู้นี้มิใช่แค่มีแรงช้างสาร แต่ความทรหดอดทนยังล้ำเลิศ "ทำแบบนี้มันจะเสียสุขภาพเปล่าๆ แก่ตัวไปจะเป็นแบบข้าเอานะ"
"ไม่เป็นไรหรอกท่านลุง ข้ามันพวกแรงควายแต่กำเนิด แข็งแกร่งจะตายไป"
เฉินสวินไม่ใส่ใจแม้แต่น้อย งานแค่นี้เขาแทบไม่ต้องออกแรงจริงจังด้วยซ้ำ เหนื่อยสักนิดยังไม่มี
ตอนนี้เขาค่อยๆ เพิ่มพละกำลังในการตีเหล็กขึ้นเรื่อยๆ เมื่อก่อนหากใส่แรงเต็มที่คงทำเหล็กพังพินาศ แต่บัดนี้เขารู้จักผ่อนหนักผ่อนเบา ค้อนเดียวที่ฟาดลงไปมีอานุภาพเท่ากับตีปกติหลายสิบที แถมชิ้นงานยังไม่เสียหาย
ในสายตาคนนอกอาจเห็นว่าเขากำลังตีเหล็ก แต่แท้จริงแล้วเฉินสวินกำลังฝึกฝนวิชาอยู่ต่างหาก มีวิชาติดตัวย่อมไม่อดตาย และสิ่งที่เขามีเหลือเฟือที่สุดก็คือ 'เวลา'
"โฮ่ๆ ตามใจเจ้าเถอะ"
ซุนข่ายเล่อส่ายหน้ายิ้มๆ ดูเหมือนหนึ่งปีมานี้ เขาจะได้รับอิทธิพลจากความมองโลกในแง่ดีของเฉินสวิน จนรู้สึกกระชุ่มกระชวยเหมือนหนุ่มขึ้นมาอีกครั้ง
ตกดึก เฉินสวินและ เหล่าหนิว กลับมาที่ลานหลังร้าน
ปีนี้เขายังคงเทแต้มอมตะลงที่ค่า [ความเร็ว] เช่นเดิม หนึ่งคนหนึ่งวัวสุมหัวกันทำท่าลับๆ ล่อๆ
"เหล่าหนิว ขุด!"
มอ!
ดินถูกตะกุยกระจาย ไม่นานไหดินเผาก็โผล่พ้นดินมา ภายในอัดแน่นไปด้วยเหรียญอีแปะ และยังมีก้อนเงินขาววาววับอีกหนึ่งก้อน เฉินสวินเห็นแล้วถึงกับถอนหายใจยาวด้วยความปลื้มปริ่ม... รวยแล้วเว้ยเรา
มอ! มอ! เหล่าหนิว เอาหัวดุนเฉินสวิน ส่งสายตาเป็นประกายวิบวับ
"รอปิดจ๊อบงานของพี่จางเสร็จ เราค่อยไปซื้อไม้แกะสลักกัน วางใจเถอะ ข้าจำได้ไม่ลืมหรอก"
มอ~~ เหล่าหนิว กระโดดโลดเต้นดีใจ ความสุขของมันช่างเรียบง่ายเหลือเกิน
เฉินสวินย้ายที่ซ่อนสมบัติฝังไหดินเผาลงไปใหม่ ออกมาใช้ชีวิตข้างนอก จะประมาทวางใจไม่ได้เด็ดขาด
เดือนถัดมา จางเจียงกลับไม่โผล่หน้ามาตามนัด เฉินสวินเริ่มแปลกใจ ปกติพี่จางไม่เคยผิดนัด หรือว่าวันนี้จะไม่มา?
