เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 34 ข้าว่าเจ้าคงป่วยแล้วกระมัง

บทที่ 34 ข้าว่าเจ้าคงป่วยแล้วกระมัง

บทที่ 34 ข้าว่าเจ้าคงป่วยแล้วกระมัง


บทที่ 34 ข้าว่าเจ้าคงป่วยแล้วกระมัง

เจียงชีเย่ตระหนักถึงความชั่วร้ายอันไร้ขอบเขตของโลกใบนี้อย่างลึกซึ้ง

ยุทธภพนี้ช่างอันตรายรอบด้าน เต็มไปด้วยตาเฒ่าเจ้าเล่ห์เพทุบายที่ซ่อนมีดไว้ในรอยยิ้ม คนซื่อๆ แทบจะไม่มีที่ยืน!

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมื่อคู่หมั้นของเขาถูกขุมกำลังมากมายจ้องตะครุบราวกับฝูงหมาป่า สิ่งนี้ทำให้เจียงชีเย่หงุดหงิดใจเป็นที่สุด

"เมืองหานหยางพร้อมจะเกิดเรื่องใหญ่ได้ทุกเมื่อ แถมคราวนี้พวกสำนักเซียนยังกระโดดลงมาร่วมวงด้วย ลำพังความแข็งแกร่งระดับสองของข้า เกรงว่าจะยังไม่เพียงพอ"

"หึหึ! งั้นก็ต้องขออภัยด้วย ที่บิดาจำต้องโกงอีกรอบ"

"หวังว่าตบะที่เก็บเกี่ยวมาในคืนนี้ จะช่วยให้ข้าทะลวงผ่านสู่ขอบเขต 'เซียนเทียน' (เหนือธรรมชาติ) ได้... ถึงเวลาจำเป็น จะได้มอบเซอร์ไพรส์ชิ้นใหญ่ให้พวกมัน!"

เจียงชีเย่ก้มมองจอกสุรา มุมปากยกยิ้มเจ้าเล่ห์

จากการสังหารหมู่ในตรอกมืดและหน้าหอเทียนเหรินจู ลูกแก้วพลังยุทธ์ได้กักเก็บตบะไว้ถึงสามร้อยเก้าสิบเจ็ดปี! เป็นการเก็บเกี่ยวครั้งมโหฬารที่สุดเท่าที่เคยมีมา คืนนี้เขาคงได้ผลาญตบะเล่นอย่างเมามัน...

เขาเงยหน้ามองอวี๋เสี่ยวไป๋ที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม ยิ้มบางๆ แล้วล้วงตั๋วเงินใบละร้อยตำลึงสองใบออกมา ตบปังลงบนโต๊ะตรงหน้าเจ้าอ้วน

"เอ๊ะ! นี่... นี่หมายความว่าไง?"

อวี๋เสี่ยวไป๋ตาลุกวาว ทำท่าจะคว้าแต่ก็ชะงัก มองเจียงชีเย่ด้วยความงุนงงระคนสงสัย

เจียงชีเย่โบกมืออย่างใจป้ำ กล่าวด้วยน้ำเสียงนักเลงโต "ไม่มีอะไรหรอก เมื่อก่อนที่ไถเงินค่าขนมเจ้า ก็แค่หยอกเล่นขำๆ

ข้าเจียงชีเย่มีเพื่อนไม่มาก เจ้าอวี๋เสี่ยวไป๋ก็นับเป็นหนึ่งในนั้น พี่ชายไม่เคยเห็นเจ้าเป็นคนอื่นคนไกล

วันหน้าถ้าขาดเงินก็มาบอกพี่ชาย ลูกผู้ชายออกมาท่องโลก อย่าได้ขี้เหนียวทำตัวกระจอก มันเสียเกียรติพี่ชาย"

"เจียงเจ็ด... ไม่สิ พี่เจ็ด! ให้ข้าจริงดิ?"

