เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 27 สามฝ่ามือสังหาร

บทที่ 27 สามฝ่ามือสังหาร

บทที่ 27 สามฝ่ามือสังหาร


บทที่ 27 สามฝ่ามือสังหาร

บนถนนยามราตรี

เจ้าลาเขียวเหาะเหินเดินอากาศ... เอ้ย! วิ่งเหยาะๆ อยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะกลับมาเดินทอดน่องตามสไตล์สโลว์ไลฟ์ของมัน เจียงชีเย่ก็ไม่ได้เร่งรีบ

สีหน้าของเขาตอนนี้ดูแปลกประหลาด

มีทั้งความตื่นเต้น กังวล สะใจ และคาดหวัง

ถูกเจียงเจิ้นตงกดหัวมาสิบกว่าปี คืนนี้คือศึกประกาศอิสรภาพครั้งแรก

เขาอยากเห็นสีหน้าของเจียงเจิ้นตงตอนนี้จริงๆ

อืม... ช่างมันเถอะ

ถ้าเจอกันตอนนี้ ไม่โดนซ้อมปางตาย ก็คงต้องลงมือฆ่าพ่อบังเกิดเกล้า เป็นลูกอกตัญญู จบไม่สวยทั้งคู่

รออีกสักวันสองวัน ให้พลังแก่กล้ากว่านี้อีกนิด

ถึงตอนนั้น เจียงเจิ้นตงอาจจะไม่กล้าแม้แต่จะสบตาเขา...

เวลานี้ เขาอยากจะกรอกเหล้าฉลองสักหน่อย

แต่เมื่อกี้รีบออกมา ลืมหยิบถุงหนังใส่เหล้ามาด้วย เสียบรรยากาศชะมัด

ไม่เป็นไร ร้านเหล้าส่วนใหญ่ยังเปิดอยู่ หาที่นั่งดื่มสักหน่อยก็ไม่เลว

ขณะที่เขากำลังมองหาร้าน หลี่ชิงจื้อก็ควบม้าตามมาทัน กระซิบเตือน "ใต้เท้าเจียง มีคนสะกดรอยตามเรา! ตอนแรกมีแค่คนเดียว ตอนนี้อย่างน้อยแปดคน ขืนเดินต่อไปคงแห่กันมาอีกเพียบ"

"หือ?"

เจียงชีเย่เลิกคิ้ว กวาดตามองรอบๆ

มัวแต่คิดเพลินจนลืมระวังตัว

ไม่รู้ตั้งแต่เมื่อไหร่ ผู้คนบนถนนเริ่มหนาตาขึ้น หลายคนพกดาบพกกระบี่ ส่งสายตาไม่เป็นมิตร ดูทรงแล้วน่าจะเป็นพวกชาวยุทธ์สายนักเลง และฝีมือไม่ธรรมดาเสียด้วย

เจียงชีเย่ไม่ได้กลัว แต่ตาวาวโรจน์ด้วยความตื่นเต้น

ในสายตาเขา พวกมันไม่ใช่ชาวยุทธ์ แต่เป็น 'ก้อนค่าประสบการณ์' เดินได้!

รวยเละงานนี้!

เพิ่งจะแตกหักกับเจียงเจิ้นตงพอดี

ด้วยนิสัยจอมบงการของเจียงเจิ้นตง ไม่มีทางยอมปล่อยเขาไปง่ายๆ

ป่านนี้คงส่งคนตามล่าแล้ว

ลำพังพลังระดับสามตอนนี้ ยังไม่ปลอดภัยร้อยเปอร์เซ็นต์

แต่พวกนี้นี่แหละ... คือสายฝนชุ่มฉ่ำยามแล้ง!

เขาจ้องกลับไปที่พวกมันอย่างดุดัน ท้าทายแบบเปิดเผย แทบจะเขียนคำว่า "เข้ามาฟันข้าสิ" แปะไว้บนหน้าผาก

แน่นอน เขาไม่ได้ประมาท

แม้จะเป็นยอดฝีมือระดับสาม แต่คติ 'ระวังไว้ก่อนพ่อสอนไว้' (เอ๊ะ หรือไม่ได้สอน?) ยังคงใช้ได้เสมอ

"ตามข้ามาให้ติด"

เขาเรียกหลี่ชิงจื้อ แล้วหักเลี้ยวเข้าตรอกเล็กๆ

ดูจากทรงแล้ว น่าจะเป็นคนของพรรคหมื่นอสรพิษ หรือไม่ก็ลูกน้องเฟยหลงขาเป๋

ข้างหน้าน่าจะมีดักซุ่มอีก เขาจะไม่ยอมเดินตามเกมพวกมัน ต้องเปลี่ยนเส้นทางปั่นหัวพวกมันเล่นสักหน่อย