"คงมีธุระด่วนกระมัง"
เฉินสวินไม่เก็บมาใส่ใจ ก้มหน้าก้มตาตีเหล็กต่อไป หนทางสู่การบรรลุวิชาควบคุมพลังขั้นสูงสุดยังอีกยาวไกล ความขยันหมั่นเพียรคือหนทางสู่ความสำเร็จ
เดือนต่อมา ในที่สุดก็มีคนมารับดาบ แต่กลับไม่ใช่จางเจียง
"เอ่อ... แม่นาง แล้วพี่จางล่ะ เขาบอกว่าจะมารับของตั้งแต่เดือนก่อนแล้ว" เฉินสวินถามไปตามมารยาท ขณะที่ เหล่าหนิว กำลังขนดาบยาวออกมาจากหลังร้าน
"ศิษย์พี่จาง... เสียชีวิตแล้วเจ้าค่ะ ในการต่อสู้กับสำนักไป๋เสวียน" หญิงสาวตอบเสียงแผ่ว สีหน้าเศร้าหมอง
"หา?"
เฉินสวินตกใจ แต่รีบปรับสีหน้า "ขออภัยที่ข้าปากพล่อย... ข้าจะรีบไปยกของมาให้เดี๋ยวนี้"
"ขอบคุณเจ้าค่ะ" หญิงสาวพยักหน้า
ไม่นานนัก หญิงสาวและศิษย์ร่วมสำนักก็จ่ายเงินและขนดาบใหญ่ร้อยเล่มจากไป เฉินสวินนั่งลงถอนหายใจเบาๆ หันไปพูดกับ เหล่าหนิว "พี่จาง... ไปสบายแล้วว่ะ"
มอ?
เหล่าหนิว ร้องเสียงหลงด้วยความตกใจ เอาหัวดุนเฉินสวิน พี่จางยังหนุ่มยังแน่นแท้ๆ
"เห็นว่าตายตอนตีกับสำนักอื่น คนในยุทธภพ การฆ่าแกงกันเป็นเรื่องปกติ"
เฉินสวินส่ายหน้าปลงตก "ต่อให้เป็นผู้บำเพ็ญเพียร ตราบใดที่เอาตัวเข้าไปพัวพันกับความขัดแย้ง ก็มีสิทธิ์ตายได้ทั้งนั้น"
เหล่าหนิว พยักหน้าหงึกๆ อยู่กับพวกเรานี่แหละปลอดภัยที่สุด
"พวกเราเดินบนเส้นทางอมตะที่ไร้เทียมทาน จำไว้ว่าอย่าไปล่วงเกินใคร อย่าเข้าไปยุ่งเกี่ยวเรื่องชาวบ้าน ช่วยเหลือสหายเท่าที่แรงเราจะทำไหวก็พอ"
เฉินสวินกล่าวเสียงเรียบ แววตาลึกล้ำ "ในโลกนี้ไม่มีสิ่งใดจะทำให้ใจเราหวั่นไหวได้อีกแล้ว จงทำใจให้สงบ"
มอ!
เหล่าหนิว มองเฉินสวินด้วยความเลื่อมใสศรัทธา คำคมบาดใจแบบนี้มันคิดไม่ได้จริงๆ
"เฉินสวินเอ๊ย! ไอ้พวกร้านขายเหล็กมันได้ข่าวว่าร้านเราขายดี มันขึ้นราคาเหล็กหน้าตาเฉยเลย!"
ซุนข่ายเล่อเดินกระฟัดกระเฟียดเข้ามา เขาเป็นคนรับผิดชอบเรื่องจัดซื้อวัตถุดิบเข้าร้าน
"หา?! ว่าไงนะ!"
เฉินสวินลุกพรวด ไฟโทสะลุกโชน เพิ่งจะลืมตาอ้าปากได้ไม่ทันไร "นี่มันรังแกคนซื่อชัดๆ!"
"เหล่าหนิว เตรียมของ! แม่งเอ๊ย!"
เฉินสวินคว้าขวานเบิกภูผาคู่ใจเหน็บเอว ถอดเสื้อโชว์กล้ามท้องสิบหกลูก "ไป... ไปคุยด้วยเหตุผลกับพวกมันหน่อยซิ!"