อวี๋เสี่ยวไป๋แทบไม่อยากเชื่อสายตา ซาบซึ้งใจจนน้ำมูกแทบไหล รีบคว้าตั๋วเงินมาส่องดูความแท้เทียม

ตั้งแต่เกิดมา นี่เป็นครั้งแรกที่เขาได้รับเงินก้อนโตขนาดนี้ สวรรค์ช่างเมตตา นายน้อยตระกูลอวี๋อย่างเขาช่างอาภัพเหมือนถูกเก็บมาเลี้ยงจริงๆ...

"ถ้าไม่อยากได้ ก็คืนมา" เจียงชีเย่แกล้งแหย่

อวี๋เสี่ยวไป๋รีบยัดตั๋วเงินเข้าอกเสื้อด้วยความไวดุจสายฟ้า แลบลิ้นแผล็บ "เอาสิ! ของดีใครจะไม่เอา! พี่เจ็ด ท่านดีกับข้าที่สุดเลย! ข้ารู้อยู่แล้วว่าตั้งแต่เล็กจนโต ท่านพึ่งพาได้ที่สุด!

พี่วางใจเถอะ พี่สาวข้ากลับมาเมื่อไหร่ ข้าจะรีบไปบอกท่านทันที

ไม่สิ พรุ่งนี้เช้าข้าจะบุกไปจวนอ๋องเซวียนเลย ไปถามพี่สาวดูว่านางจะกลับบ้านได้ไหม..."

เห็นท่าทางดีใจจนเนื้อเต้นของอวี๋เสี่ยวไป๋ เจียงชีเย่ก็หัวเราะอย่างมีความสุข

เฮ้อ คบหากับเด็กน้อยนี่มันสบายใจจริงๆ พวกตาแก่เจ้าเล่ห์พวกนั้นสมควรตายให้หมด...

เดี๋ยวนะ... ทำไมรอยยิ้มของเจ้าอวี๋เสี่ยวไป๋มันดูแปลกๆ?

"เสี่ยวไป๋ ร่างกายเจ้า... ไม่มีปัญหาอะไรใช่ไหม?" เจียงชีเย่ขมวดคิ้วถาม

อวี๋เสี่ยวไป๋ชะงัก "ข้า? ก็ปกติดีนี่!"

"ข้าว่าเจ้าอาจจะป่วย... วันไหนว่างๆ ลองไปหาหมอตรวจดูหน่อยเถอะ"

"เอ่อ..."

...

ในขณะที่เจียงชีเย่กำลังร่ำสุรากับอวี๋เสี่ยวไป๋ ณ ห้องโถงประชุมตระกูลเจียง กำลังมีการหารือเรื่องสำคัญที่เกี่ยวพันกับชะตาชีวิตของเขา

เวลานี้ ระดับสูงของตระกูลเจียงมารวมตัวกันพร้อมหน้า แม้แต่ผู้อาวุโสวัยไม้ใกล้ฝั่งหลายท่านก็ยังถูกเชิญมา

เจียงเจิ้นตงนั่งอยู่บนเก้าอี้ประธาน ใบหน้าที่เคร่งขรึมดูซีดเซียวเล็กน้อยจากอาการบาดเจ็บ เขากวาดสายตามองไปรอบห้อง เอ่ยเสียงทุ้มต่ำ

"ทุกท่าน ข้าตัดสินใจแล้วว่าพรุ่งนี้จะประกาศตัดขาดความสัมพันธ์พ่อลูกกับเจียงชีเย่ และขับไล่มันออกจากตระกูล นับจากนี้ไป มันไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ กับตระกูลเจียงอีก!"

ทว่า สิ้นเสียงประกาศ ทั้งห้องกลับเงียบกริบ ทุกคนขมวดคิ้ว ไม่มีใครขานรับ

ความเงียบปกคลุมอยู่ชั่วอึดใจ ก่อนที่อาสี่ 'เจียงเจิ้นเป่ย' จะฉีกยิ้มประหลาด เอ่ยขึ้น "พี่ใหญ่ เรื่องนี้ข้าไม่เห็นด้วย!"