"รู้ไหมร้านเหล้าไหนในเมืองดังที่สุด?" เจียงชีเย่ถามพลางเดินพลาง

หลี่ชิงจื้อตอบเบาๆ "ที่ดังที่สุดคือ 'โรงเตี๊ยมต้มกระบี่' เถ้าแก่ร้านนี้ชอบปิดกลางวัน เปิดกลางคืน

พี่ชายข้าชอบไปที่นั่น แต่ส่วนใหญ่ไปตีกันแย่งถิ่น กลับมาทีไรได้แผลทุกที"

"โรงเตี๊ยมต้มกระบี่ เคยได้ยินชื่อ แต่ไม่เคยไป ไว้ว่างๆ ค่อยไปลอง

คืนนี้ไป 'หอเทียนเหรินจู' ดีกว่า

แต่ต้องจัดการพวกหางแถวก่อน

เจ้าจูงลาเดินต่อไป ข้าขอเคลียร์ทางแป๊บ เดี๋ยวตามไป!"

เจียงชีเย่กระโดดลงจากหลังลา ส่งเชือกให้หลี่ชิงจื้อ

หลี่ชิงจื้อลังเล อดไม่ได้ที่จะเตือน "ถ้าเรารีบหนี พวกมันอาจตามไม่ทัน ท่านไม่เห็นต้องเสี่ยงเลย"

เจียงชีเย่มองเด็กสาวอย่างอ่อนใจ... ไม่เสี่ยงแล้วจะเอาตบะที่ไหนมาอัพเวลล่ะแม่คุณ?

"ไม่เป็นไร จัดการพวกสวะแค่นี้ ไม่นับว่าเสี่ยงหรอก"

"ก็ได้"

หลี่ชิงจื้อเห็นว่าห้ามไม่ได้ ก็หุบปากฉับ ยอมทำตามแต่โดยดี ขี่ม้าจูงลาเดินหน้าต่อไปอย่างว่าง่าย

ตรอกมืดสลัว คนธรรมดามองเห็นได้แค่ระยะสิบเมตร

นักฆ่าสิบกว่าคนถือดาบกระบี่ครบมือ ทยอยเดินเข้าตรอกมา แผ่รังสีอำมหิต

ชายร่างยักษ์คนหนึ่งกล่าวเสียงต่ำ "ตรอกวัวบอดนี่แคบเกินไป ไม่เหมาะจะลงมือ เราแค่ตามประกบไว้ ตัดทางหนี เชื่อว่าท่านมังกรคงวางกำลังดักรอที่ถนนใหญ่ข้างหน้าแล้ว!"

ชายผู้นี้ชื่อ 'สวี่เหว่ย' รูปร่างใหญ่โตราวกับวัวป่า มือถือกระบองเหล็กยาวเท่าแขน หน้าตาเหี้ยมเกรียม ดูรู้ทันทีว่าเป็นมืออาชีพด้านการฆ่าคนปล้นทรัพย์

เมื่อห้าปีก่อน สวี่เหว่ยเคยฆ่าล้างครัวหัวหน้ากองปราบคนหนึ่งจนถูกออกหมายจับ ต้องหนีหัวซุกหัวซุนไปต่างเมือง

ครั้งนี้เฟยหลงขาเป๋เรียกตัวกลับมาเพื่องานนี้โดยเฉพาะ เป็นหนึ่งในสองกำลังหลักในการสังหารเจียงชีเย่

คนอื่นๆ ก็มีประวัติโชกโชนไม่ต่างกัน ต่อให้ความแตก ก็สาวไปไม่ถึงตัวเฟยหลงขาเป๋

เรื่องฆ่าเจ้าหน้าที่ทางการ... เฟยหลงขาเป๋ถนัดนัก

สิ้นเสียงสวี่เหว่ย ชายอีกคนก็เสริมขึ้นด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบ "ลูกพี่สวี่พูดถูก! ไอ้เด็กนั่นฆ่าหัวหน้าเหอยงได้ แสดงว่ามีฝีมือพอตัว เราต้องระวัง รอสัญญาณจากท่านมังกรดีกว่า!"

"ไม่ต้องรอหรอก... เกรงว่าพวกเจ้าคงไม่มีโอกาสได้เห็นสัญญาณจากท่านมังกรแล้วล่ะ"

จู่ๆ เงาร่างสูงโปร่งในชุดเงินก็เดินอาดๆ สวนออกมาจากความมืด

สวี่เหว่ยและพรรคพวกชะงักกึก ก่อนจะเปลี่ยนสีหน้าเป็นเหี้ยมเกรียม แววตาเต็มไปด้วยเจตนาฆ่า

ไม่ต้องสงสัย... เจียงชีเย่นั่นเอง

"ฆ่าไอ้หมาล่าเนื้อนี่ซะ! ค่าหัวพันตำลึง! ลุย!"