มอ! มอ!!
เหล่าหนิว ของขึ้น ใช้เขาขวิดอากาศ เครื่องทรงโจรป่าแบบครบเซ็ตถูกนำมาสวมใส่ทันที ใครหน้าไหนก็ห้ามไม่อยู่ วันนี้จะไป 'เจรจาด้วยเหตุผล' ให้รู้ดำรู้แดงกันไปข้าง!
ร้านขายเหล็กอยู่ห่างออกไปไม่กี่ช่วงตึก เฉินสวินและ เหล่าหนิว เดินดุ่มๆ ไปด้วยความเร็วสูง รังสีอำมหิตแผ่กระจาย ฝุ่นตลบตามหลัง
เถ้าแก่ร้านขายเหล็กเห็นเข้าถึงกับหน้าถอดสี ตะโกนลั่น "พ่อหนุ่ม! นี่จะทำอะไรกัน!"
"ไม่ได้จะทำอะไร! แค่จะมาถามหาเหตุผล! ทำไมขายให้พวกข้าถึงขึ้นราคา?!"
เฉินสวินกำขวานแน่น ตะโกนก้อง "มันไม่ยุติธรรม รู้ไหม!"
มอ! มอ!
เหล่าหนิว ส่งเสียงคำรามสนับสนุน พลังเสียงเหลือล้น
เชี่ยเอ๊ย...
เถ้าแก่ร้านเหงื่อแตกพลั่ก ไอ้หนุ่มหน้าโหดกล้ามเป็นมัดๆ กับวัวดำติดอาวุธครบมือเนี่ยนะบอกว่าจะมาเจรจาด้วยเหตุผล?
"ใจเย็นๆ ก่อนพ่อหนุ่ม... มาจากร้านตาเฒ่าซุนใช่ไหม?"
"ถูกต้อง! ให้คำตอบมาเดี๋ยวนี้ ร้านข้ามีพี่จาง... จางเจียงแห่งสำนักยุทธ์คุ้มกะลาหัวอยู่นะโว้ย!"
เฉินสวินเน้นเสียงทีละคำ คนพวกนี้ถ้าไม่ขู่ให้กลัวบ้างก็จะขี่คอเราเรื่อยๆ คนดีมักถูกรังแก กฎนี้ใช้ได้กับทุกโลก
"ได้ๆ รอสักครู่ เชิญนั่งก่อน" เถ้าแก่ร้านประสานมือยิ้มแย้ม
"ดี! พวกข้าเป็นคนมีเหตุผล ไม่ได้มาก่อเรื่อง"
เฉินสวินเสียงอ่อนลง นั่งลงกระแทกขวานปังไว้บนโต๊ะ รอฟังคำตอบอย่างใจเย็น
ไม่นานนัก เถ้าแก่ร้านก็เดินกลับออกมา พร้อมรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ ประสานมือโค้งคำนับ "ใต้เท้าขอรับ... หนึ่งคนหนึ่งวัวคู่นี้แหละที่มาก่อความวุ่นวายในสถานที่ราชการ"
"จับมัน!"
ทหารกลุ่มใหญ่กรูเข้ามา ล็อกตัวเฉินสวินไว้ทันที แม้แต่ เหล่าหนิว ก็ไม่รอด
"เฮ้ย! ข้ามาเจรจาด้วยเหตุผลนะ! ปล่อยข้า! ข้าถูกใส่ร้าย!"
เฉินสวินตะโกนลั่น พยายามดิ้นรน "ข้ามาดีจริงๆ นะโว้ย!"
"หุบปาก! มาทำตัวนักเลงข่มขู่ชาวบ้าน ก่อความไม่สงบในเมืองผานหนิง คิดจะขู่ใครฮะ!"
นายทหารตวาดลั่น ลากตัวสองอาชญากรออกไป เฉินสวินยังคงแหกปากร้องขอความเป็นธรรมไม่หยุด
ห้าวันต่อมา...