"ทำไมถึงไม่เห็นด้วย?"

เจียงเจิ้นตงหันขวับไปมองน้องชายตัวดีด้วยสายตาเย็นชา

เจียงเจิ้นเป่ยพูดเสียงดังฟังชัด "เรื่องมันบานปลายมาถึงขั้นนี้ ไม่ใช่ความผิดของเสี่ยวเจ็ดคนเดียวเสียหน่อย หลักๆ เป็นเพราะพี่ใหญ่นั่นแหละ ที่เข้มงวดกวดขันกับเสี่ยวเจ็ดเกินไป

ถ้าท่านผู้เฒ่ายังอยู่ ท่านต้องไม่ยอมให้พี่ทำแบบนี้แน่

เสี่ยวเจ็ดเป็นเด็กกตัญญูจะตาย เย็นวันนี้ยังให้เงินข้าใช้ตั้งเยอะ กตัญญูกว่าไอ้ลูกหมาตัวอื่นตั้งแยะ..."

เจียงเจิ้นตงตวาด "หุบปาก! เรื่องที่เจ้าปล่อยเฟยหลงขาเป๋หนีไป ข้ายังไม่ได้คิดบัญชีเลยนะ!"

เจียงเจิ้นเป่ยหดคอ บ่นอุบอิบ "พี่ใหญ่ ข้าแค่พูดความจริง ท่านจะห้ามข้าพูดไม่ได้นะ! ส่วนเรื่องเฟยหลงขาเป๋ มันแค่วิ่งเร็วไปหน่อย คราวหน้าข้าทุบมันเละแน่!"

เมื่อมีคนเปิดประเด็น คนอื่นก็เริ่มแสดงท่าที

อาห้า 'เจียงเจิ้นจง' กล่าวด้วยสีหน้าจริงจัง "พี่ใหญ่ การตัดสินใจครั้งนี้ดูจะหุนหันพลันแล่นไปหน่อย

ต่อให้เสี่ยวเจ็ดทำผิดบ้าง ก็ไม่น่าจะถึงขั้นตัดพ่อตัดลูก

ตอนนี้เสี่ยวเจ็ดเป็นถึงยอดฝีมือระดับสอง อายุเพิ่งจะสิบแปดปี วันหน้าย่อมก้าวสู่ระดับหนึ่ง หรือแม้แต่ทะลวงสู่ขอบเขตเซียนเทียนก็มีความเป็นไปได้สูง

อัจฉริยะทางยุทธ์ที่ร้อยปีจะมีสักคนแบบนี้ ไม่ว่าจะไปอยู่ที่ตระกูลไหน ก็ต้องถูกประคบประหงมดั่งไข่มุกในมือ ทุ่มเททรัพยากรปั้นจนสุดตัว

ขืนเราไล่เขาออกจากบ้าน ตระกูลเจียงคงกลายเป็นตัวตลกให้คนทั่วหล้าหัวเราะเยาะ"

เจียงเจิ้นตงได้ฟัง สีหน้ายิ่งดำคล้ำลงไปอีก

พี่น้องสายเลือดเดียวกับเขาเดิมมีห้าคน พี่รองและพี่สามตายในสนามรบเพื่อตระกูลไปแล้ว

ตอนนี้แม้แต่น้องสี่และน้องห้าที่สนิทกันที่สุด ยังคัดค้านเขาอย่างเปิดเผย ระดับสูงคนอื่นๆ คงยิ่งไม่ต้องพูดถึง

และก็เป็นไปตามคาด ผู้อาวุโสท่านหนึ่ง หนวดเคราขาวโพลน นามว่า 'เจียงอวิ๋นฮั่ว' ส่ายหน้าช้าๆ เอ่ยด้วยน้ำเสียงแหบพร่าแต่ทรงพลัง