สวี่เหว่ยคำรามลั่น ระเบิดพลังระดับหกออกมา ชูกระบองเหล็กพุ่งเข้าใส่ดั่งสัตว์ร้ายบ้าคลั่ง

"สับมันให้เละ!"

"หัวมันเป็นของข้า! ตายซะ——"

ทางแคบผู้กล้าชนะ

พวกเดนตายเหล่านี้ไม่เคยขาดความบ้าเลือด

สิบกว่าคนตะโกนก้อง ถืออาวุธพุ่งเข้าหาเจียงชีเย่แย่งกันจะเป็นคนแรก ราวกับกลัวใครจะแย่งชิ้นปลามัน

ในสายตาพวกมัน เจียงชีเย่ไม่ใช่คน แต่เป็นกองเงินกองทองเดินได้

คนของกองปราบมักสวมเครื่องแบบสีเงิน จึงถูกพวกนักเลงเรียกว่า 'หมาล่าเนื้อสีเงิน'

เจียงชีเย่ไม่ชักดาบ

เขารอจนศัตรูเข้ามาในระยะห้าเมตร มุมปากยกยิ้มเย็นเยือก ค่อยๆ ยกมือขวาขึ้น ทั้งแขนเปล่งแสงสีแดงจางๆ

ทันใดนั้น เขาตบฝ่ามือออกไปกลางอากาศสามครั้งซ้อน!

ตูม!

ตูม!

ตูม!

อากาศสั่นสะเทือน ลมกรรโชกแรงระเบิดออก!

พวกสวี่เหว่ยที่ดาหน้าเข้ามา เจอการโจมตีสามระลอกซ้อนเข้าไปเต็มๆ

ฝ่ามือแรก... เหมือนชนเข้ากับกำแพงภูผาที่มองไม่เห็น ทุกคนหน้าถอดสี ก้าวขาไม่ออก

ฝ่ามือที่สอง... เหมือนถูกภูเขาทั้งลูกพุ่งเข้าชน กระแทกจนอาวุธหลุดมือ กระอักเลือดปลิวว่อน

ฝ่ามือที่สาม... ดั่งสายฟ้าฟาดกลางอากาศ บดขยี้เส้นเอ็นกระดูกและอวัยวะภายในจนแหลกเหลว เลือดทะลักออกทวารทั้งเจ็ด ล้มตึงตายคาที่

สวี่เหว่ยที่เป็นระดับหกและมีประสบการณ์โชกโชน

เมื่อเจอกับการโจมตีไร้เหตุผลแบบนี้ ก็หมดทางสู้ หนีก็ไม่ทัน

เขารู้สึกเหมือนโดนค้อนยักษ์หนักหมื่นจินทุบใส่ร่าง กระดูกหักละเอียด อวัยวะภายในเละเทะ ล้มคว่ำหน้าลงกับพื้น ภาพตรงหน้าค่อยๆ ดับวูบ...

สิ้นสามฝ่ามือ ในตรอกมืดมิด นอกจากเจียงชีเย่แล้ว ไม่มีใครยืนหยัดอยู่ได้อีก เหลือเพียงซากศพเกลื่อนกลาด

"อ่อน... อ่อนหัดเกินไป"

เจียงชีเย่ลดมือลง ส่ายหน้าอย่างเบื่อหน่าย

กะว่าจะใช้สามฝ่ามือนี้คัดกรองยอดฝีมือที่ซ่อนอยู่

ที่ไหนได้... ไม่มีสักคน

หรือจะพูดให้ถูกคือ ยอดฝีมือในสายตาคนทั่วไป กลายเป็นเด็กน้อยเมื่ออยู่ต่อหน้าเขา

สามฝ่ามือเมื่อครู่ ไม่ใช่หมัดศิลาหลิงหมิง และไม่ได้ใช้ลมปราณด้วยซ้ำ

เขาใช้เพียง 'พละกำลังเลือดลม' เพียวๆ กระตุ้นท่าไม้ตายของวิชากำแพงเหล็กภูผา... 'ฝ่ามือผลักขุนเขา' (ทุยซานจั่ง) บดขยี้ศัตรูจากระยะไกล

แน่นอน คนพวกนี้ไม่คู่ควรให้เขาเอาจริง

แม้แต่ฝ่ามือที่สามที่แรงที่สุด เขาก็ใช้พลังไปแค่ห้าส่วน

ตอนนี้เขาเข้าใจอย่างลึกซึ้งแล้วว่า ความรู้สึกของการอยู่เหนือผู้อื่นและกุมชะตาชีวิตคนมันเป็นยังไง

มันช่าง... หอมหวานและน่าหลงใหล จนขนลุกซู่ไปทั้งตัว

จบบทที่ บทที่ 27 สามฝ่ามือสังหาร

คัดลอกลิงก์แล้ว