เฉินสวินและ เหล่าหนิว เดินคอตกออกจากคุก ได้เห็นแสงตะวันอีกครั้ง
ทว่าขวานเบิกภูผาและชุดเกราะใบมีดถูกยึดไปหมดเกลี้ยง ต้องกลับไปตีใหม่หมด
เมื่อกลับถึงร้านตีเหล็ก ซุนข่ายเล่อเตรียมกระถางไฟไว้รอ หนึ่งคนหนึ่งวัวกระโดดข้ามไปมาแก้เคล็ด หัวเราะฮิฮะเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
แต่การอาละวาดของเฉินสวินก็ไม่เสียเปล่า เพราะเถ้าแก่ร้านขายเหล็กไม่กล้าขึ้นราคาอีกเลย นับว่าคุ้มค่าเหนื่อย
...
วันเวลาล่วงเลยผ่านไปอีกห้าปี
กิจการโรงตีเหล็กรุ่งเรืองสุดขีด แย่งลูกค้าจากร้านข้างเคียงไปจนเกือบหมด เถ้าแก่ร้านคู่แข่งพอรู้ว่าเป็นฝีมือเฉินสวินที่เขาเคยไล่ตะเพิด ก็ถึงกับตบเข่าฉาด ร้องโอดโอยด้วยความเสียดายที่ตาต่ำมองไม่เห็นเพชรในตม
เขาถึงกับลงทุนเลี้ยงข้าวเฉินสวินที่เหลาอาหาร เพื่อสลายความบาดหมาง ทว่าปริมาณการกินของเฉินสวินทำเอาเขาหน้าซีดเผือด กินล้างกินผลาญแถมยังห่อกลับบ้านอีก เล่นเอากระเป๋าฉีกไปเลยทีเดียว
ตอนนี้ทั้งสองกลายเป็นพี่น้องกันไปแล้ว เรื่องมารยาททางสังคม เฉินสวินจัดเจนไม่เป็นรองใคร
ทว่าวันนี้ เฉินสวินกลับวิ่งหน้าตื่นไปตามท้องถนน ความเร็วระดับพายุหมุน หอบเอาฝุ่นตลบคลุ้ง แววตาเต็มไปด้วยความร้อนรน
ห้าปีมานี้ เขาควบคุมพลังกายได้ดั่งใจนึก จึงเทแต้มอมตะทั้ง 5 แต้มลงที่ค่า [ความเร็ว] ทั้งหมด
สถานะปัจจุบันของเฉินสวินและ เหล่าหนิว: พลกำลัง 21, ความเร็ว 8
ในมือของเฉินสวินกำห่อสมุนไพรแน่น ร่างกายของซุนข่ายเล่อทรุดโทรมลงมาก ตลอดหนึ่งปีมานี้ต้องใช้ยาประคองชีวิต เงินเก็บทั้งหมดที่มีถูกใช้ไปจนเกลี้ยง
แต่นั่นไม่สำคัญสำหรับเฉินสวิน เงินทองเป็นของนอกกาย คนข้างกายต่างหากที่สำคัญที่สุด จงใช้ชีวิตให้คุ้มค่าและเห็นคุณค่าของปัจจุบัน
แม้มุนษย์จะไร้ใจดั่งต้นไม้ใบหญ้า แต่เขาผู้ซึ่งบรรลุจุดสูงสุดที่ผู้บำเพ็ญเพียรใฝ่ฝัน... นั่นคือ 'ชีวิตอมตะ' แล้ว จึงไม่จำเป็นต้องตัดละกิเลสเพื่อบรรลุมรรคผลใดๆ นี่คือเส้นตายสุดท้ายของเขาในฐานะผู้มีชีวิตอมตะ
เฉินสวินยึดถือคติประจำใจเสมอมา: "ในขอบเขตที่ช่วยได้ จะช่วยเหลือสหายเต็มกำลัง แต่หากเกินกำลัง... จะไม่ฝืนเด็ดขาด"