"เจิ้นตงเอ๋ย... เจ้าหนูเจ็ดคนนี้ ข้าเห็นมันมาตั้งแต่อ้อนแต่ออก

มันกตัญญูต่อผู้หลักผู้ใหญ่ รักใคร่พี่น้อง ทำงานหนักเอาเบาสู้ ไม่เคยปริปากบ่น เพียบพร้อมทั้งคุณธรรมและความสามารถ

สองปีก่อน ในยามที่ตระกูลวิกฤต มันก็ยอมสละตนแต่งเข้าจวนอ๋องเซวียน สร้างความดีความชอบใหญ่หลวงให้ตระกูล

มาบัดนี้ มันยังแสดงให้เห็นถึงพลังระดับสองและพรสวรรค์อันล้ำเลิศ

ลูกหลานที่ยอดเยี่ยมเยี่ยงนี้ เปรียบดั่ง 'ม้าพันลี้' ของตระกูลเจียง เกรงว่าทั่วแดนเหนือคงหาคนที่สองไม่ได้ แล้วจะมีเหตุผลอันใดต้องผลักไสมันออกไป?

ยิ่งไปกว่านั้น มันยังมีฐานะเป็นคู่หมั้นของท่านหญิงหงอวี้แห่งจวนอ๋องเซวียน

หากเราขับไล่มัน มิเท่ากับตบหน้าจวนอ๋องฉาดใหญ่หรือ?

ราคานี้ ตระกูลเจียงเราจ่ายไหวหรือ?

อีกประการ ทุกท่านคงได้ข่าวแล้ว ที่เมืองหลวง... องค์หญิงเยว่หวงประชวรหนัก คงอยู่ได้อีกไม่นาน

ท่านหญิงหงอวี้ ในฐานะหลานสาวสายตรงเพียงคนเดียวขององค์จักรพรรดินี มีโอกาสสูงมากที่จะถูกรับไปเป็นธิดาบุญธรรม เพื่อสืบทอดราชบัลลังก์

หากเรื่องนี้เป็นจริง ตระกูลเจียงเราก็จะกลายเป็น 'พระยูรญาติ' อนาคตย่อมรุ่งโรจน์โชติช่วง

ในเวลาหน้าสิ่วหน้าขวานเช่นนี้ ตระกูลเจียงจะทุบหม้อข้าวตัวเอง ขับไล่เสาหลักอย่างเจียงชีเย่ออกไปได้อย่างไร?

เจิ้นตง... เจ้าเป็นประมุขตระกูล แบกรับภาระฟื้นฟูวงศ์ตระกูล ทุกอย่างต้องยึดผลประโยชน์ของตระกูลเป็นที่ตั้ง อย่าได้ใช้อารมณ์ตัดสินปัญหา!"

"ท่านอาหก... ที่ท่านพูดมาก็มีเหตุผล แต่ทว่า..."

เจียงเจิ้นตงคับแค้นใจ แต่ก็จนปัญญาจะโต้แย้ง สีหน้าเดี๋ยวเขียวเดี๋ยวขาว

ผู้อาวุโสเจียงอวิ๋นฮั่วผู้นี้ เป็นคนรุ่นเดียวกับปู่ของเจียงชีเย่ มีอาวุโสสูงสุดและบารมีมากที่สุดในตระกูล ครั้งหนึ่งเคยเหยียบย่างเข้าสู่ระดับสองในช่วงสั้นๆ

เพียงแต่บาดเจ็บสาหัสจากการทำศึกเพื่อตระกูลเมื่อหลายปีก่อน พลังจึงถดถอยลงเหลือระดับสี่ และต้องทนทุกข์ทรมานจากอาการบาดเจ็บเรื้อรัง ทำให้ดูแก่ชราเกินวัย

คำพูดของเขา แม้แต่เจียงเจิ้นตงที่เป็นประมุข ก็ยังต้องรับฟังด้วยความเคารพ

จบบทที่ บทที่ 34 ข้าว่าเจ้าคงป่วยแล้วกระมัง

คัดลอกลิงก์แล้ว